ตำรับรักโอสถ ท่านหมอเคร่งครัดกับฮูหยินปากไว

ตำรับรักโอสถ ท่านหมอเคร่งครัดกับฮูหยินปากไว

last updateLast Updated : 2025-10-29
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
Not enough ratings
28Chapters
1.4Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ซูฉิง หมอสาวผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร ดันทะลุมิติมาพร้อมกับ 'โรคปากไวหัวใจทะลึ่ง' ที่ทำให้เธอมักพูดจาชวนคิดลึกออกมาโดยไม่ตั้งใจ ชีวิตนี้ไม่มีอะไรสำคัญเท่าการทำฟาร์มสมุนไพร เพื่อปลูกหญ้าดับไฟราคะมารักษาตัวเองให้หายขาดก่อนที่จะเผลอไปลวนลามใครเข้า แต่แล้วเธอก็ต้องมาทำงานร่วมกับ 'ท่านหมอเทวดา' อวี้เหยียน ผู้ที่เย็นชาและเคร่งครัดเรื่องศีลธรรม ภารกิจนี้จึงไม่ได้มีแค่การปลูกพืชสมุนไพร แต่คือการบำบัดความหื่นของตัวเอง และความเย็นชาของท่านหมอเทวดานี่แหละ ********** "ซูฉิง" อวี้เหยียนเรียกชื่อเธอเสียงแข็ง "โปรดรักษา มารยาทด้วย และนี่... ถือเป็นการเตือนครั้งที่หนึ่ง หากมีครั้งที่สอง... ข้าจะเริ่มแผนการรักษาโรคปากไวใจทะลึ่ง ของเจ้าอย่างจริงจัง" ซูฉิงทำตาโต เธอแสร้งทำเป็นตกใจอย่างสุดขีด ‘ท่านหมอเอ๊ย ท่านเพิ่งใช้สิทธิ์ในการเตือนไปหนึ่งครั้งแล้ว นั่นแปลว่าข้ายังมีโอกาส ป่วนท่านอีกสองครั้ง สินะ และถ้าการรักษาอย่างจริงจังของท่านคือการใช้เวลาอยู่กับข้ามากขึ้นล่ะก็... ข้าก็ยอมเป็น คนทะลึ่งตลอดไปเลยเจ้าค่ะ’ (ไม่มี NC อ่านได้ทุกเพศทุกวัย)

View More

Chapter 1

บทที่ 1 ท่านหมอเจ้าคะ... ยาดองนี้ต้องป้อนอย่างไร ตอนที่ 1/6

“Dok, jangan kenceng-kenceng! Aku udah basah ih!”

Pintu berbunyi klik. Kunci berputar dari dalam. Seorang dokter senior melangkah masuk sambil menarik lengan seorang koas. Karin menatap mereka. Mulut Karin terbuka. Ia mengambil ancang-ancang untuk teriak dan lari.

Namun tiba-tiba, tanpa ia sadar, seorang pria tampan dan tegap tiba-tiba menarik pinggang Karin. Tangan pria itu membekap mulut Karin dan tubuhnya menekan tubuhnya. Mereka berhimpitan dan berpelukan.

“Shhhhhttt jangan lari!” bisik Arlan, nama pria itu.

Sontak saja Karin makin gelagapan, pria yang menahannya itu adalah Arlan Pradipta.

Tepatnya, dr. Arlan Pradipta, Sp.OG-KFER,M.Kes.

Ia terkenal dingin, selalu menyulitkan koas dan terkenal dengan kesempurnaannya.

Dan, tentu saja, semua orang tahu betapa mengerikan jika berada satu ruangan bersamanya.

Apalagi… dalam pelukannya!

“Aku sudah tidak sabar memilikimu!”

Kata-kata sang dokter senior itu segera membuat Karin sadar kembali. “I–itu, dr. Mikael…”

Dokter senior itu segera saja mencium bibir koas yang ia giring masuk. Terdengar decak dari tautan bibir mereka.

