مشاركة

บทที่ 4

مؤلف: หรูฝ่า
ตำรวจน้ำเคลื่อนไหวกันอย่างรวดเร็ว

เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมอาวุธครบมือสองนายโหนเชือกกระโดดลงมาบนดาดฟ้าเรือ

สีหน้าของพวกเขาดูเคร่งเครียดถึงขีดสุด

เผยจิ่นจือสลายท่าทีหยิ่งยโส หัวคิ้วของเขาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

“คุณตำรวจ มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ? พวกเรามาจากบริษัทเผย กรุ๊ป”

นายตำรวจคนที่เป็นหัวหน้าแค่นเสียงเย็นชาในลำคอ

เขาหยิบตีนกบสีชมพูข้างหนึ่งออกมาจากถุงกันน้ำที่สะพายอยู่ด้านหลัง

ขอบของตีนกบถูกหินโสโครกอันแหลมคมบาดจนขาดวิ่น

บนนั้นยังมีเศษเนื้อเยื่อและผิวหนังที่แช่น้ำทะเลจนเปื่อยยุ่ยติดอยู่จำนวนหนึ่ง

วินาทีที่เผยจิ่นจือเห็นตีนกบข้างนั้น ดวงตาของเขาก็วูบไหวทันที

ฉันเองก็จำมันได้เช่นกัน

นั่นคือของขวัญเพียงชิ้นเดียวที่เผยจิ่นจือมอบให้ฉันในวันเกิดเมื่อปีที่แล้ว

ตอนนั้นเขาบอกว่า “เนี่ยนเนี่ยน พี่หวังว่าต่อไปเธอจะมีอิสระเหมือนนางเงือกนะ”

“ของชิ้นนี้ ใช่มาจากเรือพวกคุณหรือเปล่า?”

เสียงของนายตำรวจฟังดูหนักแน่นเป็นพิเศษท่ามกลางพายุฝน

“เมื่อครู่นี้ตอนที่พวกเรากำลังลาดตระเวนอยู่ในเขตดำน้ำลึก ได้รับสัญญาณเตือนความผิดปกติของสัญญาณชีพ เลยพบเจ้านี่เข้า”

เผยจิ่นจือรู้สึกเหมือนมีบางอย่างอุดตันอยู่ในลำคอ

เขาอ้าปาก แต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา

นั่นคือของขวัญที่เขามอบให้ฉัน มีหรือที่เขาจะจำไม่ได้

ในที่สุด ความหวาดกลัวก็คืบคลานขึ้นมาบนใบหน้าของเขาเป็นครั้งแรก

แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร เผยเหมยเหมยก็ส่งเสียงร้องพร้อมพุ่งพรวดเข้ามาเสียก่อน

“นี่ไม่ใช่ของพวกเรานะคะ!”

เธอชี้ไปที่ตีนกบข้างนั้นแล้วตะโกนลั่นด้วยสีหน้ามั่นใจ

“นี่ต้องเป็นขยะที่ใครทิ้งไว้แน่ ๆ คุณตำรวจคะ พวกคุณเข้าใจผิดแล้วละ”

นายตำรวจมองหน้าเธอด้วยสายตาดุดันและจริงจัง

“แม่หนู บนนี้มีคราบเลือดติดอยู่นะ แสดงว่าเมื่อกี้ต้องมีคนเจออุบัติเหตุอยู่ใต้น้ำ”

“บนเรือลำนี้ มีใครหายตัวไปหรือเปล่า?”

เผยเหมยเหมยหันขวับไปมองเผยจิ่นจือ

เธอพยายามส่งสัญญาณผ่านทางสายตาอย่างบ้าคลั่ง

“ไม่หายค่ะ!”

