Masukตอนพิเศษ 5
วันตรุษจีนปีนี้ บ้านตระกูลซ่งคึกคักกว่าหลายปีที่ผ่านมา โคมสีแด
ตอนพิเศษ 5วันตรุษจีนปีนี้ บ้านตระกูลซ่งคึกคักกว่าหลายปีที่ผ่านมา โคมสีแดงแขวนเรียงตามชายคา กลิ่นธูปไหว้บรรพบุรุษลอยปะปนกับกลิ่นอาหารมงคลที่คนครัวเตรียมกันไม่หยุด เสียงหัวเราะของญาติดังเป็นระยะเย่หานจูงมือภรรยาและพาลูก ๆ ทั้งห้าคนก้าวเข้าไปในบ้าน ความสัมพันธ์ของจืออี้กับพ่อยังคงอยู่ในระยะที่ ‘พูดคุยได้ แต่ไม่สนิทใจ’ ทักทายกันตามมารยาท ถามสารทุกข์สุกดิบพอเป็นพิธี ไม่มีคำตำหนิ ไม่มีการรื้อฟื้นอดีต และก็ไม่มีความใกล้ชิดเหมือนก่อนเจิ้นหยวนไม่ได้เข้ามาคลุกคลีกับหลาน ๆ มากนัก เพียงมองอยู่ห่าง ๆ อย่างเงียบ ๆ เขาเห็นแล้วว่าลูกสาวไปได้ดี มีครอบครัวอบอุ่น สามีดูแลดี เด็ก ๆ แข็งแรง ร่าเริงตั้งแต่เรื่องทุกอย่างพังทลายลง เขาก็ไม่เคยมีภรรยาเพิ่มอีก ลูกแฝดชายจากหว่านหรูก็ถูกเลี้ยงดูอยู่อีกบ้านหนึ่งในเขตตระกูลซ่ง ทุกอย่างแยกเป็นสัดส่วน ไม่ปะปนกันอีกสายตาของเขาหยุดอยู่ที่ลูกสาวและหลานทั้งห้าคนที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ใต้ต้นเหมย ริมฝีปากที่เคยตึงเครียดก็คลายลงเป็นรอยยิ้มบาง ๆ‘คุณเห็นไหม... ลูกของเราอยู่ดี มีความสุข หลาน ๆ ก็น่ารักขนาดนี้’ เขา
ตอนพิเศษ 4อีกฟากหนึ่งของเมือง ภายในค่ายฝึกขนาดใหญ่ที่เย่หานสร้างขึ้นมาเอง พื้นที่กว้างขวางถูกจัดเป็นลานฝึกสัดส่วนไม่ต่างจากค่ายทหารจริง ๆที่นี่ไม่ใช่แค่สำหรับลูกน้องของเขาเท่านั้น แต่รวมถึงกลุ่มหลินเฉิง อดีตคนใต้ดินที่ถูกดึงขึ้นมาฝึกระเบียบ วินัย และทักษะใหม่ ๆเย่หานยืนอยู่ชั้นบนของอาคารฝึก มือสองข้างพาดราวเหล็ก สายตามองลงไปเบื้องล่างอย่างไม่กะพริบ เสียงฝีเท้าเด็ก ๆ วิ่งไปมา เสียงหัวเราะปนกับเสียงครูฝึกตะโกนสั่งเป็นจังหวะคนที่เขามองจริง ๆ ไม่ใช่ลูกน้อง แต่เป็น ‘ลูกของตัวเอง’เย่หานมีลูกห้าคน คู่แรกเป็นฝาแฝดผู้หญิงวัยห้าขวบ คู่ที่สองเป็นฝาแฝดผู้ชายวัยสี่ขวบ และคนสุดท้อง เป็นลูกสาวตัวน้อยวัยสองขวบ ที่ยังพูดไม่ค่อยชัด แต่ก็ชอบร้องตามพวกพี่ ๆเด็กชายฝาแฝดวิ่งกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางอย่างคล่องแคล่ว ราวกับสนามฝึกคือสนามเด็กเล่น สำหรับสองคนนั้น เย่หานไม่ค่อยห่วงเท่าไร เพราะใจรักการเคลื่อนไหวแบบนี้มาตั้งแต่หัดเดิน แต่สายตาของเขากลับล็อกอยู่ที่ร่างจิ๋วอีกคนหนึ่ง ลูกสาวคนเล็กที่กำลังวิ่งเตาะแตะตามพี่ชาย ทั้งที่ขาสั้น ๆ แทบไม่ทัน ล้มก
