Partager

บทที่ 9

เธอหลุบตามองต่ำ ยกยิ้มที่มุมปากก่อนจะตอบในใจพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่างนั้นเหรอ… ฉันก็หวังว่าจะเป็นแบบนั้นนะ ไหหม่าว่าแต่นายมีอะไรจะเตือนฉันอีกไหม?

ไม่มีอะไรนอกจากคำแนะนำ ไหหม่าตอบเสียงราบเรียบ แต่เต็มไปด้วยความรู้สึกเป็นมิตร

อย่าปล่อยโอกาสครั้งนี้หลุดลอยไป คุณมีทั้งครอบครัวของคุณและโม่ไห่ตงคอยสนับสนุน สิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้คือวางแผนและเริ่มลงมือเพื่อสร้างอนาคตที่คุณต้องการ

หรูอวี้เซียงถอนหายใจเบา ๆ ขณะที่ดวงตาของเธอเหลือบไปทางโม่ไห่ตงที่กำลังพูดถึงแผนการปลูกพืชและสะสมทรัพยากรกับเธอ

“พี่ไห่ตง” เธอเอ่ยขึ้นขัดจังหวะ “พวกเราออกไปข้างนอกกันดีไหมคะ”

โม่ไห่ตงมองหน้าหรูอวี้เซียงด้วยความสงสัยเล็กน้อย “ออกไปข้างนอก? ทำไมล่ะเซียงเซียง?”

หรูอวี้เซียงทำเพียงยิ้มเล็กน้อยพร้อมตอบด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องปกติ

“ก็อากาศดีออกค่ะ ฉันอยากเดินเล่น พี่เองก็จะได้พักผ่อนด้วย”

โม่ไห่ตงเดินตามหรูอวี้เซียงออกจากบ้านไปด้วยความรู้สึกสงสัยแต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไร เพียงแต่ยิ้มบาง ๆ พร้อมมองเธอที่ดูราวกับตั้งใจจะเดินไปที่ไหนสักแห่ง

“พี่ไห่ตง” หรูอวี้เซียงพูดขึ้นขณะเดินนำ “เราไปเดินเล่นแถวสวนกันเถอะค่ะ ฉันจะพาพี่ชมสวน”

หรูอวี้เซียงพยายามเดินให้ไกลจากบ้านมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในใจของเธอมีแต่ความกังวลว่า หากครอบครัวของโม่ไห่ตงหรือย่าของเธอเดินเข้ามาในบ้านแล้วเห็นทั้งสองคนอยู่ด้วยกันเพียงลำพังพวกเขาอาจจะคิดเลยเถิดไปไกลกว่าเดิม

“เซียงเซียง” โม่ไห่ตงเรียกเธอเสียงเบาเมื่อเห็นว่าเธอดูเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง

“เธอดูเหมือนไม่สบายใจ มีอะไรหรือเปล่า?”

หรูอวี้เซียงหยุดเดินเล็กน้อยก่อนจะหันมายิ้มให้เขา “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่คิดว่าถ้าฉันอยู่ในบ้านกับพี่นานเกินไปคนอื่นจะคิดมาก ฉันก็เลยชวนพี่ออกมาข้างนอก”

คำพูดของเธอทำให้โม่ไห่ตงหลุดหัวเราะออกมา “นี่เธอกลัวพวกเขาจะเข้าใจผิดเหรอ?”

หรูอวี้เซียงเบือนหน้าหนีเล็กน้อย “ก็ใช่นะสิคะ ฉันยังไม่ได้ตกลงอะไรเลย ถ้าพวกเขาคิดไปไกลฉันจะอธิบายยังไงดีล่ะ”

โม่ไห่ตงมองเธอด้วยสายตาอ่อนโยนก่อนจะพูดขึ้น “เธอไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นหรอก พี่ไม่ได้รีบร้อน และพี่ก็พร้อมจะรอจนกว่าเธอจะมั่นใจ”

“พี่พูดแบบนั้นได้ก็เพราะพี่ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ของฉัน” หรูอวี้เซียงพูดพลางถอนหายใจ “ถ้าพี่เป็นผู้หญิงเหมือนฉัน พี่คงเข้าใจว่ามันลำบากใจแค่ไหน”

