Masukจ้าวเยว่ฮวา อัจฉริยะแห่งพิษผู้เก่งกาจ นางตายอย่างปริศนาและรู้ตัวอีกทีก็อยู่ในร่างขององค์หญิงกาลกิณีที่ถูกฆ่าตาย! ทั้งต้องชำระไอแค้น! ทั้งตามหาสาเหตุการตายของตัวเอง! และคิดบัญชีเรียงตัว! ทีละคน!
Lihat lebih banyak“องค์หญิงใหญ่แห่งแคว้นอะไรกัน? สุดท้ายก็แค่นี้!”
“เร็วเข้า รีบเผานางเสีย!”
“เจ้าจะรีบไปทำไมกัน นางตายแล้ว ต่อให้ไม่เผาก็มีค่าเท่ากัน”
“เจ้าอย่าพูดมาก ตรงนี้เป็นสุสานหมื่นวิญญาณเชียวนะ!”
“ฮ่าๆๆ ที่แท้เจ้าก็กลัวนี่เอง”
“เหลวไหล เจ้าไม่กลัวหรืออย่างไร?”
“ได้ๆ ข้าจะเผาเดี๋ยวนี้!”
ชายสองคนในชุดเสื้อเกราะทหารยืนอยู่หน้าศพกองใหญ่ ศพบางศพกำลังเน่าเปลือย ศพบางศพยังคงมีสภาพดี บ่งบอกว่าพึ่งเสียชีวิตลงเมื่อไม่นานมานี้
ทหารคนหนึ่งถือคบเพลิง คนหนึ่งราดน้ำมันลงบนร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังนอนอยู่บนพื้น หน้าอกของหญิงสาวไม่ขยับอีกต่อไป นางไร้ลมหายใจเสียแล้ว
ใบหน้าของหญิงสาวถูกผมอันยุ่งเหยิงปรกคลุมเอาไว้ เนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยขีดขวด เลือดสีแดงสดที่ติดอยู่ตามเสื้อผ้ายังไม่แห้งสนิท
“เร็ว เหม็นจะตายอยู่แล้ว” ทหารที่ราดน้ำมัน มือหนึ่งปิดจมูก มือหนึ่งถือกระบอกน้ำมัน สีหน้ารังเกียจกลิ่นเหม็นและสถานที่แห่งนี้
วูบ!
ลมเย็นๆ พัดเข้ามาปะทะใบหน้าของทหารทั้งสอง ชายที่ถือคบเพลิงยกมือข้างที่ว่างถูแขนอีกข้างด้วยความหนาวอันไร้ที่มา เขาหันซ้ายกันขวาก่อนจะกลืนน้ำลาย
“สมกับเป็นสุสานหมื่นวิญญาณ ขนข้าลุกไปหมดแล้ว”
ทหารที่ถือน้ำมันตบหัวคนที่ถือคบเพลิงเสียงดัง
โป๊ก!
“นายกองกำลังรอเราอยู่ด้านนอก รีบเผา!”
ชายที่ถือคบเพลิงเลิกเล่น เขาลูบหัวที่ถูกตบเบาๆ ก่อนจะโยนคบเพลิงลงบนน้ำมันที่พื้น เปลวไฟสีแดงลุกไหม้ยามค่ำคืนอันเงียบสงัด
พรึ่บ!
แสงสว่างจากเปลวไฟทำให้พวกเขามองเห็นศพทั้งหลายที่ถูกทิ้งที่นี่ชัดเจนกว่าเดิม ทหารทั้งสองเห็นว่าไฟลามไปทั่วจึงได้หันหลังจากไปด้วยอาการขนลุกขนพอง
“เจ้าว่านางเป็นดาวหายนะของแคว้นเราจริงหรือไม่?”
“เดิมทีนางก็ควรตายไปนานแล้ว”
“หรือว่า นางจะฟื้นจากความตาย?”
“เหลวไหล!”
ในขณะที่ทหารทั้งสองกำลังคุยกันและเดินออกไปจากสุสานหมื่นวิญญาณ ด้านหลังของพวกเขาเป็นกองเพลิงสีแดงราวกับเลือดอาบย้อม และไม่นานเปลวเพลิงก็เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล สีน้ำเงิน สีเขียว สีขาว และสุดท้ายเป็นสีดำ
พรึ่บ!
ดวงตาของหญิงสาวที่กำลังอยู่ในกองซากศพลืมขึ้น ดวงตาของนางเป็นสีดำสนิทราวกับรัตติกาลอับแสง ร่างกายผอมบางเริ่มขยับเคลื่อนไหว
ปกติปฏิกิริยาแรกที่มนุษย์ถูกเผาคือวิ่งออกจากกองไฟ แต่หญิงสาวที่กำลังขยับตัวลุกขึ้นกลับไม่ได้รีบร้อนเช่นนั้น นางลุกขึ้นยืนและมองไปยังคนสองคนที่กำลังเดินออกไป
ฟู่!
