LOGIN“ท่านชายเหมือนคนที่ยืนอยู่บนยอดเขาเหลียงซาน ส่วนข้านั้นเหมือนน้ำค้างที่อยู่บนยอดหญ้า.. มันต่างกันเกินไป” “มีอะไรที่นางมีแล้วเจ้าไม่มี” “นางเป็นคุณหนู รูปร่างหน้าตาก็งามสง่า ดูดีกว่าข้าเป็นไหนๆ” “อย่างนั้นเหรอ” คิ้วเข้มพาดเฉียงย่นเข้าหากันเล็กน้อยขณะมองหน้านาง เพ่งมองใบหน้างามที่ไม่ค่อยกล้าสู้สายตาสักเท่าไหร่ แล้วคลี่ยิ้มกว้างส่งให้เมื่อนางยอมสบตาสู้ “ทำไมข้าไม่รู้สึกแบบที่เจ้าว่าเลย” คำพูดของเขาทำให้เธอเขินจนหน้าร้อนระอุ ถ้าเอาน้ำแข็งมาวางคงละลายเป็นน้ำในพริบตา “สายตาท่านคงจะมีปัญหาอย่างหนัก” “คงจะใช่ หัวใจของข้าก็เช่นกัน” “ไปกินข้าวเถอะเจ้าค่ะ อาหารเย็นหมดแล้ว” ถ้ายังไม่เปลี่ยนเรื่องเธอคงเสียตัวให้เขาแน่
View Moreความประหม่าของเขาทำให้นางหัวเราะก่อนจะทำหน้าตาจริงจัง“อือ ข้ากำลังตั้งใจฟังอยู่”“ข้าไม่ใช่ท่านชายต้าเสิน แต่ข้าเป็น..เป็นองค์รัชทายาทของอาณาจักรลั่วอานที่เจ้าอาศัยอยู่ตอนนี้..” ใจของเขาเต้นแรงราวกับจะปะทุออกมาจากอกเมื่อเห็นนางนิ่งเงียบ แม้แต่สีหน้าก็ไม่แสดงอาการใด ๆ มือที่กุมใบหน้าเขาค่อย ๆ ผละออก “ซูวี่” เขาเรียกนางเสียงแผ่วพอ ๆ กับใจหญิงสาวมองสีหน้าหวาดวิตกของคนรักแล้วค่อย ๆ คลี่ยิ้มกว้างขึ้น มือที่ผละจากหน้าเขาเปลี่ยนเป็นโอบกอดเขา ซบหน้ากับซอกคอแกร่ง“ในที่สุดท่านก็ยอมบอกกับข้าเสียทีนะต้าเสิน”มือใหญ่ที่กอดตอบทันทีในตอนแรกเปลี่ยนเป็นดันร่างบางออกห่าง มองใบหน้ายิ้มละมุนนั้นด้วยความแปลกใจ“เจ้ารู้อยู่แล้วเหรอ.. ตั้งแต่เมื่อไหร่” เขาถามต่อเมื่อนางพยักหน้ารับ“ก่อนหน้าที่จะหนีท่านไปไม่นานนัก ข้าบังเอิญได้ยินแม่นางเถียนเถียนพูดกับท่านตอนยกน้ำชาไปให้ ตอนนั้นข้าตกใจมาก ทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว..” นางเริ่มเล่าเหตุการณ์ในครั้งนั้นให้เขาฟัง ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นหนึ่ง
“เพราะเจ้าคนเดียวข้าถึงบ้าราคะเช่นนี้” เขาตอบนัยน์ตากรุ้มกริ่ม ปลดกางเกงลงไปกองที่ปลายเท้าแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ ดึงคนรักเข้ามาใกล้ หวังจะให้นั่งขึ้นคร่อมบนตักแกร่ง แต่นางกลับคุกเข่าแทรกตัวลงระหว่างขา แล้วเริ่มต้นมอบความสุขให้แก่เขาบ้างมือและปากเล็ก ๆ ของนางทำให้คนตัวใหญ่เช่นเขาถึงกับเกร็งและครางกระเส่า จิกนิ้วกับขอบเก้าอี้แน่นด้วยความเสียวสะท้าน“พอ..พอก่อนยอดรัก..” มือใหญ่ช้อนใต้วงแขนของคนรักแล้วดึงนางขึ้นมาคร่อมตัก “ถ้าเจ้ายังเล่นสนุกแบบนี้ คืนนี้เราคงไม่ได้คุยธุระกันแน่” เขาพูดยิ้ม ๆ พรมจูบลงบนปากเล็ก ๆ ของนางไปด้วย“ท่านต่างหากที่สนุก.. หรือไม่จริง” ถามคนรักเมื่อเขาเม้มปากและหรี่ตามองอย่างคาดโทษคนถูกถามพยักหน้ารับพร้อมกับอาการเม้มปากยิ้ม ลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วจับนางหันหลังให้ เริ่มกระหน่ำความสุขที่ยังค้างคาอยู่ให้จบ“ต้าเสิน”“หือ”“ท่านบอกมีเรื่องจะคุยกับข้า” สุวิมลทวงถามคนรักที่นั่งกินโจ๊กกับผัดผักบุ้งที่เย็นชืด ทั้ง ๆ ที่เธอบอกว่าไม
