Masukกว่าซูหร่วนซีจะรู้ว่าเรื่องราวความรักของพ่อแม่ได้กลายเป็นไวรัลนั้นก็อีกหลายวันจากคำบอกเล่าของเพื่อนสาวคนสนิท “ที่รัก! มีคนติดต่อฉันมาว่าอยากให้ช่วยขอร้องเธอ” คุณหนูโม่เกริ่นโดยที่คนปลายสายยังคงจับต้นชนปลายไม่ถูก
“หืม? เรื่องอะไรล่ะ”
โม่เข่อซิงฟังน้ำเสียงของคนเป็นเพื่อนก่อนจะถอนหายใจ “ที่รัก! วัน ๆ เธอไม่เคยสนใจข่าวสารรอบตัวบ้างเลยเหรอ” ซูหร่วนซียิ่งฟังเจ้าตัวก็ยิ่งรู้สึกคล้ายฟังไม่เข้าใจ
“คุณหนูโม่คะ ถ้าคุณมีอะไรช่วยพูดให้ฉันเข้าใจทีเดียวเลยได้ไหมคะ” ซูหร่วนซีกล่าวเสียงอ่อนอย่างยอมแพ้
“ก็ได้ ในเมื่อคุณหนูใหญ่ขอร้องถึงขนาดนี้ ว่าแต่ฉันถามเธอจริง ๆ เถอะ วัน ๆ เธอยุ่งอยู่กับอะไรกันแน่ทำไมถึงไม่รู้เรื่องอะไรรอบตัวเลย”
“ทำงาน แล้วก็ดูหุ้น คุณหนูโม่คะ ได้โปรดเอ่ยเข้าเรื่องสักทีเถอะ ตอนนี้ฉันอยากรู้เรื่องจะแย่แล้ว”
“ก็ได้ ๆ เรื่องนี้เกี่ยวกับความรักของพ่อแม่เธอนั่นแหละ คือว่าเรื่องนี้มันเป็นแบบนี้นะ” โม่เข่อซิงจึงได้กล่าวเข้าวัตถุประสงค์ของตนโดยได้เท้าความตั้งแต่เรื่องวันแถลงข่าว
“ทำเป็นละคร!” ซูหร่วนซีฟังสิ่งที่เพื่อนของตนพูดก่อนจะอุทานออกม
“ลูกเจ๋อ” ฮัวเหม่ยลี่ส่งเสียงเรียกเมื่อเห็นว่าเปลือกตาของคนที่นอนอยู่บนเตียงเริ่มขยุกขยิก“แม่! ซูหร่วนซีล่ะครับ” เมื่อสติของเขาแจ่มชัดประโยคแรกที่เขาพูดกลับเป็นการถามหาหญิงสาวที่อยู่ในห้วงมโนสำนึกของตน“เธอเพิ่งจะออกไป” ฮัวเหม่ยลี่ไม่ได้โกหก ทั้งนี้หญิงสาวคนนั้นได้มาเยี่ยมลูกชายเธอทุกวันเพียงแต่เธอไม่ได้มีความเป็นห่วงเขามากอย่างแต่ก่อนอีกแล้ว“เธอมาจริง ๆ เหรอครับ” ใบหน้าของคนถามดูแช่มชื่นขึ้น“จริงจ้ะ ลูกเป็นยังไงบ้างรู้สึกเจ็บตรงไหนไหม” หลังจากพยาบาลที่ดูแลเธอกดปุ่มเรียกเจ้าหน้าที่ หล่อนจึงได้มาช่วยขยับรถเข็นให้เหม่ยลี่ก่อนจะถอยออกมา“ผมไม่เป็นไรครับ แม่ไม่ต้องห่วง” น้ำเสียงของเขาแหบเล็กน้อย“ไม่ให้ห่วงได้ยังไง ลูกหลับไปหนึ่งวันหนึ่งคืนเลยนะ” ผู้เป็นมารดามองค้อน ซึ่งเธอเองก็อยากจะต่อว่าเขาสักหลายคำเพียงแต่เมื่อเห็นใบหน้าซีดเซียวนี้เธอก็พูดไม่ออก“แม่ครับ ซูหร่วนซีหล่อนจะมาอีกไหม ผมมีเรื่องจะคุยกับเธอ” จู่ ๆ เขาก็เปลี่ยนเรื่องจนคนเป็นแม่ตามไม่ทัน“ไม่รู้สิ แต่แม่คิดว่าน่าจะมานะ เพราะอย่างน้อยลูกก็มีบุญคุณช่วยชีวิตเธอเอา
ข่าวเรื่องบ้านสายรองตระกูลซูไม่อาจถูกปิดได้อีกต่อไปเมื่อมีนักข่าวคนหนึ่งที่เห็นถึงความผิดปกติและตามกลุ่มของพวกโม่เข่อซิงมาซูจินกวงที่กำลังจะเอนหลังพลันสะดุ้งเมื่อพ่อบ้านอานเคาะประตูและเปิดเข้ามาอย่างรีบร้อน“นายท่าน! เกิดเรื่องกับคุณหนู” เขารีบเปิดทีวีให้ชายชราดู“ซูเหลียนฮวา!” ดวงตาของเขาวาวโรจน์แสดงความขุ่นเคืองต่อบ้านสายรองที่ตนให้โอกาสครั้งแล้วครั้งเล่ามือของเขารีบกดโทรศัพท์หาฝานเจียงเล่อ เขาสั่งการทุกอย่างออกมารวดเดียว