LOGINภายในโรงเตี๊ยม
บรรดาทหารองครักษ์ซึ่งอยู่ในคราบชาวบ้าน ต่างเดินตรงไปยังห้อง พักส่วนพระองค์ของถังเสวียนจงฮ่องเต้ในค่ำคืนนี้ด้วยมีข่าวเร่งด่วนเพื่อกราบทูลให้ทรงทราบ ทันทีที่เหล่าองค์รักษ์มาถึงหน้าประตู หนึ่งในนั้นเอ่ยส่งสัญญาณลับอันเป็นที่รู้กันภายในทันทีหากต้องติดต่อในยามวิกาล “มัจฉาแหวกว่ายทวนน้ำ” ทันทีที่รหัสลับเอ่ยออกไป ภายในห้องพักปรากฏแสงสว่างขึ้นมาโดยพลัน บานประตูเปิดออกพร้อมพระวรกายสูงใหญ่ทรงยืนตรงหน้าประตู “มีข่าวด่วนอะไรมารายงานข้า!” รับสั่งถามออกไปทันที พร้อมหันพระวรกายกลับเข้าไปภายในห้องพักโดยมีร่างของบรรดาทหารองครักษ์ทยอยเข้ามาภายในห้องดังกล่าว “กราบทูลฝ่าบาท เสี่ยวเอ้อร์ของทางโรงเตี๊ยมมาแจ้งข่าวให้ทราบว่า พบศพหยุนซีนอนตายอยู่กลางถนนขณะเดินกลับมาที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้พ่ะย่ะค่ะ” พระขนงเข้มขมวดเข้าหากันทันใดเมื่อทรงได้ยินเช่นนั้น “นางตายแล้วอย่างนั้นรึ! แล้วล่วงรู้สาเหตุการตายหรือเปล่า” รับสั่งถามออกไปทันที “ศพถูกปิ่นปักผมแทงเข้าที่หน้าอกจนมิดเลยพ่ะย่ะค่ะ แต่พระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า แสงสีทองเจิดจ้าสาดไปทั่วทั้งแผ่นดิน เหนือทิวเขาไม่ไกลจากบ้านสกุลเฉินมากนัก ปรากฏอาชาตัวใหญ่สีดำทะมึนวิ่งมาเต็มฝีเท้าพร้อมร่างสูงใหญ่ของบุรุษกำลังบังคับม้าตัวดังกล่าวจนวิ่งมาถึงหน้าบ้านสกุลเฉินก่อนจะอ้อมไปทางด้านข้าง และวิ่งเตลิดไปจนเลยทุ่งดอกเสาเย่าก่อนจะหยุดลงเมื่อถึงต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มีลำต้นขนาดสิบคนโอบ ม้าตัวเขื่องหมุนวนไปมาโดยรอบตามจังหวะของคนที่บังคับอยู่บนหลังม้า และบุรุษคนดังกล่าวก็มิใช่ใครอื่นแต่เป็นถังเสวียนจงฮ่องเต้นั่นเอง ที่เสด็จควบม้ากลับมาที่บ้านสกุลเฉินเพียงลำพังไร้สิ้นองครักษ์ติดตามแม้แต่คนเดียว ทั้งนี้เพื่อมิให้ผู้ใดล่วงรู้ว่าคัมภีร์อมตะแท้จริงแล้วมีลักษณะเป็นเช่นไร และทรงตัดสินพระทัยกลับมาเพื่อจัดการจ้าวเทียนอี้นั่นเอง แม้ว่าจะทรงรับปากลี่เซียนละเว้นชีวิตตามคำร้องขอของนางไปแล้วก็ตาม แต่หากแม้นปล่อยให้อดีตแม่ทัพคู่พระทัยมีชีวิตอยู่ต่อไป ตัวพระองค์เองนั่นแหละที่จะไม่เป็นสุข ฮ่องเต้หนุ่มทอดพระเนตรต้นไม้ดังกล่าวตั้งแต่โคนต้นจนไปถึงสุดปลายยอด ต้องยอมรับว่าต้นสนพันปีนี้ช่างใหญ่โตยิ่งนัก ยามเมื่อได้ทอด พระเนตรในระยะใกล้ชิดเต็