“ทุกคนอยู่กันตรงนี้ครบหมดแล้ว ส่วนพี่เผยเนี่ยนที่เป็นพี่สาวฉัน เมื่อกี้เธอยังทะเลาะกับพวกเราอยู่ในห้องพักผู้โดยสารอยู่เลย ป่านนี้คงกำลังนั่งงอนตุ๊บป่องอยู่ละมั้ง”

เธอวิ่งเข้าไปดึงแขนอาเฉียงผู้เป็นครูฝึก

“อาเฉียงคะ เมื่อกี้คุณก็เห็นเหมือนกันใช่ไหม? พี่สาวก็อยู่ในห้องพักนั่นแหละ”

อาเฉียงชะงักไปครู่หนึ่ง

เขามีชื่อเสียงในวงการอยู่พอตัว หากการคุมทีมครั้งนี้มีคนตาย ชีวิตนี้ของเขาคงจบเห่แน่

หลังชั่งน้ำหนักผลดีผลเสียแล้ว

เขาก็กัดฟัน ก่อนพยักหน้า

“ใช่ครับ คุณหนูใหญ่เผยค่อนข้างอารมณ์ร้อน เมื่อกี้ผิดใจกับพวกเรานิดหน่อยเรื่องดำน้ำ เธอเลยกลับไปพักผ่อนในห้องแล้วครับ”

เมื่อเผยจิ่นจือฟังคำโกหกของพวกเขา

ความหวาดกลัวที่ซ่อนอยู่ในแววตา ก็ค่อย ๆ มลายหายไปในเสี้ยววินาที

นั่นสิ เผยเนี่ยนต้องอยู่ในห้องแน่

เธอจะไปตายได้ยังไง?

เธอคือคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลเผย เธอที่กลัวความเจ็บปวดขนาดนั้น จะปล่อยให้ตัวเองต้องมาทนทุกข์ทรมานได้อย่างไร?

“คุณตำรวจครับ นี่เป็นแค่เรื่องเข้าใจผิดจริง ๆ”

เสียงของเผยจิ่นจือกลับมาเยือกเย็นดังเดิม ซ้ำยังเจือความหงุดหงิดอยู่เล็กน้อย

“นั่นเป็นของที่เผยเนี่ยนจงใจโยนลงทะเลไปเองแหละครับ เธอชอบเล่นอะไรแผลง ๆ แบบนี้ประจำ”

“ขอโทษที่ทำให้พวกคุณต้องวุ่นวายด้วยนะครับ”

นายตำรวจยังมีท่าทีเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

“ในเมื่ออยู่บนเรือ งั้นก็ช่วยเชิญคุณเผยเนี่ยนออกมาพบผมหน่อยครับ”

“พวกเราต้องตรวจสอบความปลอดภัยของทุกคน”

เผยจิ่นจือแค่นเสียงเฮอะ

“ตอนนี้เธอกำลังแผลงฤทธิ์เป็นคุณหนูเอาแต่ใจ ไม่ยอมออกมาเจอใครหรอกครับ”

“มา เดี๋ยวผมพาพวกคุณไปเปิดประตูเอง”

“เธอเอาแต่หลบอยู่ข้างในไม่ยอมส่งเสียง เดี๋ยวผมขอดูหน่อยว่าพอเห็นตำรวจแล้วยังจะหน้าด้านอยู่อีกไหม”

เขาก้าวเท้ายาว ๆ เดินตรงไปที่ห้องพักผู้โดยสารชั้นล่าง

ทุกคนพากันเดินตามไปติด ๆ

ฉันเองก็ลอยตามไปด้วย

เผยจิ่นจือหยิบกุญแจสำรองออกมา เสียบเข้าไปในรูกุญแจ แล้วกระชากประตูเปิดออก

“เผยเนี่ยน ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้!”

เสียงตวาดอย่างเกรี้ยวกราดของเขาดังก้องกลบเสียงฝนที่เทกระหน่ำ

แต่ว่า

ภายในห้องกลับว่างเปล่า

มีเพียงผ้าม่านที่สะบัดไหวไปมาเบา ๆ ตามแรงลมเท่านั้น

รอยยิ้มเย็นชาที่มุมปากของเผยจิ่นจือพลันแข็งค้างอยู่บนใบหน้าโดยสมบูรณ์

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ฉันตายในวันเมษาหน้าโง่   บทที่ 10

