Share

บทที่ 2

Penulis: หรูฝ่า
กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากม้วนตัวเข้ามาอย่างรวดเร็ว

เมื่อปราศจากแรงดึง ร่างไร้วิญญาณของฉันก็เริ่มเคลื่อนตัวไปตามก้นถ้ำอย่างช้า ๆ

เผยเหมยเหมยหันกลับมามอง

เธอเห็นว่าศพของฉันกำลังไถลลงไปยังร่องลึกก้นสมุทรอันมืดมิดซึ่งอยู่ทางด้านข้าง

นอกจากเธอจะไม่ส่งเสียงเตือนแล้ว กลับยิ่งเร่งจังหวะตีขาให้เร็วขึ้น

กระแสน้ำรุนแรงที่เกิดจากตีนกบ ราวกับเป็นแรงผลักร่างของฉันจากด้านหลัง

ฉันมองดูตัวเองที่ค่อย ๆ จมลงไปสู่ห้วงเหวลึก

เผยจิ่นจือสัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวจากด้านหลัง

แต่เขาไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง

"เผยเนี่ยน เลิกเล่นละครอยู่ตรงนั้นได้แล้ว ไม่มีใครไปช่วยเธอหรอก"

เสียงของเขาดังผ่านหูฟัง ทะลวงเข้าไปในวิญญาณของฉันอย่างเย็นชา

"ถ้าครั้งนี้ไม่ให้บทเรียนซะบ้าง เธอคงไม่มีวันรู้จักทำตัวให้มันรู้ความ"

เขาพาพรรคพวกว่ายน้ำห่างออกไปเรื่อย ๆ

แสงจากไฟฉายดำน้ำที่สว่างจ้าค่อย ๆ หายลับไปตรงหัวมุมของผนังหิน

ศพของฉันร่วงหล่นลงสู่ร่องลึกก้นสมุทรโดยสมบูรณ์

ข้างล่างนั้นเต็มไปด้วยโขดหินแหลมคม

ในระหว่างที่ร่วงหล่นลงไป ชุดดำน้ำของฉันก็ไปเกี่ยวเข้ากับหินแหลมจนฉีกขาดเสียงดังแคว่ก

แผ่นหลังกระแทกเข้ากับโขดหิน

แรงกระแทกขนาดนั้น ถ้าเป็นคนมีชีวิตก็คงซี่โครงหักไปแล้ว

ในที่สุด ศพของฉันก็ไปติดอยู่ตรงซอกหินแคบ ๆ แห่งหนึ่ง

มีเลือดไหลซึมออกจากผิวหนังที่ฉีกขาด

กลิ่นคาวเลือดดึงดูดปลาหลายตัวเข้ามาหา

พวกมันว่ายวนเวียนรอบตัวฉัน แล้วเริ่มลองเชิงด้วยการกัดบาดแผลของฉัน

ฉันมองดูภาพเหตุการณ์ตรงหน้า

ความรู้สึกสิ้นหวังนั้น ทรมานเกินกว่าจะทนรับไหวยิ่งกว่าการขาดอากาศหายใจเสียอีก

วิญญาณของฉันลอยตามไปอยู่ข้างกายเผยจิ่นจือ

เขากำลังปรับเครื่องช่วยหายใจให้เผยเหมยเหมยด้วยความเอาใจใส่

มือคู่นั้น ครั้งหนึ่งก็เคยจูงมือฉันหัดเดิน

แต่ตอนนี้ เขากลับมองว่าฉันเป็นตัวถ่วง

"พี่จิ่นจือคะ พวกเราทิ้งพี่สาวไว้ตรงนั้น จะไม่เป็นไรจริง ๆ เหรอคะ?"

เผยเหมยเหมยถามด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

"เผื่อว่ากระแสน้ำแรงเกินไป..."