“จนถึงขนาดนี้แล้วยังจะปกปิดข้าอยู่อีกเหรอจ้าวเทียนอี้ จะบอกให้รู้นะว่าสวรรค์เบื้องบนได้ทำให้ข้าได้รู้ได้เห็นทุกสิ่งทุกอย่างของเจ้าจนหมด รู้อะไรไหม... ทำไมข้าจึงล่วงรู้ว่าลี่เซียนยังไม่ตายและมาที่นี่ถูก! นั่นก็เพราะว่าเบื้องบนต้องการให้ข้าล่วงรู้การกระทำชั่วๆ ของเจ้ายังไงล่ะ จึงทำให้ข้าฝันเห็นทุกอย่างเกี่ยวกับที่นี่... รวมไปถึงเห็นเจ้าเก็บคัมภีร์อมตะเอาไว้ในต้นสนพันปีนั่นอีกด้วย!” รับสั่งพร้อมชี้พระดรรชนีไปยังต้นสนยักษ์ที่มองเห็นจากจุดที่กำลังประทับ “ทรงมาที่นี่ได้เพราะความฝันอย่างนั้นเหรอ! เบื้องบนกำหนดผู้ครอบครองคัมภีร์อมตะคนใหม่แล้วหรือนี่ จึงทำให้ฝ่าบาททรงฝันเห็นข้าเก็บคัมภีร์เอาไว้ที่ใด... นี่คือฝันที่มองเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าและต้องการบอกให้รู้ว่าใครคือผู้ครอบครองคัมภีร์อมตะคนต่อไปแทนที่คนเก่าที่ตายลง” เทียนอี้รำพึงอยู่ภายในใจ ดวงตาสีนิลหันกลับไปมองต้นสนพันปีที่ยืนต้นสูงเด่นท่ามกลางหุบเขามองเห็นได้แต่ไกลจากบ้านสกุลเฉิน “สิ่งที่ข้าพูดออกมาทั้งหมดจริงหรือไม่จ้าวเทียนอี้ จงตอบข้ามา!” รับสั่งถามกลับไปทันทีเมื่อทอดพระเนตรขุนพลหนุ่มนั่งนิ่งงัน “เป็น
ท่ามกลางความงุนงงและสงสัยของทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ มีเพียงองค์ฮ่องเต้เท่านั้นที่ทรงยินดีอย่างยิ่งยวดเมื่อพบนางอันเป็นที่รักของพระองค์ ทรงกอดรัดร่างงามแนบแน่นแทบจะกลืนหายเข้าไปภายในพระวรกายก็ว่าได้ “ปะ... ปล่อย... ปล่อยหม่อมฉันก่อนเถิดเพคะ... อย่าทรงกอดรัดเช่นนี้” ลี่เซียนบอกกับพระองค์พร้อมใช้สองแขนกลมกลึงดั่งลำเทียนพยายามดันพระวรกายออกไปจากโฉมงาม “จะผลักไสข้าทำไมในเมื่อข้าเป็นพระสวามีของเจ้านะ” รับสั่งย้ำเตือนโฉมงาม หากแต่ลี่เซียนก็ยังคงพยายามดันร่างงามของนางให้หลุดพ้นจากการกกกอดของพระองค์อยู่ร่ำไป “หม่อมฉันหาใช่พระสนมนางในของฝ่าบาทอีกต่อไปแล้วนะเพคะ สถานภาพพร้อมยศศักดิ์ทุกอย่างที่ทรงประทานให้กับหม่อมฉันหมดสิ้นไปพร้อมกับลมหายใจที่สูญสิ้นไปแล้ว หม่อมฉันฟื้นขึ้นมาพร้อมกับชีวิตใหม่ที่หวนกลับคืนมา อีกทั้งตอนนี้ก็ได้แต่งเข้าสกุลจ้าวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว” คำกล่าวของโฉมงามทำให้เสวียนจงฮ่องเต้ชะงักงันขึ้นมาทันใด “อะไรนะ! เจ้าแต่งเข้าสกุลจ้าวอย่างนั้นเหรอ นี่หมายความว่าเจ้ากับเทียนอี้เข้าพิธีแต่งงานด้วยกันแล้วสิ”
ยามจื่อ อาชาหลากสีมากมายกำลังวิ่งฝ่าความมืดมิดในยามรัตติกาล มุ่งหน้าไปยังทิศตะวันออกนอกเมืองอี้โจว จุดประสงค์เพื่อไปบ้านสกุลเฉิน ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นบ้านอดีตเจ้าเมืองอี้โจวมาก่อนในสมัยจักรพรรดิถังเกาจง และหนึ่งในอาชาที่กำลังวิ่งนำหน้ามุ่งตรงไปบ้านสกุลเฉินคือ จักรพรรดิองค์ปัจจุบันซึ่งเสด็จเพื่อพิสูจน์ความฝันที่ทรงทอดพระเนตรโฉมงามในหัวใจยังมีชีวิตอยู่และที่สำคัญนางพำนักอยู่ในบ้านหลังนี้ เพียงไม่นานอาชามากมายวิ่งมาถึงบ้านหลังใหญ่ท่ามกลางหุบเขาตั้งสูงตระหง่านอยู่ทางเบื้องหลังและมีสายน้ำพาดผ่านไหลเอื่อยๆ อยู่ตลอดเวลา โคมไฟซึ่งจุดเพื่อทำให้นอกบ้านได้รับแสงสว่างมิให้มืดมิดแลดูน่ากลัวในยามวิกาลบ่งบอกได้เป็นอย่างดีเลยว่า ภายในบ้านมีผู้คนอาศัยอยู่อย่างแน่นอน ม้าตัวใหญ่มหึมาสีดำสนิทขลิบสีน้ำตาลตรงแผงขนคอของมัน ก้าวมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตูบ้าน ป้ายสกุลเฉินติดอยู่ตรง หน้าประตูอยู่ในสภาพที่ดีเยี่ยมราวกับว่าได้รับการดูแลเป็นอย่างดีมาโดยตลอด “นี่น่ะเหรอบ้านสกุลเฉิน ช่างตรงกับที่ข้าฝันยิ่งนัก ช่างแม่นยำอะไรเช่นนี้” รับสั่งพึมพำออกมาเบาๆ เมื่
