Partager

บทที่ 8

คล้อยหลังย่ากับน้องสาวของชายหนุ่มเดินจากไป หรูอวี้เซียงก็เอ่ยถามเขาออกมาด้วยท่าทางหยอกเย้า “หรือว่าพี่มาที่นี่แต่เช้าเพราะคิดถึงฉันกันคะ”

คำพูดของหญิงสาวทำให้ใบหน้าของโม่ไห่ตงเกิดอาการเขินอาย หากสังเกตจะเห็นว่าใบหูของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงตัดกับผิวขาว ๆ ของชายหนุ่ม

โม่ไห่ตงที่ยังยืนอยู่ตรงหน้า ก้มหน้าลงเล็กน้อยอย่างไม่รู้ตัว มือข้างหนึ่งยกขึ้นเกาท้ายทอยเบา ๆ ราวกับจะปกปิดความเขินอายของตัวเอง

“เธอพูดอะไรนะ เซียงเซียง… ใครคิดถึงกัน”

หรูอวี้เซียงหัวเราะคิกคัก มือทั้งสองเท้าสะเอวอย่างล้อเลียน “ก็ดูสิ พี่เขินจนใบหูแดงไปหมดแล้ว ไม่คิดถึงฉันจริง ๆ แล้วจะเป็นอะไรได้ล่ะคะ?”

คำพูดของเธอยิ่งทำให้โม่ไห่ตงทำตัวไม่ถูก ใบหน้าที่เคยสุขุมในตอนแรกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ เขายกมือขึ้นแตะใบหูอย่างลืมตัวก่อนจะรีบตอบกลับด้วยน้ำเสียงติดขรึม “ไม่ได้คิดถึงแบบนั้นหรอก พี่แค่มาคุยเรื่องสำคัญ”

หรูอวี้เซียงมองเขาแล้วยิ้มอย่างขบขัน ในใจเธอพลันคิดว่าโม่ไห่ตงมักจะเป็นแบบนี้เสมอ เขาเป็นคนที่ค่อนข้างเขินอายง่ายโดยเฉพาะเวลาอยู่ต่อหน้าเธอ ทั้งที่เมื่อคืนนี้เขากลับกล้าเอ่ยคำพูดที่ตรงไปตรงมาจนทำให้เธอถึงกับนิ่งอึ้ง

(เขากล้าขอเริ่มต้นใหม่กับฉันเมื่อคืน แต่ตอนนี้กลับเป็นอีกคนไปเสียได้ หรือจะเป็นเพราะแบบนี้ชาติที่แล้วจึงทำให้เราเข้าใจผิดกันไปเสียตั้งนาน)

หรูอวี้เซียงยืนมองชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มบางเบา แต่ในดวงตาของเธอพลันมีแววอ่อนโยนมากขึ้น

“ฉันไม่ล้อพี่แล้ว ว่าแต่เรื่องสำคัญที่พี่อยากคุยคืออะไรคะ?”

โม่ไห่ตงถอนหายใจก่อนจะมองตรงไปที่เธอด้วยสายตาจริงจัง “พี่อยากพูดถึงสิ่งที่เราต้องทำร่วมกัน... เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต”

หรูอวี้เซียงเลิกคิ้วเล็กน้อย “อนาคต? หมายถึงเรื่องที่พี่บอกเมื่อคืนใช่ไหมคะ?”

“ใช่” โม่ไห่ตงพยักหน้า “เมื่อคืนพี่พูดแค่คร่าว ๆ แต่วันนี้พี่อยากจะอธิบายให้เธอฟังชัดเจนกว่านี้ทั้งหมด”

เธอนิ่งฟังด้วยความสนใจพลางยกมือขึ้นกอดอก “ถ้าอย่างนั้น... ฉันฟังอยู่ค่ะ ว่ามาเลย”

โม่ไห่ตงสูดลมหายใจลึก ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เกมที่พี่พัฒนาในชาติก่อน... มันไม่ใช่แค่เกมธรรมดา แต่มันเป็นเครื่องมือที่เราสามารถใช้เพื่อเอาชีวิตรอดในโลกที่เต็มไปด้วยซอมบี้ได้จริง ๆ”

คำพูดนี้ทำให้หรูอวี้เซียงนิ่งไป ใบหน้าของเธอเผยแววตกใจ “พี่พูดจริงเหรอคะ? ทุกอย่างในเกมสามารถนำมาใช้ได้ในชีวิตจริง?”