โม่ไห่ตงหัวเราะเบา ๆ “ก็จริงของเธอ เอาอย่างนี้พี่จะอยู่ข้าง ๆ เธอโดยไม่เร่งรัดอะไรทั้งนั้น”

หรูอวี้เซียงยิ้มออกมาเล็กน้อย ความจริงใจของโม่ไห่ตงทำให้เธอรู้สึกสบายใจขึ้นมาก

“ขอบคุณนะคะพี่ไห่ตง”

ทั้งสองคนเดินไปเรื่อย ๆ โดยที่ไม่รู้เลยว่าในขณะเดียวกัน ด้านในบ้านครอบครัวของโม่ไห่ตงกำลังนั่งพูดคุยอย่างจริงจังกับฮัวอวี้หลินเกี่ยวกับอนาคตของพวกเขาทั้งสองคน

ในขณะที่หรูอวี้เซียงกับโม่ไห่ตงเดินทอดน่องไปตามทางเดินริมสวน เสียงนกที่ร้องประสานกันในยามเช้าทำให้บรรยากาศรอบตัวดูสงบขึ้น

หรูอวี้เซียงแอบมองโม่ไห่ตงที่เดินอยู่ข้าง ๆ เขาดูผ่อนคลายแต่เธอรู้ว่าภายในใจของเขายังมีความกังวลบางอย่าง

“พี่ไห่ตง” เธอเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงค่อนข้างเบา

“หืม?” โม่ไห่ตงหันมามองเธอด้วยดวงตาอันเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย

“พี่รู้ไหมว่า ในชาติก่อนฉันเคยคิดว่าชีวิตของฉันไม่มีทางไปต่อได้แล้ว แต่การที่ได้เจอพี่ทำให้ฉันมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง” เธอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ใบหน้าของโม่ไห่ตงเผยรอยยิ้มออกมา “พี่เองก็เหมือนกัน เซียงเซียง การได้เจอเธอในวันนั้นทำให้พี่รู้สึกว่าชีวิตของพี่มีความหมายขึ้นมาก”

หรูอวี้เซียงยิ้มตอบแต่ในใจของเธอมีคำถามที่ยังไม่ได้พูดออกมา เธอไม่อยากให้บรรยากาศในตอนนี้ถูกทำลายด้วยความกังวล

“ว่าแต่พี่มีแผนอะไรต่อจากนี้คะ?” เธอเปลี่ยนเรื่องเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ

โม่ไห่ตงถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะพูดตามที่ใจคิด “พี่คิดว่าจะเริ่มทำเกษตรจากที่ดินที่พี่ซื้อจากย่าของเธอ และใช้ทรัพยากรที่เราสร้างขึ้นมาเป็นทุนสำหรับปลดล็อกฟังก์ชันในเกมของพี่เพื่อเตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เริ่มจากเอาวัสดุที่สามารถทนต่อสภาพอากาศและการโจมตีของซอมบี้ออกมาสร้างบ้านรวมถึงล้อมรั้ว”

หรูอวี้เซียงพยักหน้าลงอย่างเห็นพ้อง “ฟังดูเป็นแผนที่ดีนะคะ เพราะถ้าพี่สามารถสร้างบ้านที่ทนต่อสภาพอากาศและการโจมตีได้ มันจะกลายเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับพวกเราทุกคน”

“ใช่ พี่ตั้งใจแบบนั้น” โม่ไห่ตงพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“แต่ไม่ใช่แค่บ้าน พี่จะสร้างระบบป้องกันที่ดีที่สุด รอบ ๆ บ้านจะมีรั้วที่สามารถป้องกันไม่ให้ซอมบี้และสัตว์กลายพันธุ์เข้ามาได้ พร้อมทั้งติดตั้งอาวุธเสริมเพื่อป้องกันอีกชั้นแต่สิ่งนี้พี่คิดว่าคงจะต้องรอให้ถึงวันนั้นก่อนไม่อย่างนั้นคงไม่มีใครให้เราทำ”

สีหน้าของหรูอวี้เซียงเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมเนื่องจากคงไม่มีใครเชื่อหากบอกว่าวันสิ้นโลกจะมาถึงในอีกไม่นาน ทว่าเธอกลับไม่ได้พูดออกมาเพราะคิดว่าชายหนุ่มเองก็รู้คำตอบดีอยู่แล้ว

