로그인สองปีที่แล้วเธอกับเขาแต่งงานกันเพราะเงื่อนไขบางอย่าง เธออยู่อย่างไร้ค่าในสายตาเขา เมื่อความอดทนสิ้นสุด เธอจึงขอหย่า แต่เขาไม่ยอมหย่า แถมยังทำตัวเหมือนหมาบ้าไล่กัดผู้ชายทุกคนที่เข้าใกล้เธอ
더 보기1 หน้าที่เมีย
“สวัสดีครับท่านนายอำเภอ” ธิติประนมมือไหว้ทักทายเจ้าภาพงานเลี้ยงการกุศลในค่ำคืนนี้ อีกฝ่ายรับไหว้และยิ้มให้อย่างเป็นกันเอง
“สวัสดีธิติ ไม่ได้เจอกันนานยังหนุ่มแน่นเหมือนเดิมนะ”
“ท่านก็ยังแข็งแรง และดูดีเหมือนเดิมนะครับ”
สองหนุ่มต่างวัยทักทายกันอย่างสนิทสนม เพราะรู้จักมักคุ้นกันมานาน คนหนึ่งวัยใกล้เกษียณ คนหนึ่งวัย 32 ปียังหนุ่มแน่น ร่างกายสูงใหญ่กำยำ และมีบุคลิกเคร่งขรึมดุดัน
“ก็ไม่ได้แข็งแรงเท่าไรหรอก มีโรคทั่วไปตามประสาคนแก่แหละ แล้วนี่ธิติมาคนเดียวหรือ” เพราะชายหนุ่มตรงหน้าแต่งงานมาราวสองปีแล้ว ปกติออกงานการกุศลแบบนี้ก็น่าจะพาภรรยามาด้วย ท่านจึงถามหาตามประสาคนสนิทกัน
“ครับท่าน”
“อือ ๆ งั้นก็ตามสบายนะ ขอบใจที่มาร่วมงาน” เมื่ออีกฝ่ายไม่อยากกล่าวถึงคนที่ท่านถามหา นายอำเภอก็ไม่ถามต่อ ท่านจึงขอตัวไปทักทายแขกคนอื่น
เมื่อนายอำเภอเดินไปพูดคุยกับคนอื่น ธิติก็มองหาโต๊ะนั่ง เขาเป็นคนดังในอำเภอ เขาเป็นเจ้าของ ไร่เดือนเต็ม มีที่ดินในครอบครองห้าร้อยสี่สิบไร่ เขาทำไร่องุ่นและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากองุ่นส่งขายในประเทศและต่างประเทศ ด้วยฐานะทางการเงินที่จัดว่าเป็นคนรวยอันดับต้นของจังหวัด และอยู่ในครอบครัวที่เพียบพร้อมสมบูรณ์แบบ ทั้งรูปร่างหน้าตาก็โดดเด่นสะดุดตา ใคร ๆ ก็อยากให้เขานั่งร่วมโต๊ะด้วยทั้งนั้น เขาจึงไม่ต้องเดินหาโต๊ะเลย เพราะมีคนเดินมาเชิญเขาเองถึงที่
ธิติถูกเชิญให้ไปนั่งร่วมโต๊ะกับบรรดาข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของอำเภอ เขาร่วมพูดคุยและดื่มเยอะพอสมควร เพราะมีคนวนเวียนมาขอชนแก้วกับเขาไม่ขาด กระทั่งงานเลี้ยงเลิก ธิติจึงเดินออกจากโรงแรมมายังลานจอดรถ
เพราะรู้ว่าไม่อาจเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ในงานนี้ได้ ธิติจึงให้ชาติชายซึ่งเป็นคนงานในไร่มาขับรถให้เขา พอธิติเดินออกมายังลานจอดรถ ชาติชายที่ยืนรอเจ้านายอยู่แถวนั้น ก็รีบวิ่งไปเปิดประตูรถ สตาร์ตรถแล้วเปิดแอร์เย็นฉ่ำให้เจ้านาย
“คุณติจะไปไหนต่อไหมครับ” ชายติชายถามพลางชำเลืองมองคนที่นั่งอยู่เบาะหลัง
ธิตินั่งเอนหลังพิงเบาะ เขาหลับตาลงแล้วถอนหายใจยาว “กลับบ้าน”
ชาติชายทำตามคำสั่งเจ้านาย เขาขับรถพาธิติกลับมาถึงบ้านตอนเที่ยงคืนพอดี พอเจ้านายลงจากรถแล้ว ชาติชายก็ดับเครื่องยนต์ เขาลงจากรถทีหลัง เมื่อปิดล็อกรถแล้ว และกำลังจะเดินกลับบ้านพัก ชาติชายกลับต้องสะดุ้ง เมื่ออยู่ดี ๆ คนที่เขาคิดว่าเดินขึ้นบ้านไปแล้วกระชากคอเสื้อเขาจากข้างหลัง
“ไอ้ชาติ !”
