Masukเพล้ง! “นางถึงกลับผนึกพลังเอาไว้!” ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านข้างคุกเข่าลงทันทีด้วยความหวาดกลัว คนที่คุกเข่าก็คือผู้ดูแลตำหนักเทวธรรม และผู้ที่ทำให้เขาจะคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัวก็มีแค่คนเดียว ท่านเทวธรรม! “ท่านเทวธรรมได้โปรดระงับโทสะด้วยขอรับ!” ผู้ดูแลตำหนักเทวธรรมเอ่ยเสียงสั่นกลัว เขาตัวสั่นและเอาแต่ก้มหน้าลง ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้น ท่านเทวธรรมสีหน้าบิดเบี้ยว เขาเดินไปเดินมาที่หน้าที่นั่งของตัวเอง “นางถึงกลับผนึกพลังเพื่อหลบซ่อนจากข้า! ข้าเห็นนางเป็นบุตรสาว แต่นางกลับทำกับข้าเช่นนี้!” พลังอำมหิตสายหนึ่งแผ่ซ่อนออกมาจากตัวท่านเทวธรรม ทันใดนั้น
ณ สนามประลองใต้พิภพ สนามประลองของจ้าวเยว่ฮวาเปลี่ยนอีกแล้ว เมื่อวันก่อนนางยังอยู่ที่สนามประลองขั้นพิภพ แต่มาวันนี้นางอยู่ที่สนามประลองขั้นปรมาจารย์แล้ว คนไร้พลังวิญญาณสู้มาจนถึงระดับนี้ พาให้ทุกคนตะลึงค้าง แม้แต่นอนก็ยังฝันถึงฉากการประลองของจ้าวเยว่ฮวา ใบหน้าที่งดงามของนางเป็นเรื่องรอง ความสามารถและร่างกายที่แข็งแกร่งต่างหากที่เป็นเรื่องใหญ่ ตอนนี้คู่ประลองของจ้าวเยว่ฮวาล้วนรู้จักนางเป็นอย่างดี ชื่อเสียงและการต่อสู้ของนางถูกพวกเขาศึกษามาอย่างลึกซึ้ง ทั้งหมดเพื่อการเอาชนะนางและสยบนางเอาไว้แทบเท้า “ฮ่าๆๆ ข้าศึกษาการต่อสู้ของเจ้ามาหมดแล้ว วันนี้พวกเรามาประลองแบบที่เจ้าไม่เคยประลองดีหรือไม่?” คู่ต่อสู้ของจ้าวเยว่ฮวาในวันนี้เป็นชายวัยกลางคน ดวงตากลิ้งไปมา คาดว่าคงเจ้าเล่ห์ไม่เบา
ป้อมปราการสี่ทิศ ป้อมปราการสี่ทิศเป็นเหมือนเส้นเลือดใหญ่ที่อยู่ในอาณาจักรวิญญาณ ทหารที่ประจำการอยู่ป้อมปราการล้วนแต่มีพลังลึกล้ำ หากใครต้องการก่อความไม่สงบย่อมต้องถูกพวกเขากำจัด แต่ไหนแต่ไรมา มีแต่คนยำเกรงพวกเขา แต่ตอนนี้พวกเขากลับถูกขังอยู่ในคุก และมีคนอื่นเข้ามาประจำการแทนที่ พวกเขาไม่ยินยอม “ไม่ยินยอม? ไม่ยินยอมก็ออกมาสู้กันสิ!” เถียนฉีเอ่ยพร้อมกับทำสีหน้ากวนประสาท คุณชายเจ้าสำราญอย่างเขาหาเรื่องเล่นสนุกได้ทุกวัน และวันนี้ก็เป็นอีกวันที่เขาลงมาที่คุกใต้ป้อมปราการ “เจ้ามันสารเลว!” ทหารที่ในห้องขังด่าเถียนฉีจนไม่มีชิ้นดี เถียนฉียิ้มทั้งยังโค้งคำนับ “ขอบคุณที่ชื่นชม!”&nb
“จูกัง พวกเราเป็นสหายกันมิใช่หรือ?” “ไม่ใช่ พวกเราตัดสัมพันธ์กันแล้ว” “บ้าน่า หมาตัวไหนมันพูดเช่นนั้นกัน!” จูกังมองชายชราตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา “.........” เรื่องหน้าด้านไร้ยางอายนี้ เขาสู้ไม่ไหวจริงๆ อันดับหนึ่งถูมือตัวเอง “เร็วเข้า นางหนูคนนั้นเป็นศิษย์ของใคร? นางสนใจจะรับข้าเป็นอาจารย์ไหม? ข้าเป็นถึงอันดับหนึ่งเชียวนะ ต่อไปนางเดินไปที่ใดคนก็จะนอบน้อมต่อนาง” สนใจรับเขาเป็นอาจารย์ไหม? จูกังทวนคำนี้แล้วรู้สึกแปลกๆ “มิใช่ว่านางจะต้องมาขอกราบเจ้าเป็นอาจารย์หรือ?”&nb
“จวินหลง พวกเขาเคลื่อนไหวแล้ว” ใบหน้างดงามต้องแสงจันทร์ พาให้หญิงสาวที่กำลังยืนอยู่เหมือนเทพธิดาอันไร้มลทิน ลานบ้านมีชายหญิงคู่หนึ่งยืนคู่กัน ความมืดไม่อาจทำให้ความสง่างามของทั้งสองลดลงแต่อย่างใด แต่ทั้งสองกลับงดงามและเปล่งประกายท่ามกลางความมืดแทน และมันก็เป็นเช่นนั้นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แน่นอนว่าอนาคตก็เป็นเช่นนี้! “เช่นนั้นก็ดี ถึงเวลาที่พวกเราจะลงมือแล้วเหมือนกัน” หวางจวินหลงโอบร่างบางเข้ามาในอ้อมแขน “จวินหลง รอข้า” จ้าวเยว่ฮวาหันกลับมาหาคนข้างกาย “ข้าจะต้องเอาชนะอันดับหนึ่งได้แน่นอน” ถึงตอนนั้น สนามประลองใต้พิภพก็จะอยู่ในมือนาง! พวกนา
ณ สนามประลองใต้พิภพ ส่วนลึกของสนามประลองใต้พิภพเป็นสถานที่สำหรับผู้ปกครองสนามประลอง คนที่ปกครองสนามประลองได้ แน่นอนว่าต้องเป็นอันดับหนึ่งที่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจเอาชนะได้ คนที่เป็นอันดับหนึ่งเชี่ยวชาญวิชาต่อสู้เป็นอย่างมาก เขาเป็นชายวัยชราไม่ต่างจากจูกัง ผมของเขามีสีขาวประปราย ใบหน้าดูเหมือนชายวัยชราจิตใจดี แววตากระจ่างใส ไร้ความขุ่นมัวอย่างที่ควรจะเป็น คล้ายกับว่ากลิ่นอายเลือดที่ผ่านมา ไม่มีผลต่อตัวเขาเลย “หื้ม? หญิงไร้พลังวิญญาณหรือ?” ชายชราลูบคางไปมา “จูกังก็ตามติดนางด้วย?” ชายที่รายงานพยักหน้าขึ้นลง “ใช่ขอรับ เป็นท่านจูกัง เทพกระบี่อันดับสามแน่นอน แม้ว่าข้าน้