หล่อนจึงได้เปลี่ยนเรื่อง “เหมือนพี่กำลังพูดถึงฐานทัพในเกมเลยใช่ไหมคะ” หรูอวี้เซียงพูดเสียงกลั้วหัวเราะแต่ในน้ำเสียงยังคงแฝงไปด้วยความประทับใจ

“มันคือสิ่งเดียวกัน” โม่ไห่ตงไม่ปฏิเสธ “เกมที่พี่พัฒนามันไม่ใช่แค่เกม แต่มันเป็นคู่มือเอาตัวรอดในโลกที่เราเคยเจอ… โลกที่เราไม่อยากให้มันเกิดขึ้นอีก”

หรูอวี้เซียงนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น “ฉันจะช่วยพี่ในทุกวิถีทางค่ะ ฉันเองก็มีมิติที่สามารถช่วยสะสมทรัพยากรได้ เราจะร่วมมือกันเพื่อสร้างที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนและครอบครัว เราสองคนจะร่วมกันปกป้องพวกเขาค่ะ”

โม่ไห่ตงมองหรูอวี้เซียงด้วยแววตาอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความชื่นชม

“ขอบคุณนะ เซียงเซียง… พี่ดีใจที่เธอคิดแบบนี้ เราสองคนจะร่วมมือกันเพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่า ทั้งสำหรับเราและครอบครัว”

แม้ว่าหรูอวี้เซียงจะยิ้มออกมาแต่ในใจกลับรู้สึกหนักอึ้งเล็กน้อย ความทรงจำในชาติก่อนยังคงตามหลอกหลอนเธอ…

ภาพของคนในหมู่บ้านที่เธอรักต้องล้มตายไปทีละคนจากหน้าจอก่อนที่เธอจะตายเนื่องจากมีบางคนหนีไม่ทันแม้ว่าที่นี่จะถูกใช้เป็นฐานทัพหลักก็ตาม

ความทรมานที่เธอเผชิญ ความเจ็บปวดที่ต้องเห็นโม่ไห่ตงเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเหลือเธอ ทั้งหมดนั้นหล่อหลอมให้เธอตัดสินใจแน่วแน่ในชาตินี้

“พี่ไห่ตง…” หรูอวี้เซียงพูดขึ้นเสียงเบา “พี่รู้ใช่ไหมว่าในชาติก่อนพี่ทำให้ฉันรู้สึกว่าชีวิตยังมีความหวัง แต่มันก็เจ็บปวดมากเหมือนกันที่ต้องเห็นพี่เสี่ยงทุกอย่างเพื่อช่วยฉัน”

โม่ไห่ตงนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคง “พี่รู้ว่าเธอเจ็บปวด แต่พี่ไม่เสียใจที่ได้ทำในสิ่งนั้น ถึงจะสายเกินไปสำหรับเราสองคนในตอนนั้น แต่ชาตินี้พี่ตั้งใจจะไม่ปล่อยให้มันจบแบบเดิมอีก”

คำพูดของเขาทำให้หรูอวี้เซียงยิ้มออกมาทั้งน้ำตาคลอหน่วย “เราจะทำมันด้วยกันค่ะ พี่ไห่ตง เราจะสร้างที่ปลอดภัย เราจะปกป้องครอบครัวของเรา… และเราจะไม่เสียใครไปอีก”

“ใช่” โม่ไห่ตงพยักหน้า “เราจะไม่ปล่อยให้ความผิดพลาดในอดีตมาขวางทางอนาคตอีกต่อไป”

ในขณะที่หรูอวี้เซียงและโม่ไห่ตงยืนมองหน้ากันด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ไม่ไกลออกไป ครอบครัวของทั้งสองฝ่ายกำลังแอบมองอยู่ด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น

ปู่โม่เทียนหลงกระซิบเบา ๆ กับฮัวอวี้หลิน “ดูสิคุณฮัว หลานสาวของคุณกับหลานชายของผมเหมาะสมกันขนาดไหน”

ฮัวอวี้หลินเผยรอยยิ้มก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่แฝงไปด้วยความเอ็นดู

“พวกเขาโตขึ้นมากจริง ๆ ฉันไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งเซียงเอ๋อร์จะมีคนที่พร้อมจะดูแลและปกป้องเธอได้ขนาดนี้”