“ครับ” ชาติชายลนลานหันกลับไปหาเจ้านาย
“คุณติจะให้ชาติทำอะไรอีกครับ” ชาติชายอายุน้อยกว่าธิติสองปี เขาเป็นลูกของคนงานในไร่ เขาอยู่กับธิติมานานตั้งแต่เจ้านายยังเป็นหนุ่มน้อย กระทั่งธิติไปเรียนต่อปริญญาโทที่เมืองนอก แล้วกลับมาดูแลไร่องุ่นของครอบครัว ชาติชายก็ยังอยู่ที่นี่เหมือนเดิม
“พยุงกูไปส่งที่ห้องหน่อย”
ชาติชายขมวดคิ้วมุ่นอย่างแปลกใจ ก็เห็นเดินได้ดี ๆ ไม่มีอาการเมา แล้วทำไมต้องให้เขาพยุงด้วย
“คุณติคอแข็งจะตาย ไม่เมาสักหน่อย แล้วทำไมต้องให้ชาติพยุงล่ะครับ”
“กูบอกว่าให้พยุงก็พยุงสิ ถามมาก อยากโดนตีนหรือไง”
“ไม่อยากโดนครับ พยุงก็พยุงครับ” แม้ไม่เข้าใจเจ้านาย แต่ชาติชายก็ทำตามคำสั่ง เขาจับแขนข้างหนึ่งของธิติมาพาดคอเขาไว้ แล้วพาเจ้านายเดินขึ้นไปส่งบนบ้านไม้สักทองหลังใหญ่ เขาต้องพยุงคนตัวสูงกำยำขึ้นบันได เดินผ่านเฉลียงกว้างหน้าบ้านเข้าไปยังภายในบ้าน
พอลูกน้องพยุงเจ้านายมายืนอยู่หน้าห้องนอน ธิติก็พยักพเยิดสั่งให้ชาติชายเคาะประตู ลูกน้องคนซื่อก็เคาะไปสองที ยืนรอครู่หนึ่ง คนที่อยู่ในห้องก็เปิดประตูออกมา
มะปรางหน้ายุ่งทันทีเมื่อเห็นสภาพสามี หญิงสาวถอนหายใจแรง
“คุณติเมามาจากงานเลี้ยงอีกแล้วหรือคะพี่ชาติ”
“เอ่อ…” ชาติชายอยากจะบอกว่าคุณติไม่ได้เมามาจากงานเลี้ยง แต่เพิ่งมาเมาเอาตอนลงจากรถนี่แหละ แต่เพราะคนที่ชาติชายพยุงอยู่เหยียบตีนเขาแล้วแถมยังขยี้อีกด้วย ชาติชายก็เลยส่งยิ้มแหยให้หญิงสาว แล้วบอกเธอสั้น ๆ ว่า
“ครับ...เมาครับ”
“เฮ้อ ! รู้ว่ากินแล้วเมาก็ยังจะกินอีก ส่งคุณติมาค่ะ เดี๋ยวปรางจัดการต่อเอง พี่ชาติไปพักผ่อนเถอะนะคะ”
“ครับ ๆ” ชาติชายส่งคนแกล้งเมาให้หญิงสาวตัวเล็กรับไปพยุงต่อ เจ้านายตัวสูงบึกบึนของเขาก็รีบผละหนีจากเขาไปกอดคอภรรยาอย่างเร็วรี่
พอประตูห้องนอนปิดลง คนที่พาเจ้านายมาส่งถึงห้องก็เกาหัวแกรก ๆ
“ตอนนั่งรถมาก็ไม่เห็นเมานี่หว่า แล้วพอถึงบ้านไหงถึงเมาได้ หรือว่าคุณติจะเมารถวะ” ชาติชายพึมพำทั้งส่ายหัว ก่อนจะเดินลงบันไดมาแบบงง ๆ