เรื่องของซูเหลียนฮวาได้กลายเป็นข่าวร้อนไปทั่วทั้งเมืองโดยเฉพาะผู้คนในเป่ยเฉิง“ตัดขาดกับพวกมันทั้งครอบครัวซะ” ผู้นำตระกูลฮัวพูดขึ้นอย่างเฉียบขาดด้วยเกรงว่าสองแม่ลูกคู่นี้จะนำความเดือดร้อนมาให้แม้ว่าเรื่องจะดังมากขนาดนี้แต่ทว่าสำหรับคนเป็นแม่อย่างฮัวฉางซินกลับยังไม่รู้เรื่องเพราะหล่อนกำลังมัวเมาอยู่ในการพนันภายในห้องมืดสลัวแห่งหนึ่งของบ่อนกลางเมือง เสียงพูดคุยดังระงมผสมกับเสียงไพ่กระทบโต๊ะระคนกับเสียงลูกเต๋าที่กำลังกลิ้งอยู่ในถ้วยเคลือบท่ามกลางเสียงหัวเราะดังขึ้นจากผู้เล่นที่ได้ชัยชนะยิ่งทำให้ผู้ที่เล่นเ
“ซูหร่วนซีเอ้ยซูหร่วนซี แน่จริงเธอก็หยิ่งผยองให้ตลอดสิ ฉันอยากจะรู้นักว่าหากเธอป่นปี้ไม่มีชิ้นดีจะยังมีใครมาชื่นชอบเธออีกไหม” ซูเหลียนฮวาหัวเราะราวคนบ้านิ้วของหล่อนบีบปลายคางของซูหร่วนซีเอาไว้แน่นดั่งคีมเหล็กแต่ทว่ายามเมื่อสบเข้ากับแววตาดำมืดของซูหร่วนซีที่จ้องตอบมาเท้าของเธอพลันถอยกรูดไปด้านหลัง ใบหน้าซีดเผือดเต็มไปด้วยความหวาดกลัว“หึ! รู้จักกลัวเป็นด้วยอย่างนั้นเหรอ” น้ำเสียงของซูหร่วนซีเต็มไปด้วยความเย็นเยียบเสียดแทงเข้าไปถึงขั้วหัวใจ“กะ...แกพูดอะไร ทำไมฉันต้องกลัว เป็นแกต่างหากล่ะที่เอาตัวยังไม่รอด ยังจะมาทำปากเก่ง”“ดูเธอมั่นใจมากนะ แต่ว่า” ซูหร่วนซีเชิดหน้าขึ้นอย่างดูถูกแววตาของเธอมองคนตรงหน้าอย่างเหยียดหยาม“ฉันไม่กลัวแกหรอก ฉันจะฆ่าแก แต่ก่อนที่แกจะตายฉันจะให้คนพวกนี้เล่นสนุกกับแกก่อน” เมื่อซูเหลียนฮวาคิดได้ว่าในตอนนี้ซูหร่วนซีถูกจับมัดติดกับเก้าอี้หล่อนก็คลายความหวาดกลัวลงเธอจึงพูดกลั้วเสียงหัวเราะอย่างสะใจ“เธอนี่มันไม่มีความสำนึกเลยจริง ๆ” ซูหร่วนซีกล่าวอย่างผิดหวังก่อนที่เธอจะค่อย ๆ ยืนขึ้นเต็มความสูง“นะ..นี่มันอะไรกัน
“ที่รัก! พวกเราจะไปหาลูกได้หรือยังคะ ฉันคิดถึงเธอใจจะขาดอยู่แล้ว” คำพูดจากปากภรรยาทำให้คนฟังอดที่จะส่งยิ้มออกมาไม่ได้“เจ้าวิคบอกให้พวกเรารอก่อนไม่ใช่หรือครับ เขากำลังเตรียมของขวัญรับน้องสาวอยู่”“คุณไม่รู้เรื่องเลยหรือคะว่าลูกของเราหล่อนเจอปัญหาอะไรบ้าง หากว่าฉันไม่เห็นข่าวป่านนี้คงไม่รู้ว่าลูกสาวเกิดเรื่องใหญ่ ต่อมาเมื่อโทรไปถามหล่อนก็บอกว่าไม่ต้องกังวลนะคะคุณป้า ฉันปลอดภัยดีค่ะ”“คุณหมายความว่ายังไงครับ ข่าวอะไร” โจนาธานลดหนังสือพิมพ์ในมือถามอย่างสงสัย“คุณดูเอาเองเถอะค่ะ” หร่วนซีหนิงส่งโทรศัพท์มือถือไปให้กับเขาใบหน้าของโจนาธานเขียวคล้ำ มือของเขากำโทรศัพท์เอาไว้แน่น“พวกเราไปหาลูกกันเถอะ หากเจ้าวิคยังชักช้าอยู่แบบนี้ก็ค่อยให้ตามไปทีหลัง” เขาพูดอย่างพยายามระงับโทสะ“ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปกันเลยเถอะค่ะ ฉันพร้อมเดินทางอยู่ตลอด” ท่าทางกระตือรือร้นของภรรยาได้เรียกรอยยิ้มจากคนเป็นสามีออกมาอีกคำรบ“ครับ เดี๋ยวผมจะโทรบอกทอมก่อนว่าให้เขาเตรียมคนไว้ให้พร้อม”ข่าวการเดินทางของมหาเศรษฐีหนึ่งในห้าของเมืองเอ็มไม่ได้เป็นความลับดังนั้
