LOGINและอีกความสามารถหนึ่งที่โดดเด่น ของลี่มี่ที่คนในทีมยอมรับก็คือ ทักษะแฮกเกอร์ ลี่มี่สามารถเจาะเข้าฐานระบบความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ในหน่วยงานต่าง ๆ ได้โดยง่าย เพราะเรียนรู้และฝึกฝน ทักษะแฮกเกอร์ มาตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่น ก่อนที่จะเข้าร่วมทีมหน่วยรบพิเศษเสียด้วยซ้ำ พอได้เข้าร่วมทีม ก็ได้ฝึกฝนและพัฒนาจนกลายเป็นมือแฮกเกอร์อันดับต้น ๆ ขององค์กร
บริษัทนำเข้าและส่งออกอาหารแปรรูปทุกชนิด ของตระกูลลู่
“เจ้านายครับ มีข่าวเพิ่มเติมจากคนงานในตระกูลเฉิน ที่ผมซื้อขายข้อมูลกันอยู่ครับ”
“อืม ว่ามา”
ลู่เสียนพอได้ยินคำว่าตระกูลเฉิน ก็ใจกระตุกขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก็ยังสามารถเก็บสีหน้าเรียบเฉยไว้ได้ดังเดิม
“วันนี้คุณหนูเฉินกลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่ และพูดคุยธุระสำคัญกันครับ”
“ธุระอะไร”
วินาทีนี้ลางสังหรณ์บางอย่างของลู่เสียนเริ่มทำงานทันที ชายหนุ่มจึงหันมาตั้งใจฟังคำบอกเล่าจากเลขาหนุ่ม
“เธอจะถอนหมั้นกับเจ้านายครับ และพ่อแม่ของคุณหนูเฉิน ก็ยินยอมพร้อมใจแล้ว อีกไม่กี่วันคงเข้าไปคุยเรื่องถอนหมั้นกับคุณท่านทั้งสอง”
ลู่เสียนพอได้ยินว่า เฉินลี่มี่ต้องการถอนหมั้นกับตน ชายหนุ่มรู้สึกไม่ยินยอมในหัวใจขึ้นมาทันที ทั้ง ๆ ที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตัวเขา ไม่ได้ต้องการหมั้นหมายกับเฉินลี่มี่เลย ทั้งยังต้องการถอนหมั้นอยู่เสมอ แต่พอได้ยินว่าหญิงสาวต้องการถอนหมั้นเข้าจริง ๆ ประกอบกับที่ไม่ได้พบเจอคู่หมั้นสาวมาเป็นเดือนแล้ว ชายหนุ่มจึงรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก จึงมีแววตาที่มืดครึ้มขึ้นมาให้เลขาหนุ่มเห็น จนถงอี้เลขาของลู่เสียน อดที่จะขนลุกขึ้นมาไม่ได้
“มีงานอะไรอีกไหม ฉันจะรีบออกไปธุระ” ลู่เสียนเอ่ยถามถงอี้เลขาหนุ่มออกไปทันที เพราะตอนนี้ก็ใกล้เวลาเลิกงานแล้ว
“ไม่มีแล้วครับเจ้านาย” ถงอี้ รีบตอบทันทีเพราะหวาดกลัวแววตามืดครึ้มของเจ้านายตนเอง
ลู่เสียนขับรถเข้ามาจอดในลานจอดรถ ของคอนโดมิเนียมหรูแห่งหนึ่ง ซึ่งชายหนุ่มไม่เคยย่างกรายเข้ามาที่นี่เลยสักครั้ง แต่วันนี้ลู่เสียนรู้สึกร้อนใจแปลก ๆ จึงโทรสอบถามคนของเขาที่คอยให้จับตาดูว่า คู่หมั้นสาวไปไหนมาไหนบ้างในแต่ละวัน แล้วได้ความว่า เฉินลี่มี่กลับมาที่คอนโดที่พักของเธอแล้ว ลู่เสียนจึงรีบขับรถตามมาที่คอนโดแห่งนี้ทันที