พี่ ๆ ต่างพากันยืนรายล้อมเตียงทารกด้วยความตื่นเต้น น้องน้อยของพวกเขาถูกห่อตัวไว้ด้วยผ้าสีชมพูราวดักแด้น้อย“น้องปรายแก้มแดง” เจ้าปราณว่าพลางใช้นิ้วชี้เขี่ยแก้มน้องน้อยที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่“จมูกน้องปรายนุ้มนุ่ม” เจ้าโปรดแตะจมูกน้องเบา ๆ ราวกับกลัวว่าน้องจะเจ็บ“น้องปรายตัวเล็กนิดเดียว” เจ้าปราชญ์แตะหน้าผากน้องเบา ๆ อย่างทะนุถนอม“อย่ากวนน้อง ให้น้องนอนเยอะ ๆ น้องจะได้แข็งแรง โตเร็ว ๆ พวกเราเป็นพี่ชายต้องคอยดูแล ปกป้องน้อง อย่าให้ใครมารังแกน้องเด็ดขาด” ปริญบอกน้อง ๆ ทั้งสามด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงาน เจ้าสามคนหันมามองหน้าพี่คนโตแล้วพยักหน้ารับอย่างจริงจังมะปรางนั่งอิงแอบอกสามีอยู่บนเตียง เธอมองลูก ๆ แล้วยิ้มอย่างมีความสุข เป็นวันที่เธออ่อนล้าแต่หัวใจอิ่มเอมเต็มตื้นคุณย่าทวดเดือนเต็ม คุณปู่ติณและคุณย่าธัญญามองดูหลาน ๆ อย่างมีความสุข เจ้าพวกตัวน้อยทั้งห้าคนคือรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของไร่เดือนเต็ม ตั้งแต่มีพวกเขา ไร่เดือนเต็มก็ไม่เคยเหงาอีกเลย มีแต่ความปั่นป่วนที่เจือด้วยรอยยิ้มและความสุขเสียงร้องเล็ก ๆ ของน้องปรายทำให้พี่ ๆ มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ปริญตั้งสติได้ก็หันไปบอกคุณพ่อเสียงตกใจ“คุ
“ลูกหลับหมดแล้วเหรอคะ” มะปรางถามสามีเมื่อเขาเปิดประตูเข้ามาในห้องนอน สามีของเธอเพิ่งกลับมาจากเล่านิทานให้ลูก ๆ ฟังในห้องนอนของพวกเขา“หลับหมดแล้ว ทำไมปรางยังไม่นอน” ธิติเดินไปนั่งลงริมเตียง เขาแตะหน้าท้องนูนของคนที่นอนตะแคงอยู่“อึดอัดเหรอครับ หายใจสะดวกไหม” คนห่วงเมียถามพลางช่วยจัดหมอนที่เธอหนุนใต้ท้องไว้ให้เข้าที่“เหนื่อยค่ะ” มะปรางบอกแล้วสูดลมหายใจลึก“เดี๋ยวก็คลอดแล้ว หลังคลอดพี่จะไม่ให้ปรางทำอะไรเลย พี่จะเลี้ยงน้องปรายเอง จะทำให้ทุกอย่าง ปรางจะได้ไม่เหนื่อย”มะปรางยิ้มให้คนที่อาสาจะดูแลลูก หญิงสาวยกมือขึ้นแตะแก้มเขา “สามีของปรางน่ารักที่สุด”ธิติยิ้มอบอุ่น เขาก้มลงหอมแก้มนวลอย่างแสนรัก“นอนได้แล้วครับ พี่ขอเข้าห้องน้ำแป๊บหนึ่ง เดี๋ยวจะมานอนกอดนะ”“ค่ะ”เมื่อภรรยาหลับตาลง ธิติจูบเปลือกตาสองข้างของเธอเบา ๆ ก่อนจะลุกไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำธิติใช้เวลาในห้องน้ำไม่นาน ครู่หนึ่งเขาก็เปิดประตูออกมา คิ้วเข้มขมวดมุ่นทันที เมื่อเห็นว่าคนที่เพิ่งหลับตาไปก่อนเขาจะเข้าห้องน้ำลุกขึ้นนั่ง“ปรางลุกขึ้นมาทำไมครับ เป็นอะไรหรือเปล่า” ธิติรีบเดินเข้าไปหาเธอด้วยความเป็นห่วงมะปรางมองหน้าสามีแล้วยิ้
