Share

ตอนที่ 8 มีปากเสียง

last update publish date: 2026-09-09 13:01:20

ตอนที่ 8 มีปากเสียง

เว่ยหลงพาน้องสาวเดินออกห่างจากบ้านใหญ่ จนมั่นใจว่าบริเวณนี้ไม่มีใครอยู่ เขาจึงหยุดเดิน ก่อนจะถอนหายใจออกมายาว ๆ เพื่อระบายความเครียด

“อย่าเดินตามเกมของหว่านหรู” เว่ยหลงเอ่ยขึ้นเสียงต่ำ บ่งบอกว่าเขากำลังจริงจังกับสิ่งที่พูด

จืออี้เงยหน้ามองพี่ชาย เธอไม่ค่อยได้คุยกับพี่ชายคนนี้นัก ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แทบไม่มีบทสนทนาจริงจังระหว่างกัน นอกจากภาพเดียวที่ติดอยู่ในหัวคือตอนเธอส่ายหน้าเตือนเขาที่โต๊ะอาหาร ในวันที่พ่อประกาศว่ามีเมียอีกคน

“ทุกคนโดนเล่นงานหมดแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือหว่านหรูหรือเปล่า แต่คนที่ลงมือจริง ๆ คือพ่อ” เว่ยหลงถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะพูดต่อ

“ตอนนี้พ่อไม่ให้ใครเข้าเจอเลย ขอพบก็ไม่ให้พบ” เขาหยุดเล็กน้อย เหมือนกำลังเลือกคำพูดให้ถูกต้อง

จืออี้ไม่ได้แทรก ไม่ถาม ไม่แสดงสีหน้าใด ๆ เพียงยืนฟังเงียบ ๆ และคิดตาม เพราะเพิ่งผ่านมาไม่กี่วันหลังจากที่พ่อประกาศว่าหว่านหรูคือเมียอีกคน แต่ก็ดูเหมือนภายในบ้านจะมีเรื่องเกิดขึ้นมากมายแล้ว

“ระวังตัวไว้บ้าง ยิ่งอยู่บ้านเดียวกัน ยิ่งต้องระวัง” เว่ยหลงจ้องหน้าน้องสาวอย่างจริงจัง ปกติแล้วเขาไม่ค่อยชอบพูดคุยอะไรกับใครมากนัก แต่ดูเหมือนว่าหากไม่พูด ก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะรู้ตัวไหมว่าตัวเองกำลังจะเดือดร้อน

“พี่ใหญ่ก็ควรระวังตัวเหมือนกัน” จืออี้พยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะเอ่ยตอบ

คำเรียกนั้นทำให้เว่ยหลงชะงัก

“คนที่มีโอกาสสืบทอดท่าเรือมากที่สุดคือพี่ใหญ่ หว่านหรูไม่มีทางปล่อยไว้นานหรอก” คนไหนเก่ง มีแนวโน้มว่าอาจเป็นผู้สืบทอด หว่านหรูจะกำจัดตั้งแต่ต้น

เว่ยหลงยังคงนิ่งอึ้ง ปกติน้องสาวไม่เคยเรียกเขาว่าพี่ใหญ่ ตั้งแต่เด็กก็เรียกแค่ชื่อ และไม่เคยมองเขาในฐานะพี่ชายด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้... เธอเรียกเขาว่าพี่ใหญ่ และยังเตือนเขาอีก

เขาอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง ทว่าไม่ทันได้เปล่งเสียงใดออกมา ทำได้เพียงยืนมองเธอเงียบ ๆ อย่างคนที่เพิ่งรู้ตัวว่า น้องสาวที่เคยเอาแต่ใจคนนี้ อาจมองเห็นอะไรไกลกว่าทุกคนในบ้านนี้ก็ได้

เว่ยหลงจ้องหน้าน้องสาวอยู่นาน ราวกับยังไม่ปักใจเชื่อในสิ่งที่ได้ยินจากปากเธอเมื่อครู่ ทว่าก่อนจะทันได้เอ่ยอะไร เสียงโวยวายจากหน้าบ้านก็ดังแทรกเข้ามาเสียก่อน น้ำเสียงนั้นแข็งกร้าวปนความโมโห แค่ได้ยินก็รู้ว่าคนที่พูดนั้นกำลังมีท่าทางอย่างไร