ห้องทำงานต้าเสินมองคนรักที่ยกถาดอาหารเข้ามากลางดึกด้วยสายตามึนตึง“เพิ่งกลับมาถึงไม่ทันไรก็รีบวิ่งเข้าครัวแล้ว เจ้านี่รักอาหารมากกว่าข้าอีกนะซูวี่”คนถูกต่อว่ายิ้มกว้าง วางถาดอาหารลงบนโต๊ะแล้วเดินไปหาคนรักที่นั่งเขียนอะไรอยู่ กอดคอและหอมแก้มเขาหนึ่งทีอย่างเอาใจ“ข้ารักท่านมากกว่าอาหารนะเจ้าคะ ถึงได้รีบเข้าครัวไปเตรียมอาหารรอบดึกให้ท่านด้วยตัวเอง เพราะหลายวันมานี้ข้าเห็นท่านกินได้น้อย ร่างกายก็ดูซูบลง” เห็นเขาอมยิ้มก็รีบหยอดคำอ้อนอ่อนหวานรอยยิ้มบางเบาค่อย ๆ คลี่กว้างขึ้นจนสุดฝีปาก ดึงร่างระหงที่สวมกอดอยู่ด้านหลังให้มานั่งบนตัก หอมแก้มหลายทีด้วยกัน“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าซูบเพราะกินได้น้อย”“ก็ข้าเห็น”“ข้าก็กินได้เป็นปกติของข้านั่นแหละ อยู่กับเจ้านี่แหละที่ข้ากินมากเกินไป”“แต่ท่านผอมลงจริง ๆ นะ ข้า..ข้ากอดอยู่ทุกคืนข้ารู้สึกได้” เธอตอบอย่างขัดเขินแต่ก็กล้าสู้สายตาด้วย“หึ..” ต้าเสินส่งสายตาหยอกเย้า “ที่ข้าผอมเพราะข้ากินเจ้
“หรือเจ้าจะให้ข้ากลับไปกับจี้เฟิงก่อนล่ะ แล้วเจ้าค่อยตามกลับไปพร้อมกับซูวี่ทีหลัง”เจอคำถามนี้เข้าไปอวี่กงถึงกับพูดไม่ออก นึกโมโหใส่คนตัวใหญ่ที่ยืนนิ่งเหมือนกลายเป็นรูปปั้นหินไปแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะเขา มันก็คงไม่อึดอัดแบบนี้ตู้จี้เฟิงสบตาสู้กับสายตาเอาเรื่องที่เจตนามองมาที่ตนเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดเรื่องในคืนนั้น คิ้วเข้มข้างขวาค่อย ๆ เลิกสูงขึ้น“ถ้าเจ้าไม่อยากไป ข้าไปคนเดียวก็ได้”“พูดแบบนี้อยากจะเอาหน้าคนเดียวเหรอ!”“ก็เจ้าไม่อยากไปเอง”“ไม่ต้องมาพูดให้ดูดีเลยนะ!”“อวี่กง”“พ่ะย่ะ..ขอรับท่านชาย”“จี้เฟิงเขาทำอะไรให้เจ้าไม่พอใจหรือเปล่า” เขาสังหรณ์ใจว่าระหว่างสองคนนี้ต้องมีปัญหาอะไรกันแน่ ๆ แม้ปกติจะเป็นไม้เบื่อไม้เมากันตลอด แต่เขาก็ไม่เคยมีอาการแบบนี้ให้เห็น“ปะ ๆ เปล่านี่ท่านชาย ทำ ๆ ไมถึงถามอย่างนั้นล่ะขอรับ” บุรุษร่างเล็กกว่าใครเพื่อนไม่กล้าสู้สายตาหลักแหลมของผู้เป็นนาย“ถ้าจี้เฟิงแกล้งเจ้า
ตู้จี้เฟิงฝากรอยรักไว้ตามเนื้อตัวนุ่มนิ่มหอมกรุ่นจนพอใจแล้วจึงผละออก มองหน้าแดงซ่านที่มีมือปิดปากเอาไว้.. วันนี้เขาจะทำแค่นี้ก่อน แต่ครั้งหน้าเขาไม่ยอมจบเพียงแค่นี้แน่“ใส่เสื้อผ้าซะ” เขาหันหลังให้เมื่อพูดจบ แต่เห็นอีกฝ่ายยังนอนนิ่งไม่ขยับจึงเหลียวไปมอง “อยากให้ข้าทำต่อใช
“ได้สิ ข้ายอมทำทุกอย่างที่ท่านต้องการ ถ้ามันจะทำให้ท่านหายเหนื่อยและมีความสุข” เธอตอบพร้อมกับคลี่ยิ้มกว้าง ค่อย ๆ ซบหน้ากับอกอุ่น ฟังเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะมั่นคง และเผลอหลับไปไม่รู้ตัว“ข้าต้องการห้องพักสองห้อง.. มีอะไรหรือเปล่า” จี้เฟิงถามเสี่ยวเ
“ทำไมล่ะ เราก็อยู่มาด้วยกันตั้งแต่เจ้าอายุแค่สิบกว่าขวบ” และเขาก็คงบ้าไปแล้วที่ตลอดเวลาไม่เคยเห็นสตรีนางไหนอยู่ในสายตา มองเห็นแต่เพื่อนคนนี้คนเดียวมาตลอด และแน่ชัดมากขึ้นจนรู้ว่าใจตัวเองคิดอะไร ก็ตอนที่บังเอิญได้ยินขันทีสองคนแอบซุบซิบกันในสวนร้างข้างตำหนักเย็น‘เจ้ารู
“แม่นางเถียนเถียนไม่ให้ข้าพูดถึงเรื่องความรักของพระองค์ แล้วทำไมแม่นางถึงพูดเองเล่า” คนที่ไม่จริงใจ บางครั้งก็อาจจะเผลอแสดงธาตุแท้ออกมาแบบไม่รู้ตัว“ข้า..” เถียนเถียนอึกอักเพราะนึกหาข้อแก้ตัวไม่ได้“พระองค์คงมีความสุขที่ได้ใช้งานนางเยี่ยงสาวใช้คนหนึ่ง&r


















reviews