Karin menahan napas di celah balik lemari. Mata Arlan menatap wajah Karin ketika wajah wanita itu kehilangan warna. Dada Karin naik-turun menabrak dada Arlan. Keringat menetes di pelipis Karin. Tangan Arlan menetap di mulut Karin.

“Sudah, Dok! Ahhhh nanti ada orang. Dokter nakal ihhh,” ucap koas itu.

Ini sering terjadi terjadi. Orang-orang sering melakukan hal ini saat jam jaga malam di ruangan spesialis. Suara-suara desahan selalu menyela waktu istirahat Karin.

Karin mengepalkan tangan. Kukunya menekan telapak tangan.

"Sialan!" desis Karin.

Desahan terdengar.

“Ahhhh. Enak banget Dok, punya Dokter besar banget. Eumphhh!”

Tapi bukan itu yang sekarang membuat Karin bingung. Dia penderita Haphephobia dan sekarang dia bisa baik-baik saja dipeluk oleh Konsulennya.

Seharusnya perut Karin mual. Seharusnya kulitnya meremang dan napasnya tercekat akibat serangan panik, reaksi tubuhnya setiap kali kulitnya bersentuhan dengan manusia lain.

Namun, terkurung di antara dinding lemari dan dada bidang Arlan, penyakitnya itu seolah lenyap.

“Hemm, cepet banget sih padahal aku masih mau dok,” ucap koas itu setelah mereka menyelesaikan percintaan dengan cepat.

“Aku masih ada operasi malam ini, besok malam tunggu aku lagi, kita main lebih lama.”

“Oke, sayang. Muaaah.”

Setelah mereka selesai, ruangan itu kembali sepi dan tidak dikunci. Arlan cepat-cepat mengajak Karin untuk keluar dari ruangan.

“Kau tidak akan bicara tentang malam ini pada siapapun, kan?” tanya Arlan dengan ketus.

“Nggak dok,” jawab Karin sambil menggigit kuat bibirnya. Karin masih ingin selesai kuliah kedokteran dan mungkin Arlan tidak tahu, setelah ini Karin masuk stase ditempatnya.

“Bagus!”

Dengan santai Arlan meninggalkan Karin tanpa merasa berdosa mendekapnya selama itu, tubuh mereka berhimpitan, jantung mereka sama-sama berdebar dan Karin bisa merasakan itu.

“Kenapa aku nggak ketakutan dipeluk olehnya, ya?”

Karin bukan main herannya, Tidak seharusnya dia kuliah kedokteran dengan penyakit yang dideritanya seperti ini.

Haphephobia.

Orang lain mungkin menganggapnya lucu tapi tidak untuk Karin, ini seperti Bom waktu yang kapan saja bisa meledak dan membuatnya hancur.

***

“Ginekologi,” gumamnya sambil merapikan buku-buku di ruang istirahat Internal Medicine, Karin baru saja melewati stase itu dan sekarang dia harus beralih ke bagian Ginekologi. Membayangkannya saja sudah menakutkan.

Dan Karin baru saja bertemu dengan Konsulennya.

“Dia biasa aja lihat gituan, seolah gak terjadi apapun. Jangan sampai dia sama seperti dr. Mikael,” gumam Karin.

Karin memasang earphone di telinganya cepat-cepat dan berlari dari ruangan itu.

Malam ini Karin berjaga sampai pagi, dia mulai membuat daftar visit. Di stase ini, Karin harus berjuang keras. Ini adalah ujian sesungguhnya.

“Dokter, ada pasien pendarahan Dok, cuma Dokter yang lagi jaga,” ucap perawat saat Karin baru saja masuk.

Karin menelan salivanya dan melirik ke arah pasien, dia bergegas menuju ke pasien sambil bertanya ke perawat yang berjaga.

“Sejak kapan pendarahannya?” tanya Karin sambil menggunakan sarung tangan lateksnya.

“Sudah dari satu jam yang lalu Dokter,” jawab perawat dengan cepat.

“Dokter sakit banget Dokter, aku udah ngak tahan,” keluh pasien dengan keringat yang bercucuran sedangkan Karin pun ikut panik. Penyakitnya kambuh, memikirkan harus menyentuh pasien dengan tangannya, membuat Karin membeku.