ลู่เสียนสามารถเข้าออกคอนโดของเฉินลี่มี่ได้อย่างสะดวก เพราะเฉินลี่มี่คนเดิมได้แจ้งชื่อ และใบหน้าของคู่หมั้นหนุ่มไว้กับเจ้าหน้าที่ของคอนโด เพื่ออำนวยความสะดวกแก่คู่หมั้นเต็มที่ ในการเข้าพบเธอ แต่ชายหนุ่มก็ไม่เคยใช้สิทธิ์ที่เฉินลี่มี่คนเดิมให้ไว้เลยสักครั้ง จนกระทั่งวันนี้ ที่ชายหนุ่มกำลังใช้สิทธิ์ที่คู่หมั้นสาวเคยให้ไว้กับเขา
ลู่เสียนเปิดเลื่อนหาข้อความเก่า ๆ ที่เฉินลี่มี่เคยมอบรหัสห้องพักของเธอให้กับเขา แล้วรีบเดินขึ้นลิฟต์โดยสารไปทันที ชายหนุ่มต้องการพูดคุยกับเฉินลี่มี่ ให้เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงอยากจะถอนหมั้น ทั้ง ๆ ที่เขาเคยเอ่ยปากขอถอนหมั้นมาโดยตลอด แต่เฉินลี่มี่ก็ไม่เคยยอมถอนหมั้นเลยสักครั้ง และลู่เสียนก็ยังไม่เข้าใจตนเองด้วยว่าเหตุใดถึงต้องร้อนใจเช่นนี้ จึงได้มาเข้าพบคู่หมั้นสาวในเวลานี้ โดยไม่ได้บอกกล่าวกับเธอไว้ก่อน
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด……..
ลี่มี่ที่กำลังทำอาหารเย็นอยู่ในห้องครัว ถึงกับตกใจที่ในขณะนี้ที่หน้าประตูห้องพัก กำลังถูกใส่รหัสเข้ามาโดยใครสักคนที่คงรู้รหัสห้องพักของเธอเป็นอย่างดี เพราะไม่มีสัญญาณเตือนว่ากดเลขผิดเลยสักครั้ง ลี่มี่เดินไปตรงประตูห้องพักด้วยแววตานิ่งสงบ ในมือเรียวสวยตอนนี้ มีปืนสั้นขนาด 9 มม.ติดไปด้วย ตั้งแต่ลี่มี่ตื่นขึ้นมาในร่างของเฉินลี่มี่ หญิงสาวก็หาซื้อทั้งปืน และอาวุธที่ตนเองชื่นชอบอย่างลับ ๆ ไม่เปิดเผยตัวตน ดังนั้นในห้องพักในเวลานี้ จึงเต็มไปด้วยอาวุธสังหารที่ลี่มี่ถนัดทั้งนั้น
แอ๊ดดดดดดดด……..
“แกเป็นใคร ต้องการอะไร” น้ำเสียงเย็น ๆ เอ่ยกระซิบถามชายหนุ่ม ที่หันหลังให้เธอเพราะกำลังเอื้อมมือไปปิดประตูห้องพักอยู่
ปืนสั้นในมือของหญิงสาว ก็จ่อเข้าไปที่ข้างลำตัวของชายหนุ่มทันที เห็นทีว่าถ้าได้คำตอบที่ไม่ชอบใจ คงพร้อมที่จะลั่นไกทันที
“อะไรกัน ไม่เจอกันแค่หนึ่งเดือน จำคู่หมั้นตัวเองไม่ได้แล้วหรือ”
ลู่เสียนที่รู้สึกว่า มีอะไรมาจ่อที่ลำตัวของเขาก็ตกใจ แต่ก็เก็บอาการได้ดี จึงรีบพูดตอบออกไปทันที พอชายหนุ่มพูดจบ ก็เหลือบมองวัตถุที่อยู่ข้างลำตัวของตนเองทันที คราวนี้ชายหนุ่มถึงกับร้องออกมาด้วยความตกใจ เพราะไม่สามารถเก็บอาการตื่นกลัวไว้ได้อีกแล้ว
“เฮ้ยยยยย ปะ…ปืน ลี่มี่คุณจะฆ่าผมหรือไง”
“หึหึ ยังไม่ถูกฆ่าก็ร้องเป็นหมาถูกน้ำร้อนลวกแล้ว” ลี่มี่ตอบอย่างขบขัน ทั้งยังขบคิดอยู่ในใจว่า เธอลืมไปได้อย่างไรว่า เฉินลี่มี่ให้รหัสห้องพักกับผู้ชายคนนี้เพื่ออำนวยความสะดวกให้เขามานอนค้างกับตนเอง!!!
