แสงแรกของวันยังไม่ทันจับขอบฟ้า หรูอวี้เซียงลืมตาตื่นขึ้นมาในความเงียบของเช้าตรู่ เธอพลิกตัวเล็กน้อยก่อนจะยันกายลุกขึ้นนั่ง ดวงตาสีอ่อนเหลือบมองนาฬิกาแขวนบนผนังที่ชี้เวลาตีห้าครึ่ง
“ยังเช้าอยู่เลย” เธอพึมพำกับตัวเอง
แต่ทว่าเมื่อเปิดประตูออกจากห้องนอน กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของโจ๊กที่กำลังถูกปรุงลอยมาจากในครัว
“ย่าตื่นก่อนฉันอีกแล้ว” หรูอวี้เซียงหัวเราะก่อนที่เธอจะเดินตรงไปตามกลิ่น
ฮัวอวี้หลินที่อยู่ด้านในครัวกำลังวุ่นวายอยู่กับการคนโจ๊กในหม้อ ด้านข้างมีเครื่องเคียงเตรียมไว้อย่างเรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นผักดองหรือปาท่องโก๋ตัวเล็ก
“ย่าคะ ตื่นเช้าขนาดนี้อีกแล้วเหรอ?” หรูอวี้เซียงเอ่ยพลางเดินเข้าไปใกล้
“เซียงเอ๋อร์ ตื่นแล้วเหรอลูก? กำลังจะเรียกอยู่พอดี” ฮัวอวี้หลินยิ้มพลางหันมามองหลานสาว ก่อนจะตักโจ๊กใส่ถ้วย
หรูอวี้เซียงยกยิ้มบาง ๆ “ย่าให้ฉันช่วยอะไรไหมคะ?”
ฮัวอวี้หลินส่ายหน้า “ไม่ต้องเลย แค่มากินข้าวพร้อมย่าก็พอแล้ว”
“แต่ย่าเหนื่อยนะคะ ทำไมไม่ปล่อยให้ฉันช่วยบ้าง” หรูอวี้เซียงพูดพลางเดินไปหยิบถ้วยอีกใบเพื่อเตรียมจัดโต๊ะ
“เด็กโง่ ย่ายังไหวอยู่” ฮัวอวี้หลินตอบเสียงกลั้วหัวเราะ
ทั้งสองนั่งลงที่โต๊ะไม้เล็ก ๆ กลางห้องโถง หรูอวี้เซียงมองโจ๊กที่ควันลอยฉุยและยกยิ้มด้วยความสุข
“โจ๊กของย่าอร่อยที่สุดในโลกเลยค่ะ”
ฮัวอวี้หลินหัวเราะออกมา “ปากหวานแบบนี้ต้องกินให้หมดนะ”
บรรยากาศในบ้านหลังเล็กอบอวลไปด้วยความอบอุ่นของสองย่าหลาน เสียงหัวเราะและบทสนทนาทำให้เช้านี้เป็นอีกวันที่หรูอวี้เซียงรู้สึกว่าการกลับมาที่นี่เป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดในชีวิต
หลังจากย่ากับหลานช่วยกันเก็บล้างถ้วยชามเรียบร้อย หรูอวี้เซียงเช็ดมือบนผ้าผืนเล็กก่อนจะเดินเข้าไปหาย่าที่กำลังจัดการกับสมุนไพรตากแห้งในตะกร้า
“ย่าคะ ปกติย่าทำอะไรบ้างในแต่ละวัน? ฉันเพิ่งรู้ว่าตัวเองไม่เคยถามมาก่อนเลย” คนเป็นหลานเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
ฮัวอวี้หลินเงยหน้าขึ้นมองหลานสาวคนเดียว พร้อมรอยยิ้มบาง “ทำไมจู่ ๆ ถึงอยากรู้ล่ะลูก?”
“ก็ฉันกลับมาอยู่ที่นี่แล้วนี่ค่ะ ฉันอยากช่วยแบ่งเบาภาระของย่าบ้าง” หรูอวี้เซียงตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ฮัวอวี้หลินส่งเสียงหัวเราะก่อนจะวางตะกร้าสมุนไพรลงบนโต๊ะ “ย่าก็ไม่มีอะไรมากหรอกลูก ส่วนใหญ่ย่าก็จัดการเรื่องพวกนี้แหละ เก็บผักผลไม้ ขายสมุนไพรที่ตากแห้ง แล้วก็ปลูกพืชในสวนหลังบ้าน”
หรูอวี้เซียงเลิกคิ้วด้วยความสนใจ “สมุนไพรพวกนี้ย่าเอาไปขายที่ไหนคะ?”
“ตลาดในหมู่บ้านนะลูก มีพ่อค้าจากที่อื่นมารับไปขายต่ออีกที หรือไม่ก็คนในหมู่บ้านมาซื้อกันเอง”
“แล้วในสวนหลังบ้าน ย่าปลูกอะไรบ้างคะ?”