เผยจิ่นจือแค่นหัวเราะเย็นชา

"คุณหนูที่ถูกเลี้ยงดูอย่างตามใจแบบยัยนั่น รักตัวกลัวตายยิ่งกว่าอะไรดี"

"ป่านนี้คงใช้ถังออกซิเจนสำรอง แอบลอยตัวขึ้นผิวน้ำกลับไปกินสเต๊กบนเรือยอร์ชแล้วละ"

"ยัยนั่นก็แค่อยากให้พวกเรากลับไปตามหา จะได้ดูว่าตัวเองสำคัญมากแค่ไหน"

อาเฉียงที่อยู่ด้านข้างรีบประจบด้วยการผสมโรงว่า

"คุณชายเผยพูดถูกครับ นิสัยคุณหนูเอาแต่ใจแบบนี้ก็เพราะมีคนคอยตามใจนั่นแหละ"

"ยังไงคุณเหมยเหมยก็รู้ความกว่า ทั้งแข็งแรง แล้วก็จิตใจนิ่งสงบกว่าเยอะครับ"

เผยจิ่นจือฟังแล้วก็รู้สึกพอใจ

"เผยเนี่ยนนี่ไม่ได้ครึ่งของเหมยเหมยด้วยซ้ำ ขายขี้หน้าตระกูลเผยชะมัด"

พวกเขายังคงดำน้ำสำรวจกันต่อไป

โดยไม่รู้เลยแม้แต่น้อยว่า ในร่องลึกที่มืดมิดแห่งนั้น ศพของฉันกำลังถูกฝูงปลากัดกิน

พลัน กระแสน้ำในถ้ำก็แปรปรวนขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง

นั่นคือสัญญาณเตือนก่อนที่น้ำจะขึ้น

หากไม่รีบขึ้นจากน้ำเสียตั้งแต่ตอนนี้ ก็มีโอกาสถูกกระแสน้ำซัดหายไป

"คุณชายเผยครับ นี่ก็ได้เวลาอันสมควรแล้ว พวกเราต้องกลับกันแล้วครับ"

อาเฉียงก้มดูนาฬิกาดำน้ำ น้ำเสียงเริ่มเคร่งเครียดขึ้นมาเล็กน้อย

เผยจิ่นจือพยักหน้า

เขากวาดสายตามองไปยังตำแหน่งที่พวกเขาทิ้งฉันไว้เมื่อครู่นี้

ตรงนั้นนอกจากตะกอนทรายที่ขุ่นคลั่กแล้ว ก็ไม่มีอะไรอยู่อีกทั้งสิ้น

ความหงุดหงิดที่ยากจะสังเกตเห็นวาบผ่านในแววตาของเขา แต่ไม่นานก็ถูกความโกรธเกรี้ยวบดบังไปจนหมด

"เห็นไหมล่ะ ฉันพูดผิดซะที่ไหน ยัยนั่นหนีขึ้นไปเองนานแล้ว"

"ไป กลับไปคิดบัญชีกับยัยนั่นบนเรือกัน"

"ครั้งนี้ถ้าเธอไม่คุกเข่าโขกศีรษะขอโทษเหมยเหมยละก็ ฉันจะไม่มีวันยอมให้เหยียบเข้าบ้านอีกเด็ดขาด"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฉันตายในวันเมษาหน้าโง่   บทที่ 10

    เสียงค้อนของผู้พิพากษาที่ทุบลงมานั้นดังก้อง หนักแน่นน่าเกรงขาม"จำเลยเผยเหมยเหมยกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ด้วยวิธีการที่โหดเหี้ยมและมีพฤติการณ์เลวร้ายอย่างยิ่ง ศาลขอพิพากษาประหารชีวิต และตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต"วินาทีที่เผยเหมยเหมยได้ยินคำว่า "ประหารชีวิต" ตัวคนก็แข็งทื่อราวกับถูกฟ้าผ่าร่างกายเธอกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ก่อนจะมีรอยน้ำสีเข้มวงใหญ่ผุดซึมขึ้นมาบนกางเกงเธอทรุดฮวบลงกับเก้าอี้ ขณะส่งเสียงร้องโหยหวนราวกับหมูถูกเชือด"ฉันไม่อยากตาย! พี่คะ ช่วยหนูด้วย! พี่ช่วยหนูด้วยสิคะ!""หนูคือเหมยเหมยที่พี่รักที่สุดไง! พี่บอกว่ารักหนูที่สุดไม่ใช่เหรอ!""พี่คะ! พี่!!"เผยจิ่นจือผู้อยู่ในคอกจำเลยทางด้านข้างนั่งนิ่งไม่ขยับเขาไม่แม้แต่จะหันหน้ามองเธอด้วยซ้ำ"จำเลยเผยจิ่นจือกระทำความผิดฐานกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ประกอบกับมีพฤติการณ์ละเว้นการช่วยเหลืออย่างร้ายแรง ศาลขอพิพากษาจำคุกสิบห้าปี""จำเลยอาเฉียง กระทำความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและให้ความช่วยเหลือซ่อนเร้นผู้กระทำผิด ศาลขอพิพากษาจำคุกเจ็ดปี เพิกถอนใบอนุ

