แชร์

บทที่ 9

last update วันที่เผยแพร่: 2026-02-08 19:30:52

เธอหลุบตามองต่ำ ยกยิ้มที่มุมปากก่อนจะตอบในใจพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่างนั้นเหรอ… ฉันก็หวังว่าจะเป็นแบบนั้นนะ ไหหม่าว่าแต่นายมีอะไรจะเตือนฉันอีกไหม?

ไม่มีอะไรนอกจากคำแนะนำ ไหหม่าตอบเสียงราบเรียบ แต่เต็มไปด้วยความรู้สึกเป็นมิตร

อย่าปล่อยโอกาสครั้งนี้หลุดลอยไป คุณมีทั้งครอบครัวของคุณและโม่ไห่ตงคอยสนับสนุน สิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้คือวางแผนและเริ่มลงมือเพื่อสร้างอนาคตที่คุณต้องการ

หรูอวี้เซียงถอนหายใจเบา ๆ ขณะที่ดวงตาของเธอเหลือบไปทางโม่ไห่ตงที่กำลังพูดถึงแผนการปลูกพืชและสะสมทรัพยากรกับเธอ

“พี่ไห่ตง” เธอเอ่ยขึ้นขัดจังหวะ “พวกเราออกไปข้างนอกกันดีไหมคะ”

โม่ไห่ตงมองหน้าหรูอวี้เซียงด้วยความสงสัยเล็กน้อย “ออกไปข้างนอก? ทำไมล่ะเซียงเซียง?”

หรูอวี้เซียงทำเพียงยิ้มเล็กน้อยพร้อมตอบด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องปกติ

“ก็อากาศดีออกค่ะ ฉันอยากเดินเล่น พี่เองก็จะได้พักผ่อนด้วย”

โม่ไห่ตงเดินตามหรูอวี้เซียงออกจากบ้านไปด้วยความรู้สึกสงสัยแต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไร เพียงแต่ยิ้มบาง ๆ พร้อมมองเธอที่ดูราวกับตั้งใจจะเดินไปที่ไหนสักแห่ง

“พี่ไห่ตง” หรูอวี้เซียงพูดขึ้นขณะเดินนำ “เราไปเดินเล่นแถวสวนกันเถอะค่ะ ฉันจะพาพี่ชมสวน”

หรูอวี้เซียงพยายามเดินให้ไกลจากบ้านมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในใจของเธอมีแต่ความกังวลว่า หากครอบครัวของโม่ไห่ตงหรือย่าของเธอเดินเข้ามาในบ้านแล้วเห็นทั้งสองคนอยู่ด้วยกันเพียงลำพังพวกเขาอาจจะคิดเลยเถิดไปไกลกว่าเดิม

“เซียงเซียง” โม่ไห่ตงเรียกเธอเสียงเบาเมื่อเห็นว่าเธอดูเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง

“เธอดูเหมือนไม่สบายใจ มีอะไรหรือเปล่า?”

หรูอวี้เซียงหยุดเดินเล็กน้อยก่อนจะหันมายิ้มให้เขา “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่คิดว่าถ้าฉันอยู่ในบ้านกับพี่นานเกินไปคนอื่นจะคิดมาก ฉันก็เลยชวนพี่ออกมาข้างนอก”

คำพูดของเธอทำให้โม่ไห่ตงหลุดหัวเราะออกมา “นี่เธอกลัวพวกเขาจะเข้าใจผิดเหรอ?”

หรูอวี้เซียงเบือนหน้าหนีเล็กน้อย “ก็ใช่นะสิคะ ฉันยังไม่ได้ตกลงอะไรเลย ถ้าพวกเขาคิดไปไกลฉันจะอธิบายยังไงดีล่ะ”

โม่ไห่ตงมองเธอด้วยสายตาอ่อนโยนก่อนจะพูดขึ้น “เธอไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นหรอก พี่ไม่ได้รีบร้อน และพี่ก็พร้อมจะรอจนกว่าเธอจะมั่นใจ”

“พี่พูดแบบนั้นได้ก็เพราะพี่ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ของฉัน” หรูอวี้เซียงพูดพลางถอนหายใจ “ถ้าพี่เป็นผู้หญิงเหมือนฉัน พี่คงเข้าใจว่ามันลำบากใจแค่ไหน”