โม่เข่อซิงที่ยืนอยู่ด้านหลังอดไม่ได้ที่จะยิ้มกว้าง “ปู่คะ ย่าคะ พี่ไห่ตงนี่เขาเหมือนคนที่เจอรักแท้เลยนะคะ ดูสิเขามองพี่เซียง เซียงเหมือนจะละลายแล้ว”

เฉินเจียวที่ได้ยินคำพูดของลูกสาวหัวเราะออกมาอย่างถูกใจ “ลูกพูดถูก แม่เองก็ไม่เคยเห็นพี่ชายของลูกเป็นแบบนี้มาก่อน”

โม่อี๋เจ๋อมองลูกชายและหรูอวี้เซียงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ “ลูกชายผมก็ต้องเหมือนผมสิ หากทุ่มเทให้ใครก็จะมีแต่เธอคนนั้น”

ทุกคนต่างพากันหัวเราะให้กับคำพูดของพ่อโม่ ขณะที่เสียงหัวเราะคิกคักของโม่เข่อซิงดังขึ้นอีกครั้ง “แต่ว่า… ทำไมพี่ ไห่ตงถึงหน้าแดงขนาดนั้นล่ะคะ ฮ่า ๆ ๆ!”

ฮัวอวี้หลินหัวเราะตาม “เด็กคนนี้… เราอย่าไปแซวพวกเขาเลย ให้พวกเขาได้มีช่วงเวลาของตัวเองเถอะ”

ปู่โม่เทียนหลงพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะกระซิบเบา ๆ “ใช่ ให้พวกเขามีโอกาสแสดงออกถึงความจริงใจต่อกันเถอะ”

เสียงพูดคุยเบา ๆ ของกลุ่มผู้ใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดนั้นไม่ได้รบกวนหรูอวี้เซียงและโม่ไห่ตงเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะทั้งสองยังคงยืนอยู่ด้วยกันพร้อมกับสายลมอ่อน ๆ พัดผ่าน เหมือนจะเป็นกำลังใจให้กับคู่หนุ่มสาวที่กำลังเริ่มต้นสร้างเส้นทางชีวิตใหม่ของพวกเขา
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 111

    ห้าปีผ่านไปหลังจากโลกกลับมาสู่ความสงบสุขได้ไม่นาน ณ ประเทศพันธมิตรแห่งหนึ่งได้เกิดสงครามก่อการร้ายขึ้น หวังลี่ผู้อยู่ว่างมานานกับฉินซานสองคู่หูจึงได้กระโดดเข้าร่วมท่ามกลางความวุ่นวายของสงครามและการต่อสู้แสนดุเดือดและทันทีที่พวกเขาไปถึงสถานการณ์ก็เลวร้ายมากกว่าที่คาดคิดไว้ หวังลี่กับฉินซานต่างแยกการ

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 110

    “อีกไม่นานย่าก็จะได้นอนนาน ๆ แล้ว ตอนนี้เดินได้ก็เลยอยากเดินให้มากหน่อย เซียงเอ๋อร์ ในตอนนี้หลานมีครอบครัวที่สมบูรณ์แล้วหลังย่าจากไปอย่าได้เสียใจให้มากนะลูก” คำพูดของหญิงชราอันเป็นที่รักทำให้หัวใจของหรูอวี้เซียงกระตุกวูบ“ย่าพูดอะไรแบบนั้นล่ะคะ ตอนนี้ย่าก็ลุกมาเดินได้แล้วแสดงว่าย่าย่อมจะกลับมาแข็งแร

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 109

    แสงแดดยามเช้าทอประกายสดใสทะลุผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามาภายในห้องนั่งเล่นที่มีฮัวอวี้หลินนั่งอยู่ เสี่ยวเป้ย เด็กหญิงตัวน้อยวัยห้าขวบที่ได้คนเป็นแม่ผูกผมเปียคู่เรียบร้อยได้วิ่งมาทางเธอด้วยรอยยิ้มร่า“ย่าทวดคะ พวกเราออกไปเดินเล่นกันเถอะค่ะ หนูจะไป รดน้ำต้นไม้” น้ำเสียงไม่ชัดเจนของเธอดังขึ้นด้วยความตื่นเต

