FAZER LOGINเพื่อนสนิทของฉันหวานหว่านตัดสินใจกระโดดน้ำเพื่อจบชีวิตตัวเองหลังจากที่เธอถูกล่วงละเมิดทางเพศ และฉันคือคนเดียวที่รู้ว่าใครคือคนร้าย แต่ฉันกลับเลือกปกปิดความผิดของเขา ถึงขั้นที่แม่ของหวานหว่านคุกเข่าลงกราบขอร้องแทบเท้าฉัน แต่ฉันก็เลือกหันหลังเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย ชาวบ้านคนอื่น ๆ ต่างรุมประณามด่าทอว่าไร้มนุษยธรรม บุกเข้ามาทุบประตูบ้านฉัน ฉันจึงปล่อยสุนัขออกไปไล่กัดพวกเขาโดยไม่ลังเล สิบปีต่อมา ในวันที่ฉันกำลังจะจากโลกนี้ไป ซุนชิงเสวี่ยเพื่อนสนิทที่หายตัวไปนานหลายปีกลับมาอีกครั้งในฐานะมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศ สิ่งแรกที่เธอทำคือใช้วิธีเดียวกับนักโทษประหารอย่างการส่งฉันขึ้นไปบนแท่นพิพากษาความทรงจำ “จางอี้เหยา! เธอมันสัตว์เดรัจฉานที่คอยปกป้องคนร้ายคดีข่มขืน!ฉันกับหวานหว่านตาบอดจริง ๆ ที่คว้าคนอย่างเธอมาเป็นเพื่อน!” “หวานหว่านตายมาแล้วสิบปี ส่วนเธอก็ปล่อยให้คนร้ายลอยนวลมาได้ตั้งสิบปี!” “วันนี้ฉันจะใช้เครื่องถอดความทรงจำที่ฉันพัฒนาขึ้นมา ดูให้รู้ไปเลยว่าคนร้ายที่เธอปกป้องอยู่คือใคร!” แต่เมื่อใบหน้าคนร้ายตัวจริงปรากฏต่อหน้าทุกคน ซุนชิงเสวี่ยกลับพังทลายลงอย่างไม่เหลือชิ้นดี ถึงขนาดที่คุกเข่าก็ยังแทบทรงตัวไม่อยู่ ……
Ver maisหุ้นในเครือบริษัทตระกูลซุนร่วงกราวไม่เหลือชิ้นดี เวลานี้หลายต่อหลายคนต่างก็กำลังวิพากษ์วิจารณ์ซุนชิงเสวี่ยแต่ซุนชิงเสวี่ยกลับไม่มีแก่ใจจะสนใจเรื่องเหล่านั้นเลยเพราะหัวใจของเธอกำลังถูกความละอายใจและความรู้สึกผิดกัดกินทีละนิด ๆ เธอตัดสินใจไปหาพ่อแม่ของหวานหว่านและคุกเข่าขอโทษพวกท่านแต่พ่อแม่ของหวานหว่านกลับลงไม้ลงมือกับเธอจนเลือดอาบศีรษะ ก่อนจะไล่เธอออกจากบ้านเธอได้แต่จมอยู่กับความเสียใจ พีเยงหวังว่าจะได้ชดใช้ความผิดที่เคยก่อไว้ในงานแถลงข่าว เธอเปิดเผยความผิดของพ่อเธอต่อหน้าสาธารณชน ก่อนจะยกทรัพย์สินทั้งหมดของตนให้แก่พ่อแม่ของหวานหว่านเพื่อเป็นการชดใช้หลังจากนั้น เธอก็มาที่โรงพยาบาลเพื่ออ้อนวอนให้แพทย์ช่วยชีวิตฉันให้ได้แต่คุณหมอประจำไข้ได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนปัญญาแล้วบอกว่า เพราะอวัยวะหลายส่วนในร่างกายของฉันล้มเหลวอยู่ก่อนแล้วอีกทั้งการถอดความทรงจำนั่นยังสร้างความเสียหายให้แก่ร่างกายของฉันจนไม่อาจรักษาให้หายได้อีก ดังนั้นฉันคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่เกินหนึ่งชั่วโมง วินาทีถัดมา เธอก็แตกสลายลงอีกครั้ง ร่างของเพื่อนสนิททรุดตัวคุกเข่าลงตรงหน้าฉัน“อี้เหยา…ขอโทษ ฉันขอโทษจริง ๆ !