  • ฉันตายในวันเมษาหน้าโง่   บทที่ 9

    เสียงสับกุญแจมือดังกังวานชัดเจนกริ๊ก กริ๊ก กริ๊กกุญแจมือสามคู่ กับคนสามคนเผยจิ่นจือ เผยเหมยเหมย และอาเฉียงถูกควบคุมตัวตามกฎหมาย ในข้อหาต้องสงสัยว่าเจตนาฆ่าและละเว้นการช่วยเหลือเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายไฟในห้องสอบสวนสว่างจ้าสว่างเสียจนลืมตาแทบไม่ขึ้นเผยจิ่นจือนั่งอยู่บนเก้าอี้เหล็ก กุญแจมือถูกคล้องติดกับห่วงเหล็กบนโต๊ะ ทำให้เขาขยับไปไหนไม่ได้เจ้าหน้าที่สืบสวนเลื่อนรูปถ่ายใบหนึ่งไปตรงหน้าเขานั่นคือรูปถ่ายครอบครัวแบบพร้อมหน้าพร้อมตาสี่คนของเราถ่ายไว้ก่อนที่พ่อกับแม่จะเสียชีวิตในรูปนั้น ฉันยืนอยู่ข้างเผยจิ่นจือ ยิ้มตาหยี สองมือกอดแขนเขาแน่นตอนนั้นเผยเหมยเหมยยังไม่ได้เข้ามาอยู่ในบ้านของเราตอนนั้นเขายังลูบหัวฉันแล้วบอกว่า "เนี่ยนเนี่ยนไม่ต้องกลัวนะ มีพี่อยู่ทั้งคน"เผยจิ่นจือจ้องมองรูปถ่ายใบนั้น แล้วน้ำตาเม็ดโตก็หยดลงบนโต๊ะเขาเริ่มตบหน้าตัวเองฉาดที่หนึ่ง ฉาดที่สอง ฉาดที่สามตบซ้ายเสร็จก็หันมาตบขวาในที่สุด มุมปากก็บวมเป่ง มีเลือดไหลหยดลงมาตามปลายคาง"ผมเป็นคนฆ่าเธอเอง"เสียงของเขาแหบพร่าแทบฟังไม่รู้เรื่อง"ผมเป็นคนฆ่าน้องสาวตัวเอง"เจ้าหน้าที่สืบสวนถา

