Share

บทที่ 3

Author: หรูฝ่า
แสงแดดสาดส่องจนแสบตา

ทีมดำน้ำทยอยโผล่พ้นผิวน้ำและปีนขึ้นไปบนเรือยอชต์ทีละคน

สิ่งแรกที่เผยจิ่นจือทำเมื่อขึ้นเรือ ก็คือการกวาดสายตามองไปทั่วดาดฟ้าเรือ

ไร้ซึ่งวี่แววของฉัน

สีหน้าของเขาพลันมืดทะมึนในทันที

“เผยเนี่ยนล่ะ?”

เขาหันไปถามลูกเรือที่อยู่ด้านข้าง

ลูกเรือชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบไปตามความจริง

“คุณชายเผยครับ คุณหนูใหญ่ยังไม่กลับมาเลยครับ แล้วเมื่อกี้ก็ไม่เห็นมีใครขึ้นมาจากน้ำด้วย”

มือของเผยจิ่นจือกำแน่นขึ้นทันที

“เป็นไปไม่ได้”

“นิสัยอย่างยัยนั่น โดนรังแกนิดหน่อยก็ต้องแจ้นกลับมาฟ้องเป็นคนแรกแล้ว”

เผยเหมยเหมยเดินเช็ดผมเข้ามาหา

“พี่คะ พี่สาวต้องแอบอยู่ในห้องใต้ท้องเรือ เล่นซ่อนหากับพวกเราอยู่แน่เลยค่ะ”

“เธอคงอยากให้พี่ไปตามหา แล้วก็ร้องห่มร้องไห้ให้พี่โอ๋ไงคะ”

เผยจิ่นจือรู้สึกว่ามีเหตุผล

เขาแค่นหัวเราะเย็นชา

“แอบเหรอ? ได้ อยากรู้นักว่าจะแอบได้นานแค่ไหน”

เขาเรียกกัปตันเรือมา น้ำเสียงเย็นเยียบ

“ไป ล็อกประตูห้องพักผู้โดยสารทุกบานให้หมด”

“ปิดแอร์รวมชั้นใต้ท้องเรือซะ ห้ามส่งน้ำให้เธอแม้แต่หยดเดียว”

“ในเมื่อชอบแอบนัก ก็ปล่อยให้เธออุดอู้อยู่ในนั้นให้สาแก่ใจไปเลย”

เผยเหมยเหมยยื่นกาแฟร้อนมาแก้วหนึ่ง พลางยิ้มอย่างอ่อนโยนและว่าง่าย

“พี่คะ พี่อย่าโกรธเลยน้า พี่สาวก็แค่อารมณ์ร้ายไปหน่อย ยังไงเธอก็เป็นถึงคุณหนูใหญ่ตัวจริงของตระกูลเผยนี่นา”

คำพูดแบบนี้ ยิ่งกระตุ้นให้เผยจิ่นจือรู้สึกรังเกียจฉันมากขึ้น

แม้ว่าตระกูลเผยจะยิ่งใหญ่และร่ำรวย แต่เผยจิ่นจือกลับมีนิสัยเย่อหยิ่งจองหองขั้นสุด

เขาเกลียดนักเวลาที่คนอื่นยกสถานะมาข่มตนเอง ต่อให้คนคนนั้นจะเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของเขาก็ตาม

“คุณหนูใหญ่ตัวจริงงั้นเหรอ?”

เผยจิ่นจือรับกาแฟมา แววตาของเขาปรากฏความดุดันวาบผ่าน

“ในสายตาฉัน ยัยนั่นเทียบเธอไม่ได้แม้แต่ปลายเล็บด้วยซ้ำ”

เขาเดินไปที่ห้องกัปตัน แล้วหยิบไมโครโฟนสำหรับประกาศทั่วเรือยอชต์ขึ้นมา

“เผยเนี่ยน ฉันรู้นะว่าเธออยู่บนเรือ”

“ฟังให้ดี ฉันไม่มีเวลามาทำตัวเป็นเด็กอนุบาลกับเธอ”

