Share

ตอนที่ 9 แรงจูงใจ

last update Tanggal publikasi: 2026-09-10 13:00:13

ตอนที่ 9 แรงจูงใจ

หว่านหรูรู้ดี ถ้าเธอยังยืนอยู่ที่เดิม ผลลัพธ์ก็จะไม่ต่างจากชาติที่แล้ว ในชาติแรก... เธอเคยเชื่อว่าความอดทนคือคุณธรรม เชื่อว่าการไม่โต้ตอบคือความสูงส่ง เชื่อว่าขอแค่ไม่แย่ง ไม่สู้ ไม่เอาอะไรเกินตัว สุดท้ายทุกอย่างจะเป็นธรรมกับเธอเอง

แต่มันไม่เคยเป็นแบบนั้น เธอเสียลูก เสียตั้งแต่ที่ลูกยังไม่ทันได้เรียกเธอว่า ‘แม่’

ไม่มีใครเชื่อว่าเป็นเธอถูกทำร้าย ไม่มีใครสนใจว่าเธอร้องไห้แทบขาดใจ ทุกคนแค่พูดว่าเธอ ‘ซุ่มซ่าม’ พูดว่าคนฐานะอย่างเธอ ไม่ควรหวังจะให้กำเนิดทายาท

ตอนนั้น... จืออี้ยังยืนอยู่จุดสูงสุด สูงจนมองลงมาเหมือนเธอเป็นแค่ฝุ่น

หว่านหรูจำได้ดี สายตาแบบไหน คำพูดแบบไหน เสียงหัวเราะเบา ๆ ที่ทำเหมือนสงสาร แต่แฝงด้วยความดูถูก และที่เจ็บยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดคือแม้แต่เย่หาน ผู้ชายที่เธอรักและรักเธอ ยังต้องไปดูแลคุณหนูที่เอาแต่ใจ แทนที่จะมาอยู่กับเธอ

เธอรู้ว่าเย่หานทำไปเพื่อตัดปัญหาไม่ให้จืออี้มาเล่นงานคนงานในบ้าน เธอรู้ว่าเขาทำเพื่อเธอและคนอื่น ๆ แต่ก็อดน้อยใจไม่ได้สักที ทำไมคนอย่างพวกเราต้องฝืนใจทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ พอเริ่มแข็งข้อ สิ่งที่ได้คือต้องออกจากบ้านหลังนี้

หลังจากที่เขาออกไป เธอก็ยังทำงานรองรับอารมณ์คุณหนูที่เอาแต่ใจ และจ้องทำร้ายคนในบ้านตลอด แต่ไม่รู้ว่าเป็นบุญหรือกรรม ทำให้เธอไปมีอะไรกับนายท่าน และนายท่านก็ติดใจในความสวยความสาวความสดใหม่ของเธอ เรามีอะไรกันจนเธอตั้งครรภ์ลูกแฝด เธอดีใจมากที่มีลูก เธอชอบเด็ก รักเด็ก เลยดูแลตัวเองเป็นอย่างดี อยู่อย่างเจียมตัว เฝ้าระวังตัวเองอย่างดี แต่เธอก็สู้คนจ้องจะทำร้ายไม่ได้

คุณหนูเป็นคนทำร้ายเธอจนเธอแท้งลูก แต่ไม่มีใครเชื่อเธอ แม้แต่นายท่านก็เอาผิดลูกสาวสุดที่รักไม่ได้ เพราะคุณหนูบอกว่าไม่ได้ทำ หากคิดว่าทำก็เอาหลักฐานมา ซึ่งเธอไม่มีหลักฐาน จนในที่สุดเธอก็เอาผิดใครไม่ได้ ทุกคนต่างบอกว่ามันคืออุบัติเหตุ

หลังจากนั้น เธอก็ไม่สามารถมีลูกได้อีก เธอเริ่มจัดการทุกคนที่ทำร้ายเธอ โดยที่ใช้จุดอ่อนของแต่ละคน และคนที่เล่นงานได้ง่ายที่สุดคือจืออี้ เธอจัดการทุกคนจนได้ขึ้นเป็นนายหญิง แต่ต่อให้มีอำนาจ ต่อให้เย่หานยืนอยู่ข้างกาย บ้านที่ควรจะมีเสียงเด็กก็กลับว่างเปล่า