โม่ไห่ตงหัวเราะเบา ๆ “ก็จริงของเธอ เอาอย่างนี้พี่จะอยู่ข้าง ๆ เธอโดยไม่เร่งรัดอะไรทั้งนั้น”

หรูอวี้เซียงยิ้มออกมาเล็กน้อย ความจริงใจของโม่ไห่ตงทำให้เธอรู้สึกสบายใจขึ้นมาก

“ขอบคุณนะคะพี่ไห่ตง”

ทั้งสองคนเดินไปเรื่อย ๆ โดยที่ไม่รู้เลยว่าในขณะเดียวกัน ด้านในบ้านครอบครัวของโม่ไห่ตงกำลังนั่งพูดคุยอย่างจริงจังกับฮัวอวี้หลินเกี่ยวกับอนาคตของพวกเขาทั้งสองคน

ในขณะที่หรูอวี้เซียงกับโม่ไห่ตงเดินทอดน่องไปตามทางเดินริมสวน เสียงนกที่ร้องประสานกันในยามเช้าทำให้บรรยากาศรอบตัวดูสงบขึ้น

หรูอวี้เซียงแอบมองโม่ไห่ตงที่เดินอยู่ข้าง ๆ เขาดูผ่อนคลายแต่เธอรู้ว่าภายในใจของเขายังมีความกังวลบางอย่าง

“พี่ไห่ตง” เธอเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงค่อนข้างเบา

“หืม?” โม่ไห่ตงหันมามองเธอด้วยดวงตาอันเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย

“พี่รู้ไหมว่า ในชาติก่อนฉันเคยคิดว่าชีวิตของฉันไม่มีทางไปต่อได้แล้ว แต่การที่ได้เจอพี่ทำให้ฉันมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง” เธอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ใบหน้าของโม่ไห่ตงเผยรอยยิ้มออกมา “พี่เองก็เหมือนกัน เซียงเซียง การได้เจอเธอในวันนั้นทำให้พี่รู้สึกว่าชีวิตของพี่มีความหมายขึ้นมาก”

หรูอวี้เซียงยิ้มตอบแต่ในใจของเธอมีคำถามที่ยังไม่ได้พูดออกมา เธอไม่อยากให้บรรยากาศในตอนนี้ถูกทำลายด้วยความกังวล

“ว่าแต่พี่มีแผนอะไรต่อจากนี้คะ?” เธอเปลี่ยนเรื่องเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ

โม่ไห่ตงถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะพูดตามที่ใจคิด “พี่คิดว่าจะเริ่มทำเกษตรจากที่ดินที่พี่ซื้อจากย่าของเธอ และใช้ทรัพยากรที่เราสร้างขึ้นมาเป็นทุนสำหรับปลดล็อกฟังก์ชันในเกมของพี่เพื่อเตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เริ่มจากเอาวัสดุที่สามารถทนต่อสภาพอากาศและการโจมตีของซอมบี้ออกมาสร้างบ้านรวมถึงล้อมรั้ว”

หรูอวี้เซียงพยักหน้าลงอย่างเห็นพ้อง “ฟังดูเป็นแผนที่ดีนะคะ เพราะถ้าพี่สามารถสร้างบ้านที่ทนต่อสภาพอากาศและการโจมตีได้ มันจะกลายเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับพวกเราทุกคน”

“ใช่ พี่ตั้งใจแบบนั้น” โม่ไห่ตงพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“แต่ไม่ใช่แค่บ้าน พี่จะสร้างระบบป้องกันที่ดีที่สุด รอบ ๆ บ้านจะมีรั้วที่สามารถป้องกันไม่ให้ซอมบี้และสัตว์กลายพันธุ์เข้ามาได้ พร้อมทั้งติดตั้งอาวุธเสริมเพื่อป้องกันอีกชั้นแต่สิ่งนี้พี่คิดว่าคงจะต้องรอให้ถึงวันนั้นก่อนไม่อย่างนั้นคงไม่มีใครให้เราทำ”

สีหน้าของหรูอวี้เซียงเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมเนื่องจากคงไม่มีใครเชื่อหากบอกว่าวันสิ้นโลกจะมาถึงในอีกไม่นาน ทว่าเธอกลับไม่ได้พูดออกมาเพราะคิดว่าชายหนุ่มเองก็รู้คำตอบดีอยู่แล้ว