“ตอนนี้รีบไสหัวขึ้นมาบนดาดฟ้าเรือซะ แล้วคุกเข่าต่อหน้าเหมยเหมย จัดการขอโทษสำหรับความเห็นแก่ตัวของเธอในถ้ำให้เรียบร้อย”

“ถ้ายังอยากกลับไปอยู่ตระกูลเผย นี่ก็เป็นโอกาสเดียวของเธอ”

“ฉันจะนับถึงสาม ถ้าเธอยังไม่ออกมา คืนนี้ก็ลอยคออยู่กลางทะเลไปคนเดียวแล้วกัน”

เสียงประกาศดังกึกก้องไปทั่วท้องทะเล

ทำเอาหมู่มวลวิหคตกใจบินหนีไป

แต่สิ่งที่ตอบรับเขากลับมีเพียงเสียงคลื่นซัดสาดกระทบตัวเรืออย่างต่อเนื่อง

ความอดทนของเผยจิ่นจือหมดลงแล้ว

เขากระแทกไมโครโฟนลงบนแผงควบคุม

“ดี เก่งนักใช่ไหม”

ในเวลานั้นเอง

กลุ่มเมฆดำทะมึนก็ลอยผ่านขอบฟ้ามาอย่างกะทันหัน

คลื่นลมในทะเลเริ่มปั่นป่วนรุนแรง

อาเฉียงเดินเข้ามาด้วยท่าทีร้อนรนเล็กน้อย

“คุณชายเผยครับ พายุฝนกำลังจะมาแล้ว อากาศแบบนี้จอดเรืออยู่กลางทะเลอันตรายเกินไป พวกเรากลับกันก่อนดีไหมครับ?”

เผยจิ่นจือกัดฟันกรอดพลางจ้องมองไปที่ทางเข้าชั้นใต้ท้องเรือ

“กลับสิ กลับเดี๋ยวนี้เลย”

“ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่า พอกลับถึงท่าเรือแล้วยัยนั่นจะไปมุดหัวอยู่ที่ไหนได้อีก”

เรือยอชต์เร่งเครื่องเต็มกำลัง โคลงเคลงไปมาอย่างบ้าคลั่งท่ามกลางพายุลมแรง

เผยจิ่นจือนั่งอยู่ตรงหัวเรือ

ปล่อยให้สายฝนสาดซัดใส่ร่าง โดยไม่ยอมขยับตัวแม้แต่น้อย

เขาดูเหมือนกำลังรอให้ฉันทนความโคลงเคลงไม่ไหว จนต้องผลักประตูออกมาขอร้องอ้อนวอนเขา

ทว่าในจังหวะนั้นเอง

เรือลาดตระเวนของตำรวจน้ำสีดำสนิทที่กำลังเปิดไฟไซเรนสีแดงสลับน้ำเงิน ก็พุ่งทะยานฝ่าม่านพายุฝนเข้ามา

“เรือยอชต์ลำข้างหน้า ดับเครื่องยนต์และจอดเรือเพื่อรับการตรวจค้นเดี๋ยวนี้!”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฉันตายในวันเมษาหน้าโง่   บทที่ 10

    เสียงค้อนของผู้พิพากษาที่ทุบลงมานั้นดังก้อง หนักแน่นน่าเกรงขาม"จำเลยเผยเหมยเหมยกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ด้วยวิธีการที่โหดเหี้ยมและมีพฤติการณ์เลวร้ายอย่างยิ่ง ศาลขอพิพากษาประหารชีวิต และตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต"วินาทีที่เผยเหมยเหมยได้ยินคำว่า "ประหารชีวิต" ตัวคนก็แข็งทื่อราวกับถูกฟ้าผ่าร่างกายเธอกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ก่อนจะมีรอยน้ำสีเข้มวงใหญ่ผุดซึมขึ้นมาบนกางเกงเธอทรุดฮวบลงกับเก้าอี้ ขณะส่งเสียงร้องโหยหวนราวกับหมูถูกเชือด"ฉันไม่อยากตาย! พี่คะ ช่วยหนูด้วย! พี่ช่วยหนูด้วยสิคะ!""หนูคือเหมยเหมยที่พี่รักที่สุดไง! พี่บอกว่ารักหนูที่สุดไม่ใช่เหรอ!""พี่คะ! พี่!!"เผยจิ่นจือผู้อยู่ในคอกจำเลยทางด้านข้างนั่งนิ่งไม่ขยับเขาไม่แม้แต่จะหันหน้ามองเธอด้วยซ้ำ"จำเลยเผยจิ่นจือกระทำความผิดฐานกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ประกอบกับมีพฤติการณ์ละเว้นการช่วยเหลืออย่างร้ายแรง ศาลขอพิพากษาจำคุกสิบห้าปี""จำเลยอาเฉียง กระทำความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและให้ความช่วยเหลือซ่อนเร้นผู้กระทำผิด ศาลขอพิพากษาจำคุกเจ็ดปี เพิกถอนใบอนุ

