LOGINหลังจากลู่เสียนกลับไปแล้ว ลี่มี่ก็ไม่ลืมจัดการเปลี่ยนรหัสห้องพักทันที จากนั้นก็เข้าครัวทำอาหารเย็นต่ออย่างมีความสุข เพราะได้กลับมาเข้าครัวทำอาหาร หลังจากที่ห่างหายไปนานเพราะภารกิจที่รัดตัวจากชีวิตก่อน วันนี้ลี่มี่เห็นประกาศในเว็บบอร์ดบนอินเทอร์เน็ต ของค่ายหนังยักษ์ใหญ่ค่ายหนึ่ง กำลังจะเปิดรับนักแสดงในหลาย ๆ บท เพื่อร่วมแสดงในบทประพันธ์ ของนักเขียนชื่อดังท่านหนึ่งของเมืองจีน เรื่อง ‘เมื่อบุปผาหวนคืนชะตา’
บทประพันธ์เรื่อง ‘เมื่อบุปผาหวนคืนชะตา’ เป็นเรื่องราวของเทพบุปผาสาว ที่กลับชาติมาเกิดเป็นนางร้ายของเรื่อง แน่นอนว่าตัวเอกของเรื่องย่อมเป็นเทพบุปผาคนนี้ และมีพระเอกนางเอกร่วมแสดงสมทบอย่างคับคั่ง ลี่มี่สนใจในบทของเทพบุปผา เพราะเส้นเรื่องตัวเอกต้องเป็นนางร้าย และเป็นบทที่โดดเด่นมากกว่านักแสดงในเรื่องคนอื่น ๆ ซึ่งตรงตามจุดประสงค์ของเธอ ในการก้าวเดินในวงการบันเทิง เพราะลี่มี่ไม่ชอบแสดงบทนางเอก แต่ต้องการจะเป็นนักแสดงนางร้ายอันดับต้น ๆ ของเมืองจีนในโลกนี้
พอตัดสินใจได้แล้ว หญิงสาวก็กรอกรายละเอียดใบสมัครลงในอินเตอร์เน็ตทันที และรอเวลาที่จะไปร่วมคัดตัวนักแสดงในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ หากได้รับการตอบรับจากทางทีมคัดเลือกนักแสดง ซึ่งลี่มี่มั่นใจมากว่าตนเองจะต้องได้รับการตอบรับให้ไปคัดเลือกนักแสดงอย่างแน่นอน เพราะจะต้องถูกตรวจสอบรายละเอียด และหน้าตาจากรูปที่แนบไปในใบสมัครก่อนถึงจะทราบว่า จะได้ผ่านไปจนถึงรอบคัดเลือกนักแสดงรอบสุดท้ายหรือไม่นั่นเอง ซึ่งในรอบสุดท้ายนั้น ต้องทำการแสดงต่อหน้า นักเขียน ผู้กำกับ และผู้อำนวยการสร้าง ที่จะเป็นนายทุนสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ขึ้นมา
มู่เฉิน ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ ชายหนุ่มรูปหล่อ วัย 33 ปี รูปร่างกำยำสมชายชาตรี ฐานะร่ำรวย เพราะทางต้นตระกูลฝั่งบิดา สืบทอดมาจากราชวงศ์เก่า และต้นตระกูลก็ทำธุรกิจจนรุ่งเรืองต่อเนื่องกันมานาน หลายยุคหลายสมัย ชายหนุ่มรูปหล่อคนนี้มีดีกรีไม่ธรรมดา เรียนจบปริญญาเอกด้านการภาพยนตร์มาจากต่างประเทศ ตอนนี้ก็ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ ในเครือบริษัทของตระกูลมู่ ซึ่งก็คือ บริษัทมู่เฉิน เอนเทอร์เทนเมนต์ นั่นเอง
ตระกูลมู่ในยุคปัจจุบัน ทำธุรกิจเกี่ยวกับวงการบันเทิงครบวงจร ทั้งทางทีวี และในโรงภาพยนตร์ ในส่วนของมู่เฉินนั้นสนใจงานด้านภาพยนตร์มาตั้งแต่เล็ก ๆ จึงมุ่งมั่นไปทางภาพยนตร์ จนในเวลานี้ สามารถก้าวขึ้นมาในตำแหน่งผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ ในวัยเพียง 33 ปี