หล่อนจึงได้เปลี่ยนเรื่อง “เหมือนพี่กำลังพูดถึงฐานทัพในเกมเลยใช่ไหมคะ” หรูอวี้เซียงพูดเสียงกลั้วหัวเราะแต่ในน้ำเสียงยังคงแฝงไปด้วยความประทับใจ

“มันคือสิ่งเดียวกัน” โม่ไห่ตงไม่ปฏิเสธ “เกมที่พี่พัฒนามันไม่ใช่แค่เกม แต่มันเป็นคู่มือเอาตัวรอดในโลกที่เราเคยเจอ… โลกที่เราไม่อยากให้มันเกิดขึ้นอีก”

หรูอวี้เซียงนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น “ฉันจะช่วยพี่ในทุกวิถีทางค่ะ ฉันเองก็มีมิติที่สามารถช่วยสะสมทรัพยากรได้ เราจะร่วมมือกันเพื่อสร้างที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนและครอบครัว เราสองคนจะร่วมกันปกป้องพวกเขาค่ะ”

โม่ไห่ตงมองหรูอวี้เซียงด้วยแววตาอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความชื่นชม

“ขอบคุณนะ เซียงเซียง… พี่ดีใจที่เธอคิดแบบนี้ เราสองคนจะร่วมมือกันเพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่า ทั้งสำหรับเราและครอบครัว”

แม้ว่าหรูอวี้เซียงจะยิ้มออกมาแต่ในใจกลับรู้สึกหนักอึ้งเล็กน้อย ความทรงจำในชาติก่อนยังคงตามหลอกหลอนเธอ…

ภาพของคนในหมู่บ้านที่เธอรักต้องล้มตายไปทีละคนจากหน้าจอก่อนที่เธอจะตายเนื่องจากมีบางคนหนีไม่ทันแม้ว่าที่นี่จะถูกใช้เป็นฐานทัพหลักก็ตาม

ความทรมานที่เธอเผชิญ ความเจ็บปวดที่ต้องเห็นโม่ไห่ตงเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเหลือเธอ ทั้งหมดนั้นหล่อหลอมให้เธอตัดสินใจแน่วแน่ในชาตินี้

“พี่ไห่ตง…” หรูอวี้เซียงพูดขึ้นเสียงเบา “พี่รู้ใช่ไหมว่าในชาติก่อนพี่ทำให้ฉันรู้สึกว่าชีวิตยังมีความหวัง แต่มันก็เจ็บปวดมากเหมือนกันที่ต้องเห็นพี่เสี่ยงทุกอย่างเพื่อช่วยฉัน”

โม่ไห่ตงนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคง “พี่รู้ว่าเธอเจ็บปวด แต่พี่ไม่เสียใจที่ได้ทำในสิ่งนั้น ถึงจะสายเกินไปสำหรับเราสองคนในตอนนั้น แต่ชาตินี้พี่ตั้งใจจะไม่ปล่อยให้มันจบแบบเดิมอีก”

คำพูดของเขาทำให้หรูอวี้เซียงยิ้มออกมาทั้งน้ำตาคลอหน่วย “เราจะทำมันด้วยกันค่ะ พี่ไห่ตง เราจะสร้างที่ปลอดภัย เราจะปกป้องครอบครัวของเรา… และเราจะไม่เสียใครไปอีก”

“ใช่” โม่ไห่ตงพยักหน้า “เราจะไม่ปล่อยให้ความผิดพลาดในอดีตมาขวางทางอนาคตอีกต่อไป”

ในขณะที่หรูอวี้เซียงและโม่ไห่ตงยืนมองหน้ากันด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ไม่ไกลออกไป ครอบครัวของทั้งสองฝ่ายกำลังแอบมองอยู่ด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น

ปู่โม่เทียนหลงกระซิบเบา ๆ กับฮัวอวี้หลิน “ดูสิคุณฮัว หลานสาวของคุณกับหลานชายของผมเหมาะสมกันขนาดไหน”

ฮัวอวี้หลินเผยรอยยิ้มก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่แฝงไปด้วยความเอ็นดู

“พวกเขาโตขึ้นมากจริง ๆ ฉันไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งเซียงเอ๋อร์จะมีคนที่พร้อมจะดูแลและปกป้องเธอได้ขนาดนี้”

