تسجيل الدخولสิ่งแรกที่ซูหร่วนซีทำคือการเทงานแต่งกับผู้ชายเฮงซวยเมื่อชาติก่อนที่เธอเคยหลงผิดแต่งงานกับเขา "ตบนี้! สำหรับที่นายดูถูกฉัน จำเอาไว้ใส่สมองของนายดี ๆ ด้วย คุณหนูอย่างฉันไม่คิดจะกลับไปกินของเก่าที่สมองหมูอย่างนาย"
عرض المزيد“ขอบคุณมากครับ” ชายหนุ่มเดินตรงเข้าไปพร้อมกับมอบช่อดอกลิลลี่สีหวานให้เธอ“อะไรคะ” ซูหร่วนซีรับมาถามด้วยใบหน้าค่อนข้างประหลาดใจ“ดอกไม้ของวันนี้ครับ แล้วก็” จ้าวหลงหยางพูดแค่นั้น ก่อนที่เขาจะเปิดกล่องเครื่องประดับที่เตรียมไว้ออกดวงตาของซูหร่วนซีมองสร้อยคอทองคำขาวเส้นเล็กที่มีจี้เป็นรูปกระต่ายตัวน้อยสีขาวที่เท้าหน้าของมันมีนกกระดาษตัวเล็กอยู่ในมืออย่างถูกใจ“พี่สวมให้นะ” “ค่ะ” สร้อยคอเส้นเล็กส่องกระทบกับแสงจันทร์ทำให้เกิดประกายเงางามนิ้วมือเรียวของหญิงสาวจับเจ้าตัวกระต่ายน้อยที่มีดวงตาสีทับทิมขึ้นมาดูอย่างหลงใหล“ขอบคุณค่ะ” ท่าทางและน้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความอ่อนโยนค่ำคืนนั้นทั้งสองคนต่างพูดคุยแลกเปลี่ยนในเรื่องที่เขาทั้งคู่ต่างประสบพบเจอมาในระหว่างที่ต้องอยู่ห่างกัน ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบมีเพียงสายลมและเสียงดนตรีพื้นเมืองแว่วมาให้ได้ยินเป็นระยะเช้าวันต่อมา ผู้ร่วมทริประหว่างปู่กับหลานสาวก็มีชายหนุ่มพ่วงเข้ามาด้วย“เธอเพิ่งมาถึงเมื่อคืนไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงไม่นอนพักสักหน่อยล่ะ”“ผมสบายดีครับ ว่าแต่คุณปู่ทำไมตื่นแต่เ
“อรุณสวัสดิ์ค่ะปู่” ซูหร่วนซีกล่าวทักชายชราหลังเดินออกมาจากห้องนอนและพบว่าปู่ของตนกำลังนั่งเก้าอี้โยกหันใบหน้าออกไปทางระเบียงเรือนไม้หลังนี้“อืม หลานหิวหรือยัง” ใบหน้าของเขาผินกลับมามองหลานสาวที่บัดนี้ได้มายืนอยู่ด้านข้าง“นิดหน่อยค่ะ ปู่ล่ะคะ” เธอนั่งคุกเข่าลงพลางวางมือทั้งสองลงบนแขนเก้าอี้ของเขา“เริ่มหิวขึ้นมาแล้ว ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปหาอะไรอร่อย ๆ กินกันดีไหม”“ดีสิคะ” คนเป็นหลานยิ้มร่าก่อนจะลุกขึ้นยืนและยื่นมือเข้าไปช่วยประคองชายชรายามรุ่งอรุณ ณ ริมทะเลสาบซีหูในฤดูใบไม้ร่วง แสงแดดแรกอ่อนละมุนไล้ผ่านผิวน้ำที่นิ่งสงบจนเกิดประกายระยิบระยับราวผ้าไหมทองคำทิวต้นไม้ริมฝั่งแม่น้ำเริ่มเปลี่ยนสีจากเขียวสดเป็นเหลืองทองและแดงส้ม บรรยากาศเย็นสบายพร้อมเสียงนกร้องที่ก้องสะท้อนอย่างแผ่วเบาซูหร่วนซีผู้แต่งกายด้วยเสื้อโค้ทตัวยาวสีครีมนำมือเข้าไปคล้องแขนของคนเป็นปู่ในขณะที่ทั้งสองกำลังเดินข้ามสะพานหินโค้งซึ่งทอดตัวข้ามลำน้ำที่ใสกระจ่างราวกระจกสายลมพัดเอื่อย นำพากลิ่นหอมของใบไม้แห้งและดอกหอมหมื่นลี้ที่ปลูกประดับรอบสวนริมทะเลสาบเข้าสู่จมูก
