เนรเทศไม่เป็นไร ข้าเกิดใหม่พร้อมคลังเสบียง!

เนรเทศไม่เป็นไร ข้าเกิดใหม่พร้อมคลังเสบียง!

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-14
โดย:  ฮาจิฮาจิจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel12goodnovel
10
26 การให้คะแนน. 26 ความคิดเห็น
134บท
38.4Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ถูกเนรเทศ…!? เรื่องเล็ก! เพราะข้าเกิดใหม่พร้อมคลังเสบียงไร้ขอบเขต เซี่ยหยู่ หญิงสาวศตวรรษที่ 21 ทะลุมิติมาอยู่ในร่างขององค์หญิงที่ถูกฮ่องเต้โยนให้ไปอยู่ในดินแดนกันดารพร้อมกับองค์ชายตัวน้อย แต่ไม่เป็นไร ในมือของนางมีระบบคลังเสบียง มีให้กินให้แจกแบบไม่อั้น ของหายากทั่วแผ่นดิน รวมถึงคลังสมบัติของฮ่องเต้ นางจะกวาดเข้าคลังสมบัติให้เรียบ! ดินแดนกันดารหรือ? ฟื้นฟูใหม่ไม่ยาก รอหน่อยเถอะ...องค์หญิงผู้นี้จะสร้างอาณาจักรใหม่ให้ฮ่องเต้ตะลึงจนพูดไม่ออกเลย!

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1 องค์ชายองค์หญิงผู้สิ้นวาสนา (?)

That winter, we went skiing in Aespen, Amestia. It was where the rich and the werewolf nobles liked to hang out.

However, an avalanche came out of nowhere. Dad grabbed Summer, my adopted sister who was fast asleep, and ran. Mom hurried out too, but she made sure to grab the little stray pup Summer had found.

They got back to the Moonshadow Pack that same night and posted a bunch of photos online, happy they were all safe.

They forgot all about me.

A week later, I came home, all bruised and scratched. The Moonshadow Pack elders and the Vektar family friends were there, throwing a party for my parents and Summer to celebrate surviving the avalanche.

Seeing me, my parents showed mixed emotions. They had thought of everything during the avalanche except for me, their own daughter. They had left me buried under the snow.

Mom's eyes got a bit teary, and she hugged me tight. "My child... You've been through so much..."

I used to dream of her hugs, but at that moment, I just stepped back a little and said without much feeling. "Thanks for caring."

She paused, her arms still out.

Summer looked at me with her amber eyes, not bothering to say any nice words. The next moment, she started crying quietly and spoke in a sweet voice.

"Daddy... Mommy... I'm sorry, it's all my fault... If you hadn't had to save me, Rose wouldn't have gotten hurt… Rose, you can hit me. It's a happy occasion today. Don't let everyone here think that Mom and Dad left you because of me. It's my fault..."

Her few words made Dad go from feeling guilty to really mad.

"You deliberately chose to come back on this day? You want everyone to think we left you out?! You're so young, but you're so full of tricks. You don't even act like you're a part of this family!"

I could not believe what I was hearing. Dad, the respected leader of our Moonshadow Pack, was saying those things about me, his own daughter.

For five long days after the avalanche, I fought to stay alive under the rubble. There was no water or food, just the freezing cold and the scary feeling that death was close. I had tried over and over to reach out to them through the mind-link, but no one answered.

When I tried to send the last message with my phone before it died, hoping to tell them where I was and leave my final words, I saw the messages my parents had sent instead.

[The Moon Goddess kept us safe, all three of us are fine.]

[We're so thankful to the Moon Goddess. Even the pet puppy is okay.]

They were at home, getting cozy by the fire. They were all smiles, with Summer holding the little stray puppy she found.

Meanwhile, I was in the snow, my hands numb as I dug through the ice. I kept going, driven by the need to survive, and I finally made it out.

However, to Dad, my return was just a way for me to 'rebel' and 'start drama'.