ความรักที่ควรสมบูรณ์ กลับมีรอยแหว่งที่ไม่มีวันเติมเต็ม

นั่นแหละ... คือความพ่ายแพ้ที่แท้จริงของเธอ เพราะอย่างนั้น ชาตินี้ เธอจะไม่รอ ไม่รอให้ใครเลือก ไม่รอให้ใครสงสาร ไม่รอให้ใครมาปกป้อง เธอจะเป็นคนกำหนดเกมเองตั้งแต่ต้น

ก่อนที่ใครจะกลั่นแกล้ง เธอจะทำให้คนพวกนั้นไม่มีโอกาส ก่อนที่ใครจะเหยียบย่ำ เธอจะยืนในจุดที่ไม่มีใครกล้าเหยียบ ก่อนที่ลูกของเธอจะตกอยู่ในอันตราย เธอจะทำให้ทั้งบ้านนี้รู้ว่า... ใครคือคนที่แตะต้องไม่ได้

เธอยอมรับว่าอิจฉาจืออี้ อิจฉาที่อีกฝ่ายเกิดมาก็มีทุกอย่าง อิจฉาที่ไม่ต้องดิ้นรน อิจฉาที่แม้แต่ผู้ชายของเธอ ยังต้องไปคอยดูแลเอาใจใส่ อิจฉาที่จืออี้ไม่เคยต้องรู้สึกว่าการถูกกลั่นแกล้งมันเป็นอย่างไร ไม่รู้ว่าการถูกเรียกว่าคนไร้ค่าเป็นอย่างไร ไม่รู้ว่าการต้องก้มหน้าเพราะไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะโกรธมันทรมานเพียงใด

เธอไม่ได้อยากเป็นคนใจร้าย เธอแค่ไม่อยากแพ้ อยากมีครอบครัว อยากมีลูกกับเย่หาน และสร้างครอบครัวไปด้วยกัน

ถ้าการกำจัดทุกคนคือหนทางเดียวที่จะไม่ต้องสูญเสียทุกอย่างเหมือนชาติที่แล้ว เธอก็จะเลือกหนทางนั้น ไม่ว่ามันจะสกปรกแค่ไหนก็ตาม

และครั้งนี้... เธอสาบานกับตัวเองแล้วว่า เธอจะไม่มีวันตกเป็นเหยื่อของจืออี้อีกเป็นครั้งที่สอง

จืออี้ยืนอยู่ริมหน้าต่าง ภายในห้องเงียบสงบ แต่เสียงในบ้านกลับดังแทรกขึ้นมาเป็นระยะ เสียงเถียง เสียงโวยวาย เสียงของคนที่พยายามยื้อบางอย่างไว้ไม่ให้หลุดมือ

“มันแปลกไปหมดเลย... ฉันลืมหรือว่าเนื้อเรื่องมันเพี้ยนกันแน่” เธอถอนหายใจเบา ๆ แล้วพึมพำกับตัวเอง

เธอขมวดคิ้ว ความทรงจำในหัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าไม่ทับซ้อนกันอย่างที่ควรจะเป็น

“หรือเป็นเพราะฉันไม่ทำตัวเป็นนางร้าย” คำถามนั้นหลุดออกมา ทั้งที่ยังหาคำตอบไม่ได้

ตามเนื้อเรื่องที่จำได้ หว่านหรูควรจะค่อย ๆ ร้าย ค่อย ๆ แสดงธาตุแท้หลังจากยืนในตำแหน่งที่มั่นคงแล้ว แต่ตอนนี้มันไม่เป็นอย่างนั้น

“หรือฉันจำผิด ลืมอะไรไปงั้นเหรอ” เธอหัวเราะในลำคออย่างคนไม่แน่ใจ

“ดูเหมือนหว่านหรูจะร้ายกาจตั้งแต่แรกเลย ทั้งที่เมื่อก่อน... ไม่ใช่แบบนี้”