“ใช่” โม่ไห่ตงตอบ “แต่เธอรู้ไหมว่ามันมีเงื่อนไข... เราต้องใช้ทรัพยากรในเกม เช่น ทองคำหรือเหรียญเพื่อปลดล็อกอาวุธและอุปกรณ์ต่าง ๆ”

หรูอวี้เซียงขมวดคิ้วเล็กน้อย “แล้วพี่อยากให้ฉันช่วยอะไรเหรอคะ?”

“พี่รู้ว่าเธอมีมิติที่สามารถเก็บทรัพยากรได้ และเราสามารถทำงานร่วมกันเพื่อสะสมทองคำ ใช้มิติของเธอช่วยปลูกพืชหรือสร้างทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับการปลดล็อกอาวุธในเกม”

เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ “พี่รู้ได้ยังไงว่าฉันมีมิติ” หรูอวี้เซียงมองเขาด้วยสีหน้าสงสัย

โม่ไห่ตงมองสบเข้าไปดวงตาของหญิงสาว เมื่อเห็นความสงสัยในแววตาของเธอ

“ในชาติที่แล้ว เธออาจจะไม่รู้ว่าตัวเองมีมิติ… แต่พี่เคยสังเกตเห็นบางอย่างที่แปลกประหลาด ตอนที่เธอสามารถหาทรัพยากรบางอย่างมาได้ในสถานการณ์ที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้”

“พี่หมายถึงอะไรคะ? ฉันไม่เคยรู้เลยว่าฉันมีมิติ” หรูอวี้เซียงค่อนข้างตกใจในสิ่งที่ได้ยินเนื่องจากเธอเคยสงสัยเหมือนกันแต่ตอนนั้นไม่มีเวลาให้เธอได้ใคร่ครวญ

โม่ไห่ตงถอนหายใจก่อนจะอธิบายออกมาตามที่เขารู้สึก “พี่ก็ไม่รู้แน่ชัดในตอนนั้น แต่หลังจากที่พี่ได้กลับมาพี่เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราว และตอนนี้พี่มั่นใจว่าเธอมีสิ่งนี้ติดตัวมาตั้งแต่แรก เพียงแต่เธอไม่เคยรู้วิธีใช้มัน”

คำพูดของเขาทำให้หรูอวี้เซียงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น “แล้วพี่คิดว่าสิ่งนี้มันจะช่วยเราได้ยังไง?” หรูอวี้เซียงแสร้งถามเขาออกมาแม้ว่าเธอกับเขาจะตกลงใจคบกันแต่เธอก็อยากรู้ว่าเขามีความจริงใจแค่ไหน

โม่ไห่ตงมองเธอด้วยสายตาแน่วแน่ “มิตินี้เป็นเหมือนขุมทรัพย์ ถ้าเราใช้มันอย่างถูกต้องเราจะสามารถสร้างทรัพยากรได้เอง ไม่ว่าจะเป็นอาหาร วัตถุดิบ หรือแม้แต่สิ่งที่จำเป็นสำหรับการอยู่รอดในอนาคตใช่ไหมตามที่พี่เคยรู้มา”

หรูอวี้เซียงก้มหน้าคิดอยู่ครู่หนึ่งไม่ได้ตอบรับและปฏิเสธ ก่อนจะเงยหน้ามองเขาตรง ๆ

เธอยังคงถามออกมาอีก “แล้วพี่คิดว่าฉันควรเริ่มยังไง?”