I lost the urge to explain myself, so I turned around and went to my room. Behind me, I heard Summer whisper smugly, "Dad, don't be mad. Rose was always the favorite, so she never learned any manners. We should give her time to figure out what's right."

Dad just grunted. "I should've never brought her back. You're my good daughter, not her."

I ran to my room. As soon as I heard those words, I could not stop the tears.

I never had a place in this house, but I should've probably gotten used to that by now, huh?

I dried my eyes and called my mentor, my voice steady and sure. "I've made up my mind. I'll go with you to Cascade City next week. I'll settle down there and focus on my medical studies. I won't come back."

The next morning, as the sun peeked in, Mom pushed my door open with a sigh.

"Rose, you were so stubborn yesterday. Your dad just told you off a little, and you stormed off to your room. You really don't get it, do you? You embarrassed him in front of our family."

She stopped mid-sentence when she saw the clothes by my bed. She had not noticed in last night's dim light, but in the bright morning, she saw my white shirt stained with dried blood. The marks were stark and shocking.

She finally understood what I had been through in the avalanche.

Dad came in after her and saw the shirt, his lips quivering in response. He started to say something.

"Rose... I... I didn't realize..."

"I just want to get dressed. Could you please leave?" I said, staring at the ceiling, my voice icy.

They never really paid me any attention.

If Summer so much as scratched her finger, they would fuss over her like she was the most fragile thing. However, my legs could be sore and swollen and they would not even glance my way. They would just think I was seeking attention.

It was not that they did not pay me any attention; they just did not care about me.

Maybe it was the chill in my voice, but for the first time, I saw a flicker of worry cross their faces.

They glanced at the dining table in the living room, where I used to place fresh Moonshadow flowers every day—a habit they always found pointless.

"Rose, you haven't put out fresh Moonshadow flowers today. Want to go pick some with me later?" Mom asked, trying to sound casual.

"No, thanks."

There was a time when I would have jumped at the chance to spend time with my parents. However, that time was gone.

I did not care anymore.

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

คะแนน

10
100%(26)
9
0%(0)
8
0%(0)
7
0%(0)
6
0%(0)
5
0%(0)
4
0%(0)
3
0%(0)
2
0%(0)
1
0%(0)
10 / 10.0
26 การให้คะแนน · 26 ความคิดเห็น
เขียนรีวิว