โม่เข่อซิงที่ยืนอยู่ด้านหลังอดไม่ได้ที่จะยิ้มกว้าง “ปู่คะ ย่าคะ พี่ไห่ตงนี่เขาเหมือนคนที่เจอรักแท้เลยนะคะ ดูสิเขามองพี่เซียง เซียงเหมือนจะละลายแล้ว”

เฉินเจียวที่ได้ยินคำพูดของลูกสาวหัวเราะออกมาอย่างถูกใจ “ลูกพูดถูก แม่เองก็ไม่เคยเห็นพี่ชายของลูกเป็นแบบนี้มาก่อน”

โม่อี๋เจ๋อมองลูกชายและหรูอวี้เซียงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ “ลูกชายผมก็ต้องเหมือนผมสิ หากทุ่มเทให้ใครก็จะมีแต่เธอคนนั้น”

ทุกคนต่างพากันหัวเราะให้กับคำพูดของพ่อโม่ ขณะที่เสียงหัวเราะคิกคักของโม่เข่อซิงดังขึ้นอีกครั้ง “แต่ว่า… ทำไมพี่ ไห่ตงถึงหน้าแดงขนาดนั้นล่ะคะ ฮ่า ๆ ๆ!”

ฮัวอวี้หลินหัวเราะตาม “เด็กคนนี้… เราอย่าไปแซวพวกเขาเลย ให้พวกเขาได้มีช่วงเวลาของตัวเองเถอะ”

ปู่โม่เทียนหลงพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะกระซิบเบา ๆ “ใช่ ให้พวกเขามีโอกาสแสดงออกถึงความจริงใจต่อกันเถอะ”

เสียงพูดคุยเบา ๆ ของกลุ่มผู้ใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดนั้นไม่ได้รบกวนหรูอวี้เซียงและโม่ไห่ตงเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะทั้งสองยังคงยืนอยู่ด้วยกันพร้อมกับสายลมอ่อน ๆ พัดผ่าน เหมือนจะเป็นกำลังใจให้กับคู่หนุ่มสาวที่กำลังเริ่มต้นสร้างเส้นทางชีวิตใหม่ของพวกเขา
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 111

    ห้าปีผ่านไปหลังจากโลกกลับมาสู่ความสงบสุขได้ไม่นาน ณ ประเทศพันธมิตรแห่งหนึ่งได้เกิดสงครามก่อการร้ายขึ้น หวังลี่ผู้อยู่ว่างมานานกับฉินซานสองคู่หูจึงได้กระโดดเข้าร่วมท่ามกลางความวุ่นวายของสงครามและการต่อสู้แสนดุเดือดและทันทีที่พวกเขาไปถึงสถานการณ์ก็เลวร้ายมากกว่าที่คาดคิดไว้ หวังลี่กับฉินซานต่างแยกการ

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 110

    “อีกไม่นานย่าก็จะได้นอนนาน ๆ แล้ว ตอนนี้เดินได้ก็เลยอยากเดินให้มากหน่อย เซียงเอ๋อร์ ในตอนนี้หลานมีครอบครัวที่สมบูรณ์แล้วหลังย่าจากไปอย่าได้เสียใจให้มากนะลูก” คำพูดของหญิงชราอันเป็นที่รักทำให้หัวใจของหรูอวี้เซียงกระตุกวูบ“ย่าพูดอะไรแบบนั้นล่ะคะ ตอนนี้ย่าก็ลุกมาเดินได้แล้วแสดงว่าย่าย่อมจะกลับมาแข็งแร

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 109

    แสงแดดยามเช้าทอประกายสดใสทะลุผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามาภายในห้องนั่งเล่นที่มีฮัวอวี้หลินนั่งอยู่ เสี่ยวเป้ย เด็กหญิงตัวน้อยวัยห้าขวบที่ได้คนเป็นแม่ผูกผมเปียคู่เรียบร้อยได้วิ่งมาทางเธอด้วยรอยยิ้มร่า“ย่าทวดคะ พวกเราออกไปเดินเล่นกันเถอะค่ะ หนูจะไป รดน้ำต้นไม้” น้ำเสียงไม่ชัดเจนของเธอดังขึ้นด้วยความตื่นเต

