تسجيل الدخولเมื่อเทพตัวน้อยแสนแสบต้องลงมาเกิดเพื่อชดใช้กรรม ดังนั้นการผ่านด่านเคราะห์ของนางย่อมไม่ธรรมดา
عرض المزيد“ท่านแม่ขอรับ ข้าเจ็บ” เด็กชายผู้มีรูปร่างอ้วนท้วนผิวขาวฟ้องนางหลังจากโดนบิดาเคี่ยวกรำให้ฝึกยุทธแม้นางจะรู้สึกสงสารทว่าก็เข้าใจในความปรารถนาดีของผู้เป็นสามีที่มีต่อบุตรได้เช่นกัน ดังนั้นนางจึงได้แต่ต้องหลับตาข้างลืมตาข้างเบือนหน้าหนีไปทางอื่นยามที่บุตรชายได้รับการฝึกจากบิดาตน“ท่านแม่! ท่านกำลังคิด
เด็กชายหญิงคู่หนึ่งผู้มีใบหน้าน่ารักน่าเอ็นดูกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นพรมหนาหน้าปลายเท้าของหญิงชราผมเกล้าเป็นมวยอย่างเรียบร้อยเส้นผมของนางแม้จะเป็นสีขาวโพลนกระนั้นก็ยังคงเงางาม ดวงหน้าของนางเองก็ผ่องใสแม้จะมีริ้วรอยตามวัย“ท่านย่าเจ้าคะ/ขอรับ” สองพี่น้องเรียกนางพร้อมกันพลางแหงนหน้ามองหญิงสูงวัยอย
หิมะสีขาวของทางเหนือกำลังโปรยปรายลงมาอย่างหนักจนบางแห่งเริ่มเห็นน้ำแข็งค้างตามกิ่งไม้หรือตามชายคาไป๋เสวี่ยได้แต่งเข้ามาอยู่สำนักยุทธชิงหลงได้นานกว่าหนึ่งปีแล้วนับตั้งแต่กลับมาจากการเดินทางในท้องทะเลคราวนั้น“เจ้านี่นะออกมาด้านนอกก็ไม่เอาเสื้อคลุมออกมาด้วย” โอวหยางเฉินพูดขึ้นพร้อมกับนำเสื้อคลุมสีขาว
“ข้าว่าคนผู้นั้นน่าจะตาฝาด สัตว์ประหลาดอะไรจะมาโผล่กลางท้องทะเล”“ข้าเองก็ไม่รู้แต่หลังจากที่ข้าช่วยเขาขึ้นมาจากท้องน้ำ ชายคนนั้นก็เอาแต่เพ้อว่าช่วยข้าด้วย! อย่ากินข้าเลย”“อย่างนี้ก็ไม่รู้สิว่าสัตว์ประหลาดที่ว่าหน้าตาเป็นเช่นไร” ผู้พูดรู้สึกกังขา“ข้าลองถามดู เขาบอกว่าสัตว์ตัวนั้นมีหนวดยาวมากอีกทั้
ในระหว่างที่พวกเขากำลังเฝ้ารอสัญญาณแห่งการออกศึกในครั้งนี้ด้วยหัวใจอันจดจ่อ“ขออภัยที่พวกข้ามาช้า” น้ำเสียงอันคุ้นหูของคนผู้หนึ่งกอปรกับเส้นผมสีเงินจึงทำให้ผู้ที่เคยร่วมเป็นร่วมตายไม่อาจลืมเลือน“น้องชายเฉิน!” เฟยเฉิงกล่าวทักเขาออกมาด้วยความมึนงงระคนยินดี“คารวะพี่ชายเฉิงขอรับ” จากเด็กหนุ่มน้อยในวัน
ภายในค่ายโจรแห่งหนึ่ง ค่ายแห่งนี้ตั้งอยู่ภายใต้หุบเหวลึกจึงยากแก่การค้นหา หากว่าไม่มีคนชำนาญด้านปีนป่ายและเครื่องไม้เครื่องมือที่พรั่งพร้อมเกรงว่าพวกเขาล้วนต้องเอาชีวิตมาทิ้งโดยเปล่า“ฮ่า ๆ ลูกพี่ข้าขอคารวะสุราท่าน แผนของท่านในการยึดเมืองของเราใกล้ประสบผลแล้ว” ผู้พูดหัวเราะร่าใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยห
“ท่านอาเฉิง! คนของท่าอาใหญ่ติดต่อมาหรือยังเจ้าคะ” ไป๋เสวี่ยถามขึ้นในขณะที่พวกนางซุ่มซ่อนอยู่ในหุบเขาลึกซึ่งเป็นที่นัดหมาย“ใกล้แล้ว” เฟยเฉิงเงยหน้ามองท้องฟ้ายามรัตติกาลก่อนตอบคำของหลานสาวที่บัดนี้อยู่ในชุดของเด็กหนุ่มผมของนางถูกม้วนขดอยู่ในกวานอย่างเรียบร้อยเสียงสัญญาณดังขึ้นจากป่าด้านข้างทำให้กลุ่
“ท่านปู่ เหนื่อยหรือไม่เจ้าคะ” ไป๋เสวี่ยถามชายชราในขณะที่เดินทางออกมาจากประตูเมืองได้หลายลี้“ไม่เหนื่อย รถม้าที่เจ้าเตรียมไว้สำหรับปู่คันนี้ค่อนข้างดีทีเดียว” ไป๋หยุนตอบตามตรง“ไม่เหนื่อยก็ดีแล้วเจ้าค่ะ ท่านปู่อีกไม่นานพวกเราก็จะเดินทางถึงอารามเสินหวงข้าคิดว่าพวกเราควรแวะสักการะเทพเจ้าและพักค้างคืน