เสียงโวยวายจากชั้นล่างดังขึ้นอีกครั้ง เหมือนย้ำว่าความสงบในบ้านหลังนี้แตกสลายไปแล้วจริง ๆ

หลายวันที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ถาโถมเข้ามาไม่หยุด พี่ชายต่างแม่ถูกเล่นงานทีละคน ทีละเรื่อง ธุรกิจถูกเรียกคืน อำนาจถูกดึงกลับ เมียทั้งห้าคนจากที่เคยแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ตอนนี้กลับเงียบงัน เข้าหน้าไม่ติด ไม่มีใครกล้าขยับก่อน

บ้านทั้งหลังเหมือนถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็น เธอกำลังครุ่นคิดเพลิน ๆ อยู่กับความผิดแปลกของโลกใบนี้ ก็มีเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

“คุณหนู... นายท่านเรียกพบค่ะ” คนใช้ยืนอยู่หน้าห้อง สีหน้าเกร็งทุกครั้งที่ต้องเผชิญหน้ากับคุณหนูจืออี้

จืออี้นิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย

คงถึงคิวฉันแล้วสินะ เล่นงานคนอื่นไปแทบหมดแล้ว คงถึงคิวเล่นงานเธอแล้ว เธอก็อยากรู้เหมือนกันว่าจะเล่นงานเธอด้วยเรื่องอะไร

คนใช้พาเธอไปจนถึงหน้าห้องทำงาน ประตูไม้บานใหญ่เปิดแง้มอยู่แล้ว เธอก้าวเข้าไปโดยไม่ต้องรอให้ใครเชิญ และภาพที่เห็นก็ไม่น่าแปลกใจสักเท่าไร

พ่อนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ส่วนหว่านหรูนั่งอยู่ด้านข้าง โซฟาหนังตัวเดิม แต่ท่าทางต่างไปจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง มือหนึ่งวางบนหน้าท้อง แววตานิ่งสงบ ทำราวกับเป็นเจ้าของพื้นที่ตัวจริง

“เรียนจบมานานแล้ว จะลอยไปลอยมาแบบนี้ไม่ได้นะอาอี้” เจิ้นหยวนเงยหน้าขึ้นแล้วพูดกับลูกสาว น้ำเสียงไม่ดุ แต่เหมือนออกคำสั่งว่าหลังจากนี้ต้องทำงาน

“ถึงเวลาที่ต้องทำงาน หรือไม่ก็แต่งงาน พ่อจะหาคนที่ดีให้ แต่งเข้าไปอยู่บ้านสามี จะได้เป็นหลักเป็นแหล่ง” เขาให้ทางเลือกว่าจะแต่งงานหรือทำงาน

“จำเป็นขนาดนั้นเลยเหรอคะ” จืออี้เลิกคิ้วเล็กน้อย

“หรือว่าฉันทำอะไรให้พ่อเดือดร้อนเลยอยากไล่ฉันไปไกล ๆ ” ในเมื่อพูดมาตรง ๆ เธอก็ถามกลับไปตรง ๆ เช่นเดียวกัน

“ตอนนี้ยังไม่มี แต่ก่อนหน้านี้... มีเยอะ” เจิ้นหยวนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบ

“เอาเรื่องเก่ามาพูดอีกแล้ว ฉันคิดว่าสองปีมานี้... ฉันทำตัวดี ไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อนนะคะ” จืออี้หัวเราะออกมาเบา ๆ ไม่ใช่เพราะตลก แต่เพราะรู้สึกว่าไม่น่าเอามาพูด

“อีกอย่างตอนนี้ฉันมีความสุขดีค่ะ ไม่คิดจะแต่งงานอะไรทั้งนั้น พ่อเคยพูดว่า... ถึงฉันไม่แต่งงาน พ่อก็เลี้ยงฉันได้สบาย ไม่รู้ว่าพ่อจำได้ไหม... ”