ซุนอี้โจวพ่อของซุนชิงเสวี่ย กำลังคุกเข่าลงตรงหน้าหวานหว่าน เอ่ยขอร้องให้หวานหว่านให้อภัยทั้งน้ำตา“หวานหว่าน ขอโทษนะ ยกโทษให้อาได้ไหม ?”“วันนั้น อา อาแค่ขาดสติไป อาเมามาก อา อาไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ …”“ขอร้องล่ะหนูอย่าบอกเรื่องนี้กับใครเลยนะ…”ร่างของหวานหว่านสั่นเทา สีหน้าซีดเผือดและน้ำตาไหลออกมาไม่หยุดเธอยกมือปิดหูแน่น กรีดร้องแล้ววิ่งหนีไปและนั่น…คือความจริงที่ฉันปิดบังไว้ด้วยชีวิต!วันนั้นฉันแอบอยู่หลังต้นไม้ต้นหนึ่ง ความจริงที่ได้รับรู้มาทำเอาสมองรู้สึกเหมือนจะระเบิดออกมาเสียให้ได้ความจริงอันแสนโหดร้าย ไม่ต่างอะไรจากมีดคมกริบที่กรีดลงบนหัวใจของฉันฉันได้แต่ยืนทำอะไรไม่ถูก ในใจอยากจะวิ่งตามหวานหว่านออกไป แต่ก็กลัวว่าการปรากฏตัวของฉันจะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่กว่าเก่าฉันในตอนนั้นตัดสินใจวิ่งตามเธอไป พลางตะโกนเรียกชื่อหวานหว่านเสียงดังแต่ความทรงจำไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ วันนั้นหวานหว่านไม่ได้ยินฉันฉันอยากจะบอกกับเธอว่า:หวานหว่าน เธอห้ามคิดสั้นเด็ดขาดนะ!หวานหว่าน พวกเราไม่มีวันทิ้งเธอ!หวานหว่าน เธอกลับมาได้ไหม?ตลอดสิบปีที่ผ่านมา ไม่มีวันไหนเลยที่ฉันไม่เสียใจวันนั้นห
เธอที่อยู่ในสภาพคลุ้มคลั่งไม่เหลือเค้าเดิมของนักธุรกิจสาวผู้สุขุมและเฉียบขาดอีกต่อไป“ เป็นไปไม่ได้!เป็นแบบนี้ได้ยังไง!”“พ่อ…หลังจากหวานหว่านตายไปได้วันเดียว พ่อก็ตกหน้าผาตายเลยไม่ใช่หรือไง!”“ทำไมเขาต้องทำร้ายหวานหว่านด้วย?”“ทั้งที่เขารู้ดีว่าหวานหว่านเป็นเพื่อนสนิทของหนูนี่!”หลิวเหมิงข่มตาลงพร้อมกับน้ำตาที่ไหลพรั่งพรูไม่ขาดสาย น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ยากจะบรรยาย:“การตายของพ่อลูก…ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นการฆ่าตัวตายเพราะสำนึกผิด!”ทั้งบริเวณตกอยู่ในความโกลาหลอีกครั้ง“วันนั้น เขาออกไปดื่มสังสรรค์กับเพื่อนแล้วเมาจนขาดสติ”“ระหว่างทางกลับบ้าน เขาเจอหวานหว่านที่กำลังจะไปหาอี้เหยาที่บ้าน”“ทั้งสองคนจึงเดินไปด้วยกัน แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร จู่ ๆ เขาก็เกิดอารมณ์ชั่ววูบขึ้นมา แล้วทำให้หวานหว่าน…”เมื่อเล่าถึงตรงนี้ หลิวเหมิงก็รู้สึกละอายใจจนเล่าต่อไปไม่ได้เธอทรุดตัวคุกเข่าลงบนพื้นตรงหน้าพ่อแม่ของหวานหว่าน ก่อนจะเอ่ยขึ้นทั้งน้ำตา:“พี่ซู พี่เสี่ยวเถียน ขอโทษด้วยจริง ๆ ค่ะ!”“ครอบครัวเราทำผิดต่อพวกพี่!”“หลังจากวันนั้น อันหัวรู้สึกผิดและสับสนอย่างหนัก เขาทั้งตกใจและหว
เธออ้าปากราวกับจะพูดอะไรบางอย่างแต่กลับไม่รู้เลยว่าควรอธิบายอย่างไรดีวินาทีต่อมา เธอผลักพ่อแม่ของหวานหว่านออกอย่างแรง แล้วปรี่ตัวมาหาฉันก่อนจะยกมือกระชากคอเสื้อฉันพร้อมตวาดลั่น:“จางอี้เหยา! พูดมาให้ชัด ๆ เดี๋ยวนี้!”เส้นเลือดบนหน้าผากเธอปูดโปนด้วยความเกร็งเครียด ร่างบางตรงหน้าเหมือนคนที่ใกล้จะแตกสายอยู่รอมร่อ“เธอรีบอธิบายให้ทุกคนฟังสิว่าคนร้ายไม่ใช่พ่อฉัน!”“พ่อของฉันเป็นคนดีขนาดนั้น ทั้งคุณธรรมและจิตใจก็สูงส่ง จะเป็นคนร้ายคดีข่มขืนได้ยังไง!”แต่ไม่ว่าซุนชิงเสวี่ยจะเขย่าตัวฉันแรงแค่ไหน ฉันก็ไม่สามารถให้คำตอบอะไรได้เลยเธอจึงหันกลับไปถามเจ้าหน้าที่เทคนิคว่าความทรงจำมีปัญหาหรือเปล่าแต่เจ้าหน้าที่กลับยืนยันอย่างหนักแน่นว่าความทรงจำทั้งหมดเป็นของจริง ไม่มีการปลอมแปลงใด ๆ ทั้งสิ้นร่างของซุนชิงเสวี่ยถึงกับสั่นสะท้านอย่างรุนแรง จนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ เธอพุ่งเข้ามาดึงอุปกรณ์ออกจากตัวฉันด้วยความโกรธจัด ก่อนจะเขย่าตัวเรียกสติฉันครั้งแล้วครั้งเล่า“รีบลืมตาสิ!จางอี้เหยา อย่ามาแกล้งตายนะ!”“เธอพูดความจริงออกมานะ!”“เธอกำลังหลอกฉัน เธออยากจะแก้แค้นฉันใช่ไหม!”และในวินาทีที่เธอกำลั