  • ฉันตายในวันเมษาหน้าโง่   บทที่ 8

    เผยจิ่นจือแผดเสียงคำรามจนไม่คล้ายเสียงมนุษย์เขาพุ่งเข้าใส่เผยเหมยเหมย สองมือบีบคอเธอแน่น"ทำไมกัน!""ทำไมแกถึงปิดวาล์วออกซิเจนของเธอ!""ทำไมแกถึงขโมยถังออกซิเจนสำรองของเธอไป!"เผยเหมยเหมยถูกบีบคอจนตาเหลือก สองเท้าลอยขึ้นเหนือพื้น พยายามเตะถีบดิ้นรนเล็บของเธอข่วนใบหน้าเผยจิ่นจือจนเกิดบาดแผลมีเลือดไหลซึมออกมาเป็นสาย"พี่นั่นแหละ... พี่เป็นคนตกลงเอง..."เธอหน้าแดงหายใจไม่ออก พยายามเค้นเสียงพูดอย่างยากลำบาก"วันเมษาหน้าโง่... พี่บอกว่าทำได้... พี่บอกให้แกล้งพี่สาวหน่อย... จะได้หลาบจำไง..."มือของเผยจิ่นจือคลายออกชั่วขณะใช่แล้วคืนก่อนวันเดินทาง เผยเหมยเหมยวิ่งเข้ามาออดอ้อนเขาเธอบอกว่า พี่คะ พรุ่งนี้เป็นวันเมษาหน้าโง่ พวกเรามาแกล้งพี่สาวกันอีกรอบเถอะเธอบอกว่า แค่ปิดวาล์วออกซิเจน ปิดแค่ไม่กี่วินาที เอาให้ตกใจเล่นก็พอตอนนั้นเขากำลังอ่านเอกสาร ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองด้วยซ้ำ"ตามสบาย แต่อย่าเล่นให้มันเลยเถิดนักแล้วกัน"เขาเป็นคนพูดประโยคนี้พูดออกมาจากปากเขาเองอาเฉียงเห็นว่าเรื่องราวบานปลายจนปิดไม่ได้แล้ว จึงรีบกระโดดออกมาทันที"ผมขอสารภาพ! ผมขอสารภาพความจริงครับ!"เขาช

  • ฉันตายในวันเมษาหน้าโง่   บทที่ 7

    ตำรวจสายสืบโยนชุดอุปกรณ์ดำน้ำลงบนโต๊ะสเตนเลสอย่างแรงเสียงโลหะกระทบกันดังก้องไปทั่วห้องดับจิต บาดแก้วหูจนชวนให้เสียวฟัน"เผยจิ่นจือ ดูนี่สิ"ตำรวจสายสืบชี้ไปที่วาล์วออกซิเจนหลักของฉันวาล์วถูกหมุนปิดสนิทแน่น"พวกเราตรวจสอบทางเทคนิคแล้ว มีใครบางคนจงใจปิดวาล์วตัวนี้""บนลูกบิดเปิดปิดวาล์ว เราเก็บรอยนิ้วมือที่สมบูรณ์ออกมาได้หนึ่งชุด"เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนกวาดสายตามองไปทางเผยเหมยเหมยผู้กำลังซุกตัวอยู่ตรงมุมห้อง"ผลการเปรียบเทียบรอยนิ้วมือ ตรงกับนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ข้างขวาของเผยเหมยเหมยทุกประการ"ในหัวของเผยจิ่นจือราวกับมีระเบิดลูกใหญ่ระเบิดตู้มเขาหันขวับไปทันที จ้องมองเผยเหมยเหมยไม่วางตาร่างกายของเผยเหมยเหมยเริ่มสั่นสะท้านอย่างรุนแรง"ไม่ใช่หนูนะ... พี่คะ พี่ฟังหนูอธิบายก่อน...""หนูก็แค่คิดจะล้อพี่สาวเล่น... หนูไม่รู้ว่ามันจะ...""ยังมีอีก"ตำรวจสายสืบพูดแทรกขึ้นมา"ถังออกซิเจนสำรองฉุกเฉินที่ผู้ตายพกติดตัว ไม่พบในที่เกิดเหตุตอนกู้ภัย""ตามกฎการดำน้ำ ถังสำรองควรยึดติดอยู่ตรงเอวด้านขวาของนักดำน้ำ""แต่ตัวยึดตรงเอวด้านขวาของผู้ตายกลับว่างเปล่า ตัวล็อกไม่มีร่องรอยควา