สองพี่น้องสบตากันเพียงชั่วครู่ ก่อนจะพากันเดินออกไปดู

บริเวณหน้าบ้านวุ่นวายกว่าที่คิด ซ่งเว่ยหนานยืนชี้หน้าผู้เป็นพ่ออย่างไม่เกรงกลัว สีหน้าแดงก่ำ ดวงตาเต็มไปด้วยไฟโทสะ

เว่ยหนานเป็นลูกชายของภรรยาคนที่สาม เขาเป็นคนอารมณ์ร้อนมาแต่ไหนแต่ไร พูดจาตรงไปตรงมา โผงผาง และครั้งนี้ดูเหมือนความอดทนทั้งหมดจะหมดลงจริง ๆ

“พ่อหลงผู้หญิงจนไม่ลืมตาแล้วหรืออย่างไร! ” เว่ยหนานตวาดเสียงดัง

“งานที่ท่าเรือแค่ผิดพลาดรอบเดียว ก็จะเอามาเป็นข้ออ้างไล่ผมออก”

“แกยังมีหน้ามาพูดอีกเหรอ แกปล่อยให้เรือบรรทุกเครื่องจักรจากฝั่งตะวันออกค้างอยู่กลางอ่าวทั้งคืน แกคิดว่าค่าปรับมันเล็กน้อยนักเหรอ! ” เจิ้นหยวนหรี่ตามองลูกชายด้วยสีหน้าแข็งกร้าว

“เรื่องแค่นั้น พ่อเองก็เคยทำพลาดมาแล้วไม่ใช่เหรอ ตอนนั้นไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลย” เว่ยหนานหัวเราะเยาะอย่างไม่เกรงใจ เขาหันไปมองเมียเด็กของพ่อ แววตาเต็มไปด้วยความดูแคลน

“แค่เมียเด็กพูดไม่กี่คำ พ่อก็เชื่อหมด งานมันพลาดกันได้ทั้งนั้น แต่คนในบ้านที่คิดชูคอ... ”

เพียะ! เสียงฝ่ามือฟาดลงบนแก้มดังสนั่น

เว่ยหนานชะงัก ศีรษะเอียงไปด้านข้างตามแรงตบของผู้เป็นพ่อ เขายังไม่ทันพูดจนจบประโยคก็ถูกพ่อตบเสียก่อน!

“ถ้าแกกล้าพูดถึงเธอแบบนั้นอีกแค่คำเดียว แกได้เจอดีแน่! ” เจิ้นหยวนชี้หน้าลูกชายด้วยสายตาเดือดจัด เขารู้ว่าลูกชายจะพูดอะไร เลยต้องหยุดไว้ก่อน

“นี่พ่อตบผมเพราะนังผู้หญิงคนนั้นน่ะเหรอ แก่ขนาดนี้ เด็กมันจะเอาจริง ๆ เหรอ พ่อเชื่อเหรอว่ามันรักพ่อจริง ไม่ใช่รักแค่ทรัพย์สินที่พ่อมี” เว่ยหนานไม่คิดว่าพ่อจะลงมือตบเขา ถึงพ่อไม่ได้รัก ไม่ได้เอ็นดูลูกมากนัก แต่พ่อก็ไม่เคยลงมือตบตีลูกสักคน

“ออกไปจากบ้านนี้เดี๋ยวนี้! ” เจิ้นหยวนประกาศเสียงกร้าว

“ตั้งแต่วินาทีนี้ไป แกไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับตระกูลซ่งอีกต่อไป! ” เขาเตือนแล้วว่าอย่าพูด แต่ยังจะพูดอีก

“นายท่าน ได้โปรด... เขาแค่พูดไปเพราะโมโหมากเกินไป” ภรรยาคนที่สามรีบเข้ามาคว้าแขนสามี แล้วอ้อนวอนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

เจิ้นหยวนสะบัดมือออกอย่างแรงจนร่างของหญิงวัยกลางคนเซถลาล้มลงกับพื้นต่อหน้าทุกคน

เว่ยหนานกำหมัดแน่น ก่อนจะรีบเข้าไปพยุงมารดา

“ไม่ได้ยินที่ฉันพูดเหรอว่าให้ออกไปจากบ้านของฉัน” เจิ้นหยวนยังไม่ยอม

“เหอะ! ” เว่ยหนานพยุงแม่เสร็จก็เตรียมตัวออกจากบ้าน เขาก็ไม่อยากจะอยู่ในบ้านหลังนี้มากนักหรอก!