  • ฉันตายในวันเมษาหน้าโง่   บทที่ 9

    เสียงสับกุญแจมือดังกังวานชัดเจนกริ๊ก กริ๊ก กริ๊กกุญแจมือสามคู่ กับคนสามคนเผยจิ่นจือ เผยเหมยเหมย และอาเฉียงถูกควบคุมตัวตามกฎหมาย ในข้อหาต้องสงสัยว่าเจตนาฆ่าและละเว้นการช่วยเหลือเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายไฟในห้องสอบสวนสว่างจ้าสว่างเสียจนลืมตาแทบไม่ขึ้นเผยจิ่นจือนั่งอยู่บนเก้าอี้เหล็ก กุญแจมือถูกคล้องติดกับห่วงเหล็กบนโต๊ะ ทำให้เขาขยับไปไหนไม่ได้เจ้าหน้าที่สืบสวนเลื่อนรูปถ่ายใบหนึ่งไปตรงหน้าเขานั่นคือรูปถ่ายครอบครัวแบบพร้อมหน้าพร้อมตาสี่คนของเราถ่ายไว้ก่อนที่พ่อกับแม่จะเสียชีวิตในรูปนั้น ฉันยืนอยู่ข้างเผยจิ่นจือ ยิ้มตาหยี สองมือกอดแขนเขาแน่นตอนนั้นเผยเหมยเหมยยังไม่ได้เข้ามาอยู่ในบ้านของเราตอนนั้นเขายังลูบหัวฉันแล้วบอกว่า "เนี่ยนเนี่ยนไม่ต้องกลัวนะ มีพี่อยู่ทั้งคน"เผยจิ่นจือจ้องมองรูปถ่ายใบนั้น แล้วน้ำตาเม็ดโตก็หยดลงบนโต๊ะเขาเริ่มตบหน้าตัวเองฉาดที่หนึ่ง ฉาดที่สอง ฉาดที่สามตบซ้ายเสร็จก็หันมาตบขวาในที่สุด มุมปากก็บวมเป่ง มีเลือดไหลหยดลงมาตามปลายคาง"ผมเป็นคนฆ่าเธอเอง"เสียงของเขาแหบพร่าแทบฟังไม่รู้เรื่อง"ผมเป็นคนฆ่าน้องสาวตัวเอง"เจ้าหน้าที่สืบสวนถา