Tapi kenapa, tadi dia berpelukan dengan dr. Arlan. Karin tidak mempermasalahkan itu.

“Dokter kenapa kau diam? Anakku sudah kesakitan!” Teriak orang tua pasien.

Karin tidak ada pikiran untuk menyentuh organ intim pasien karena Karin sudah mulai gemetar, dia panik, gelisah dan berkeringat hebat. Berulang kali Karin melirik ke perawat dan perawat juga merasa bingung dengan sikap Karin.

Karin mundur selangkah demi selangkah. Karin tidak bisa menutupi rasa paniknya, dia harus menyentuh pasien itu. Memikirkannya saja sudah membuat Karin gila.

“Aku gak bisa,” gumam Karin dalam hati.

“Aku gak sanggup, aku bener-bener gak bisa.” Karin menggigit kuat bibir bawahnya sementara pasien dan keluarganya menunggu Karin melakukan sesuatu.

“Dokter, ayoooo cepat! Sakit dokter, sakit banget. Toloongggg!!!”

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
28 Chapters
บทที่ 1 ท่านหมอเจ้าคะ... ยาดองนี้ต้องป้อนอย่างไร ตอนที่ 1/6
ซูฉิง รู้สึกว่าหัวของเธอกำลังถูกค้อนเหล็กยักษ์ทุบอย่างแรงเหมือนกับกำลังถูกลงทัณฑ์จากสวรรค์ ในโทษฐานที่เธอเคยแอบขโมยสูตรน้ำพริกของคุณย่ามาใส่ในยาลดน้ำหนักตอนสมัยเรียนแพทย์แผนปัจจุบัน... ไม่ใช่สิ มันไม่ได้ปวดหัวธรรมดา แต่มันปวดหัวเพราะ เธอเพิ่งโดนรถพยาบาลชน แล้วทะลุมิติมาอยู่ในร่างของสตรีโบราณ ที่กำลังจะอดตายข้างถนนต่างหากเมื่อเปลือกตาที่หนักอึ้งเปิดออก สิ่งแรกที่ซูฉิงเห็นคือ หลังคาไม้ผุๆ ที่มีแสงแดดลอดลงมาเป็นริ้วๆ และกลิ่นอับของสมุนไพรแห้งที่ไม่ถูกสุขลักษณะนัก เธอลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล พลางสำรวจร่างกายที่เปลี่ยนไป ร่างนี้ผอมบาง มือเล็กเรียว ดูไม่คุ้นเคย“ให้ตายเถอะ... ข้าตายแล้วมาเกิดใหม่ในยุคจีนโบราณอย่างที่พวกนิยายชอบเขียนกันจริงๆ หรือนี่” ซูฉิงพึมพำกับตัวเองขณะที่เธอกำลังพยายามรื้อฟื้นความทรงจำของร่างเดิม (ซึ่งแทบไม่มีอะไรเลยนอกจากชื่อ 'ซูฉิง' และการเป็นลูกสาวพ่อค้าสมุนไพรที่ยากจน) อาการที่คุ้นเคยก็เริ่มกำเริบขึ้นมาตุบ... ตับ... ตุบ…ไม่ใช่เสียงหัวใจเต้น แต่เป็นเสียงของ ความคิดชวนฝัน ที่เพิ่งถูกกระตุ้นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว‘ท่านแม่ทัพ... ทำไมท่านต้องแก้ผ้าคลุมไหล่ให้ข้าตรงนี้ด้
Read more