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 108

    นับตั้งแต่วันที่เจ้าตัวเล็กเกิดมาคนทั้งสองครอบครัวก็ต่างมีรอยยิ้มกันแทบทุกวันโดยเฉพาะปู่ย่าของคนทั้งสองที่รู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด“เสี่ยวเป้ยของย่าทวด” ฮัวอวี้หลินหยอกเอินหลานสาวตัวน้อยที่กำลังหลับทำปากมุบมิบบนเบาะอย่างเอ็นดูย้อนกลับไปในวันคลอดของหรูอวี้เซียงหลังจากช่วงเวลาอันยาวนานผ

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 107

    “ฉันก็กินทุกวันอยู่แล้วนี่” หรูอวี้เซียงลูบท้องตัวเองไปมาความรู้สึกของการมีชีวิตน้อย ๆ เติบโตอยู่ภายในตัวเธอเป็นสิ่งมหัศจรรย์เกินบรรยาย เธอไม่คิดเลยว่าในชีวิตนี้เธอจะได้สัมผัสถึงความสุขเช่นนี้หลังจากสิ้นหวังมาก่อนในชาติที่แล้ว“แต่คุณต้องกินให้มากกว่านี้นะเซียงเซียง เพราะอาหารจากในระบบของเราเต็มไปด้

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 106

    สามปีหลังจากวันแต่งงานผ่านไปอย่างรวดเร็ว ช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความสุขและความสงบระหว่างโม่ไห่ตงกับหรูอวี้เซียงทั้งสองใช้ชีวิตคู่อย่างเรียบง่ายและเต็มไปด้วยความรักพวกเขาเลือกที่จะให้ช่วงเวลาสามปีนี้เป็นช่วงเวลาสำหรับกันและกันก่อนจะตัดสินใจมีเจ้าตัวน้อยมาเติมเต็มให้กับครอบครัวในช่วงแรกของการใช้ชีวิตค

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 104

    หลังจากพิธีแต่งงานและงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยความสุขจบลง ทั้งโม่ไห่ตงและหรูอวี้เซียงก็เดินทางกลับมายังห้องหอที่ถูกจัดเตรียมไว้เป็นอย่างดีห้องหอของพวกเขาถูกประดับตกแต่งด้วยดอกไม้สีขาวและเทียนหอมที่ให้กลิ่นอบอวลไปทั่วห้อง แสงไฟสลัวช่วยเพิ่มบรรยากาศโรแมนติกให้ค่ำคืนนี้ดูพิเศษยิ่งขึ้นเมื่อประตูห้องหอถูก

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 97

    “แต่ว่าพวกเราเสียอุปกรณ์ทำเกษตรไปหมดแล้ว เราจะเริ่มต้นกันยังไง?” ชายชราผู้หนึ่งถามขึ้นหรูอวี้เซียงเผยรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปทางผู้สูงวัยอีกคนที่ยืนอยู่ข้างเธอ ซึ่งเธอคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นฮัวอวี้หลินที่กำลังเผยรอยยิ้มให้กำลังใจแก่ทุกคน“พวกเราจะช่วยกันค่ะ” หญิงชรากล่าวด้วยน้ำเสียงอบอุ่นพลางกวาดสา

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 91

    เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากได้รับการยืนยันจากประเทศ X ในการลงนามข้อตกลง ข่าวสารจากประเทศ C ได้ถูกส่งออกไปทั่วโลก“ตามข้อตกลงที่ทางประเทศ C ได้ทำการตกลงร่วมกับประเทศ X และเพื่อปกป้องอธิปไตยของมวลมนุษยชาติ ประเทศ C ขอประกาศสงครามอย่างเป็นทางการต่อองค์กร Raknarok!อย่างเป็นทางการ” เสียงเฮจากผู้คนที่ยังมีช

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 78

    กลุ่มขององค์กรเฝ้ารออยู่พักใหญ่ทว่าพวกมันก็ไม่เห็นว่าจะมีสิ่งใดเกิดขึ้น“หัวหน้า! ไม่มีใครตอบสนอง!”ทหารนายหนึ่งรายงานด้วยเสียงสั่น ภาพจากกล้องอินฟราเรดแสดงให้เห็นว่าซอมบี้เดินตัดผ่านสิ่งที่ควรเป็น ทว่าชาวบ้านราวกับไม่มีตัวตน“นายหมายความว่ายังไง” เสียงของคนปลายทางดังขึ้นพร้อมกับร่องรอยของความสงสัย

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status