โม่ไห่ตงเผยรอยยิ้มอันเจิดจ้าของตน “เริ่มจากสิ่งที่ง่ายที่สุด ใช้มิตินี้เพื่อปลูกพืชและสะสมทรัพยากรที่เราสามารถขายเพื่อแลกเป็นทองคำ และถ้าเราได้ทองคำมากพอ เราก็จะสามารถปลดล็อกสิ่งต่าง ๆ ในเกมที่พี่พัฒนาไว้”

“ฟังดูเหมือนเป็นแผนที่ดี…” หรูอวี้เซียงพยักหน้าลงเอ่ยอย่างเห็นพ้อง

“แต่..” คำว่าแต่ของหญิงสาวทำให้โม่ไห่ตงเกิดความสงสัยก่อนที่เขาจะรู้ถึงความกังวลของหญิงสาวตรงหน้า

“เซียงเซียง ที่พี่มาวันนี้เพราะมีอีกเรื่องที่สำคัญ พี่บอกเธอตามตรงพี่ไม่อยากให้เราเสียเวลาอีกแล้ว ชาติที่แล้วพวกเราก็รู้จักกันมามากพอแล้ว ดังนั้นชาตินี้ในเมื่อพวกเราได้มีโอกาสกลับมาและเพื่อให้เธอเห็นความจริงใจของพี่ เธอจะแต่งงานกับฉันได้ไหม” ชายหนุ่มลงไปนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งพร้อมกับเปิดกล่องแหวนเพชรที่เขาเตรียมเอาไว้มาตั้งแต่เรียนจบ ตั้งแต่เมื่อชาติก่อนจนถึงชาตินี้คนที่เขาอยากแต่งงานด้วยมีเพียงผู้หญิงตรงหน้ามาโดยตลอด

คำพูดของโม่ไห่ตงทำให้หรูอวี้เซียงนิ่งค้าง เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าเขาจะพูดเรื่องนี้ออกมาตรง ๆ โดยไม่มีการเตรียมตัวหรือบอกใบ้มาก่อน แถมการกระทำของเขาที่คุกเข่าลงตรงหน้าเธอพร้อมกล่องแหวนเพชรยังยิ่งทำให้เธอตกใจจนพูดไม่ออก

“พี่ไห่ตง… นี่พี่พูดจริงเหรอคะ?” หรูอวี้เซียงเอ่ยเสียงเบา ความตกใจในแววตาของเธอทำให้ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู

“พี่พูดจริงทุกคำ เซียงเซียง ชาติที่แล้วพี่เสียใจที่ไม่ได้บอกความรู้สึกของตัวเองให้เธอรู้… และพี่ก็ไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีก ในชาตินี้พี่ตั้งใจจะทำทุกอย่างให้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น และถ้าเธอยอมรับพี่อยากให้เราเริ่มต้นชีวิตด้วยกันตั้งแต่ตอนนี้”

หรูอวี้เซียงมองแววตาที่จริงจังของเขา ดวงตาของเธอสั่นไหวเล็กน้อย เธอไม่เคยเห็นโม่ไห่ตงในลุคที่กล้าเปิดเผยและจริงจังแบบนี้มาก่อน

“พี่รู้ว่าเรื่องนี้อาจจะเร็วเกินไปสำหรับเธอ แต่พี่อยากให้เธอรู้ว่าพี่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อเธอ เพื่อให้เรามีอนาคตที่มั่นคงและมีความสุขร่วมกัน”

น้ำเสียงของเขาอบอุ่นและหนักแน่น หรูอวี้เซียงนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ พูดออกมา

“พี่ไห่ตง… ฉันไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลย… เราเพิ่งเริ่มต้นใหม่ในชาตินี้ ฉันกลัวว่ามันอาจจะเร็วเกินไป”