  • ฉันตายในวันเมษาหน้าโง่   บทที่ 8

    เผยจิ่นจือแผดเสียงคำรามจนไม่คล้ายเสียงมนุษย์เขาพุ่งเข้าใส่เผยเหมยเหมย สองมือบีบคอเธอแน่น"ทำไมกัน!""ทำไมแกถึงปิดวาล์วออกซิเจนของเธอ!""ทำไมแกถึงขโมยถังออกซิเจนสำรองของเธอไป!"เผยเหมยเหมยถูกบีบคอจนตาเหลือก สองเท้าลอยขึ้นเหนือพื้น พยายามเตะถีบดิ้นรนเล็บของเธอข่วนใบหน้าเผยจิ่นจือจนเกิดบาดแผลมีเลือดไหลซึมออกมาเป็นสาย"พี่นั่นแหละ... พี่เป็นคนตกลงเอง..."เธอหน้าแดงหายใจไม่ออก พยายามเค้นเสียงพูดอย่างยากลำบาก"วันเมษาหน้าโง่... พี่บอกว่าทำได้... พี่บอกให้แกล้งพี่สาวหน่อย... จะได้หลาบจำไง..."มือของเผยจิ่นจือคลายออกชั่วขณะใช่แล้วคืนก่อนวันเดินทาง เผยเหมยเหมยวิ่งเข้ามาออดอ้อนเขาเธอบอกว่า พี่คะ พรุ่งนี้เป็นวันเมษาหน้าโง่ พวกเรามาแกล้งพี่สาวกันอีกรอบเถอะเธอบอกว่า แค่ปิดวาล์วออกซิเจน ปิดแค่ไม่กี่วินาที เอาให้ตกใจเล่นก็พอตอนนั้นเขากำลังอ่านเอกสาร ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองด้วยซ้ำ"ตามสบาย แต่อย่าเล่นให้มันเลยเถิดนักแล้วกัน"เขาเป็นคนพูดประโยคนี้พูดออกมาจากปากเขาเองอาเฉียงเห็นว่าเรื่องราวบานปลายจนปิดไม่ได้แล้ว จึงรีบกระโดดออกมาทันที"ผมขอสารภาพ! ผมขอสารภาพความจริงครับ!"เขาช

  • ฉันตายในวันเมษาหน้าโง่   บทที่ 7

    ตำรวจสายสืบโยนชุดอุปกรณ์ดำน้ำลงบนโต๊ะสเตนเลสอย่างแรงเสียงโลหะกระทบกันดังก้องไปทั่วห้องดับจิต บาดแก้วหูจนชวนให้เสียวฟัน"เผยจิ่นจือ ดูนี่สิ"ตำรวจสายสืบชี้ไปที่วาล์วออกซิเจนหลักของฉันวาล์วถูกหมุนปิดสนิทแน่น"พวกเราตรวจสอบทางเทคนิคแล้ว มีใครบางคนจงใจปิดวาล์วตัวนี้""บนลูกบิดเปิดปิดวาล์ว เราเก็บรอยนิ้วมือที่สมบูรณ์ออกมาได้หนึ่งชุด"เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนกวาดสายตามองไปทางเผยเหมยเหมยผู้กำลังซุกตัวอยู่ตรงมุมห้อง"ผลการเปรียบเทียบรอยนิ้วมือ ตรงกับนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ข้างขวาของเผยเหมยเหมยทุกประการ"ในหัวของเผยจิ่นจือราวกับมีระเบิดลูกใหญ่ระเบิดตู้มเขาหันขวับไปทันที จ้องมองเผยเหมยเหมยไม่วางตาร่างกายของเผยเหมยเหมยเริ่มสั่นสะท้านอย่างรุนแรง"ไม่ใช่หนูนะ... พี่คะ พี่ฟังหนูอธิบายก่อน...""หนูก็แค่คิดจะล้อพี่สาวเล่น... หนูไม่รู้ว่ามันจะ...""ยังมีอีก"ตำรวจสายสืบพูดแทรกขึ้นมา"ถังออกซิเจนสำรองฉุกเฉินที่ผู้ตายพกติดตัว ไม่พบในที่เกิดเหตุตอนกู้ภัย""ตามกฎการดำน้ำ ถังสำรองควรยึดติดอยู่ตรงเอวด้านขวาของนักดำน้ำ""แต่ตัวยึดตรงเอวด้านขวาของผู้ตายกลับว่างเปล่า ตัวล็อกไม่มีร่องรอยควา