ความคิดเห็นเพิ่มเติม

Nattery
Nattery
สนุกมาก นางเอกเทพโกงแท้ๆ ขอบคุณที่อัพเดทจนจบ
2026-04-08 10:23:25
0
0
Ploy Panyapat
Ploy Panyapat
อ่านจบแล้วค่ะ เรื่องนี้สนุกมากๆ ชอบแนวนี้สุดๆ
2026-01-13 22:51:04
0
0
walanดี
walanดี
สนุกมากๆๆเลยค่ะ
2026-01-13 11:59:54
1
0
เทพประจักษ์ นาสมฝั
เทพประจักษ์ นาสมฝั
อัพเดทเยอะๆๆดีค่ะสนุกมากๆ
2026-01-13 08:45:32
0
0
Zxcvbnmm
Zxcvbnmm
ไม่อัพเดทเหรอค่ะ
2025-11-29 21:39:12
0
0
134
บทที่ 1 องค์ชายองค์หญิงผู้สิ้นวาสนา (?)
บทที่ 1องค์ชายองค์หญิงผู้สิ้นวาสนา (?) แคว้นต้าเซี่ย ณ วังหลวง ยามวิกาลก่อนออกเดินทาง ภายในตำหนักขององค์หญิงสี่ แม้ตำหนักแห่งนี้จะกว้างใหญ่โอ่อ่าเพียงใด หากยามนี้กลับเงียบสงัดวังเวงชวนให้ขนหัวลุก อันเนื่องมาจากไร้เงาของนางกำนัลและขันที ท่ามกลางความเงียบงันนั้น เด็กสาววัยกำดัดดวงหน้างดงามอ่อนหวานทว่าซีดเซียวไร้สีเลือด ค่อยๆ ปรือตาขึ้น สายตาที่แสดงออกถึงความมึนงงสับสนกวาดมองไปรอบๆ ห้อง เครื่องเรือนแต่ละชิ้นทำจากไม้ถูกแกะสลักลวดลายวิจิตรสวยงาม ม่านข้างเตียงปักลายอย่างประณีตงดงาม แต่มองอย่างไรก็ให้รู้สึกแปลกนัก เพราะบรรยากาศของห้องนี้เหมือนหลุดมาจากยุคโบราณไม่มีผิด คิดมาถึงตรงนี้ ดวงตาที่สับสนพลันเบิกโพรงอย่างตกใจ ยุคโบราณ!? พลันนั้นเอง จู่ๆ ศีรษะก็เจ็บแปลบ ก่อนความทรงจำของใครบางคนที่ไม่ใช่ของเธอจะถาโถมเข้ามาในหัว เด็กสาวยกมือแตะขมับด้วยความเจ็บปวด เจ้าของร่างนี้นามว่า ‘เซี่ยหยู่’ องค์หญิงลำดับที่สี่แห่งราชวงศ์
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 คลังสวรรค์ไร้ขอบเขต
บทที่ 2 คลังสวรรค์ไร้ขอบเขต เซี่ยหยู่ไม่รอช้ารีบตรวจสอบของที่สะสมในคลังสวรรค์ไร้ขอบเขตในทันที หมุนกำไลเบาๆ หนึ่งครั้ง ร่างทั้งร่างก็หายเข้ามาอยู่ในมิติ เซี่ยหยู่สูดหายใจเอากลิ่นอายบริสุทธิ์เข้ามาเต็มปอด กลิ่นสดชื่นของอากาศในมิติแผ่ซ่านไปทั่วร่าง อาการปวดหัวและเหนื่อยล้าของเจ้าของร่างเดิมก็หายสิ้น เดิมที มิติสวรรค์แห่งนี้เป็นเพียงพื้นที่ว่างเปล่าที่เต็มไปด้วยทุ่งหญ้าสีเขียว บนสุดคือท้องฟ้าสีครามอันไร้ขอบเขต ถัดมาคือทะเลสาบใสกระจ่างส่องประกายระยิบระยับ กลางมิติยังมีบ่อน้ำพุใสแวววาว เหนือผิวน้ำก็คือไอวิญญาณ เซี่ยหยู่มองสวนสมุนไพร สวนผัก สวนผลไม้และทุ่งข้าวนานาชนิดที่นางเคยกวาดเข้ามิติ ทุกอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย…ดีมาก ภายในโกดังเก็บของก็มีอาหารสด อาหารแห้ง น้ำดื่ม ยาเม็ด สมุนไพรสด สมุนไพรตากแห้ง เมล็ดพันธุ์ผักและผลไม้ ข้าวเปลือก ข้าวสาร ข้าวโพด ข้าวฟ่าง เกลือ น้ำตาลและอื่นๆ เมื่อเห็นว่าของในมิติติดตามมาด้วย เซี่ยหยู่ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะเดินมายังหอคอยสูงตร
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 วังหลวงสั่นสะเทือน!
บทที่ 3วังหลวงสั่นสะเทือน! เซี่ยหยู่หามุมลับ แอบเข้าสู่มิติ เปลี่ยนมาสวมชุดสีดำสนิท ภายใต้แสงจันทร์ นางเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วดุจแมวกลางคืน ดวงตาเปล่งประกายวาววับ เมื่อลัดเลาะมาถึงตำหนักฮองเฮา เซี่ยหยู่หยิบหน้ากากป้องกันสารเคมีออกมาสวม ก่อนจะเอาเครื่องพ่นสารละอองที่ผสมยานอนสูตรล้มช้างออกมา รมควันคนทั้งตำหนักในพริบตาเดียว ภายในตำหนักฮองเฮาเต็มไปด้วยของหรูหรามากมาย นางแค่ขยับมือเบาๆ แก้วแหวนเงินทองทั้งหมดก็หายวับเข้ามิติ [ติ๊ง! ยอดเงินถึงเป้าหมาย ปลดล็อคประตูชั้น 2] เซี่ยหยู่กะพริบตาปริบๆ อดจะร้อง “โห!” ออกมาไม่ได้ แค่ตำหนักฮองเฮาก็อัพเกรดมิติได้แล้วเรอะ…สุดยอด! [ติ๊ง! ศูนย์การค้าเปิดใช้งานแล้ว] “ศูนย์การค้า…? อยากลองแวะเข้าไปดูจัง แต่เอาไว้ทีหลังละกัน” เด็กสาวเดินต่อจนมาถึงสวนหย่อมข้างตำหนัก นางยกมือกวาดเบาๆ ต้นไม้มงคล ดอกไม้หอมทั้งสวนก็ถูกเก็บเข้ามิติเรียบร้อย ศาลาทรงแปดเหลี่ยมสุดหรูก็ไม่เว้น เซี่ยหยู่วิ่งลัดเลาะไปยังตำหนักสนมต่อ กวาด
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4 ร่ำลาครั้งสุดท้าย
บทที่ 4ร่ำลาครั้งสุดท้าย หลังจากจักรพรรดิออกราชโองการส่งองค์ชายเซี่ยอวี้ไปเมืองหนานหลิง เมืองชายแดนที่อยู่ทางใต้เพื่อกำจัด “ต้นตอแห่งภัยแล้ง” ข่าวนี้ได้แพร่สะพัดไปยังหัวเมืองต่างๆ ด้วยเหตุนี้ ระหว่างที่ขบวนรถม้าเคลื่อนออกจากเมืองหลวง สองข้างทางจึงแน่นขนัดไปด้วยผู้คน ว่ากันตามจริง ราชโองการของจักรพรรดิล้วนเต็มไปด้วยความงมงาย การส่งองค์ชายน้อยออกนอกเมืองไม่สามารถแก้ต้นตอของภัยแล้งได้ สิ่งที่สำคัญในยามนี้จริงๆ คือเสบียง เงินและความช่วยเหลือจากเหล่าขุนนาง “ส่งองค์ชายสามอายุแค่ 5 ขวบ ไปเมืองที่ประสบภัยแล้งก็ไม่ได้ช่วยให้ฝนฟ้าตกลงมาเสียหน่อย ขุนนางพวกนั้นคิดอะไรกันอยู่ เหตุใดไม่นำเงินจากท้องพระคลังออกมาช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัย!” เสียงของปัญญาชนผู้หนึ่งดังขึ้นท่ามกลางกลุ่มคนมากมาย เมื่อมีคนหนึ่งกล้าวิจารณ์ราชโองการที่ไม่สมเหตุผล คนอื่นๆ ก็ไม่ลังเลที่จะออกความคิดเห็น “ข้าเห็นด้วย ส่งเด็กคนหนึ่งไปชายแดน ฝนจะตกตามฤดูกาลได้อย่างไร” “อืม ใช่ๆ” “เฮอะ!”