ฮัวอวี้หลินลุกขึ้นเดินนำหลานสาวไปยังประตูหลังบ้าน ก่อนจะเปิดออก สิ่งที่ปรากฏสู่สายตาของทั้งสองคนคือพื้นที่กว้างที่เต็มไปด้วยพืชผักสมุนไพรหลากหลายชนิด
“นี่ไง พวกผักสวนครัว สมุนไพรพื้นบ้าน ส่วนโน้นก็มีต้นไม้ผลเล็ก ๆ พวกมะม่วงกับฝรั่ง”
หรูอวี้เซียงมองดูอย่างตื่นตาตื่นใจ “ย่าเก่งจังเลยค่ะ ทำทั้งหมดนี้คนเดียวได้ยังไง?”
“ใช่ที่ไหนล่ะลูก ย่ามีจ้างเพื่อนบ้านมาช่วยในช่วงเวลาเก็บเกี่ยว แต่งานส่วนใหญ่ย่าก็มักจะทำเองซึ่งย่าชินเสียแล้ว” ฮัวอวี้หลินตอบพร้อมรอยยิ้ม
“งั้นต่อไปนี้ฉันจะช่วยย่าเองค่ะ” หรูอวี้เซียงพูดด้วยความมุ่งมั่น
ฮัวอวี้หลินยิ้มอย่างอ่อนโยน “ย่าดีใจที่หลานกลับมาอยู่ที่นี่นะเซียงเอ๋อร์ แต่ย่าก็อยากให้หลานมีชีวิตที่ตัวเองเลือกด้วย”
หรูอวี้เซียงจับมือของย่าเอาไว้แน่น “ย่าคะ ชีวิตที่ฉันเลือกคืออยู่กับย่า และทำให้ที่นี่เป็นที่ที่มั่นคงสำหรับเราทั้งสองคนค่ะ”
ฮัวอวี้หลินมองหลานสาวด้วยสายตาเปี่ยมความรัก “งั้นย่าฝากด้วยนะ เซียงเอ๋อร์”
ทั้งสองยิ้มให้กัน ขณะที่สายลมอ่อน ๆ พัดผ่านสวนหลังบ้านที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา
แสงอันอบอุ่นของช่วงเช้าเริ่มเปลี่ยนเป็นแสงร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หรูอวี้เซียงและย่าของเธอยังคงก้มหน้าก้มตาทำงานในสวนหลังบ้านจนลืมเวลา แต่ทันใดนั้น เสียงเห่าดังลั่นของเจ้าเฮยก็ทำให้ทั้งสองสะดุ้งเงยหน้าขึ้น
“มีคนมาค่ะย่า?” หรูอวี้เซียงพูดพลางหันไปมองเจ้าสุนัขตัวใหญ่ที่กำลังวิ่งตะบึงออกไปยังรั้วบ้าน
ฮัวอวี้หลินยกมือขึ้นปาดเหงื่อพลางยิ้ม “ดูเหมือนจะมีแขกมา หลานไปดูสิลูก”
หรูอวี้เซียงพยักหน้ารีบก้าวเท้าตามเจ้าเฮยไป และเมื่อเดินมาถึงประตูบ้าน เธอก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นโม่ไห่ตงยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับน้องสาวของเขา โม่เข่อซิง
“พี่ไห่ตง? เข่อซิง?” เธอเรียกชื่อทั้งสองด้วยน้ำเสียงแปลกใจ
โม่ไห่ตงยิ้มบาง ๆ ขณะที่โม่เข่อซิงวิ่งเข้าไปหาหญิงสาวด้วยความตื่นเต้น
“พี่เซียงเซียง! ฉันคิดถึงพี่มากเลย!”