ในจังหวะนั้นเอง มือเล็ก ๆ ก็เอื้อมมาจับข้อมือของเขาเอาไว้ ทำให้ต้องหันกลับไป และสิ่งที่เห็นก็ทำให้เขาตกใจ คนที่รั้งเขาไว้ไม่ใช่แม่ของเขา แต่เป็นน้องสาวเพียงคนเดียว คนที่เขาไม่คิดว่าจะยื่นมือเข้ามาช่วย

เธอส่ายหน้าเบา ๆ บ่งบอกว่าไม่ให้เขาออกจากบ้าน ก่อนจะก้าวออกมาข้างหน้า บังตัวพี่ชายคนรองเอาไว้ แม้จะไม่แน่ใจว่าน้ำหนักของตัวเองในสายตาของพ่อเวลานี้ยังเหลืออยู่มากน้อยแค่ไหน แต่เธอก็ไม่อยากให้เรื่องนี้ลุกลามไปมากกว่านี้อีก

“พ่อ... ฉันว่าฟังพี่รองก่อนไหมว่าทำไมถึงทำแบบนั้น” จืออี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

คำพูดนั้นทำให้ทุกคนนิ่งอึ้ง ไม่ใช่แค่เพราะเธอออกหน้าพูด แต่เพราะคำที่เธอเรียกเว่ยหนานว่า ‘พี่รอง’

“นี่ไม่ใช่เรื่องของลูก” เจิ้นหยวนมองลูกสาวด้วยสีหน้าไม่พอใจ

“แต่พ่อเคยสอนว่า คนเราผิดพลาดกันได้ไม่ใช่เหรอคะ หากมองว่าพี่รองพลาด นี่ก็คือครั้งแรก” หากพ่อตัดสินว่าพี่รองพลาดก็ควรให้โอกาส แต่สำหรับเธอ พ่อควรฟังเหตุผลก่อนว่าเพราะอะไร

“ไม่ต้องช่วยพี่หรอกอาอี้” เว่ยหนานหัวเราะหยัน

“ถ้าพ่อยังหลงผู้หญิงแบบนี้ บ้านนี้มีแต่จะฉิบหาย ผมจะคอยดู... ว่าพ่อจะเหลืออะไรไว้บ้าง” เขามองพ่อด้วยสายตาแข็งกร้าว

คำพูดนั้นเหมือนมีดที่กรีดลงกลางความเงียบงัน และไม่มีใครในที่นั้นกล้าพูดอะไรต่ออีก

หว่านหรูยืนอยู่ด้านหลังสามี เธอทำราวกับไม่มีตัวตน แต่ในความเงียบนั้น เธอหันไปสบตากับคุณหนูจืออี้พอดี เพียงเสี้ยววินาทีเดียว มุมปากของหว่านหรูก็ยกขึ้นช้า ๆ

ไม่ใช่รอยยิ้มที่ใครจะเห็นได้ง่าย ๆ

ไม่ใช่รอยยิ้มสำหรับทุกคน

มันเป็นรอยยิ้มที่ ‘ตั้งใจให้จืออี้เห็นเพียงคนเดียว’

แววตานั้นเต็มไปด้วยความพึงพอใจ พอใจในความโกลาหลที่เริ่มก่อตัว พอใจในสีหน้าของพี่น้องที่แตกแยกอยู่แล้ว ยิ่งแตกแยกมากกว่าเดิม เธอพอใจในอำนาจที่ค่อย ๆ ไหลมาอยู่ในมือ

บ้านหลังใหญ่ที่เคยมีระเบียบตามคำสั่งของนายท่าน ตอนนี้เริ่มสั่นคลอนจากภายใน ไม่ใช่เพราะศัตรูภายนอก แต่เพราะคนในบ้านเดียวกัน หว่านหรูรู้สึกได้ว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

เธอไม่คิดจะหยุด ไม่คิดจะพอใจกับแค่การเรียกคืนอำนาจจากลูกชาย หรือการทำให้เมียคนอื่นเงียบเสียงลง สายตาของเธอเลื่อนกลับไปที่จืออี้อีกครั้ง

ยังเหลืออีกคนหนึ่ง คนเดียวในบ้านหลังนี้... ที่ยังไม่แตกสลาย

และนั่นต่างหาก คือเป้าหมายที่เธออยากทำมากที่สุด

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฉันกลายเป็นภรรยาพระเอกธงแดง    ตอนพิเศษ 5