“ตอนนี้หว่านหรูต้องอยู่ในที่ที่บรรยากาศดี ๆ หมอสั่งว่าห้ามเครียด” พ่อขมวดคิ้ว ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องเหมือนเตรียมไว้แล้ว

“พ่อสั่งห้ามไม่ให้คนนอกเข้ามาในบ้านใหญ่แล้ว พ่อรู้ว่าลูกไม่ชอบหว่านหรูมาตลอด ก็คิดว่าทำเพื่อพ่อ... เพื่อให้น้องที่ยังไม่เกิดได้อยู่สบาย” ตอนนี้ทั้งลูกทั้งเมียคนอื่น ๆ เขาสั่งห้ามมาที่นี่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมาโวยวายอยู่หน้าบ้านแทบทุกวัน

จืออี้หัวเราะอีกครั้ง คราวนี้มุมปากยกขึ้นชัดเจน เธอมองพ่อเหมือนมองคนที่ไม่เข้าใจอะไรเลย

“ถ้ากังวลขนาดนั้น” จืออี้พูดช้า ๆ

“ถ้ากลัวขนาดนั้นก็ย้ายออกไปอยู่ที่อื่นสิ” ไม่ชอบเธอ ก็ออกไปอยู่ที่อื่นสิ ปัญหานี้ไม่ใช่ของเธอเลย ทำไมเธอต้องเป็นคนออกไปด้วย

ปึง! เจิ้นหยวนตบโต๊ะเต็มแรงจนแก้วน้ำสั่น

“เห็นแก่ตัว! ” เจิ้นหยวนตวาด

“ไม่เคยเปลี่ยน เอาแต่ใจเหมือนเดิม! ” เมื่อไรลูกสาวคนนี้จะโตสักที!

“ตั้งแต่นี้ไป ฉันจะไม่ให้เงินเดือนอีก อยากใช้ชีวิตแบบไหนก็รับผิดชอบเอง” เขาหอบหายใจแรง ก่อนจะพูดต่อเหมือนตัดสินใจแล้ว

หว่านหรูที่ยังคงนั่งนิ่ง มีสีหน้าเรียบสงบ แต่แววตาฉายความพอใจ เธอรู้แล้วว่าจะเล่นงานจืออี้ได้อย่างไร แค่เอาลูกใหม่มาเป็นข้ออ้าง และพูดถึงสิ่งที่จืออี้เคยทำกับเธอ เพียงบอกว่ากลัวจืออี้จะทำแบบนั้นอีก เท่านี้สามีของเธอก็ออกหน้าให้แล้ว

“ถ้าพ่อตัดสินใจแล้วและคิดว่ามันดี... ก็ตามนั้นเลยค่ะ” จืออี้ไม่สะทกสะท้อนเลย อย่างที่บอกว่าเธอไม่ทำตัวเป็นนางร้ายเหมือนเดิม แต่ใช่ว่าจะยอมให้คนอื่นมากดขี่หรือทำร้ายได้เช่นกัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฉันกลายเป็นภรรยาพระเอกธงแดง    ตอนพิเศษ 5