โม่ไห่ตงเผยรอยยิ้มออกมาตามเดิม แม้ว่าคำตอบของหรูอวี้เซียงจะไม่ได้เป็นคำตอบที่เขาหวังไว้ทั้งหมด แต่เขาก็เข้าใจถึงเหตุผลของเธอ

“พี่เข้าใจเธอดังนั้นพี่จะไม่เร่งรัด หากเธอยังไม่พร้อมพี่ขอแค่เธอยังเห็นค่าความสัมพันธ์ของเราก็พอ พี่ยินดีจะรอเธอเสมอ” คำพูดของชายหนุ่มยังคงเต็มไปด้วยความอ่อนโยน

หรูอวี้เซียงมองใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความจริงใจของเขา เธอสูดลมหายใจลึกก่อนจะพูดต่อ

“และพี่ก็ต้องเข้าใจด้วยนะคะ ว่าฉันกับย่า... เรามีกันแค่สองคน ย่าเป็นทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับฉัน ฉันไม่สามารถละทิ้งย่าได้”

โม่ไห่ตงพยักหน้าลง อย่างเข้าใจ “พี่รู้ ย่าฮัวเป็นคนสำคัญของเธอและพี่ก็เคารพเรื่องนี้ ดังนั้นพี่จึงได้มาขอซื้อที่ดินต่อจากย่าเพื่อที่เราทั้งสองบ้านจะได้อยู่ร่วมกัน ส่วนหนึ่งก็เพื่อเป็นการสะดวกต่อการดูแลยามเกิดเหตุการณ์ร้ายในอนาคต”

หรูอวี้เซียงนิ่งไปอีกครั้งหลังจากได้ยินคำพูดของเขา ก่อนที่เธอจะมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่ผสมผสานระหว่างความแปลกใจระคนซาบซึ้ง

“พี่คิดมาถึงขั้นนี้เลยเหรอคะ?” เธอถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง

โม่ไห่ตงพยักหน้า “ใช่ เซียงเซียง พี่ตั้งใจแบบนั้นจริง ๆ ชาติก่อนพี่เสียใจที่ไม่ได้ปกป้องเธอกับย่าให้ดีมากกว่านี้ ครั้งนี้พี่ไม่อยากพลาดอีก การที่พี่ขอซื้อที่ดินจากย่าไม่ใช่แค่เพราะอยากเริ่มต้นทำเกษตรหรือสร้างฐานของเราเอง แต่พี่อยากให้เราทั้งสองบ้านใกล้ชิดกันมากขึ้น เพื่อที่เวลามีอะไรเกิดขึ้น เราจะได้ช่วยกันได้ทันที”

คำพูดนี้ทำให้หรูอวี้เซียงรู้สึกถึงความจริงใจที่เปี่ยมล้น “พี่ไห่ตง… ฉันไม่รู้จะพูดอะไรดี ฉันไม่เคยคิดว่าพี่จะวางแผนมาขนาดนี้”

“พี่แค่ไม่อยากเสียเธอไปอีก” โม่ไห่ตงพูดด้วยน้ำเสียงมั่นคง “ในชาตินี้พี่อยากให้ทุกอย่างออกมาดีมากกว่าเดิมหากเป็นไปได้”

หรูอวี้เซียงพยักหน้าอย่างเห็นด้วยในคำพูดของเขา “ฉันเข้าใจแล้วค่ะ พี่คิดถูก การอยู่ใกล้กันจะช่วยให้เราปลอดภัยมากขึ้น และถ้าพี่ตั้งใจแบบนั้นฉันก็จะช่วยพี่ทุกอย่างเท่าที่ทำได้” ในใจตอนนี้ของหรูอวี้เซียงไม่ได้รู้สึกหวาดระแวงผู้ชายคนนี้อีกแล้ว

(เรื่องนี้จะโทษก็ต้องโทษที่บาดแผลแห่งความเชื่อใจครั้งก่อนมันฝังลึกเกินไป)