    ตอนพิเศษ 5วันตรุษจีนปีนี้ บ้านตระกูลซ่งคึกคักกว่าหลายปีที่ผ่านมา โคมสีแดงแขวนเรียงตามชายคา กลิ่นธูปไหว้บรรพบุรุษลอยปะปนกับกลิ่นอาหารมงคลที่คนครัวเตรียมกันไม่หยุด เสียงหัวเราะของญาติดังเป็นระยะเย่หานจูงมือภรรยาและพาลูก ๆ ทั้งห้าคนก้าวเข้าไปในบ้าน ความสัมพันธ์ของจืออี้กับพ่อยังคงอยู่ในระยะที่ ‘พูดคุยได้ แต่ไม่สนิทใจ’ ทักทายกันตามมารยาท ถามสารทุกข์สุกดิบพอเป็นพิธี ไม่มีคำตำหนิ ไม่มีการรื้อฟื้นอดีต และก็ไม่มีความใกล้ชิดเหมือนก่อนเจิ้นหยวนไม่ได้เข้ามาคลุกคลีกับหลาน ๆ มากนัก เพียงมองอยู่ห่าง ๆ อย่างเงียบ ๆ เขาเห็นแล้วว่าลูกสาวไปได้ดี มีครอบครัวอบอุ่น สามีดูแลดี เด็ก ๆ แข็งแรง ร่าเริงตั้งแต่เรื่องทุกอย่างพังทลายลง เขาก็ไม่เคยมีภรรยาเพิ่มอีก ลูกแฝดชายจากหว่านหรูก็ถูกเลี้ยงดูอยู่อีกบ้านหนึ่งในเขตตระกูลซ่ง ทุกอย่างแยกเป็นสัดส่วน ไม่ปะปนกันอีกสายตาของเขาหยุดอยู่ที่ลูกสาวและหลานทั้งห้าคนที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ใต้ต้นเหมย ริมฝีปากที่เคยตึงเครียดก็คลายลงเป็นรอยยิ้มบาง ๆ‘คุณเห็นไหม... ลูกของเราอยู่ดี มีความสุข หลาน ๆ ก็น่ารักขนาดนี้’ เขา

  • ฉันกลายเป็นภรรยาพระเอกธงแดง    ตอนพิเศษ 4

    ตอนพิเศษ 4อีกฟากหนึ่งของเมือง ภายในค่ายฝึกขนาดใหญ่ที่เย่หานสร้างขึ้นมาเอง พื้นที่กว้างขวางถูกจัดเป็นลานฝึกสัดส่วนไม่ต่างจากค่ายทหารจริง ๆที่นี่ไม่ใช่แค่สำหรับลูกน้องของเขาเท่านั้น แต่รวมถึงกลุ่มหลินเฉิง อดีตคนใต้ดินที่ถูกดึงขึ้นมาฝึกระเบียบ วินัย และทักษะใหม่ ๆเย่หานยืนอยู่ชั้นบนของอาคารฝึก มือสองข้างพาดราวเหล็ก สายตามองลงไปเบื้องล่างอย่างไม่กะพริบ เสียงฝีเท้าเด็ก ๆ วิ่งไปมา เสียงหัวเราะปนกับเสียงครูฝึกตะโกนสั่งเป็นจังหวะคนที่เขามองจริง ๆ ไม่ใช่ลูกน้อง แต่เป็น ‘ลูกของตัวเอง’เย่หานมีลูกห้าคน คู่แรกเป็นฝาแฝดผู้หญิงวัยห้าขวบ คู่ที่สองเป็นฝาแฝดผู้ชายวัยสี่ขวบ และคนสุดท้อง เป็นลูกสาวตัวน้อยวัยสองขวบ ที่ยังพูดไม่ค่อยชัด แต่ก็ชอบร้องตามพวกพี่ ๆเด็กชายฝาแฝดวิ่งกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางอย่างคล่องแคล่ว ราวกับสนามฝึกคือสนามเด็กเล่น สำหรับสองคนนั้น เย่หานไม่ค่อยห่วงเท่าไร เพราะใจรักการเคลื่อนไหวแบบนี้มาตั้งแต่หัดเดิน แต่สายตาของเขากลับล็อกอยู่ที่ร่างจิ๋วอีกคนหนึ่ง ลูกสาวคนเล็กที่กำลังวิ่งเตาะแตะตามพี่ชาย ทั้งที่ขาสั้น ๆ แทบไม่ทัน ล้มก