    ตอนพิเศษ 5วันตรุษจีนปีนี้ บ้านตระกูลซ่งคึกคักกว่าหลายปีที่ผ่านมา โคมสีแดงแขวนเรียงตามชายคา กลิ่นธูปไหว้บรรพบุรุษลอยปะปนกับกลิ่นอาหารมงคลที่คนครัวเตรียมกันไม่หยุด เสียงหัวเราะของญาติดังเป็นระยะเย่หานจูงมือภรรยาและพาลูก ๆ ทั้งห้าคนก้าวเข้าไปในบ้าน ความสัมพันธ์ของจืออี้กับพ่อยังคงอยู่ในระยะที่ ‘พูดคุยได้ แต่ไม่สนิทใจ’ ทักทายกันตามมารยาท ถามสารทุกข์สุกดิบพอเป็นพิธี ไม่มีคำตำหนิ ไม่มีการรื้อฟื้นอดีต และก็ไม่มีความใกล้ชิดเหมือนก่อนเจิ้นหยวนไม่ได้เข้ามาคลุกคลีกับหลาน ๆ มากนัก เพียงมองอยู่ห่าง ๆ อย่างเงียบ ๆ เขาเห็นแล้วว่าลูกสาวไปได้ดี มีครอบครัวอบอุ่น สามีดูแลดี เด็ก ๆ แข็งแรง ร่าเริงตั้งแต่เรื่องทุกอย่างพังทลายลง เขาก็ไม่เคยมีภรรยาเพิ่มอีก ลูกแฝดชายจากหว่านหรูก็ถูกเลี้ยงดูอยู่อีกบ้านหนึ่งในเขตตระกูลซ่ง ทุกอย่างแยกเป็นสัดส่วน ไม่ปะปนกันอีกสายตาของเขาหยุดอยู่ที่ลูกสาวและหลานทั้งห้าคนที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ใต้ต้นเหมย ริมฝีปากที่เคยตึงเครียดก็คลายลงเป็นรอยยิ้มบาง ๆ‘คุณเห็นไหม... ลูกของเราอยู่ดี มีความสุข หลาน ๆ ก็น่ารักขนาดนี้’ เขา

  • ฉันกลายเป็นภรรยาพระเอกธงแดง    ตอนพิเศษ 4

    ตอนพิเศษ 4อีกฟากหนึ่งของเมือง ภายในค่ายฝึกขนาดใหญ่ที่เย่หานสร้างขึ้นมาเอง พื้นที่กว้างขวางถูกจัดเป็นลานฝึกสัดส่วนไม่ต่างจากค่ายทหารจริง ๆที่นี่ไม่ใช่แค่สำหรับลูกน้องของเขาเท่านั้น แต่รวมถึงกลุ่มหลินเฉิง อดีตคนใต้ดินที่ถูกดึงขึ้นมาฝึกระเบียบ วินัย และทักษะใหม่ ๆเย่หานยืนอยู่ชั้นบนของอาคารฝึก มือสองข้างพาดราวเหล็ก สายตามองลงไปเบื้องล่างอย่างไม่กะพริบ เสียงฝีเท้าเด็ก ๆ วิ่งไปมา เสียงหัวเราะปนกับเสียงครูฝึกตะโกนสั่งเป็นจังหวะคนที่เขามองจริง ๆ ไม่ใช่ลูกน้อง แต่เป็น ‘ลูกของตัวเอง’เย่หานมีลูกห้าคน คู่แรกเป็นฝาแฝดผู้หญิงวัยห้าขวบ คู่ที่สองเป็นฝาแฝดผู้ชายวัยสี่ขวบ และคนสุดท้อง เป็นลูกสาวตัวน้อยวัยสองขวบ ที่ยังพูดไม่ค่อยชัด แต่ก็ชอบร้องตามพวกพี่ ๆเด็กชายฝาแฝดวิ่งกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางอย่างคล่องแคล่ว ราวกับสนามฝึกคือสนามเด็กเล่น สำหรับสองคนนั้น เย่หานไม่ค่อยห่วงเท่าไร เพราะใจรักการเคลื่อนไหวแบบนี้มาตั้งแต่หัดเดิน แต่สายตาของเขากลับล็อกอยู่ที่ร่างจิ๋วอีกคนหนึ่ง ลูกสาวคนเล็กที่กำลังวิ่งเตาะแตะตามพี่ชาย ทั้งที่ขาสั้น ๆ แทบไม่ทัน ล้มก