    เสียงค้อนของผู้พิพากษาที่ทุบลงมานั้นดังก้อง หนักแน่นน่าเกรงขาม"จำเลยเผยเหมยเหมยกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ด้วยวิธีการที่โหดเหี้ยมและมีพฤติการณ์เลวร้ายอย่างยิ่ง ศาลขอพิพากษาประหารชีวิต และตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต"วินาทีที่เผยเหมยเหมยได้ยินคำว่า "ประหารชีวิต" ตัวคนก็แข็งทื่อราวกับถูกฟ้าผ่าร่างกายเธอกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ก่อนจะมีรอยน้ำสีเข้มวงใหญ่ผุดซึมขึ้นมาบนกางเกงเธอทรุดฮวบลงกับเก้าอี้ ขณะส่งเสียงร้องโหยหวนราวกับหมูถูกเชือด"ฉันไม่อยากตาย! พี่คะ ช่วยหนูด้วย! พี่ช่วยหนูด้วยสิคะ!""หนูคือเหมยเหมยที่พี่รักที่สุดไง! พี่บอกว่ารักหนูที่สุดไม่ใช่เหรอ!""พี่คะ! พี่!!"เผยจิ่นจือผู้อยู่ในคอกจำเลยทางด้านข้างนั่งนิ่งไม่ขยับเขาไม่แม้แต่จะหันหน้ามองเธอด้วยซ้ำ"จำเลยเผยจิ่นจือกระทำความผิดฐานกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ประกอบกับมีพฤติการณ์ละเว้นการช่วยเหลืออย่างร้ายแรง ศาลขอพิพากษาจำคุกสิบห้าปี""จำเลยอาเฉียง กระทำความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและให้ความช่วยเหลือซ่อนเร้นผู้กระทำผิด ศาลขอพิพากษาจำคุกเจ็ดปี เพิกถอนใบอนุ

  • ฉันตายในวันเมษาหน้าโง่   บทที่ 9

    เสียงสับกุญแจมือดังกังวานชัดเจนกริ๊ก กริ๊ก กริ๊กกุญแจมือสามคู่ กับคนสามคนเผยจิ่นจือ เผยเหมยเหมย และอาเฉียงถูกควบคุมตัวตามกฎหมาย ในข้อหาต้องสงสัยว่าเจตนาฆ่าและละเว้นการช่วยเหลือเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายไฟในห้องสอบสวนสว่างจ้าสว่างเสียจนลืมตาแทบไม่ขึ้นเผยจิ่นจือนั่งอยู่บนเก้าอี้เหล็ก กุญแจมือถูกคล้องติดกับห่วงเหล็กบนโต๊ะ ทำให้เขาขยับไปไหนไม่ได้เจ้าหน้าที่สืบสวนเลื่อนรูปถ่ายใบหนึ่งไปตรงหน้าเขานั่นคือรูปถ่ายครอบครัวแบบพร้อมหน้าพร้อมตาสี่คนของเราถ่ายไว้ก่อนที่พ่อกับแม่จะเสียชีวิตในรูปนั้น ฉันยืนอยู่ข้างเผยจิ่นจือ ยิ้มตาหยี สองมือกอดแขนเขาแน่นตอนนั้นเผยเหมยเหมยยังไม่ได้เข้ามาอยู่ในบ้านของเราตอนนั้นเขายังลูบหัวฉันแล้วบอกว่า "เนี่ยนเนี่ยนไม่ต้องกลัวนะ มีพี่อยู่ทั้งคน"เผยจิ่นจือจ้องมองรูปถ่ายใบนั้น แล้วน้ำตาเม็ดโตก็หยดลงบนโต๊ะเขาเริ่มตบหน้าตัวเองฉาดที่หนึ่ง ฉาดที่สอง ฉาดที่สามตบซ้ายเสร็จก็หันมาตบขวาในที่สุด มุมปากก็บวมเป่ง มีเลือดไหลหยดลงมาตามปลายคาง"ผมเป็นคนฆ่าเธอเอง"เสียงของเขาแหบพร่าแทบฟังไม่รู้เรื่อง"ผมเป็นคนฆ่าน้องสาวตัวเอง"เจ้าหน้าที่สืบสวนถา