บทที่ 1 ท่านหมอเจ้าคะ... ยาดองนี้ต้องป้อนอย่างไร ตอนที่ 2/6
ท่านหมอเทวดาอวี้เหยียน‘ท่านหมอ หน้าตาดีอย่างร้ายกาจ ท่านไม่ได้เกิดมาเพื่อรักษาคน แต่เกิดมาเพื่อบำรุงสายตาข้าต่างหาก’ซูฉิงรู้สึกว่าความทะลึ่ ในตัวเธอระเบิดออกมาเป็นพลุ เธอต้องใช้พลังทั้งหมดที่มีในการหักห้ามไม่ให้กรีดร้องชื่นชมออกมา และพยายามตั้งสติเพื่อพูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์เธอเดินเข้าไปหยุดอยู่ข้างโต๊ะตรวจยา รอจนกระทั่งอวี้เหยียนตรวจชีพจรของหญิงชราเสร็จ“ยาย... ท่านต้องหมั่น บำรุงกายใจ และห้าม ออกแรงมากจนเกินควร มิเช่นนั้นอาการจะกำเริบอีก” อวี้เหยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่เย็นชาจนน่าขนลุกหญิงชราก้มตัวขอบคุณแล้วเดินออกไปทันทีเมื่อห้องว่างลง อวี้เหยียนจึงเงยหน้าขึ้นมองซูฉิง ดวงตาเรียวคู่นั้นมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความสงสัยและไม่ไว้วางใจ“สตรีผู้นี้... เจ้ามาหาข้าด้วยธุระอันใด” เสียงของเขาเย็นจนราวกับ มีหิมะร่วงลงมาจากเพดานซูฉิงสูดลมหายใจเข้าปอด ก่อนจะปล่อยวาทะแห่งความทะลึ่งออกไปอย่างหมดเปลือก โดยแสร้งทำเป็นว่า เป็นเรื่องจริงจังที่สุด“ท่านหมอเจ้าคะ ท่านหมอเทวดาอวี้เหยียน ข้า... ข้ามาหาท่านด้วยเรื่อง บำรุงเป็นพิเศษเจ้าค่ะ” ซูฉิงยื่นถุงสมุนไพรแห้งๆ ที่เธอรวบรวมมาไปตรงหน้
Read more
บทที่ 1 ท่านหมอเจ้าคะ... ยาดองนี้ต้องป้อนอย่างไร ตอนที่ 3/6
“ข้ามีวิธีการวิเคราะห์สมุนไพรที่แม่นยำและถึงแก่นมากกว่านั้นเยอะ ข้าสามารถบอกได้ว่าสมุนไพรชนิดไหนมีการออกฤทธิ์ทางชีวภาพอย่างไร และชนิดไหนมีสารพิษตกค้างที่ท่านหมอมองไม่เห็น ”ซูฉิงยื่นหน้าเข้าไปใกล้เขาอีกครั้ง เธอกระซิบราวกับเป็นความลับระดับชาติ“ข้าจะบอกอะไรที่ท่านหมอไม่รู้... ในชาที่คนไข้ของท่านดื่มทุกวัน มีสมุนไพรชนิดหนึ่งที่ถ้าต้มไม่ถูกต้อง มันจะให้ สารไซยาไนด์ในปริมาณที่น้อยมาก ซึ่งจะค่อยๆ ทำลาย ระบบประสาทส่วนกลาง ของคนไข้จนทำให้พวกเขา รู้สึกซึมเศร้าและอ่อนเพลีย ตลอดเวลา ท่านต้องปรับสูตรยาเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ ไม่อย่างนั้น... ท่านหมอเทวดาจะต้องถูกประณามว่าเป็นหมอยาพิษแน่นอน”เพล้งคำพูดสุดท้ายของซูฉิงทำให้อวี้เหยียน ชะงักงัน อย่างสมบูรณ์ เขาใช้ชีวิตทั้งชีวิตเพื่อการแพทย์ และเรื่อง สารพิษตกค้างที่ซูฉิงพูดถึงนั้น... เป็นเรื่องที่เขา ไม่เคยพบในตำราเล่มใดเลย แต่ในทางปฏิบัติ... มันกลับมีเหตุผลอย่างน่ากลัว“สารไซยาไนด์... ระบบประสาทส่วนกลาง...” อวี้เหยียนทวนคำอย่างเหม่อลอย ความเยือกเย็นบนใบหน้าของเขาพังทลายลงไปเกือบหมด เขาไม่สนใจคำพูด ชวนคิดลึกของนางอีกแล้ว สิ่งที่อยู่ในสมองของเขาตอนนี้คือ คว