“เก็บปืนก่อน ผมไม่ใช่คนร้าย เรามีเรื่องต้องคุยกัน” ลู่เสียนพยายามสงบสติอารมณ์ตื่นกลัว แล้วหันมาพูดคุยกับลี่มี่ด้วยเหตุผล เพราะเกรงว่าปืนในมือของคู่หมั้นสาวจะลั่นขึ้นมาเสียก่อน
“คุณมีธุระอะไร และทีหลังอย่าเข้าห้องของฉันโดยพลการอีก เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะไม่มีเวลาได้ร้องตกใจแบบวันนี้” ลี่มี่เอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยไม่บ่งบอกอารมณ์ใด ๆ ขณะที่พาชายหนุ่มมานั่งคุยกันที่บริเวณรับแขก
ลู่เสียนที่ตอนนี้สงบสติอารมณ์ได้แล้ว ก็มองสำรวจไปรอบ ๆ ห้องของลี่มี่ เพราะเขาไม่เคยเข้ามาเลยสักครั้ง ลู่เสียนมองสำรวจได้สักพัก ก็สัมผัสได้ถึงความเรียบง่าย และความเจ้าระเบียบของเจ้าของห้อง เพราะเฟอร์นิเจอร์ในห้องนี้มีเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ของใช้กระจุกกระจิกแบบที่ผู้หญิงชอบซื้อมาตกแต่งห้องก็แทบจะไม่มีเลย ห้องของลี่มี่สะอาดมากทั้งยังมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ การจัดวางข้าวของก็เป็นระเบียบเรียบร้อย
และในเวลานี้ชายหนุ่มก็นึกอยากสำรวจหน้าตาของคู่หมั้นสาวที่ไม่ได้พบกันนานอีกด้วย พอสบจังหวะเหมาะ ลู่เสียนก็มีโอกาสได้มองหน้าคู่หมั้นของตนเองเต็ม ๆ ตาเสียที จึงได้เห็นว่าหญิงสาวนั้นสวยงามมากขึ้นหลายเท่า ทั้งรูปร่างและหน้าตา จนหัวใจของชายหนุ่มเต้นระรัว อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อนเลยในชีวิตนี้ วินาทีที่ลู่เสียนได้สบตากับเฉินลี่มี่ ชายหนุ่มมองเห็นแต่แววตาเย็นชาและว่างเปล่า ที่คู่หมั้นมีให้เขา จนหัวใจของลู่เสียนบีบรัดกันจนจุกขึ้นมาในอก แต่ก็ยังพยายามทำสีหน้าให้เป็นปกติเข้าไว้
“จะพูดได้รึยัง ว่ามาทำไม” ลี่มี่ถามออกมาอีกครั้ง เพราะลู่เสียนไม่ยอมพูดอะไรเลย ตั้งแต่เดินเข้ามาในห้องพักของเธอ
“ทำไมถึงนึกอยากจะถอนหมั้นเอาป่านนี้” ลู่เสียนเอ่ยปากถามออกมาจนได้
“คุณสกปรก ฉันรังเกียจ และอีกอย่างคุณก็ไม่ได้รักฉันด้วย ส่วนฉันในตอนนี้ก็รังเกียจคุณ สรุปก็เลยถอนหมั้นดีกว่า คุณน่าจะดีใจนี่ แล้วจะรีบมาถามฉันถึงที่พักทำไม เสียเวลาคนกำลังจะทำกับข้าว”
ลู่เสียนถึงกับอึ้งไปในคำตอบของลี่มี่ ไม่รู้ว่าเขาจะต้องตกใจคำพูดไหนของเธอก่อน ทั้งกล่าวหาว่าเขาสกปรก ทั้งบอกว่ารังเกียจ และบอกว่าการที่คุยกับเขาเป็นการเสียเวลาทำอาหาร!!!