เปลวไฟสว่างกว่าปกติ แม้ว่ามันจะเป็นสีดำแต่มันกลับให้ความสว่างปนลึกลับ กลิ่นอายอันตรายและน่าขนลุกทำให้ทหารสองคนค่อยๆ หันกลับมา
ร่างหญิงสาวโชกเลือดที่ตนพึ่งจะจุดไฟเผากำลังยืนอยู่ในกองไฟ!
“ผี!”
“วิญญาณร้าย!”
ทหารทั้งสองกรีดร้อง ทั้งสองตั้งท่าจะวิ่งหนีออกไปด้วยความหวาดกลัว แต่ร่างกายกลับถูกพลังบางอย่างควบคุมเอาไว้ ไม่ให้พวกเขามีโอกาสหนี
หญิงสาวค่อยๆ ยิ้ม ตอนนั้นเองแสงจากเปลวไฟรอบๆ ตัวนางก็ทำให้ใบหน้าของนางถูกเปิดเผยครู่หนึ่ง แม้จะสกปรกไปด้วยคราบดิน แต่ความงดงามของนางก็ยังเด่นชัด
“ใช่ ข้าฟื้นจากความตาย”
เสียงอ่อนหวานของหญิงสาวทำให้ทหารทั้งสองน้ำตาไหล ความหวาดกลัวทำให้พวกเขาปัสสาวะและอุจจาระราดกางเกง เลือดสีแดงไหลออกจากดวงตาทั้งสองข้าง
“ย้ากกก!”
เสียงร้องโหยหวนของทหารทั้งสองดังก้องสุสานหมื่นวิญญาณ นกบินว่อน ลมเย็นยะเยือกพัดแรงจนต้นไม้เอนเอียง
คล้ายยินดี!
คล้ายต้อนรับ!
คล้ายพัดพาจุดจบของคนชั่วช้าเข้ามาใกล้!
ด้านหน้าสุสานหมื่นวิญญาณ!
ทหารมากกว่าหนึ่งร้อยนายต่างนั่งพักผ่อน กินอาหาร ดื่มสุราอย่างเพลิดเพลิน นายกองผู้ทำหน้าที่นำทหารมาทำภารกิจสำคัญลุกขึ้นยืน เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยองจากด้านในสุสานหมื่นวิญญาณ
“เกิดอะไรขึ้น?” นายกองมองไปที่ทางเข้าสุสานหมื่นวิญญาณ เขาหันกลับมาชี้ทหารสองสามคนที่นั่งอยู่ใกล้ทางเข้าสุสานมากที่สุด “พวกเจ้าไปดูพวกนั้นหน่อย แค่เผาคนตายคนหนึ่งมันนานถึงเพียงนี้เลยหรือ?”
“หัวหน้า ที่นี่คือสุสานหมื่นวิญญาณนะขอรับ”
“แล้วอย่างไร? จะให้ข้าเข้าไปแทนหรือ?” นายกองสีหน้าดุดัน เอ่ยถามเสียงทรงพลัง
“ไม่กล้าขอรับ พวกข้าจะไปเดี๋ยวนี้ขอรับ”
“เร็วเข้า!”
ทหารสามนายรีบวางน่องไก่และสุราในมือลงอย่างเสียดายแล้ววิ่งถือกระบี่เข้าไปในสุสานหมื่นวิญญาณที่มีแต่ความมืดและเส้นทางเส้นเล็กๆ เท่านั้น
จนเมื่อทั้งสามไปเห็นศพของทหารสองนายที่นอนสิ้นใจอย่างอนาถก็ตกใจจนถอยหลัง รีบชักกระบี่ออกมาและมองไปรอบๆ
ชิ้ง!
“บังอาจ กล้าสังหารทหารของทางการ เจ้าจงออกมาเดี๋ยวนี้!”
พึบพับ!
เปลวไฟสีดำยังคงลุกโหมอย่างต่อเนื่อง เสียงเผาไหม้อันรุนแรงดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทหารสามนายหันไปทางกองไฟพร้อมกัน
พรึ่บ!
เท้าเปลือยเปล่าสีขาวนวลข้างหนึ่งก้าวออกจากกองไฟสีดำ ไม่นานเท้าอีกข้างที่งดงามพอกันก็ก้าวออกมา ทหารทั้งสองมองไล่ขึ้นไปก็พบชุดหญิงสาวที่พวกเขาตามฆ่าอยู่บนร่างผอมบาง
ฟู่!
ใบหน้างดงามปรากฏต่อสายตา!
หญิงสาวยกยิ้ม นางค่อยๆ ยกมือขาวนวลขึ้นเล่นกับเปลวไฟที่กำลังเผาไหม้ ราวกับนางรู้สึกเย็นสบายที่ถูกเปลวไฟเหล่านี้โอบล้อม
“น่าขัน! ข้าเป็นถึงเบญจธาตุหนึ่งในหมื่นปี กลับถูกทหารกระจอกกลุ่มหนึ่งเผา!”