โม่ไห่ตงยิ้มกว้างทั้งปากและตา “ขอบคุณนะเซียงเซียง พี่สัญญาว่าจะไม่ทำให้เธอผิดหวัง”

ทั้งสองคนมองหน้ากันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความเชื่อใจ ในใจของหรูอวี้เซียงรู้สึกอบอุ่นที่มีโม่ไห่ตงคอยสนับสนุนและวางแผนเพื่ออนาคตที่ดีกว่าการที่เธอจะคิดและตัดสินใจคนเดียวแม้ว่าจะมีไหหม่าคอยช่วยก็ตาม

เรื่องที่โม่ไห่ตงกระทำในวันนี้นั้นชายหนุ่มยังไม่รู้ว่าครอบครัวของเขาเองก็ตั้งใจนำมาปรึกษาย่าของหญิงสาวเช่นเดียวกัน ทั้งนี้เป็นเพราะทุกคนในครอบครัวล้วนรู้ดีว่าลูกหลานของตนนั้นรู้สึกเช่นไรกับหลานสาวบ้านนี้

เซียงเซียง ผมดีใจกับคุณด้วยที่ตอนนี้คุณได้พันธมิตรที่แข็งแกร่งมาอยู่ในมือ เสียงของไหหม่าดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 111

    ห้าปีผ่านไปหลังจากโลกกลับมาสู่ความสงบสุขได้ไม่นาน ณ ประเทศพันธมิตรแห่งหนึ่งได้เกิดสงครามก่อการร้ายขึ้น หวังลี่ผู้อยู่ว่างมานานกับฉินซานสองคู่หูจึงได้กระโดดเข้าร่วมท่ามกลางความวุ่นวายของสงครามและการต่อสู้แสนดุเดือดและทันทีที่พวกเขาไปถึงสถานการณ์ก็เลวร้ายมากกว่าที่คาดคิดไว้ หวังลี่กับฉินซานต่างแยกการ

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 110

    “อีกไม่นานย่าก็จะได้นอนนาน ๆ แล้ว ตอนนี้เดินได้ก็เลยอยากเดินให้มากหน่อย เซียงเอ๋อร์ ในตอนนี้หลานมีครอบครัวที่สมบูรณ์แล้วหลังย่าจากไปอย่าได้เสียใจให้มากนะลูก” คำพูดของหญิงชราอันเป็นที่รักทำให้หัวใจของหรูอวี้เซียงกระตุกวูบ“ย่าพูดอะไรแบบนั้นล่ะคะ ตอนนี้ย่าก็ลุกมาเดินได้แล้วแสดงว่าย่าย่อมจะกลับมาแข็งแร

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 109

    แสงแดดยามเช้าทอประกายสดใสทะลุผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามาภายในห้องนั่งเล่นที่มีฮัวอวี้หลินนั่งอยู่ เสี่ยวเป้ย เด็กหญิงตัวน้อยวัยห้าขวบที่ได้คนเป็นแม่ผูกผมเปียคู่เรียบร้อยได้วิ่งมาทางเธอด้วยรอยยิ้มร่า“ย่าทวดคะ พวกเราออกไปเดินเล่นกันเถอะค่ะ หนูจะไป รดน้ำต้นไม้” น้ำเสียงไม่ชัดเจนของเธอดังขึ้นด้วยความตื่นเต

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 108

    นับตั้งแต่วันที่เจ้าตัวเล็กเกิดมาคนทั้งสองครอบครัวก็ต่างมีรอยยิ้มกันแทบทุกวันโดยเฉพาะปู่ย่าของคนทั้งสองที่รู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด“เสี่ยวเป้ยของย่าทวด” ฮัวอวี้หลินหยอกเอินหลานสาวตัวน้อยที่กำลังหลับทำปากมุบมิบบนเบาะอย่างเอ็นดูย้อนกลับไปในวันคลอดของหรูอวี้เซียงหลังจากช่วงเวลาอันยาวนานผ