Read more
บทที่ 1 ท่านหมอเจ้าคะ... ยาดองนี้ต้องป้อนอย่างไร ตอนที่ 4/6
ซูฉิงรับกระดาษมาถือไว้ด้วยท่าทางสำรวม เธอก้มลงอ่านมันอย่างตั้งใจ ราวกับกำลังอ่านตำราสมุนไพรโบราณที่มีค่าที่สุด‘หึ ดูเหมือนท่านหมอเทวดาจะพยายามสร้างเขื่อนกั้นน้ำท่วมจากความทะลึ่งของข้าสินะ’ เธอคิดอย่างสนุกสนานเธออ่านทีละข้อกฎเหล็ก ข้อที่ 1 วาจาสุภาพห้ามใช้ถ้อยคำที่มีความหมายสองแง่สองง่าม ห้ามใช้คำเปรียบเปรยที่ส่อไปในทางลามกอนาจาร และต้องเรียกข้าว่า 'ท่านหมอ' หรือ 'อาจารย์' เท่านั้น“ข้อแรกก็ยากแล้วเจ้าค่ะท่านหมอ” ซูฉิงโอดครวญ “แล้วถ้าข้าเห็นดอกไม้ออกดอกสวยงาม ข้าจะบอกท่านว่ามันเบ่งบานอย่างเร่าร้อนไม่ได้หรือเจ้าคะ”อวี้เหยียนตวาดกลับแทบจะทันที “ไม่ได้ เจ้าต้องบอกว่า มันบานอย่างงดงามเท่านั้น”กฎเหล็ก ข้อที่ 2 รักษาระยะห่างในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่หรือการวิจัยใดๆ ห้ามมิให้ผู้ช่วย สัมผัสร่างกาย ข้าโดยเด็ดขาด ห้ามมีการ โอบกอด จับมือ หรือการแตะต้องที่เกินงามทุกกรณีซูฉิงมองอวี้เหยียนตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่เจ้าเล่ห์เป็นพิเศษ“แต่... ถ้าหากข้าต้องปฐมพยาบาลท่านอย่างเร่งด่วนล่ะเจ้าคะ หรือถ้าท่านเป็นลมล้มพับเพราะถูกข้า บำรุงมากเกินไปล่ะเจ้าคะ ข้าจะแตะตัวท่านไม่ได้จริงๆ หรือ”อวี้เหยีย
Read more
บทที่ 1 ท่านหมอเจ้าคะ... ยาดองนี้ต้องป้อนอย่างไร ตอนที่ 5/6
“ข้าไม่ร้อนรน ข้าไม่ต้องการสมุนไพรดับไฟอะไรของเจ้าทั้งสิ้น และจงตั้งใจปลูกสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อการแพทย์เท่านั้น”“ได้เลยเจ้าค่ะท่านหมอ” ซูฉิงรับคำอย่างว่าง่าย แต่ในใจกลับคิดว่า ‘หึๆ เดี๋ยวข้าจะตั้งชื่อ 'หญ้าดับไฟราคะ' เป็นชื่ออื่นก็ได้ เช่น... 