ตอนพิเศษ 3อีกฝั่งหนึ่งของเมือง ในตึกสูงที่เป็นสำนักงานใหญ่ของสตูดิโอโปรดักชันชื่อดัง ที่นี่คืออาณาจักรของเว่ยหลงกองถ่ายขนาดใหญ่ทำงานกันวุ่นวาย ทีมกล้อง ทีมไฟ นักแสดง เดินสวนกันไม่ขาดสาย จอขนาดยักษ์ฉายภาพซีนที่เพิ่งถ่ายเสร็จ เสียงผู้กำกับสั่งคิวดังเป็นระยะเว่ยหลงยืนคุยงานด้วยท่าทีสุขุม แต่ข้าง ๆ เขามีเจ้าตัวเล็กสวมชุดเดรสน่ารักสีพาสเทล ผมม้วนเป็นลอนนิด ๆ เหมือนตุ๊กตา ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับ‘เสี่ยวเป้ย’ ลูกสาวของอาอี้กับเย่หาน เจ้าตัวเล็กเป็นแฝดน้องวัยห้าขวบเท่ากับเสี่ยวเป่า ทั้งสองเป็นฝาแฝด แต่บุคลิกต่างกันสุดขั้วถ้าเปรียบเทียบเสี่ยวเป่าคือผู้จัดการไซต์ท่าเรือ เสี่ยวเป้ยก็คือดาราสาวตัวจิ๋วประจำกองถ่าย“ลุงใหญ่ ๆ นักแสดงสวยไหมวันนี้~ ” เสียงหวานใสถามอย่างตื่นเต้น“สวยสิ แต่ไม่สวยเท่าเสี่ยวเป้ยของลุงหรอก” เว่ยหลงยิ้มมุมปากเมื่อได้ยินคำชม เจ้าตัวเล็กก็ยืดอกภูมิใจทันทีพอมาถึงกองถ่ายยังไม่ทันได้ดูซีนอะไรนาน เสี่ยวเป้ยก็เห็นน้าฉิงฉิง เพื่อนสนิทของแม่เดินออกมาจากห้องแต่งตัว ดาราสาวสวยสง่าสวมชุดทำงานสุด
ตอนพิเศษ 2ท่าเรือเซินเจิ้นมีขนาดใหญ่ทอดตัวยาวจนสุดสายตา เครนเหล็กขนาดมหึมาขยับขึ้นลงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ตู้คอนเทนเนอร์หลากสีเรียงซ้อนกันราวกับกำแพงสูง เสียงเครื่องยนต์เรือสินค้าแล่นเข้าออกไม่ขาดสาย ผสานกับเสียงสั่งงานของคนงานที่ก้องไปทั่วพื้นที่ที่นี่คือหนึ่งในท่าเรือหลักของฝั่งใต้ และเป็นอาณาเขตที่อยู่ภายใต้การบริหารของเว่ยหนาน จากวันที่ต้องเดินออกจากเงาของพ่อ วันนี้อิทธิพลของเขาแทบไม่ต่างจากรุ่นก่อนอีกแล้ว ท่าเรือขนาดใหญ่แห่งนี้คือหัวใจของเส้นทางขนส่งหลายประเทศ เงินทุนหมุนเวียนมหาศาล เครือข่ายคนของเขาครอบคลุมตั้งแต่แรงงานยันผู้มีอำนาจและที่สำคัญ... อาอี้ น้องสาวของเขา คือหุ้นส่วนใหญ่ของโครงการนี้ ครั้งหนึ่งอาอี้เคยพูดว่าจะขายท่าเรือทั้งหมดให้เขา แต่เขาไม่ยอม เขาไม่คิดเอาเปรียบน้องสาว เพราะเงินก้อนแรกที่ลงไปคือของอาอี้ทั้งหมดสุดท้ายจึงตัดสินใจให้รวมหุ้น โดยให้อาอี้รับเงินปันผลยาว ๆ ต่อให้ไม่ต้องมาทำงานก็ยังมีรายได้ตลอดชีวิต เว่ยหนานยืนกอดอกมองเรือสินค้าลำใหญ่ค่อย ๆ เทียบท่า ความภูมิใจเอ่อล้น ก่อนจะสะดุ้งอย่างสุดแรง“ลุงรอง! เรื