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 107

    “ฉันก็กินทุกวันอยู่แล้วนี่” หรูอวี้เซียงลูบท้องตัวเองไปมาความรู้สึกของการมีชีวิตน้อย ๆ เติบโตอยู่ภายในตัวเธอเป็นสิ่งมหัศจรรย์เกินบรรยาย เธอไม่คิดเลยว่าในชีวิตนี้เธอจะได้สัมผัสถึงความสุขเช่นนี้หลังจากสิ้นหวังมาก่อนในชาติที่แล้ว“แต่คุณต้องกินให้มากกว่านี้นะเซียงเซียง เพราะอาหารจากในระบบของเราเต็มไปด้

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 106

    สามปีหลังจากวันแต่งงานผ่านไปอย่างรวดเร็ว ช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความสุขและความสงบระหว่างโม่ไห่ตงกับหรูอวี้เซียงทั้งสองใช้ชีวิตคู่อย่างเรียบง่ายและเต็มไปด้วยความรักพวกเขาเลือกที่จะให้ช่วงเวลาสามปีนี้เป็นช่วงเวลาสำหรับกันและกันก่อนจะตัดสินใจมีเจ้าตัวน้อยมาเติมเต็มให้กับครอบครัวในช่วงแรกของการใช้ชีวิตค

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 74

    ทันทีที่โม่ไห่ตงก้าวเข้าไปใกล้ประตูเหล็ก เสียงโลหะเสียดสีกันดังขึ้นเบา ๆ ราวกับมีใครบางคนกำลังเฝ้ามองอยู่จากอีกฝั่งของประตู“หยุดตรงนั้น” เสียงแหบห้าวของชายร่างกำยำที่ยืนเฝ้าประตูดังขึ้น ดวงตาของเขาจับจ้องมาทางโม่ไห่ตงผ่านเงามืดที่มีแสงไฟริบหรี่จากหลอดไฟเก่าโม่ไห่ตงในคราบหรงเฟิงไม่ได้แสดงท่าทีหวาดห

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 70

    ทันใดนั้นระบบ Warborn ได้แจ้งเตือนเสียงดังขึ้นในหัวของเขาตรวจพบความเคลื่อนไหวในรัศมี 200 เมตร ด้านหน้า!“เตรียมพร้อมทุกคน! อีก 200 เมตร ทาง 12 นาฬิกามีการเคลื่อนไหว” โม่ไห่ตงออกคำสั่งพร้อมยกอาวุธขึ้นเตรียมพร้อมเงาร่างหลายสิบเคลื่อนตัวออกมาจากซากอาคาร กลุ่มผู้ติดเชื้อระดับสูงที่มีการเคลื่อนไหวรวดเร

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 67

    รุ่งเช้าวันถัดมา ในขณะที่หรูอวี้เซียงกำลังทำอาหารเช้าให้กับย่าและแขกอย่างปู่โม่กับคนรัก เสียงเคาะประตูพลันดังขึ้นก่อนจะมีเสียงของหลี่ไห่ตามมา“ไห่ตงอยู่ที่นี่ไหม” น้ำเสียงของผู้ใหญ่บ้านวัยกลางคนค่อนข้างเสียงดังจนแม้แต่เสี่ยวเฮยยังยกหัวขึ้นมาดูก่อนจะเดินนวยนาดมาทางเขา“ผมขอออกไปดูก่อนนะครับ” โม่ไห่ตง

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 65

    โม่ไห่ตงเงยหน้ามองเฉินเจียว แววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของมารดาทำให้หัวใจของเขาพลันอบอุ่นขึ้นมา“แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมจะดูแลตัวเองให้ดี” โม่ไห่ตงเผยรอยยิ้มบางก่อนหันมาทางคนรัก“เซียงเซียง เราต้องช่วยคนให้มากที่สุด แต่ทุกอย่างต้องอยู่ในกรอบที่เราควบคุมได้”หรูอวี้เซียงพยักหน้า พูดขึ้นด้วยน้ำเส

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status