'ต้นบำรุงความเย็นชา' ไง ได้ผลเหมือนกัน’การอยู่ใกล้ชิดกับท่านหมอเทวดาผู้เย็นชา... ช่างเป็น การรักษาที่ดีที่สุดสำหรับโรคปากไวใจทะลึ่งของเธอจริงๆหลังจากที่อวี้เหยียนแสดงพื้นที่ปลูกสมุนไพรให้กับซูฉิงแล้ว เขาก็สั่งงานแรกให้เธอทันที“เจ้าต้องทำการจำแนกและจัดเรียงสมุนไพรที่เพิ่งเข้ามาใหม่ให้เรียบร้อย และที่สำคัญที่สุด... ห้ามส่งเสียงอื้ออึงหรือพูดจาไร้สาระในบริเวณโรงหมอเด็ดขาด” อวี้เหยียนสั่งเสียงเข้มก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวของเขาอย่างรวดเร็ว ราวกับกลัวว่าถ้าอยู่ใกล้ซูฉิงนานกว่านี้ ประสาทของเขาจะพังทลายลงซูฉิงยักไหล่ เธอไม่ได้สนใจคำสั่งห้ามของท่านหมอมากนัก สิ่งที่เธอสนใจตอนนี้คือ กล่องสมุนไพร จำนวนมากที่ถูกกองไว้ในห้องเก็บยาด้านหลังโรงหมอ‘งานจัดเรียงสมุนไพรเหรอ ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากอีก นี่คือโอกาสที่ข้าจะได้เรียนรู้ว่าสมุนไพร
Read more
บทที่ 1 ท่านหมอเจ้าคะ... ยาดองนี้ต้องป้อนอย่างไร ตอนที่ 6/6
ซูฉิงใช้เวลาช่วงบ่ายอย่างมีความสุขกับการปรับปรุงพื้นที่ปลูกสมุนไพรของเธอ ซึ่งบัดนี้ถูกขนานนามในใจว่า “ฟาร์มสมุนไพรหยางอันเร่าร้อน” เธอขุดดิน พลิกหน้าดิน และเตรียมแปลงอย่างพิถีพิถัน สมุนไพรชุดแรกที่เธอปลูกลงไปคือสมุนไพรที่ใช้สำหรับการทดลองรักษาตัวเอง โดยเธอได้เปลี่ยนชื่อให้ดูบริสุทธิ์ตามคำสั่งของอวี้เหยียนแล้ว'หญ้าดับไฟราคะ' ถูกเรียกว่า 'หญ้าสงบจิต''รากเหง้าพยับแดดเย็นใจ' ถูกเรียกว่า 'รากเย็นศิลา'เธอพยายามยับยั้งอาการกำเริบของตัวเองตลอดช่วงบ่าย เมื่อต้องเรียกชื่อสมุนไพรเหล่านี้ เธอต้องสูดหายใจลึกๆ และท่อง กฎเหล็กข้อที่ 1 วาจาสุภาพ ไว้ในใจซ้ำๆ‘หึ ท่านหมอคิดว่ากฎเหล็กจะหยุดข้าได้หรือ ท่านคิดผิดแล้ว นี่เป็นการฝึกการควบคุมตนเองขั้นสูงสุดต่างหาก และเมื่อข้าบรรลุ... ท่านหมอจะต้องตกเป็นเหยื่อข้าแน่นอน’เมื่อแสงอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า อวี้เหยียนเดินออกมาจากห้องทำงานส่วนตัวของเขา เขาสวมชุดผ้าแพรสีน้ำเงินเข้มแสดงให้เห็นว่าเขาเพิ่งจะเสร็จสิ้นภารกิจตรวจคนไข้และงานเอกสารทั้งหมดแล้ว สีหน้าของเขาดูอ่อนล้าและเย็นชาเหมือนเดิม แต่ก็มีความตึงเครียดบางอย่างปรากฏอยู่ซูฉิงแอบมองพระเอกอย่างพิจารณา เธอรู้ว
Read more
บทที่ 2 หญ้าดับไฟราคะ ตอนที่ 1/5
รุ่งอรุณของวันใหม่มาถึงพร้อมกับความตื่นเต้นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างของซูฉิง วันนี้เป็นวันเริ่มต้นโครงการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเธอ—การเปิดฟาร์มสมุนไพรหยางเพื่อปลูกหญ้าดับไฟราคะมารักษาโรคปากไวใจทะลึ่งของตัวเอง และเพื่อให้มีโอกาสอยู่ใกล้ชิดกับท่านหมอเทวดาอวี้เหยียนมากขึ้นซูฉิงมาถึงแปลงดินขนาด 