“ผมไม่ถอนหมั้น คุณกล่าวหาผมลอย ๆ แบบนี้ผมเสียหาย ถ้ายอมถอนหมั้นไปก็เท่ากับว่า ยอมรับในสิ่งที่คุณกล่าวหาผม” ลู่เสียนรีบปฏิเสธการถอนหมั้นทันที ทั้งยังยกเอาเหตุผลข้าง ๆ คู ๆ ขึ้นมาอ้างอีก ในใจของชายหนุ่มตอนนี้กำลังเจ็บปวดที่ถูกลี่มี่กล่าวว่ารังเกียจ และอยากถอนหมั้นกับเขา
“ฉันบอกว่าถอนหมั้นนั้นคือถอนหมั้นแล้ว ไม่ได้บอกเล่าให้คุณฟังเพื่อถามความคิดเห็น คุณจะคิดอย่างไรก็เรื่องของคุณ เพราะฉันถือว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เฉินลี่มี่คนนี้โสด ไม่มีพันธะหมั้นหมายกับใครทั้งสิ้น ฉันจะไปทำอะไรกับใครก็ไม่มีความผิด ส่วนคุณก็เช่นกัน เชิญตามสบาย”
“เฉินลี่มี่!!!” ลู่เสียนตะคอกเรียกชื่อลี่มี่ออกมาเสียงดัง เพราะไม่พอใจที่หญิงสาวประกาศว่าตนเองโสด และพร้อมจะมีอะไรกับคนอื่น
“ว่าอย่างไรคุณลู่เสียน ถ้าเข้าใจแล้วก็กลับไปเสียทีฉันจะกินข้าว ระวังถ้าฉันหิวมาก ๆ อะไร ๆ แถวนี้มันจะลั่นขึ้นมาได้”
ลี่มี่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ทั้งอมยิ้มไปด้วยแต่รอยยิ้มนั้นกลับไปไม่ถึงดวงตา จนลู่เสียนที่มองหน้าหญิงสาวอยู่ตลอดเวลา นึกหวั่นเกรงขึ้นมาเหมือนกัน จึงยอมล่าถอยกลับออกไปแต่โดยดี
ค่ำคืนนี้ ลี่มี่ก็ไปร่วมปาร์ตี้กับเพื่อน ๆ ที่ริมชายหาด สาว ๆ ให้บริกรของโรงแรมจัดเตรียมเครื่องดื่มค็อกเทลแบบเบา ๆ มาร่วมดื่มกันในงานปาร์ตี้ในค่ำคืนนี้ความสนุกสนานดำเนินไปจนเวลาล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่ ทุก ๆ คนจึงแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อนที่ห้องพักส่วนตัว ชายหนุ่มที่รอคอยให้แฟนสาวโทรศัพท์มาหาก่อนเข้านอน ก็อดรนทนไม่ไหวจึงได้ต่อสายโทรศัพท์ไปหาแฟนสาวด้วยตนเอง เพราะเห็นว่าเวลานี้ดึกมากแล้ว“เมารึเปล่าครับ” มู่เฉินเอ่ยถามทันทีที่เห็นหน้าแฟนสาวในหน้าจอโทรศัพท์มือถือ“อื้อ มึน ๆ นิดหน่อย พึ่งกลับเข้าห้องเมื่อครู่นี้เอง กำลังจะโทรศัพท์หาคุณพอดีเลยค่ะ”“พักคนเดียวใช่ไหม” ชายหนุ่มถามและกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง เผื่อมีใครคิดไม่ดีกับคนรักของเขา“ใช่ค่ะ จองห้องพักคนละห้องทุกคน”ลี่มี่ยกกล้องโทรศัพท์ถ่ายไปทั่ว ๆ ห้องพัก เพื่อให้แฟนหนุ่มสบายใจ เธอไม่เคยรำคาญที่มู่เฉินหึงหวงเลย มีแต่รู้สึกอบอุ่นในหัวใจที่มีคนรักและหวงเธอมากขนาดนี้“นอนได้แล้วครับดึกมากแล้ว พรุ่งนี้รีบกลับมานะ ผมคิดถึงมาก”“ค่ะ ฉันก็คิดถึงคุณมากเช่นกัน ฝันดีนะคะ”“ฝันดีครับ”ตอนเช้าของวันใหม่ สาว ๆ ทุกคนก็มารวมตัวกันเพื่อถ่ายรูปสวย ๆ ตาม