ตอนพิเศษ 1โลกปัจจุบันเมืองใหญ่เต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้า แผ่นกระจกนับพันสะท้อนแสงอาทิตย์จนวาววับ รถยนต์แล่นขวักไขว่ไม่ขาดสาย เสียงของผู้คนผสานกับเสียงจากจอโฆษณาขนาดใหญ่ที่ฉายภาพสีสันสดใสอยู่ตามอาคาร เมืองทั้งเมืองเต็มไปด้วยความเร่งรีบและความทันสมัยภายในอะพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง มีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งเอนกายอยู่บนโซฟาริมกระจกบานใหญ่ แสงแดดยามบ่ายส่องลงตรงปกหนังสือในมือเธอจนเป็นประกายบนปกเขียนชัดเจนว่า ‘ฉบับรีไรต์ทั้งเรื่อง’ ซึ่งเป็นนิยายนามปากกาเดียวกันกับที่เคยสร้างกระแสเมื่อหลายปีก่อน แต่ครั้งนี้มันถูกเขียนขึ้นใหม่ทั้งหมด ละเอียดขึ้น ลึกซึ้งขึ้น และอบอุ่นจนคนอ่านวางไม่ลง‘จืออี้’ พลิกหน้าสุดท้ายอย่างช้า ๆ นิ้วเรียวเริ่มสั่นขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะหลับตาลงเมื่ออ่านจบประโยคสุดท้าย หัวใจของเธอเหมือนถูกเติมเต็มอย่างสมบูรณ์ เธอค่อย ๆ ปิดหนังสือลงแล้วยกขึ้นมาวางแนบอก ริมฝีปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มกว้างโดยไม่รู้ตัวเธอดีใจ... ดีใจจนน้ำตาเอ่อคลอที่นิยายจบแบบนี้ เวอร์ชันนี้ไม่ใช่แค่ขายดี แต่มันดังถล่มทลายยิ่งกว่าเล่มแรกหลายเท่า ม
ตอนที่ 43 บทส่งท้ายหลังจากทุกอย่างคลี่คลาย คนผิดได้รับผลของการกระทำอย่างสาสม ชีวิตที่เคยเต็มไปด้วยเงามืดก็ค่อย ๆ กลับมาสว่างอีกครั้ง จืออี้กับเย่หานตัดสินใจเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกันอย่างเป็นทางการงานช่วงเช้าถูกจัดแบบดั้งเดิมอย่างงดงาม ผ้าแดงผูกประดับตามเสา โคมไฟสีแดงแกว่งไกวตามสายลม เสียงดนตรีในพิธีดังคลอเบา ๆ สร้างบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยความยินดีจืออี้สวมชุดเจ้าสาวแบบโบราณ ดูสง่างามจนคนทั้งงานจ้องมองตาไม่กะพริบ เย่หานยืนข้างเธอ สวมชุดพิธีการเต็มยศ สายตามองเธอตลอดเหมือนกลัวว่าคนตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพในความฝันเท่านั้นทั้งคู่คำนับฟ้า คำนับดิน คำนับผู้ใหญ่ ก่อนจะหันมามองกันและกันด้วยรอยยิ้มที่ไม่ต้องมีคำพูดใด ทั้งสองก็เข้าใจความหมายเป็นอย่างดีปู่ของเย่หานนั่งอยู่แถวหน้า ท่านยังแข็งแรงหลังตรงเป๊ะ ใบหน้าแดงระเรื่อด้วยความปลื้มปริ่ม หัวเราะชอบใจทุกขั้นตอนของพิธี“ดี ๆ ๆ หลานปู่ได้เมียเสียที! ” เสียงหัวเราะของปู่ทำให้แขกทั้งงานหัวเราะตาม บรรยากาศยิ่งคึกคักขึ้นไปอีกหลังเสร็จพิธี ทั้งคู่ก็จดทะเบียนสมรสทันที ลายเซ็นสองชื่อเ