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5 เตรียมพร้อม
บทที่ 5 เตรียมพร้อม ณ เวลานั้น ภายในตำหนักของหวงกุ้ยเฟย สตรีงดงามวัยสามสิบกว่าๆ ผู้หนึ่งยืนมองท้องฟ้าด้วยความเงียบสงบ แววตาว่างเปล่า ข้างกายของนางคือขันทีหลิ่วกับนางกำนัลแซ่เหอ ทั้งสองคนเป็นคนสนิทของหวงกุ้ยเฟย มือขาวซีดของหวงกุ้ยเฟยถือลูกบอลผ้าประดับด้วยกระพรวนเล็กๆ กับตุ๊กตาผ้าเก่าๆ ที่ถูกซ่อมแซมหลายจุด สองสิ่งนี้เป็นของที่ลูกๆ ของนางเคยเล่นและติดมันมาก ตอนที่รีบเร่งเก็บของให้กับองค์หญิงเซี่ยหยู่ เอาไว้เป็นต้นทุนในการเดินทาง ครั้นพอเปิดกล่องสมบัติเล็กๆ ของเด็กทั้งสอง หวงกุ้ยเฟยกลับไม่อาจตัดใจนำของทั้งสองชิ้นนี้ใส่ลงไปในห่อผ้าได้ ก่อนที่จะมีราชโองการส่งเซี่ยหยู่กับเซี่ยอวี้ออกจากวัง หวงกุ้ยเฟยก็ถูกขังให้อยู่แค่ในตำหนักแล้ว จึงไม่รู้ถึงแผนชั่วๆ นี้เลย คิดเพียงว่าตนคงทำเรื่องไม่ถูกใจฮ่องเต้ หากทว่า...หลังจากที่ทราบข่าวราชโองการ หวงกุ้ยเฟยก็ร้อนรนหนัก พยายามออกตำหนักเพื่อขอความเมตตาจากฮ่องเต้ แต่ตำหนักนี้ถูกควบคุมอย่างแน่นหนา ไม่อาจออกไปได้จริงๆ คิดพลางน้ำตาหยดหนึ่งก็ร่วงลงบนแก้มเนียน
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6 เซี่ยอวี้หาพรรคพวก
บทที่ 6เซี่ยอวี้หาพรรคพวก วันแรกของการเดินทางค่อนข้างราบรื่น ขบวนรถม้าเคลื่อนตัวไปอย่างเงียบๆ ไม่มีเหตุร้ายหรือเรื่องไม่คาดฝัน อาหารการกินยิ่งไม่ได้ลำบาก อาจเพราะเมืองหยุนโจวอยู่ใกล้กับเมืองหลวง ไม่ได้ประสบภัยแล้ง เป็นเมืองค่อนข้างเจริญ ระหว่างขบวนเคลื่อนผ่าน เซี่ยหยู่เห็นชาวบ้านประปราย และทุ่งนาสีเขียวขจีเรียงรายตามสองข้างทาง เป็นทิวทัศน์ที่งดงามไม่เลว เหล่าทหารที่คุ้มกันขบวนก็เดินแถวอย่างเป็นระเบียบ ไม่มีใครเอ่ยวาจาล่วงเกินเซี่ยหยู่หรือเซี่ยอวี้ ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบเรียบ ช่วงพักแรมในคืนนั้น เซี่ยหยู่หยิบกระบองไฟฟ้าแบบพกพาให้กับแม่นมจื่อฮวาและลี่ถิง พร้อมสอนวิธีใช้งานแบบง่ายๆ กระบองไฟฟ้าดูเหมือนท่อนไม้สีดำธรรมดาจึงไม่มีใครสงสัย และแน่นอน คนยุคโบราณไม่รู้จักคำว่า ‘ไฟฟ้า’ แต่ก็เข้าใจหลักการใช้งานง่ายๆ ต้องกดสวิตซ์ตรงไหนแล้วฟาดออกไปอย่างไร สอนครั้งเดียวพวกเขาก็ทำเป็นทันที หลังจากได้รับกระบองไฟฟ้าไป ทั้งสองคนก็ฝึกใช้งานจนคล่องแคล่ว ก่อนจะเก็บใส่แขนเสื้อด้วยรอยยิ้มกว้าง