หลังจากกลับจากโรงพยาบาล ทั้งสองคนก็กลับคอนโดของมู่เฉินเพราะช่วงหลัง ๆ มานี้ ทั้งคู่จะมานอนค้างที่คอนโดของชายหนุ่มเป็นหลัก อาการของมู่เฉินไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว มีเพียงรอยฟกช้ำตรงบริเวณช่วงท้องที่ต้องทายาสม่ำเสมอ“คุณไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวฉันจะทายาให้นะคะ”“อาบให้หน่อยครับ ผมเจ็บท้อง”“อิอิ ตัวก็โตขนาดนี้ยังจะมาอ้อนอีก”“ฟอดดดด อ้อนคุณคนเดียว อาบน้ำให้ผมหน่อยนะครับ”มู่เฉินเดินเข้าไปโอบกอดคนรัก ทั้งซุกไซ้สูดดมความหอมของแก้มเนียนใส ที่วันนี้แต่งแต้มเครื่องสำอาง จนสวยเย้ายวนมากกว่าทุก ๆ วัน จนชายหนุ่มที่ชอบมองหน้าแฟนสาวอยู่ตลอดเวลา จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เหมือนหนุ่มน้อยที่พึ่งแอบรักผู้หญิงเป็นครั้งแรก มือก็อดไม่ได้ที่ยกขึ้นไปกอบกุมเอาความนุ่มนิ่ม ที่ทั้งอวบทั้งเด้งสู้มือเขา“อื้อ มือไวขนาดนี้แล้วมันจะได้อาบน้ำดี ๆ ไหมคะ”หลังจากนั้นในห้องน้ำก็ไม่ได้มีเสียงอาบน้ำเพียงอย่างเดียว แต่มีเสียงร้องครวญครางของชายหญิง ที่ช่วยกันอาบน้ำให้กันและกันอย่างถึงอกถึงใจบทสรุปของคดีความของเซียะจิงเทา ด้วยความร่วมมือกันของทีมปฏิบัติการพิเศษด้านยาเสพติด ที่มีผู้พันห่าวอี้เป็นหัวหน้าทีม และได้รับความช่วย
บนรถตู้ปฏิบัติการเวลานี้ เฉินลี่มี่นั่งประจำตรงตำแหน่งผู้ใช้คอมพิวเตอร์ โดยมีมู่เฉินกับผู้พันห่าวอี้ นั่งประกบอยู่คนละข้าง หญิงสาวเจาะได้ภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งในตัวอาคาร และบริเวณรอบ ๆ อาคารที่ใช้จัดงานประมูลในคืนนี้มีภาพจากกล้องวงจรปิดในมุมอับสายตา 1 ตัว ที่มองเห็นการเคลื่อนไหวของคนบางกลุ่ม ลี่มี่ซูมภาพเข้ามาใกล้ ๆ จนมองเห็นหน้าตาของคนที่อยู่ในภาพได้ชัดเจน“เสิ่นอี้หนาน” มู่เฉินพูดชื่อของผู้ชายคนหนึ่ง