3 วาด้านหลังศาลาสมุนไพรแต่เช้าตรู่ แม้แปลงดินจะถูกล้อมรั้วเตี้ยๆ และอยู่ใกล้ห้องทำงานของอวี้เหยียนจนน่าอึดอัด แต่ซูฉิงกลับมองว่านี่คือทำเลทอง ทำเลดีขนาดนี้ แสงแดดส่องถึง ดินดี ไม่มีใครกล้ามายุ่ง เพราะท่านหมอเทวดาคอยสอดส่อง นี่มันแปลงเกษตรที่เซ็กซี่ที่สุดในใต้หล้าแล้วซูฉิงเริ่มแผนการของเธอทันที เธอเดินกลับไปที่โรงเก็บอุปกรณ์ของโรงหมอ และใช้ความรู้สมัยใหม่มาดัดแปลงเครื่องมือโบราณให้เป็นอุปกรณ์ทำเกษตรสุดล้ำเสียม ถูกซูฉิงเรียกว่า เครื่องมือพิชิตมังกร เพราะใช้สำหรับเจาะและขุดรากลึกจอบเล็ก ถูกเรียกว่า ใบมีดผ่าตัดดิน เพราะใช้สำหรับตัดแบ่งและปรับหน้าดินอย่างละเอียดกระบอกไม้ไผ่ขนาดใหญ่ที่มีรูเล็กๆ ถูกซูฉิงนำมาใช้เป็นเครื่องมือรดน้ำ เธอเรียกมันว่า กระบอกป้อนสารบำรุงหัวใจไม่นานนัก คนงาน 2-3 คนก็ถูกอวี
Read more
บทที่ 2 หญ้าดับไฟราคะ ตอนที่ 2/5
อวี้เหยียนขมวดคิ้ว เขาเดินเข้าไปใกล้แปลงดิน และมองดูต้นกล้าเล็กๆ ที่เพิ่งถูกปลูกลงไป “แล้วหญ้าสงบจิตที่เจ้าพูดถึงคือสมุนไพรชนิดใด ทำไมวิธีการปลูกของเจ้าจึงใช้เครื่องมือที่พิสดารถึงเพียงนี้” อวี้เหยียนถามด้วยน้ำเสียงที่แสดงความไม่ไว้วางใจอย่างถึงที่สุดซูฉิงเห็นท่านหมอเทวดาสนใจ ก็รีบใช้ความรู้ทางการแพทย์สมัยใหม่มาอธิบายความสามารถของตัวเองทันที “หญ้าสงบจิต... มันเป็นสมุนไพรที่ช่วยปรับคลื่นไฟฟ้าในสมองเจ้าค่ะ มันจะช่วยบำบัดอาการเครียดสะสมและคลายปมประสาทที่ถูกกดทับมานาน”“คลื่นไฟฟ้า ปมประสาท เจ้ากำลังใช้ศัพท์อันใด” อวี้เหยียนรู้สึกว่าความรู้ทางการแพทย์ที่เขาสั่งสมมาทั้งชีวิตกำลังถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรงโดยสตรีทะลึ่งผู้นี้ซูฉิงมองดูสีหน้าของเขาแล้วรู้สึกตลกอย่างบอกไม่ถูก นี่แหละคือจุดประสงค์ของเธอ การทำลายกำแพงความรู้ของเขาด้วยคำพูดทะลึ่งที่แฝงไปด้วยความจริงทางวิทยาศาสตร์อวี้เหยียนยืนอยู่ข้างแปลงสมุนไพรด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจและความฉงนสนเท่ห์ เขามองดูต้นกล้าเล็กๆ ของ 'หญ้าสงบจิต' ที่เพิ่งโผล่พ้นดิน และอุปกรณ์ทำสวนที่ถูกตั้งชื่ออย่างน่าอับอาย “คลื่นไฟฟ้า ปมประสาท ซูฉิง เจ้ากำลังพ
Read more
บทที่ 2 หญ้าดับไฟราคะ ตอนที่ 3/5