เจ็ดวันถัดมาบริเวณหน้าโรงภาพยนตร์แห่งหนึ่งในเมืองหลวง ล้วนคลาคล่ำไปด้วยผู้คนเนื่องจากวันนี้เป็นวันเปิดตัวภาพยนตร์ที่หลายคนในวงการต่างปรามาสว่าไม่มีทางที่จะดังขึ้นมาได้บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและแสงแฟลชจากกล้องที่วูบวาบทั่วบริเวณพรมแดง หน้าทางเข้างาน เป็นแบคดรอปขนาดใหญ่ประดับด้วยโลโก้ของภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวตัวพรมแดงถูกปูยาวจากทางเข้าจนถึงห้องโถงหลัก เหล่านักข่าวยืนเรียงรายตลอดเส้นทางพร้อมกล้องและไมโครโฟนที่รอสัมภาษณ์ดารานำ“ที่รัก! ฉันแทบไม่อยากเชื่อเลยว่างานของเราจะโดดเด่นได้มากขนาดนี้ แต่ว่าจะไม่มีใครพูดว่าพวกเราโอเวอร์เกินไปหรอกใช่ไหม” โม่เข่อซิงกระซิบกระซาบเสียงเบา“ความคิดของคนอื่นนะช่างเขาเถอะ ฉันว่าแบบนี้แหละถึงจะเรียกสายตาคนได้เยอะ เธอเชื่อฉัน” ซูหร่วนซีผู้อยู่ในชุดเดรสสีมุกเปลือยไหล่แสดงให้เห็นถึงไหปลาร้าสวยเผยรอยยิ้มในขณะตอบเพื่อนสาวด้วยเสียงเบาหญิงสาวทั้งสองคนผู้มีความงามไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเหยียดแผ่นหลังเดินตรงเข้าไปภายในงานด้วยความมั่นใจ ท่ามกลางความสนใจจากผู้คนรอบข้าง“นั่นคุณหนูใหญ่ซูกับคุณหนูโม่” หนึ่งในนักข่า
เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนจะมีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาภายในห้องพักของผู้ป่วยที่ตอนนี้เจ้าตัวกำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงโดยมีตงเหยาคอยป้อนผลไม้ให้อย่างเอาใจ“ลูกพี่” หยูเชาแทบจะวิ่งเข้าไปโอบกอดเขา “อย่า!” สวีเย่หานรีบห้ามด้วยความตกใจ“ลูกพี่ ทำไมทำกับผมแบบนี้ล่ะ คุณไม่รู้หรอกว่าผมเป็นห่วงคุณมากขนาดไหน” ชายหนุ่มร่างผอมแสร้งบีบน้ำตา“เลิกเสแสร้งได้แล้ว นายบอกฉันมาหน่อยสิว่าพวกนายให้ตาแก่คนนั้นยอมไปช่วยฉันได้ยังไง” สวีเย่หานถามขึ้นอย่างกังขา ในตอนนั้นเขาจำได้ว่าได้แกะเชือกที่ข้อมือสำเร็จแล้วและกำลังจะก้มลงแก้เชือกที่ข้อเท้าแต่ทว่าหูพลันได้ยินเสียงดังเอะอะจากด้านนอกขึ้นเสียก่อนพร้อมกับมีคนกลุ่มหนึ่งบุกเข้ามาในคราแรกเขานึกว่าคนพวกนี้ต้องการมาทำร้ายแต่ที่ไหนได้พวกเขากลับไม่พูดพร่ำทำเพลงและช่วยเขาออกมาจากห้องใต้ดินแห่งนั้นโดยบอกว่าทำตามคำสั่งของนายท่านผู้เฒ่าเมื่อพ้นจากความมืดออกมาเจอแสงสว่างสติของตนก็เลือนราง แต่เสียงสุดท้ายดูเหมือนว่าจะได้ยินเสียงของทุกคนที่อยู่ ณ ตรงนี้รวมถึงเจ้านายและพี่น้อง“เรื่องนี้เป็นเพราะเจ้านายของเรา” ฉาจีนั่งล







![[Unlimited Money] ระบบเงินทุนไร้ขีดจำกัด](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)