ที่ปรากฏภาพอยู่ในกล้องวงจรปิดที่กำลังซูมภาพให้เห็น“ใครหรือครับ” ห่าวอี้เอ่ยถามมู่เฉิน เพราะเขาไม่เคยเห็นหน้าผู้ชายคนนี้ในวงการบันเทิงเลย“เลขาของเซียะจิงเทาครับ ฉินซีผู้ช่วยของผมเคยติดต่องานกับเขาผมเลยรู้จัก”ลี่มี่ค้นหาข้อมูลของผู้ชายที่ชื่อเสิ่นอี้หนานขึ้นมาให้ห่าวอี้ตรวจสอบดู ก็พบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและยาปลุกเซ็กซ์เป็นจำนวนมาก “ให้เลขาทำแทนทุกอย่างนี่เอง ฉันถึงค้นหาข้อมูลยาเสพติดเชิงลึกของเซียะจิงเทาไม่เจอเสียที”ลี่มี่ที่เจาะหาข้อมูลเชิงลึก เกี่ยวกับยาเสพติดของเซียะจิงเทาไม่ได้สักที มาวันนี้เธอก็เข้าใจแล้วว่าชายคนนั้นไม่ได้ลงมือเอง มีเลขาส่วนตัวที่จงรักภักดีจัดการแทนทั้ง
เวลาประมาณตี 1 กว่า ๆ หลังจากที่สาว ๆ ดื่มกันจนมึนเมา และออกไปเต้นกันอย่างสนุกสนานจนพอใจแล้ว ก็ได้เวลาแยกย้ายกันกลับบ้าน ฉินฟางผู้จัดการสาวกลับกับเพื่อน ๆ ของเธอ ส่วนลี่มี่นั้นมู่เฉินพากลับคอนโดของเขาลี่มี่มีอาการมึนเมาเล็กน้อย เพราะดื่มพอให้สนุก ๆ ไปกับกลุ่มเพื่อน พอขึ้นมาบนรถแล้ว มู่เฉินก็โน้มตัวลงไปคาดเข็มขัดนิรภัยให้แฟนสาว จังหวะที่โน้มตัวลงไปก็ถูกจู่โจมด้วยริมฝีปากนุ่มนิ่ม ที่มีกลิ่นแอลกอฮอล์เจือจาง พอให้มอมเมาเขาให้หลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้น“จุ๊บ ตาแก่ขี้หวง บอกไม่ให้ตาม ก็ตามมาจนได้” ดวงตาหงส์กลมโตมองแฟนหนุ่มอย่างยั่วยวน“หึหึ เมาหรอครับ” ตาแก่ที่ถูกสาวน้อยขโมยจูบ ก็เริ่มรู้สึกร้อนรุ่มในร่างกายขึ้นมาแล้ว“ไม่ค่ะ แค่มึน ๆ นิดหน่อย คงเพราะไม่ค่อยได้ดื่มแอลกอฮอล์มานานแล้วววววว”จุดที่มู่เฉินจอดรถอยู่ เป็นลานจอดรถส่วนตัวของโจวเฟยซึ่งเป็นเจ้าของคลับ รถลูกค้าคนอื่น ๆ ไม่สามารถมาจอดได้ รถยนต์ของโจวเฟยกับเพื่อนคนอื่น ๆ ก็ขับกลับบ้านกันไปหมดแล้ว จึงเหลือรถยนต์ของมู่เฉินเพียงคันเดียว มู่เฉินเดินลงจากรถไปปิดไฟลานจอดรถจนหมดทุกดวง เวลานี้มีเพียงแสงสว่างจากดวงจันทร์ และแสงไฟจากบริเวณอื่นที่เห