  • ฉันกลายเป็นภรรยาพระเอกธงแดง    ตอนพิเศษ 3

    ตอนพิเศษ 3อีกฝั่งหนึ่งของเมือง ในตึกสูงที่เป็นสำนักงานใหญ่ของสตูดิโอโปรดักชันชื่อดัง ที่นี่คืออาณาจักรของเว่ยหลงกองถ่ายขนาดใหญ่ทำงานกันวุ่นวาย ทีมกล้อง ทีมไฟ นักแสดง เดินสวนกันไม่ขาดสาย จอขนาดยักษ์ฉายภาพซีนที่เพิ่งถ่ายเสร็จ เสียงผู้กำกับสั่งคิวดังเป็นระยะเว่ยหลงยืนคุยงานด้วยท่าทีสุขุม แต่ข้าง ๆ เขามีเจ้าตัวเล็กสวมชุดเดรสน่ารักสีพาสเทล ผมม้วนเป็นลอนนิด ๆ เหมือนตุ๊กตา ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับ‘เสี่ยวเป้ย’ ลูกสาวของอาอี้กับเย่หาน เจ้าตัวเล็กเป็นแฝดน้องวัยห้าขวบเท่ากับเสี่ยวเป่า ทั้งสองเป็นฝาแฝด แต่บุคลิกต่างกันสุดขั้วถ้าเปรียบเทียบเสี่ยวเป่าคือผู้จัดการไซต์ท่าเรือ เสี่ยวเป้ยก็คือดาราสาวตัวจิ๋วประจำกองถ่าย“ลุงใหญ่ ๆ นักแสดงสวยไหมวันนี้~ ” เสียงหวานใสถามอย่างตื่นเต้น“สวยสิ แต่ไม่สวยเท่าเสี่ยวเป้ยของลุงหรอก” เว่ยหลงยิ้มมุมปากเมื่อได้ยินคำชม เจ้าตัวเล็กก็ยืดอกภูมิใจทันทีพอมาถึงกองถ่ายยังไม่ทันได้ดูซีนอะไรนาน เสี่ยวเป้ยก็เห็นน้าฉิงฉิง เพื่อนสนิทของแม่เดินออกมาจากห้องแต่งตัว ดาราสาวสวยสง่าสวมชุดทำงานสุด

  • ฉันกลายเป็นภรรยาพระเอกธงแดง    ตอนพิเศษ 2

    ตอนพิเศษ 2ท่าเรือเซินเจิ้นมีขนาดใหญ่ทอดตัวยาวจนสุดสายตา เครนเหล็กขนาดมหึมาขยับขึ้นลงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ตู้คอนเทนเนอร์หลากสีเรียงซ้อนกันราวกับกำแพงสูง เสียงเครื่องยนต์เรือสินค้าแล่นเข้าออกไม่ขาดสาย ผสานกับเสียงสั่งงานของคนงานที่ก้องไปทั่วพื้นที่ที่นี่คือหนึ่งในท่าเรือหลักของฝั่งใต้ และเป็นอาณาเขตที่อยู่ภายใต้การบริหารของเว่ยหนาน จากวันที่ต้องเดินออกจากเงาของพ่อ วันนี้อิทธิพลของเขาแทบไม่ต่างจากรุ่นก่อนอีกแล้ว ท่าเรือขนาดใหญ่แห่งนี้คือหัวใจของเส้นทางขนส่งหลายประเทศ เงินทุนหมุนเวียนมหาศาล เครือข่ายคนของเขาครอบคลุมตั้งแต่แรงงานยันผู้มีอำนาจและที่สำคัญ... อาอี้ น้องสาวของเขา คือหุ้นส่วนใหญ่ของโครงการนี้ ครั้งหนึ่งอาอี้เคยพูดว่าจะขายท่าเรือทั้งหมดให้เขา แต่เขาไม่ยอม เขาไม่คิดเอาเปรียบน้องสาว เพราะเงินก้อนแรกที่ลงไปคือของอาอี้ทั้งหมดสุดท้ายจึงตัดสินใจให้รวมหุ้น โดยให้อาอี้รับเงินปันผลยาว ๆ ต่อให้ไม่ต้องมาทำงานก็ยังมีรายได้ตลอดชีวิต เว่ยหนานยืนกอดอกมองเรือสินค้าลำใหญ่ค่อย ๆ เทียบท่า ความภูมิใจเอ่อล้น ก่อนจะสะดุ้งอย่างสุดแรง“ลุงรอง! เรื