พอคุณพ่อออกปากอนุญาต เด็กน้อยทั้งสี่ก็ร้องดีใจ และโผเข้ากอดคุณพ่อพร้อมกันทันที เจ้าปราณปีนขึ้นไปนั่งตักคุณพ่อแล้วกอดคอไว้แน่น เจ้าหนูหอมแก้มซ้ายขวาคุณพ่อฟอดใหญ่ไปหลายครั้งมะปรางลืมตาขึ้นมองคุณพ่อตัวโตที่ถูกลูก ๆ รุมกอดรุมหอมอยู่บนโซฟา หญิงสาวยิ้มอ่อนโยน แล้วค่อยขยับตัวลุกขึ้นนั่ง“ปราง” ธิติเห็นเมียตื่นก็รีบอุ้มลูกลงจากตัก แล้วเข้าไปนั่งลงข้างเมีย“ตื่นเร็วจัง นอนต่ออีกนิดไหมครับ” ธิติว่าพลางช่วยประคองเธอลุกขึ้นนั่ง“พอแล้วค่ะ อยากไปดูลูกเล่นว่าวมากกว่า” มะปรางว่ายิ้ม ๆ เธอมองสามีด้วยสายตาล้อเลียนธิติยิ้มแห้งให้ภรรยา แบบนี้เธอก็คงได้ยินที่เขาคุยกับลูกหมดแล้วล่ะสิ“คนหื่น” มะปรางขยับปากว่าให้ได้ยินกันเพียงสองคน“คุณแม่ตื่นแล้ว คุณแม่ไปดูพวกเราเล่นว่าวที่หน้าบ้านนะครับ” ปราชญ์นั่งลงข้างมารดา เขาเอนศีรษะซบต้นแขนผู้เป็นแม่ แล้วยื่นมือไปลูบท้องแม่เบา ๆ “พาน้องปรายไปดูพวกเราเล่นว่าวด้วย”มะปรางยิ้มหวานให้ลูกชายคนรอง เธอลูบศีรษะลูก ๆ เบา ๆ “จ้ะ”เจ้าเด็กอีกสามคน พอได้ยินว่าคุณแม่จะไปดูพวกเขาเล่นว่าวก็พากันกระโดดโลดเต้นดีใจกันใหญ่“น้องปรายคอยดูนะ ว่าวของพี่จะต้องขึ้นสูงที่สุด” ปริญมานั่งคุ
มะปรางยอมให้สามีอุ้มเข้าห้องไปวางลงบนเตียง ยอมให้เขาเริ่มบทรักครั้งที่สองในค่ำคืนนี้ด้วยความเต็มใจ เธอให้ความร่วมมือกับเขาเต็มที่ ทว่าสุดท้ายแล้วมะปรางก็ได้เรียนรู้ว่า ไม่มีสัจจะในหมู่คนหื่น ครั้งเดียวไม่เคยมีอยู่จริงสำหรับสามีของเธอ เขามันคนหื่นที่เอาแต่ใจที่สุดตอนพิเศษคุณพ่อลูกดก “ชู่ว์ ! เงียบ ๆ ครับ คุณแม่หลับอยู่” ธิติยกนิ้วชี้ขึ้นมาแตะริมฝีปาก เพื่อเตือนลูกชายวัยไล่เลี่ยกันทั้งสี่คนที่วิ่งกรูเข้ามาในห้องนั่งเล่นยามบ่าย เพราะตอนนี้คุณแม่ของเด็ก ๆ กำลังนอนกลางวันอยู่บนที่โซฟาเบด ช่วงนี้เธออ่อนเพลียง่ายและนอนกลางวันทุกวัน เพราะในท้องของเธอมีลูกสาวของเขาอยู่ ท้องใหญ่ที่นูนเด่นออกมาบอกให้รู้ว่า อีกไม่กี่วันน้องสาวคนเล็กของพี่ ๆ ก็จะออกมาลืมตาดูโลกแล้ว “ปราชญ์ โปรด ปราณ อย่าเสียงดัง มานั่งตรงนี้” ปริญ...พี่ชายคนโตวัย แปดขวบบอกน้องด้วยสีหน้าขึงขังจริงจัง เขานั่งลงบนโซฟา แล้วตบที่นั่งข้างตัวสองข้าง เพื่อบอกให้น้องมานั่งด้วย ปราชญ์...น้องชายคนรองวัยหกขวบเดินย่องอย่างระมัดระวังไปนั่งข้างพี่ชาย โปรด...น้องชายคนที่สามวัยห้าขวบเดินตามด้วยท่
리뷰