  • ฉันกลายเป็นภรรยาพระเอกธงแดง    ตอนพิเศษ 3

    ตอนพิเศษ 3อีกฝั่งหนึ่งของเมือง ในตึกสูงที่เป็นสำนักงานใหญ่ของสตูดิโอโปรดักชันชื่อดัง ที่นี่คืออาณาจักรของเว่ยหลงกองถ่ายขนาดใหญ่ทำงานกันวุ่นวาย ทีมกล้อง ทีมไฟ นักแสดง เดินสวนกันไม่ขาดสาย จอขนาดยักษ์ฉายภาพซีนที่เพิ่งถ่ายเสร็จ เสียงผู้กำกับสั่งคิวดังเป็นระยะเว่ยหลงยืนคุยงานด้วยท่าทีสุขุม แต่ข้าง ๆ เขามีเจ้าตัวเล็กสวมชุดเดรสน่ารักสีพาสเทล ผมม้วนเป็นลอนนิด ๆ เหมือนตุ๊กตา ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับ‘เสี่ยวเป้ย’ ลูกสาวของอาอี้กับเย่หาน เจ้าตัวเล็กเป็นแฝดน้องวัยห้าขวบเท่ากับเสี่ยวเป่า ทั้งสองเป็นฝาแฝด แต่บุคลิกต่างกันสุดขั้วถ้าเปรียบเทียบเสี่ยวเป่าคือผู้จัดการไซต์ท่าเรือ เสี่ยวเป้ยก็คือดาราสาวตัวจิ๋วประจำกองถ่าย“ลุงใหญ่ ๆ นักแสดงสวยไหมวันนี้~ ” เสียงหวานใสถามอย่างตื่นเต้น“สวยสิ แต่ไม่สวยเท่าเสี่ยวเป้ยของลุงหรอก” เว่ยหลงยิ้มมุมปากเมื่อได้ยินคำชม เจ้าตัวเล็กก็ยืดอกภูมิใจทันทีพอมาถึงกองถ่ายยังไม่ทันได้ดูซีนอะไรนาน เสี่ยวเป้ยก็เห็นน้าฉิงฉิง เพื่อนสนิทของแม่เดินออกมาจากห้องแต่งตัว ดาราสาวสวยสง่าสวมชุดทำงานสุด

  • ฉันกลายเป็นภรรยาพระเอกธงแดง    ตอนพิเศษ 2

    ตอนพิเศษ 2ท่าเรือเซินเจิ้นมีขนาดใหญ่ทอดตัวยาวจนสุดสายตา เครนเหล็กขนาดมหึมาขยับขึ้นลงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ตู้คอนเทนเนอร์หลากสีเรียงซ้อนกันราวกับกำแพงสูง เสียงเครื่องยนต์เรือสินค้าแล่นเข้าออกไม่ขาดสาย ผสานกับเสียงสั่งงานของคนงานที่ก้องไปทั่วพื้นที่ที่นี่คือหนึ่งในท่าเรือหลักของฝั่งใต้ และเป็นอาณาเขตที่อยู่ภายใต้การบริหารของเว่ยหนาน จากวันที่ต้องเดินออกจากเงาของพ่อ วันนี้อิทธิพลของเขาแทบไม่ต่างจากรุ่นก่อนอีกแล้ว ท่าเรือขนาดใหญ่แห่งนี้คือหัวใจของเส้นทางขนส่งหลายประเทศ เงินทุนหมุนเวียนมหาศาล เครือข่ายคนของเขาครอบคลุมตั้งแต่แรงงานยันผู้มีอำนาจและที่สำคัญ... อาอี้ น้องสาวของเขา คือหุ้นส่วนใหญ่ของโครงการนี้ ครั้งหนึ่งอาอี้เคยพูดว่าจะขายท่าเรือทั้งหมดให้เขา แต่เขาไม่ยอม เขาไม่คิดเอาเปรียบน้องสาว เพราะเงินก้อนแรกที่ลงไปคือของอาอี้ทั้งหมดสุดท้ายจึงตัดสินใจให้รวมหุ้น โดยให้อาอี้รับเงินปันผลยาว ๆ ต่อให้ไม่ต้องมาทำงานก็ยังมีรายได้ตลอดชีวิต เว่ยหนานยืนกอดอกมองเรือสินค้าลำใหญ่ค่อย ๆ เทียบท่า ความภูมิใจเอ่อล้น ก่อนจะสะดุ้งอย่างสุดแรง“ลุงรอง! เรื