  • ฉันตายในวันเมษาหน้าโง่   บทที่ 6

    สถานเก็บศพตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของตัวเมืองเผยจิ่นจือขับรถไปถึงที่นั่นได้อย่างไร แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้เขาฝ่าไฟแดงไปสี่รอบ และเกือบชนเข้ากับรถเมล์คันหนึ่งเผยเหมยเหมยนั่งอยู่เบาะหลัง ตลอดทางไม่พูดอะไรสักคำเธอกำลังกัดเล็บห้องเก็บศพใต้ดินของสถานเก็บศพ หนาวเหน็บถึงกระดูกหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ส่งเสียงกระแสไฟฟ้าดังหึ่ง ๆ สาดส่องจนใบหน้าของทุกคนดูซีดขาวเผยจิ่นจือใช้มือยันกำแพงเดินเข้าไปขาของเขาสั่นเทา แต่ละก้าวช่างยากลำบากเหลือเกินกลางโต๊ะวางศพ มีถุงเก็บศพสีดำวางอยู่ใบหนึ่งแพทย์นิติเวชยืนอยู่ด้านข้าง ใบหน้าไร้ความรู้สึก"ญาติผู้เสียชีวิตมาแล้วใช่ไหมครับ?"เผยจิ่นจือพยักหน้าริมฝีปากของเขาไม่มีสีเลือดหลงเหลืออยู่อีกแล้วแพทย์นิติเวชยื่นมือออกไป รูดซิปเปิดถุงเก็บศพออกฉันมองเห็นใบหน้าของตัวเองหลังแช่น้ำทะเลมานานหลายชั่วโมง ใบหน้าก็บวมเป่งจนผิดรูปผิวหนังเต็มไปด้วยรอยแผลที่ถูกหินโสโครกบาด เนื้อบางส่วนถูกปลาแทะกินไปแล้ว เผยให้เห็นกระดูกสีขาวโพลนด้านในริมฝีปากกลายเป็นสีม่วงคล้ำดวงตาลืมขึ้นมาครึ่งหนึ่ง รูม่านตาขยายกว้างสูญเสียการตอบสนองเผยจิ่นจือส่งเสียงร้องในแบบ

  • ฉันตายในวันเมษาหน้าโง่   บทที่ 5

    เผยจิ่นจือค้นหาทุกซอกทุกมุมบนเรือยอชต์ราวคนบ้าทั้งห้องครัว ห้องเครื่อง ห้องเก็บของ แม้กระทั่งใต้ฐานเรือชูชีพก็ถูกเขารื้อค้นกระจุยกระจายไม่มีไม่มีวี่แววของฉันอยู่ที่ไหนเลยเส้นเลือดดำบนหน้าผากของเขาปูดโปนขึ้นมาทีละเส้น หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง"เป็นไปไม่ได้... เป็นไปไม่ได้..."เขาพึมพำประโยคนี้ซ้ำไปซ้ำมา คล้ายกำลังสะกดจิตตัวเองเผยเหมยเหมยยืนพิงกรอบประตูเคบิน สองมือกอดอก สีหน้าเยือกเย็นจนน่ากลัว"พี่คะ ใจเย็นก่อนเถอะ""พี่สาวคงจ่ายเงินจ้างเรือสปีดโบ๊ทที่ขับผ่านมาให้ไปส่งที่ฝั่งก่อนแล้วแน่ ๆ""พี่ลองคิดดูสิ คนแบบนั้นมีเรื่องไหนบ้างที่ทำไม่ได้?""คราวที่แล้วตอนทะเลาะกับพี่ เธอยังแอบเรียกเฮลิคอปเตอร์มารับกลับบ้านเลยไม่ใช่เหรอ?"เผยจิ่นจือชะงักมือที่กำลังรื้อค้นเขายืนอยู่กลางดาดฟ้าเรือ ปล่อยให้หยาดฝนไหลรินลงมาตามใบหน้าเขากำลังคิดเขากำลังพยายามอย่างหนักเพื่อโน้มน้าวใจตัวเองใช่ เผยเนี่ยนก็เป็นคนแบบนั้นแหละเอาแต่ใจ เสแสร้ง และไม่เคยสนผลลัพธ์ที่จะตามมาเธอต้องฉวยโอกาสตอนที่พวกเราไม่ทันระวัง แอบเรียกเรือหนีไปแล้วแน่ ๆเธอก็แค่อยากให้ฉันร้อนใจ อยากให้ฉันเสียใจ แ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status