  • ฉันตายในวันเมษาหน้าโง่   บทที่ 8

    เผยจิ่นจือแผดเสียงคำรามจนไม่คล้ายเสียงมนุษย์เขาพุ่งเข้าใส่เผยเหมยเหมย สองมือบีบคอเธอแน่น"ทำไมกัน!""ทำไมแกถึงปิดวาล์วออกซิเจนของเธอ!""ทำไมแกถึงขโมยถังออกซิเจนสำรองของเธอไป!"เผยเหมยเหมยถูกบีบคอจนตาเหลือก สองเท้าลอยขึ้นเหนือพื้น พยายามเตะถีบดิ้นรนเล็บของเธอข่วนใบหน้าเผยจิ่นจือจนเกิดบาดแผลมีเลือดไหลซึมออกมาเป็นสาย"พี่นั่นแหละ... พี่เป็นคนตกลงเอง..."เธอหน้าแดงหายใจไม่ออก พยายามเค้นเสียงพูดอย่างยากลำบาก"วันเมษาหน้าโง่... พี่บอกว่าทำได้... พี่บอกให้แกล้งพี่สาวหน่อย... จะได้หลาบจำไง..."มือของเผยจิ่นจือคลายออกชั่วขณะใช่แล้วคืนก่อนวันเดินทาง เผยเหมยเหมยวิ่งเข้ามาออดอ้อนเขาเธอบอกว่า พี่คะ พรุ่งนี้เป็นวันเมษาหน้าโง่ พวกเรามาแกล้งพี่สาวกันอีกรอบเถอะเธอบอกว่า แค่ปิดวาล์วออกซิเจน ปิดแค่ไม่กี่วินาที เอาให้ตกใจเล่นก็พอตอนนั้นเขากำลังอ่านเอกสาร ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองด้วยซ้ำ"ตามสบาย แต่อย่าเล่นให้มันเลยเถิดนักแล้วกัน"เขาเป็นคนพูดประโยคนี้พูดออกมาจากปากเขาเองอาเฉียงเห็นว่าเรื่องราวบานปลายจนปิดไม่ได้แล้ว จึงรีบกระโดดออกมาทันที"ผมขอสารภาพ! ผมขอสารภาพความจริงครับ!"เขาช

  • ฉันตายในวันเมษาหน้าโง่   บทที่ 7

    ตำรวจสายสืบโยนชุดอุปกรณ์ดำน้ำลงบนโต๊ะสเตนเลสอย่างแรงเสียงโลหะกระทบกันดังก้องไปทั่วห้องดับจิต บาดแก้วหูจนชวนให้เสียวฟัน"เผยจิ่นจือ ดูนี่สิ"ตำรวจสายสืบชี้ไปที่วาล์วออกซิเจนหลักของฉันวาล์วถูกหมุนปิดสนิทแน่น"พวกเราตรวจสอบทางเทคนิคแล้ว มีใครบางคนจงใจปิดวาล์วตัวนี้""บนลูกบิดเปิดปิดวาล์ว เราเก็บรอยนิ้วมือที่สมบูรณ์ออกมาได้หนึ่งชุด"เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนกวาดสายตามองไปทางเผยเหมยเหมยผู้กำลังซุกตัวอยู่ตรงมุมห้อง"ผลการเปรียบเทียบรอยนิ้วมือ ตรงกับนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ข้างขวาของเผยเหมยเหมยทุกประการ"ในหัวของเผยจิ่นจือราวกับมีระเบิดลูกใหญ่ระเบิดตู้มเขาหันขวับไปทันที จ้องมองเผยเหมยเหมยไม่วางตาร่างกายของเผยเหมยเหมยเริ่มสั่นสะท้านอย่างรุนแรง"ไม่ใช่หนูนะ... พี่คะ พี่ฟังหนูอธิบายก่อน...""หนูก็แค่คิดจะล้อพี่สาวเล่น... หนูไม่รู้ว่ามันจะ...""ยังมีอีก"ตำรวจสายสืบพูดแทรกขึ้นมา"ถังออกซิเจนสำรองฉุกเฉินที่ผู้ตายพกติดตัว ไม่พบในที่เกิดเหตุตอนกู้ภัย""ตามกฎการดำน้ำ ถังสำรองควรยึดติดอยู่ตรงเอวด้านขวาของนักดำน้ำ""แต่ตัวยึดตรงเอวด้านขวาของผู้ตายกลับว่างเปล่า ตัวล็อกไม่มีร่องรอยควา