  • ฉันตายในวันเมษาหน้าโง่   บทที่ 6

    สถานเก็บศพตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของตัวเมืองเผยจิ่นจือขับรถไปถึงที่นั่นได้อย่างไร แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้เขาฝ่าไฟแดงไปสี่รอบ และเกือบชนเข้ากับรถเมล์คันหนึ่งเผยเหมยเหมยนั่งอยู่เบาะหลัง ตลอดทางไม่พูดอะไรสักคำเธอกำลังกัดเล็บห้องเก็บศพใต้ดินของสถานเก็บศพ หนาวเหน็บถึงกระดูกหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ส่งเสียงกระแสไฟฟ้าดังหึ่ง ๆ สาดส่องจนใบหน้าของทุกคนดูซีดขาวเผยจิ่นจือใช้มือยันกำแพงเดินเข้าไปขาของเขาสั่นเทา แต่ละก้าวช่างยากลำบากเหลือเกินกลางโต๊ะวางศพ มีถุงเก็บศพสีดำวางอยู่ใบหนึ่งแพทย์นิติเวชยืนอยู่ด้านข้าง ใบหน้าไร้ความรู้สึก"ญาติผู้เสียชีวิตมาแล้วใช่ไหมครับ?"เผยจิ่นจือพยักหน้าริมฝีปากของเขาไม่มีสีเลือดหลงเหลืออยู่อีกแล้วแพทย์นิติเวชยื่นมือออกไป รูดซิปเปิดถุงเก็บศพออกฉันมองเห็นใบหน้าของตัวเองหลังแช่น้ำทะเลมานานหลายชั่วโมง ใบหน้าก็บวมเป่งจนผิดรูปผิวหนังเต็มไปด้วยรอยแผลที่ถูกหินโสโครกบาด เนื้อบางส่วนถูกปลาแทะกินไปแล้ว เผยให้เห็นกระดูกสีขาวโพลนด้านในริมฝีปากกลายเป็นสีม่วงคล้ำดวงตาลืมขึ้นมาครึ่งหนึ่ง รูม่านตาขยายกว้างสูญเสียการตอบสนองเผยจิ่นจือส่งเสียงร้องในแบบ

  • ฉันตายในวันเมษาหน้าโง่   บทที่ 5

    เผยจิ่นจือค้นหาทุกซอกทุกมุมบนเรือยอชต์ราวคนบ้าทั้งห้องครัว ห้องเครื่อง ห้องเก็บของ แม้กระทั่งใต้ฐานเรือชูชีพก็ถูกเขารื้อค้นกระจุยกระจายไม่มีไม่มีวี่แววของฉันอยู่ที่ไหนเลยเส้นเลือดดำบนหน้าผากของเขาปูดโปนขึ้นมาทีละเส้น หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง"เป็นไปไม่ได้... เป็นไปไม่ได้..."เขาพึมพำประโยคนี้ซ้ำไปซ้ำมา คล้ายกำลังสะกดจิตตัวเองเผยเหมยเหมยยืนพิงกรอบประตูเคบิน สองมือกอดอก สีหน้าเยือกเย็นจนน่ากลัว"พี่คะ ใจเย็นก่อนเถอะ""พี่สาวคงจ่ายเงินจ้างเรือสปีดโบ๊ทที่ขับผ่านมาให้ไปส่งที่ฝั่งก่อนแล้วแน่ ๆ""พี่ลองคิดดูสิ คนแบบนั้นมีเรื่องไหนบ้างที่ทำไม่ได้?""คราวที่แล้วตอนทะเลาะกับพี่ เธอยังแอบเรียกเฮลิคอปเตอร์มารับกลับบ้านเลยไม่ใช่เหรอ?"เผยจิ่นจือชะงักมือที่กำลังรื้อค้นเขายืนอยู่กลางดาดฟ้าเรือ ปล่อยให้หยาดฝนไหลรินลงมาตามใบหน้าเขากำลังคิดเขากำลังพยายามอย่างหนักเพื่อโน้มน้าวใจตัวเองใช่ เผยเนี่ยนก็เป็นคนแบบนั้นแหละเอาแต่ใจ เสแสร้ง และไม่เคยสนผลลัพธ์ที่จะตามมาเธอต้องฉวยโอกาสตอนที่พวกเราไม่ทันระวัง แอบเรียกเรือหนีไปแล้วแน่ ๆเธอก็แค่อยากให้ฉันร้อนใจ อยากให้ฉันเสียใจ แ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status