เธอใช้ศัพท์ใหม่ในการพูดกับคนงานเพื่อไม่ให้ถูกเตือนครั้งที่ 2 “อาฟู่ จงนำน้ำบริสุทธิ์ไปทำละลายสมุนไพรกลุ่มอัลคาลอยด์ชนิดนี้ให้ข้า ข้าต้องการสารสกัดเข้มข้นที่จะช่วยให้จิตวิญญาณของเราเกิดความสมดุล”แม้คำพูดจะดูสุภาพขึ้น แต่ซูฉิงก็ไม่ลืมที่จะแฝงนัยยะตลกๆ ลงไปเสมอหลังจากถูกท่านหมอเทวดาอวี้เหยียนสั่งห้ามเรื่องการพูดถึง 'อวัยวะ' ของพืช ซูฉิงก็ถอนหายใจยาวอย่างเสียดาย แต่เธอก็ไม่ได้หยุดการปั่นป่วน ท่านหมอไม่ได้ห้ามการกระทำหรือการวาดภาพนี่นาอวี้เหยียนมอบหมายภารกิจใหม่ให้ซูฉิง การคัดลอกและทำสำเนาตำราสมุนไพรโบราณที่หายากเล่มหนึ่ง ซึ่งเต็มไปด้วยภาพวาดสมุนไพรที่ซับซ้อน “ตำราเล่มนี้มีภาพประกอบที่ละเอียดอ่อนมาก” อวี้เหยียนกำชับขณะวางตำราลงบนโต๊ะในห้องสมุดเล็กๆ ที่อยู่ติดกับห้องทำงานของเขา “เจ้าต้องคัดลอกรายละเอียดให้ครบถ้วนและแม่นยำที่สุด”“ได้เลยเจ้าค่ะท่านหมอ ข้าถนัดเรื่องการวาดภาพรายละเอียดและสัดส่วนที่ซับซ้อนอยู่แล้ว” ซูฉิงรับคำอย่างกระตือรือร้นงานคัดลอกเริ่มต้นขึ้นอย่างเคร่งเครียด ซูฉิงไม่ได้คัดลอกแค่ภาพวาดสมุนไพรตามตำราเท่านั้น แต่เธอยังเพิ่มภาพประกอบเสริมที่อิงจากความรู้ทางการแพทย์สมัยใหม
Read more
บทที่ 2 หญ้าดับไฟราคะ ตอนที่ 4/5
ซูฉิงทำได้แค่ถอนหายใจและจำใจทำลายภาพวาดที่เธอวาดเสริมไป อวี้เหยียนยืนคุมเธออยู่จนกระทั่งทุกภาพถูกทำลายจนหมดเมื่อความโกรธสงบลง อวี้เหยียนกลับมานั่งครุ่นคิด เขาต้องยอมรับว่าถึงแม้ภาพวาดจะโจ่งแจ้งแต่ความรู้ที่ซูฉิงพูดถึงนั้นแม่นยำและก้าวหน้ากว่าที่เขามีอยู่มากนัก เขายังคงต้องการความสามารถของเธอ “เจ้า... จงคัดลอกสมุนไพรต่อไป แต่... ห้ามวาดภาพประกอบใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับร่างกายมนุษย์อีกเด็ดขาด” อวี้เหยียนสั่งเสียงอ่อนลงซูฉิงยิ้มเธอรู้ว่าท่านหมอเทวดาโกรธ แต่ก็แพ้ความรู้ของเธอเสมอ การได้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาแดงก่ำแบบนี้ มันคือยาบำรุงหัวใจชั้นดีสำหรับเธอหลังจากเหตุการณ์วาดภาพกายวิภาคอันอื้อฉาว อวี้เหยียนพยายามรักษาระยะห่างจากซูฉิงอย่างเคร่งครัด เขามอบหมายงานที่ต้องใช้ความรู้ของเธอผ่านคนกลาง หรือไม่ก็ส่งคำสั่งผ่านประตูห้องทำงานที่ปิดสนิท แต่โชคชะตาไม่เข้าข้างท่านหมอเทวดาวันต่อมา มีคนไข้รายหนึ่งถูกนำตัวมาที่โรงหมอ เขาคือท่านบัณฑิตซุน ชายชราผู้มีชื่อเสียงด้านความเคร่งครัดและจริยธรรม แต่ตอนนี้เขามีอาการวิตกกังวลรุนแรงและอ่อนเพลียเรื้อรัง จนไม่สามารถทำงานได้อวี้เหยียนตรวจชีพจรของบัณฑิตซ
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status