ภายในห้องครัวของเรือลำใหญ่ เงาร่างแบบบางของคนผู้หนึ่งซ่อนอยู่ในเงามืด หลังจากที่เงานี้เฝ้าดูจนทุกคนต่างเข้าห้องและนอนหลับ เวลานี้คือเวลาที่ทุกคนบนเรือกำลังหลับสนิท เงาร่างนั้นค่อยๆ พาตัวเองเข้ามายังต้นเหตุที่ทำให้นางตื่นก่อนเวลา! เมื่อเงาร่างก้าวเท้าออกมาจากเงามืด รูปร่างของเงือกสาวก็ปรากฏออกมา หางที่เดิมทีมีแต่เกล็ดสีเขียวสดใส ทันทีที่ร่างของเงือกก้าวออกมา หางเงือกก็เปลี่ยนเป็นขาสองข้างที่ยาวเรียวสวยทันที สิ่งที่เงือกสาวสวมใส่นั้นไม่เหมือนสิ่งที่คนรู้มา หากความรู้ที่รู้มาก็คือ เงือกมีเปลือกหอยที่หน้าอก ทั้งตัวมีเกล็ดน่ากลัว เมื่อกลายร่างเป็นมนุษย์ก็จะไร้เครื่องนุ่งห่มกาย แต่ภาพตรงหน้านั้นฉีกทุกอย่างที่
จ้าวเยว่ฮวาถูกพากลับห้องตัวเองแบบงงๆ กว่ารู้ตัวว่านางกลับห้องแล้ว ร่างของนางก็นั่งอยู่บนตักของหวางจวินหลงเสียแล้ว ใบหน้าหล่อเหลายิ้มอ่อนโยนให้นาง เขาลูบผมจ้าวเยว่ฮวาด้วยสัมผัสแผ่วเบา คล้ายกับว่า ถ้าลงแรงอีกนิด นางอาจเจ็บได้ จ้าวเยว่ฮวาจับที่บ่าของหวางจวินหลง ใบหน้าของทั้งสองใกล้กันมาก แต่เป็นเพราะจ้าวเยว่ฮวานั่งอยู่บนตักของหวางจวินหลง ใบหน้าของนางจึงอยู่สูงกว่าเล็กน้อย “พวกเขา?” จ้าวเยว่ฮวาเอ่ยเสียงเบา “พวกเขากำลังพัฒนาความสัมพันธ์” หวางจวินหลงตอบเสียงต่ำ น้ำเสียงยังมีความแหบพร่าในตอนท้าย ใบหน้างดงามลอยเด่นอยู่ตรงหน้าเขาจนทำให้เขาเริ่มอดทนไม่ไหว&nb
กว่าที่ฮ่องเต้แคว้นเปยโจวจะรู้ว่าบิดาตนเองกำลังจะไปเป็นอาจารย์ของเด็กน้อยคนหนึ่ง เรื่องนี้ก็ผ่านมาหลายวันแล้ว ณ หน้าประตูเมืองหลวง ฮ่องเต้ที่ไม่ได้พบหน้ากันมาหลายวัน มาบัดนี้ดวงตาทั้งสองข้างคล้ำลง ความเหนื่อยล้าเกาะกุม แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเร่งเดินทางจากวังหลวงเพื่อมาส่งไท่ซ่างหวง ห้ามหรือ? พระองค์ทำไม่ลง! เรื่องการก่อกบฏของน้องชาย ทำให้พระองค์และไท่ซ่างหวงเจ็บปวดหัวใจ แม้ว่าไท่ซ่างหวงจะแสดงออกว่าไม่สนใจ แต่ไหนเลยจะไม่สนใจจริงๆ การไปจากเรื่องราวเหล่านี้คงเป็นเส้นทางที่ไท่ซ่างหวงเลือก ไท่ซ่างหวงพาไปเพียงองครักษ์ข้างกายเพียงคนเดียว ตอนนี้รถม้าของจ้าวเยว่ฮวากำลังจอดอยู่นอกประตูเมืองหลวง เตรียมตัวออกเดินทาง
การแข่งขันของสำนักแพทย์จบลงด้วยเหตุการณ์ร้ายอย่างลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้ มันคือโทษกบฏที่ตัดสินตายถึงเก้าชั่วโคตร แม่ทัพใหญ่เซี่ยอวี้สั่งให้ทหารปิดประตูเมืองหลวงตามคำสั่งของไท่ซ่างหวง ต่อมาฮ่องเต้บัญชาการต่อ การตามหาคนร้ายจึงเข้มข้นขึ้น ผ่านไม่ครึ่งชั่วยาม ทหารที่รับหน้าที่ตามหาอ๋องหนานกงโยวหมิงก็ยังไม่กลับมา “ไป! พวกเราไปจวนท่านอ๋อง!” แม่ทัพใหญ่เซี่ยอวี้ขึ้นชื่อเรื่องความห้าวหาญ เขาไม่สนใจว่าการไปครั้งนี้จะทำให้แคว้นจะต้องสูญเสียท่านอ๋องเพียงคนเดียวไปหรือไม่ เขารู้เพียงว่าเขามีหน้าที่ปกป้องบ้านเมืองและกษัตริย์ แม่ทัพใหญ่นำทหารไปยังจวนอ๋องหนานกงโยวหมิง! 


















Ulasan-ulasan