  • ฉันตายในวันเมษาหน้าโง่   บทที่ 6

    สถานเก็บศพตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของตัวเมืองเผยจิ่นจือขับรถไปถึงที่นั่นได้อย่างไร แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้เขาฝ่าไฟแดงไปสี่รอบ และเกือบชนเข้ากับรถเมล์คันหนึ่งเผยเหมยเหมยนั่งอยู่เบาะหลัง ตลอดทางไม่พูดอะไรสักคำเธอกำลังกัดเล็บห้องเก็บศพใต้ดินของสถานเก็บศพ หนาวเหน็บถึงกระดูกหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ส่งเสียงกระแสไฟฟ้าดังหึ่ง ๆ สาดส่องจนใบหน้าของทุกคนดูซีดขาวเผยจิ่นจือใช้มือยันกำแพงเดินเข้าไปขาของเขาสั่นเทา แต่ละก้าวช่างยากลำบากเหลือเกินกลางโต๊ะวางศพ มีถุงเก็บศพสีดำวางอยู่ใบหนึ่งแพทย์นิติเวชยืนอยู่ด้านข้าง ใบหน้าไร้ความรู้สึก"ญาติผู้เสียชีวิตมาแล้วใช่ไหมครับ?"เผยจิ่นจือพยักหน้าริมฝีปากของเขาไม่มีสีเลือดหลงเหลืออยู่อีกแล้วแพทย์นิติเวชยื่นมือออกไป รูดซิปเปิดถุงเก็บศพออกฉันมองเห็นใบหน้าของตัวเองหลังแช่น้ำทะเลมานานหลายชั่วโมง ใบหน้าก็บวมเป่งจนผิดรูปผิวหนังเต็มไปด้วยรอยแผลที่ถูกหินโสโครกบาด เนื้อบางส่วนถูกปลาแทะกินไปแล้ว เผยให้เห็นกระดูกสีขาวโพลนด้านในริมฝีปากกลายเป็นสีม่วงคล้ำดวงตาลืมขึ้นมาครึ่งหนึ่ง รูม่านตาขยายกว้างสูญเสียการตอบสนองเผยจิ่นจือส่งเสียงร้องในแบบ

  • ฉันตายในวันเมษาหน้าโง่   บทที่ 5

    เผยจิ่นจือค้นหาทุกซอกทุกมุมบนเรือยอชต์ราวคนบ้าทั้งห้องครัว ห้องเครื่อง ห้องเก็บของ แม้กระทั่งใต้ฐานเรือชูชีพก็ถูกเขารื้อค้นกระจุยกระจายไม่มีไม่มีวี่แววของฉันอยู่ที่ไหนเลยเส้นเลือดดำบนหน้าผากของเขาปูดโปนขึ้นมาทีละเส้น หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง"เป็นไปไม่ได้... เป็นไปไม่ได้..."เขาพึมพำประโยคนี้ซ้ำไปซ้ำมา คล้ายกำลังสะกดจิตตัวเองเผยเหมยเหมยยืนพิงกรอบประตูเคบิน สองมือกอดอก สีหน้าเยือกเย็นจนน่ากลัว"พี่คะ ใจเย็นก่อนเถอะ""พี่สาวคงจ่ายเงินจ้างเรือสปีดโบ๊ทที่ขับผ่านมาให้ไปส่งที่ฝั่งก่อนแล้วแน่ ๆ""พี่ลองคิดดูสิ คนแบบนั้นมีเรื่องไหนบ้างที่ทำไม่ได้?""คราวที่แล้วตอนทะเลาะกับพี่ เธอยังแอบเรียกเฮลิคอปเตอร์มารับกลับบ้านเลยไม่ใช่เหรอ?"เผยจิ่นจือชะงักมือที่กำลังรื้อค้นเขายืนอยู่กลางดาดฟ้าเรือ ปล่อยให้หยาดฝนไหลรินลงมาตามใบหน้าเขากำลังคิดเขากำลังพยายามอย่างหนักเพื่อโน้มน้าวใจตัวเองใช่ เผยเนี่ยนก็เป็นคนแบบนั้นแหละเอาแต่ใจ เสแสร้ง และไม่เคยสนผลลัพธ์ที่จะตามมาเธอต้องฉวยโอกาสตอนที่พวกเราไม่ทันระวัง แอบเรียกเรือหนีไปแล้วแน่ ๆเธอก็แค่อยากให้ฉันร้อนใจ อยากให้ฉันเสียใจ แ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status