หรูอวี้เซียงหัวเราะและอ้าแขนกอดโม่เข่อซิงที่โถมตัวเข้าหาเธอ “ฉันก็ดีใจที่ได้เจอเธอเหมือนกัน เข่อซิง”
โม่ไห่ตงมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มก่อนจะพูดขึ้น “เข่อเอ๋อร์อยากมาหาเธอ พอรู้ว่าพี่จะมาก็ร่ำร้องตามมาด้วย”
“พี่มาหาฉันแต่เช้ามีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ?” หรูอวี้เซียง ถามพร้อมเลิกคิ้วขึ้นสูง
“เอาไว้พี่ค่อยบอก ตอนนี้เธอพาพวกเราไปทักทายย่าฮัวก่อนดีไหม” โม่ไห่ตงพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
หรูอวี้เซียงพยักหน้า “ได้ค่ะ ย่าคงดีใจที่ได้เจอพี่และเข่อซิง”
ทั้งสามเดินเข้ามาในบ้าน เจ้าเฮยที่เคยวิ่งไปต้อนรับก็เดินกลับมานั่งเฝ้าข้างย่าอย่างภักดี ฮัวอวี้หลินหันมายิ้มเมื่อเห็นแขกที่มาเยือน
“อ้าว ไห่ตงกับเข่อซิง มาได้ยังไงจ๊ะ?” หญิงชราพูดด้วยน้ำเสียงยินดี
“พวกเราแวะมาทักทายนะครับ” โม่ไห่ตงตอบด้วยรอยยิ้มก่อนจะอธิบายเพิ่ม “เข่อซิงอยากเจอเซียงเซียง และผมเองก็มีเรื่องอยากปรึกษากับเซียงเซียงรวมถึงย่าด้วย”
ฮัวอวี้หลินพยักหน้า “เข้ามานั่งพักก่อน เดี๋ยวย่าจะชงน้ำให้”
“ไม่ต้องลำบากหรอกค่ะย่า ฉันจะไปชงเอง” หรูอวี้เซียง รีบพูดและลุกขึ้นไปที่ครัว
ในขณะที่เธอกำลังชงน้ำชา เสียงหัวเราะเบา ๆ ของเข่อซิงและบทสนทนาระหว่างย่ากับโม่ไห่ตงดังลอดเข้ามา ทำให้บรรยากาศในบ้านดูอบอุ่นและคุ้นเคย
เมื่อหรูอวี้เซียงกลับมาพร้อมถาดน้ำชา เธอวางมันลงบนโต๊ะและนั่งลงด้านข้างของย่า
“พี่ไห่ตง เรื่องที่พี่อยากปรึกษา… มันสำคัญมากไหมคะ?”
“พี่จะมาปรึกษากับย่าฮัวเรื่องขอซื้อที่ดิน ส่วนอีกเรื่องเอาไว้พี่จะบอกเธอภายหลัง” ใบหน้าของชายหนุ่มยังคงแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้ม
ดังนั้นหรูอวี้เซียงจึงนั่งฟังการสนทนาระหว่างย่ากับโม่ไห่ตงด้วยความสงบ เธอรู้ดีว่าชายหนุ่มตั้งใจจะทำการเกษตรบนที่ดินที่เขาขอซื้อ และหล่อนเองก็ไม่ได้แปลกใจเพราะเธอรู้ว่าความตั้งใจของเขามุ่งหวังที่จะสร้างสิ่งที่ยั่งยืนสำหรับอนาคตเหมือนกันกับเธอ
หลังจากการพูดคุยตกลงเรื่องที่ดินระหว่างโม่ไห่ตงกับฮัวอวี้หลินจบลง หญิงชราก็หันไปมองโม่เข่อซิงที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ พร้อมรอยยิ้มอบอุ่น
“เข่อซิง หนูสนใจไปดูสวนผลไม้กับย่าไหม? ช่วงนี้มีผลไม้หลายชนิดที่สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว”
โม่เข่อซิงยิ้มกว้างทันที “ได้ค่ะย่า หนูอยากไปมากเลยค่ะ!”
ฮัวอวี้หลินหัวเราะก่อนจะลุกขึ้นยืนพร้อมชี้ไปทางสวนหลังบ้าน “งั้นไปกันเถอะลูก เซียงเอ๋อร์เดี๋ยวย่าจะพาเข่อซิงไปดูสวน หลานอยู่กับไห่ตงนะ”
“ได้ค่ะย่า” หรูอวี้เซียงตอบพร้อมรอยยิ้ม
โม่เข่อซิงลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางตื่นเต้น “ไปค่ะย่า หนูอยากเห็นผลไม้ของย่าจะแย่แล้ว”
ก่อนที่เธอจะเดินตามฮัวอวี้หลินออกไป โม่เข่อซิงหันมามองพี่ชายและพี่สาวคนสนิทด้วยแววตาซุกซน เธอขยิบตาให้โม่ไห่ตงข้างหนึ่งอย่างจงใจท่าทีเต็มไปด้วยความรู้ทัน
โม่ไห่ตงยิ้มน้อย ๆ กับท่าทางของน้องสาว ขณะที่หรูอวี้เซียงมองเด็กสาวอย่างงุนงง
“เข่อซิงเป็นอะไรหรือเปล่า? เมื่อกี้ทำไมขยิบตาแบบนั้น?”
โม่เข่อซิงยิ้มแฉ่งก่อนตอบ “เปล่าค่ะพี่เซียงเซียง หนูไปก่อนนะคะ”
หรูอวี้เซียงหัวเราะเล็กน้อย “เข่อซิงนี่น่ารักเหมือนเดิมเลยนะคะ”
โม่ไห่ตงถอนหายใจพร้อมรอยยิ้ม “เธอรู้มากเกินไปต่างหาก” แม้ปากของเขาจะพูดออกไปแบบนั้นทว่าในใจกลับรู้สึกอบอุ่นที่มีน้องสาวอย่างเข่อซิง