  • ฉันกลายเป็นภรรยาพระเอกธงแดง    ตอนพิเศษ 1

    ตอนพิเศษ 1โลกปัจจุบันเมืองใหญ่เต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้า แผ่นกระจกนับพันสะท้อนแสงอาทิตย์จนวาววับ รถยนต์แล่นขวักไขว่ไม่ขาดสาย เสียงของผู้คนผสานกับเสียงจากจอโฆษณาขนาดใหญ่ที่ฉายภาพสีสันสดใสอยู่ตามอาคาร เมืองทั้งเมืองเต็มไปด้วยความเร่งรีบและความทันสมัยภายในอะพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง มีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งเอนกายอยู่บนโซฟาริมกระจกบานใหญ่ แสงแดดยามบ่ายส่องลงตรงปกหนังสือในมือเธอจนเป็นประกายบนปกเขียนชัดเจนว่า ‘ฉบับรีไรต์ทั้งเรื่อง’ ซึ่งเป็นนิยายนามปากกาเดียวกันกับที่เคยสร้างกระแสเมื่อหลายปีก่อน แต่ครั้งนี้มันถูกเขียนขึ้นใหม่ทั้งหมด ละเอียดขึ้น ลึกซึ้งขึ้น และอบอุ่นจนคนอ่านวางไม่ลง‘จืออี้’ พลิกหน้าสุดท้ายอย่างช้า ๆ นิ้วเรียวเริ่มสั่นขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะหลับตาลงเมื่ออ่านจบประโยคสุดท้าย หัวใจของเธอเหมือนถูกเติมเต็มอย่างสมบูรณ์ เธอค่อย ๆ ปิดหนังสือลงแล้วยกขึ้นมาวางแนบอก ริมฝีปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มกว้างโดยไม่รู้ตัวเธอดีใจ... ดีใจจนน้ำตาเอ่อคลอที่นิยายจบแบบนี้ เวอร์ชันนี้ไม่ใช่แค่ขายดี แต่มันดังถล่มทลายยิ่งกว่าเล่มแรกหลายเท่า ม

  • ฉันกลายเป็นภรรยาพระเอกธงแดง    ตอนที่ 43 บทส่งท้าย

    ตอนที่ 43 บทส่งท้ายหลังจากทุกอย่างคลี่คลาย คนผิดได้รับผลของการกระทำอย่างสาสม ชีวิตที่เคยเต็มไปด้วยเงามืดก็ค่อย ๆ กลับมาสว่างอีกครั้ง จืออี้กับเย่หานตัดสินใจเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกันอย่างเป็นทางการงานช่วงเช้าถูกจัดแบบดั้งเดิมอย่างงดงาม ผ้าแดงผูกประดับตามเสา โคมไฟสีแดงแกว่งไกวตามสายลม เสียงดนตรีในพิธีดังคลอเบา ๆ สร้างบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยความยินดีจืออี้สวมชุดเจ้าสาวแบบโบราณ ดูสง่างามจนคนทั้งงานจ้องมองตาไม่กะพริบ เย่หานยืนข้างเธอ สวมชุดพิธีการเต็มยศ สายตามองเธอตลอดเหมือนกลัวว่าคนตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพในความฝันเท่านั้นทั้งคู่คำนับฟ้า คำนับดิน คำนับผู้ใหญ่ ก่อนจะหันมามองกันและกันด้วยรอยยิ้มที่ไม่ต้องมีคำพูดใด ทั้งสองก็เข้าใจความหมายเป็นอย่างดีปู่ของเย่หานนั่งอยู่แถวหน้า ท่านยังแข็งแรงหลังตรงเป๊ะ ใบหน้าแดงระเรื่อด้วยความปลื้มปริ่ม หัวเราะชอบใจทุกขั้นตอนของพิธี“ดี ๆ ๆ หลานปู่ได้เมียเสียที! ” เสียงหัวเราะของปู่ทำให้แขกทั้งงานหัวเราะตาม บรรยากาศยิ่งคึกคักขึ้นไปอีกหลังเสร็จพิธี ทั้งคู่ก็จดทะเบียนสมรสทันที ลายเซ็นสองชื่อเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status