ซูหร่วนซีนั่งคิดนอนคิดถึงในเรื่องที่คุณปู่พูดกับตนแม้ว่าหล่อนจะยืนยันอย่างหนักแน่นไปแล้วก็ตาม“หลานยังมีเยื่อใยกับเขาอยู่หรือเปล่า” “เลิกคิดดีกว่า คนแบบนั้นปล่อยให้เขาไปตามทางของใครของมันเถอะ” ซูหร่วนซีปัดความรู้สึกทั้งหมดทิ้งหลายวันมานี้แม้ว่าจ้าวหลงหยางจะไม่อยู่ แต่ทว่าเขาก็หาได้ห่างเหินต่อเธอ ชายหนุ่มยังคงส่งดอกไม้มาให้อยู่ทุกวันไม่เคยคาดจนซูหร่วนซีคิดว่าเขาน่าจะผูกรายเดือนหรือไม่ก็รายปีกับร้านดอกไม้“ซีซี! อีกสองวันพี่ก็กลับแล้ว น้องอยากได้ของฝากอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าครับ” น้ำเสียงของเขาดังขึ้นในช่วงสายของวันผ่านโทรศัพท์มือถือของเธอ“พี่นอนบ้างหรือเปล่าคะ ทำไมน้ำเสียงฟังดูไม่ดีเลย” เธอถามอย่างเป็นห่วงแทนการพูดถึงเรื่องของฝากที่หล่อนรู้อยู่แล้วว่าถึงเธอไม่บอกเขาก็ย่อมหาสิ่งที่ดีที่สุดมาให้“พักบ้างแล้วครับ ว่าแต่น้องเป็นยังไงบ้าง” จ้าวหลงหยางอยากจะถามถึงชายหนุ่มคนนั้นเสียเหลือเกินทว่าเขาก็ยังไม่มีความกล้าพอที่จะละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวของหญิงสาวมากเกินไป“ฉันสบายดีค่ะ เพียงแต่..” ซูหร่วนซีเล่าเรื่องของเฉินมู่เจ๋อออกมาตาม
การท่องเที่ยวระหว่างปู่กับหลานเต็มไปด้วยความสนุกสนานระคนด้วยความคิดถึงต่อผู้ที่จากไป“คุณปู่คะ คุณเหนื่อยหรือยัง ฉันว่าพวกเรากลับบ้านพักกันก่อนดีไหมคะ” ซูหร่วนซีกลัวว่าชายชราจะรู้สึกเศร้ามากเกินไปเธอถึงได้พูดออกมาแบบนี้“ก็ดีเหมือนกัน”โจวฟ่านที่อยู่บ้านพักตามลำพังในขณะที่เขากำลังนอนหลับอย่างมีความสุขอยู่นั้น เจ้าตัวพลันถูกรบกวนจากเสียงข้อความของโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นติด ๆ กัน“พี่ใหญ่ ช่วยผมด้วย” “พี่ใหญ่ คุณต้องรีบมานะ”โจวฟ่านที่กำลังสะลึมสะลืออยู่นั้นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอย่างจำใจก่อนที่เจ้าตัวจะเด้งตัวจากที่นอนนิ้วของชายหนุ่มรีบกดเบอร์โทรออกหาเจ้าของข้อความทันทีด้วยความรีบร้อน“ขออภัยหมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้” ไม่ว่าเขาจะกดโทรศัพท์อีกกี่ครั้งผลก็ยังเป็นเหมือนเดิมโจวฟ่านจึงรู้สึกร้อนใจเป็นอย่างมาก เขาจึงรีบแต่งตัวและเมื่อเปิดประตูห้องนอนออกมาก็เจอเข้ากับจ้าวหลงหยาง ทั้งสองแลกเปลี่ยนสายตากันเพราะดูเหมือนว่าจ้าวหลงหยางเองก็ได้รับข้อความด้วย“ซีซี วันนี้พี่คงต้องขอตัวกลับ

