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 108

    นับตั้งแต่วันที่เจ้าตัวเล็กเกิดมาคนทั้งสองครอบครัวก็ต่างมีรอยยิ้มกันแทบทุกวันโดยเฉพาะปู่ย่าของคนทั้งสองที่รู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด“เสี่ยวเป้ยของย่าทวด” ฮัวอวี้หลินหยอกเอินหลานสาวตัวน้อยที่กำลังหลับทำปากมุบมิบบนเบาะอย่างเอ็นดูย้อนกลับไปในวันคลอดของหรูอวี้เซียงหลังจากช่วงเวลาอันยาวนานผ

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 107

    “ฉันก็กินทุกวันอยู่แล้วนี่” หรูอวี้เซียงลูบท้องตัวเองไปมาความรู้สึกของการมีชีวิตน้อย ๆ เติบโตอยู่ภายในตัวเธอเป็นสิ่งมหัศจรรย์เกินบรรยาย เธอไม่คิดเลยว่าในชีวิตนี้เธอจะได้สัมผัสถึงความสุขเช่นนี้หลังจากสิ้นหวังมาก่อนในชาติที่แล้ว“แต่คุณต้องกินให้มากกว่านี้นะเซียงเซียง เพราะอาหารจากในระบบของเราเต็มไปด้

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 106

    สามปีหลังจากวันแต่งงานผ่านไปอย่างรวดเร็ว ช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความสุขและความสงบระหว่างโม่ไห่ตงกับหรูอวี้เซียงทั้งสองใช้ชีวิตคู่อย่างเรียบง่ายและเต็มไปด้วยความรักพวกเขาเลือกที่จะให้ช่วงเวลาสามปีนี้เป็นช่วงเวลาสำหรับกันและกันก่อนจะตัดสินใจมีเจ้าตัวน้อยมาเติมเต็มให้กับครอบครัวในช่วงแรกของการใช้ชีวิตค

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 49

    ท่ามกลางความตื่นตะลึงของหลิวจินที่กำลังมองร่างเล็กของบุตรชายเคลื่อนไหวไปมาราวสายลม ฟู่หงที่ได้แอบมองดูพวกเขาทั้งสามก่อนหน้าก็วิ่งมาทางเขาด้วยใบหน้าแตกตื่น“สามี” เสียงของเธอทำให้หลิวจินเหลียวหลังกลับไปมอง“อาหงเธอมาทำไม ฉันบอกให้เธออยู่ที่บ้านกับลูกไม่ใช่เหรอ”ฟู่หงสูดหายใจเข้าปอดลึกก่อนจะดึงตัวขอ

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 45

    โม่ไห่ตงสบตาหรูอวี้เซียง ก่อนที่ชายหนุ่มจะพูดออกมาช้า ๆ “เรื่องนี้ ผมจัดการไว้แล้วครับ”ดวงตาของทุกคนจับจ้องไปทางเขาทันที “หมายความว่าไง?” โม่เทียนหลงถามอย่างสงสัย“ปู่ครับ หลังจากที่ผมเคยพูดกับคุณไปเมื่อครั้งก่อน ผมได้ประดิษฐ์อุปกรณ์ที่สามารถช่วยให้พวกเราเอาตัวรอดได้ออกมาอยู่ตลอดเวลา” โม่ไห่ตงกล่าว

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 39

    ภายในเวลาเดียวกันที่ลานกว้างของหมู่บ้าน ปู่โม่และลุงหยวนกำลังจัดทีมผู้ชายในหมู่บ้านให้ช่วยกันขนฟืนลงจากภูเขาอย่างเป็นระบบ“ฟืนชุดแรกให้ขนไปเก็บที่โรงเก็บของรวมของหมู่บ้านก่อน ส่วนพวกที่เหลือให้ทยอยตัดไม้เพิ่ม ระวังอย่าตัดมากเกินไป เดี๋ยวป่าจะเสียสมดุล” ปู่โม่กล่าวอย่างมีเหตุผล“ครับปู่โม่! พวกเราจะร

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    บทที่ 11

    ฮัวอวี้หลินค่อย ๆ ลืมตาขึ้นตามคำบอกของหลานสาว สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เธอต้องอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ดินแดนกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ท้องฟ้าสดใส แสงแดดอ่อน และลมที่พัดมาแผ่วเบา ทำให้เธอรู้สึกเหมือนหลุดเข้ามาในอีกโลกหนึ่ง“ที่นี่… ที่ไหนกัน เซียงเอ๋อร์?” ฮัวอวี้หลินถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ดวงตาของหญิง

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status