  • ฉันกลายเป็นภรรยาพระเอกธงแดง    ตอนพิเศษ 1

    ตอนพิเศษ 1โลกปัจจุบันเมืองใหญ่เต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้า แผ่นกระจกนับพันสะท้อนแสงอาทิตย์จนวาววับ รถยนต์แล่นขวักไขว่ไม่ขาดสาย เสียงของผู้คนผสานกับเสียงจากจอโฆษณาขนาดใหญ่ที่ฉายภาพสีสันสดใสอยู่ตามอาคาร เมืองทั้งเมืองเต็มไปด้วยความเร่งรีบและความทันสมัยภายในอะพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง มีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งเอนกายอยู่บนโซฟาริมกระจกบานใหญ่ แสงแดดยามบ่ายส่องลงตรงปกหนังสือในมือเธอจนเป็นประกายบนปกเขียนชัดเจนว่า ‘ฉบับรีไรต์ทั้งเรื่อง’ ซึ่งเป็นนิยายนามปากกาเดียวกันกับที่เคยสร้างกระแสเมื่อหลายปีก่อน แต่ครั้งนี้มันถูกเขียนขึ้นใหม่ทั้งหมด ละเอียดขึ้น ลึกซึ้งขึ้น และอบอุ่นจนคนอ่านวางไม่ลง‘จืออี้’ พลิกหน้าสุดท้ายอย่างช้า ๆ นิ้วเรียวเริ่มสั่นขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะหลับตาลงเมื่ออ่านจบประโยคสุดท้าย หัวใจของเธอเหมือนถูกเติมเต็มอย่างสมบูรณ์ เธอค่อย ๆ ปิดหนังสือลงแล้วยกขึ้นมาวางแนบอก ริมฝีปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มกว้างโดยไม่รู้ตัวเธอดีใจ... ดีใจจนน้ำตาเอ่อคลอที่นิยายจบแบบนี้ เวอร์ชันนี้ไม่ใช่แค่ขายดี แต่มันดังถล่มทลายยิ่งกว่าเล่มแรกหลายเท่า ม

  • ฉันกลายเป็นภรรยาพระเอกธงแดง    ตอนที่ 43 บทส่งท้าย

    ตอนที่ 43 บทส่งท้ายหลังจากทุกอย่างคลี่คลาย คนผิดได้รับผลของการกระทำอย่างสาสม ชีวิตที่เคยเต็มไปด้วยเงามืดก็ค่อย ๆ กลับมาสว่างอีกครั้ง จืออี้กับเย่หานตัดสินใจเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกันอย่างเป็นทางการงานช่วงเช้าถูกจัดแบบดั้งเดิมอย่างงดงาม ผ้าแดงผูกประดับตามเสา โคมไฟสีแดงแกว่งไกวตามสายลม เสียงดนตรีในพิธีดังคลอเบา ๆ สร้างบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยความยินดีจืออี้สวมชุดเจ้าสาวแบบโบราณ ดูสง่างามจนคนทั้งงานจ้องมองตาไม่กะพริบ เย่หานยืนข้างเธอ สวมชุดพิธีการเต็มยศ สายตามองเธอตลอดเหมือนกลัวว่าคนตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพในความฝันเท่านั้นทั้งคู่คำนับฟ้า คำนับดิน คำนับผู้ใหญ่ ก่อนจะหันมามองกันและกันด้วยรอยยิ้มที่ไม่ต้องมีคำพูดใด ทั้งสองก็เข้าใจความหมายเป็นอย่างดีปู่ของเย่หานนั่งอยู่แถวหน้า ท่านยังแข็งแรงหลังตรงเป๊ะ ใบหน้าแดงระเรื่อด้วยความปลื้มปริ่ม หัวเราะชอบใจทุกขั้นตอนของพิธี“ดี ๆ ๆ หลานปู่ได้เมียเสียที! ” เสียงหัวเราะของปู่ทำให้แขกทั้งงานหัวเราะตาม บรรยากาศยิ่งคึกคักขึ้นไปอีกหลังเสร็จพิธี ทั้งคู่ก็จดทะเบียนสมรสทันที ลายเซ็นสองชื่อเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status