ในขณะเดียวกัน ร่างอวบของพี่เลี้ยงคนซื่อหงลี่อิงกำลังยืนกระหืดกระหอบอยู่ด้านนอกประตูบ้านด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแปลกใจที่เห็นทั้งภายในและภายนอกของบ้านมีแสงสว่างจากโคมไฟปรากฏให้เห็นอยู่ แทนที่จะมืดมิดดั่งที่นางคิดเอาไว้แต่แรก “ทำไมบ้านถึงยังเหมือนมีคนอยู่อีกนะ พ่อบ้านฮุ่ยคังไปแจ้งข่าวให้คุณหนูได้ทราบตามที่ข้าสั่งไว้หรือเปล่ากันเล่ารูปการณ์จึงออกมาเป็นเช่นนี้” ลี่อิงรำพึงออกมาเบาๆ จังหวะเดียวกับบานประตูบ้านถูกเปิดออกอย่างช้าๆ และร่างสันทัดของพ่อบ้านชราก็โผล่ออกมาพอดี “ลี่อิง! เจ้ากลับมาแล้วอย่างนั้นเหรอ” ฮุ่ยคังเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อเห็นพี่เลี้ยงคนซื่อยังอยู่ดีมีสุขไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างใด “นี่เจ้ากลับมาด้วยความปลอดภัยไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ฮูหยินท่านเป็นกังวลใจมาก ไม่ยอมหลบหนีออกจากบ้านตามที่เจ้าสั่งให้ข้าบอกแม้แต่น้อยเลยนะ” ลี่อิงตาเบิกกว้างขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น “อะไรนะ! คุณหนูยังไม่ยอมหนีไปอีกเหรอ แล้วนายท่านล่ะ!... นายท่านกลับมาจากหาสมุนไพรบนยอดเขาหรือยัง” ลี
ภายในโรงเตี๊ยม บรรดาทหารองครักษ์ซึ่งอยู่ในคราบชาวบ้าน ต่างเดินตรงไปยังห้อง พักส่วนพระองค์ของถังเสวียนจงฮ่องเต้ในค่ำคืนนี้ด้วยมีข่าวเร่งด่วนเพื่อกราบทูลให้ทรงทราบ ทันทีที่เหล่าองค์รักษ์มาถึงหน้าประตู หนึ่งในนั้นเอ่ยส่งสัญญาณลับอันเป็นที่รู้กันภายในทันทีหากต้องติดต่อในยามวิกาล “มัจฉาแหวกว่ายทวนน้ำ” ทันทีที่รหัสลับเอ่ยออกไป ภายในห้องพักปรากฏแสงสว่างขึ้นมาโดยพลัน บานประตูเปิดออกพร้อมพระวรกายสูงใหญ่ทรงยืนตรงหน้าประตู “มีข่าวด่วนอะไรมารายงานข้า!” รับสั่งถามออกไปทันที พร้อมหันพระวรกายกลับเข้าไปภายในห้องพักโดยมีร่างของบรรดาทหารองครักษ์ทยอยเข้ามาภายในห้องดังกล่าว “กราบทูลฝ่าบาท เสี่ยวเอ้อร์ของทางโรงเตี๊ยมมาแจ้งข่าวให้ทราบว่า พบศพหยุนซีนอนตายอยู่กลางถนนขณะเดินกลับมาที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้พ่ะย่ะค่ะ” พระขนงเข้มขมวดเข้าหากันทันใดเมื่อทรงได้ยินเช่นนั้น “นางตายแล้วอย่างนั้นรึ! แล้วล่วงรู้สาเหตุการตายหรือเปล่า” รับสั่งถามออกไปทันที “ศพถูกปิ่นปักผมแทงเข้าที่หน้าอกจนมิดเลยพ่ะย่ะค่ะ แต่