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7 ข้าเบื่อซาลาเปา อยากกินอย่างอื่น!
บทที่ 7ข้าเบื่อซาลาเปา อยากกินอย่างอื่น! เซี่ยอวี้กัดเนื้อแห้งคำเล็กๆ หน้าตาเปื้อนยิ้มอย่างภาคภูมิใจ ในตอนแรก เหล่าทหารกลุ่มนั้นยังมองเซี่ยอวี้ด้วยความตื่นเต้น ครั้นเห็นแก้มกลมๆ องค์ชายตัวเล็กขยับเหมือนกระรอก ดวงตาที่จ้องเขม็งด้วยความลุ้นระทึกพลันเปลี่ยนเป็นเอ็นดู “ระ รสชาติเป็นอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ” ทหารหนุ่มหน้าอ่อนถาม “แห้งๆ เค็มๆ แปลกๆ แต่ก็อร่อย” “แหะๆ” ทุกคนที่ได้ยินต่างก็หัวเราะแห้งๆ ก่อนจะยิ้มอย่างโล่งใจ อาจเพราะเป็นของที่เพิ่งเคยกินครั้งแรก องค์ชายน้อยจึงรู้สึกว่าอร่อย “อ้อ!” จู่ๆ เด็กน้อยก็ร้องเสียงใส จากนั้นก็วิ่งปุกปิกกลับไปที่รถม้า หยิบกล่องอาหารหรูหราของตนมาเปิด มือเล็กๆ หยิบซาลาเปาไส้หมูหอมกรุ่นออกมาแล้วยื่นให้ทหารหนุ่มหน้าอ่อน “แลกกัน!” ทหารหนุ่มคนนั้นนิ่งค้างไปชั่วครู่ ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ “ไม่ต้องแลกหรอกพ่ะย่ะค่ะ เนื้อแห้งของกระหม่อมเทียบกับซาลาเปาชั้นดีขององค์ชายไม่ได้เลย”
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8 อีเวนต์โจรป่า
บทที่ 8 อีเวนต์โจรป่า มาแล้ว! อีเวนต์โจรป่าที่คณะเดินทางทุกเรื่องต้องเจอ! เซี่ยหยู่ขมวดคิ้ว คิดพลางถอยหลังกลับเข้ากระโจม ย่อตัวลงนั่งยองๆ ข้างกายเซี่ยอวี้พร้อมกับเงี่ยหูฟังเสียงด้านนอก แม่นมจื่อฮวาหยิบกระบองไฟฟ้าออกจากแขนเสื้ออย่างเงียบเชียบ มือข้างหนึ่งก็โอบกอดองค์ชายน้อยหมายปกป้อง ท่าทางเตรียมพร้อมที่คล่องแคล่วของแม่นมจื่อฮวา ทำให้เซี่ยหยู่อดสงสัยตัวตนของฝ่ายนั้นไม่ได้ แต่นี่ไม่ใช่เวลาจะถาม เซี่ยหยู่จึงเงียบ ฟังสถานการณ์ข้างนอกต่อ ที่นอกกระโจม ทันทีที่รู้ว่าถูกโจรป่าปิดล้อมรอบบริเวณ ทหารกล้าทั้ง 30 นายก็พากันลุกฮือพร้อมกับคว้าอาวุธขึ้น ความตรึงเครียดแผ่กระจายไปทั่วร่างของทุกคน แววตาสะท้อนความหวาดหวั่นอย่างเห็นได้ชัด หากบอกว่าไม่รู้สึกกลัวเลยก็เหมือนโกหก! เบื้องหน้าพวกเขาคือโจรป่าร่างใหญ่จำนวน 30 กว่าชีวิต มากกว่าพวกเขาเสียด้วยซ้ำ อีกอย่าง แค่เห็นรูปร่างกำยำกับอาวุธในมือของพวกมัน ก็พอเดาได้ว่าฝีมือแต่ละคนไม่ธรรมดา แต่… แม้ว่าจะหวาดกลัว ทหารทุกคนต่า