ฟุบ ฟุบ ฟุบ ฟุบ!!!“โอ๊ยยยยย” เสียงโจรที่ถือปืนอยู่ทั้ง 4 คน ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เพราะถูกยิงที่มือจนปืนกระเด็นหลุดออกจากมือไป ลี่มี่ยิงปืนไปที่มือของโจรที่มีอาวุธทั้ง 4 คนอย่างแม่นยำทั้ง 4 นัด แล้วเดินเข้าไปเก็บปืนทั้ง 4 กระบอกที่ตกอยู่กับพื้นเอาไว้ในเป้สะพายหลังอย่างรวดเร็ว“ไม่มีปัญญาทำมาหากิน??” น้ำเสียงเรียบเฉยเอ่ยขึ้นขณะเดินเข้าหาคนร้ายลี่มี่เดินเข้ามาหากลุ่มร้ายทั้ง 4 คน ที่ยืนกุมมืออยู่ด้วยความเจ็บปวด หนึ่งในคนร้ายที่บาดเจ็บไม่มาก พอเห็นลี่มี่เดินเข้ามาก็ทำท่าจะวิ่งหนี จึงถูกหญิงสาววิ่งเข้าไปเตะอัดเข้ากลางลำตัวจนล้มลงไปกับพื้น และถูกเหยียบซ้ำเข้าไปที่มือข้างที่เจ็บ“อ้ากกกกกกก!!”คนร้ายอีก 2 คนที่ไม่มีอาวุธและยืนอยู่วงนอก ก็ตั้งท่าจะวิ่งหนีเช่นกัน แต่ถูกฉินซีกับมู่เฉินตามไปรวบตัวเอาไว้ได้ผลัวะ!!ตุบ!!“โอ๊ยยยยย!!!”มู่เฉินกับฉินซีวิ่งเข้าไปเตะต่อยคนร้ายทั้ง 2 คน ที่กำลังวิ่งหนีจนล้มลงไปกองอยู่กับพื้น แล้วใช้ปืนจ่อไปที่คนร้ายเพื่อควบคุมตัวให้เดินมารวมกันกับคนร้ายอีก 4 คนที่ถูกลี่มี่ควบคุมตัวเอาไว้ ก่อนหน้าลี่มี่เอากุญแจมือในกระเป๋าสะพาย ออกมาล็อกข้อมือคนร้ายทั้ง 6 คนเอาไว
เช้าวันรุ่งขึ้นเถียนหย่งกับครอบครัว ก็พากันเดินทางไปตระกูลมู่ที่บ้านชานเมืองทันที เพราะเถียนเหมยลี่นั้นร้อนใจ กลัวว่ามู่เฉินจะรีบหมั้นหมายกับเฉินลี่มี่ไปเสียก่อน ใช้เวลาเดินทางราว ๆ 1ชั่วโมง ครอบครัวตระกูลเถียนก็เดินทางมาถึงบ้านตระกูลมู่ ซึ่งเถียนหย่งก็โทรศัพท์มาแจ้งมู่ชางไว้แล้วว่า วันนี้จะพาครอบครัวมาเยี่ยมเยียนแต่เช้า“สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ” ทั้งสองครอบครัวต่างทักทายกันตามมารยาท เพราะทั้งมู่หลันและเถียนเหมยฟางก็ไม่ได้สนิทสนมกัน มีเพียงมู่ชางกับเถียนหย่งเท่านั้นที่สนิทกัน ส่วนเถียนเหมยลี่ก็พึ่งเคยมาพบเป็นครั้งแรก ส่วนมู่จิงจิงลูกสาวบุญธรรมของตระกูลมู่นั้น มู่ชางได้จัดหาบ้านหลังใหม่ ให้หญิงสาวย้ายออกไปอยู่เป็นส่วนตัวคนเดียวมาได้สักพักแล้วทั้งหมดไปนั่งพูดคุยกันที่ห้องรับแขก เพราะทานอาหารเช้ากันทุกคนแล้ว มู่หลันมองเถียนเหมยลี่แล้วแอบโล่งใจ ที่ตนเองไม่ได้บังคับลูกชายให้หมั้นหมายกับหญิงสาวคนนี้ เพราะมองเห็นแววตาที่เสแสร้งแกล้งทำอ่อนหวาน ไม่เหมือนแววตาที่ดูจริงใจของเฉินลี่มี่ที่เธอรู้สึกชอบมากกว่า“เข้าเรื่องเลยนะมู่ชาง ที่ฉันมาวันนี้เพราะจะมาพูดคุยเรื่องหมั้นหมายระหว่างลูก ๆ ของเรา” เถี