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9 ชุลมุนวุ่นวาย
บทที่ 9ชุลมุนวุ่นวาย เมื่อไม่รู้สึกถึงความเจ็บและรู้ว่าตนยังมีลมหายใจ เซี่ยหยู่จึงค่อยๆ ลืมตาขึ้น ภาพที่เห็นคือโจรป่าคนหนึ่งศีรษะกับตัวถูกแยกออกจากกัน ของเหลวสีแดงสดพุ่งกระฉูดออกจากรอยต่อ ฉับพลันนั้น ดวงตากลมโตของเซี่ยหยู่ก็เบิกกว้างด้วยอาการตะลึง ในท้องปั่นป่วนเหมือนอยากขย้อยของเหลวออกมา คิดปุบร่างกายก็ตอบสนองปับ เซี่ยหยู่ทรุดลงไปคุกเข่า โก่งคออาเจียน “แหวะ!” อย่างไรเสีย ที่อาเจียนออกมากลับมีแค่ลม แม้ว่าเซี่ยหยู่จะสังหารโจรป่าไปสองคน แต่ก็แค่สร้างรูเล็กๆ บนร่างของโจรป่าเท่านั้นเอง ซึ่งตรงข้ามกับความสยดสยองที่เห็นเมื่อกี้อย่างสิ้นเชิง “แหวะ แหวะ!” เพียงนึกถึงภาพนั้น นางก็โก่งคออาเจียนอีกหน ครั้งนี้ก็ยังมีแต่ลมเหมือนเดิม “องค์หญิง ลุกไหวหรือไม่” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นเหนือศีรษะ เซี่ยหยู่เงยหน้าขึ้น มองชายหนุ่มด้วยสีหน้าซีดเผือดดุจไก่ต้ม ตอบกลับด้วยปากสั่นๆ “จะ…เจ้าคิดว่า…สภาพข้าตอนนี้ ดูไหวหรือไม
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10 เซี่ยอวี้แสดงฝีมือ
บทที่ 10เซี่ยอวี้แสดงฝีมือ แม่นมจื่อฮวาไม่รอช้า รีบจูงมือองค์ชายน้อยวิ่งตรงไปทางที่ลี่ถิงซ่อนตัวอยู่ เซี่ยอวี้ก้าวเท้าเล็กๆ ตามอย่างสุดกำลัง พยายามตามให้ทัน ทว่าในจังหวะนั้นเอง โจรป่าคนหนึ่งที่ยังไม่สิ้นฤทธิ์กลับยื่นมือคว้าข้อเท้าของเขาไว้แน่น “ว๊าก!” เด็กชายร้องลั่นด้วยความตกใจ ทั้งเตะทั้งถีบ แต่ฝ่ามือหยาบกร้านนั้นกลับเหนียวแน่นยิ่งกว่ากาว ต่อให้ถีบจนรองเท้าหลุดไปอีกข้างก็ยังไม่เป็นผล ทันใดนั้นเอง เซี่ยอวี้พลันนึกขึ้นมาได้ว่าเขายังมี ‘อาวุธลับ’ ที่พี่สาวมอบให้! เด็กชายคิดไวทำไว หยิบขวดเล็กๆ จากอกเสื้อออกมา จากนั้นก็ฉีดอาวุธลับใส่หน้าโจรป่าทันที ฟู่! ฟู่! ละอองจากสเปรย์พริกไทยพุ่งเข้าเต็มตา จมูก และปากของโจร “อ๊ากกก! ตาข้า! แสบโว้ย!!” โจรป่าปล่อยมือจากเท้าเล็กๆ ของเด็กชาย ปิดหน้าปิดตาตัวเองพร้อมกับดิ้นกระแด๋วๆ ด้วยความทรมาน เซี่ยอวี้ไม่รอช้ารีบออกวิ่งพร้อมกับแม่นมต่อ แต่เพียงครู่เดียวกลับรู้สึกถึงฝ่ามือใหญ่ที่แตะลงบนบ่าเล็กๆ ของตน
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status