มู่เฉินต้องการสร้างภาพยนตร์เรื่องใหม่ ที่ต้องการทุ่มทุนสร้างให้ผลงานออกมาดีที่สุดแห่งปี จากผลงานของนักเขียนที่เขาชื่นชอบ และเป็นบทประพันธ์ในดวงใจของชายหนุ่มซึ่งนั่นก็คือเรื่อง เมื่อบุปผาหวนคืนชะตา นั่นเอง ชายหนุ่มตกหลุมรัก ในบทบาทของเทพบุปผาสาว ที่กลับชาติมาเกิดเป็นนางร้าย ที่ถึงแม้จะเป็นตัวร้ายของเรื่อง แต่กลับมีเสน่ห์น่าดึงดูด และในบทประพันธ์นั้น นักเขียนได้บรรยายรูปร่างหน้าตาของเทพบุปผาสาวออกมา จนมู่เฉินตกหลุมรักจนถอนตัวไม่ขึ้น ขนาดที่ว่าผู้หญิงในชีวิตจริง ที่ชายหนุ่มพบเห็นไม่สามารถทำให้เขาใจเต้นแรงได้สักคน ฉะนั้นผู้อำนวยการสร้างหนุ่มคนนี้จึงยังไม่มีคนรัก และไม่ค่อยสนใจผู้หญิง นอกจากจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับงานเพียงเท่านั้น ทุกวันนี้มู่เฉิน ยังคงจินตนการถึงรูปร่างหน้าตาของตัวละครนี้อยู่เสมอ
ปีนี้เป็นโอกาสที่เหมาะสม ที่ทางบริษัทจะสร้างภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แห่งปี มู่เฉินจึงได้หยิบเอาบทประพันธ์ เรื่อง เมื่อบุปผาหวนคืนชะตา มาสร้างเป็นภาพยนตร์ เพราะชายหนุ่มนั้นอยากเห็นหน้าตาเทพบุปผาสาวเต็มทีแล้ว
บริษัท มู่เฉินเอนเทอร์เทนเมนต์
“ได้นักแสดงมาแคสบทเทพบุปผาแล้วหรือยัง” มู่เฉินเอ่ยถาม ฉินซีผู้ช่วยหนุ่มทันทีที่เข้ามาในห้องทำงาน
“ได้บ้างแล้วครับบอส บอสอยากดูเองไหมครับ”
“อืม ดี ๆ ขอดูหน่อยว่าจะสวยกันขนาดไหน จะเหมาะสมกับบทเทพบุปผาของฉันไหม” มู่เฉินตอบรับด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น เพราะอยากเห็นหน้าคนที่จะมาเป็นเทพบุปผาของตนเองเต็มทีแล้ว
ฉินซีเลขาหนุ่ม ส่งข้อมูลนักแสดงที่จะมาคัดเลือกบทเทพบุปผาสาวให้เจ้านายหนุ่มดูทันที ซึ่งทางทีมงานคัดเลือกนักแสดงเบื้องต้น ได้คัดเลือกนักแสดงออกมาได้ถึง 50 คนเลยทีเดียว
มู่เฉินไล่เปิดดูข้อมูลของผู้เข้ารับคัดเลือก ทั้งเปิดดูหน้าตาของหญิงสาวแต่ละคนไปเรื่อย ๆ มีทั้งไม่ถูกใจ และรู้สึกเฉย ๆ คงต้องรอส่งบทให้มาแสดงโชว์ในวันคัดเลือกรอบสุดท้ายดูอีกทีชายหนุ่มเปิดอ่านและดูไปเรื่อย ๆ จนมาถึงคนสุดท้าย วินาทีที่มู่เฉินสบตาเข้ากับ ดวงตาหงส์ที่กลมโตแวววาวฉ่ำน้ำคู่หนึ่ง ที่ปลายหางตาของหญิงสาวนั้น กระหวัดยกขึ้นเล็กน้อยตามธรรมชาติ มองดูมีเสน่ห์เย้ายวน จนแทบละสายตาออกมาไม่ได้ หัวใจของมู่เฉินเต้นแรง จนนึกว่าตนเองเป็นโรคหัวใจเสียแล้ว เพราะดวงตาหงส์แบบนี้ คือดวงตาที่เขาจินตนาการไว้ในใจมาโดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ได้อ่านบทประพันธ์เรื่อง เมื่อบุปผาหวนคืนชะตา และดวงตาหงส์แบบนี้ล่ะ ที่ทำให้ชายหนุ่มหาแฟนไม่ได้มาโดยตลอด พอคิดจะสานสัมพันธ์กับผู้หญิงคนไหน ก็มักจะนึกถึงแต่ดวงตาของเทพบุปผาสาวในจินตนาการของตนเองขึ้นมาทุกที
มู่เฉินจะรู้สึกผิดทันที ที่คิดจะสัมผัสร่างกายของผู้หญิงคนอื่น แม้กระทั่งจูบเขาก็ทำไม่ได้ เหมือนว่าเทพบุปผาเป็นแฟนสาวของตนเอง ที่กำลังมองเขาเพื่อจับผิดอยู่อย่างไรอย่างนั้น“ฉินซี วันแคสบทเทพบุปผารอบสุดท้าย จัดขึ้นวันไหนนะ”
“วันอาทิตย์ ของสัปดาห์หน้าครับบอส ให้ผมเคลียร์คิวงานของบอสไว้เลยใช่ไหมครับ” ฉินซีเอ่ยตอบเจ้านาย ทั้งยังรู้ใจอีกว่า บอสของตนจะต้องไปร่วมแคสบทเทพบุปผาอย่างแน่นอน
“อืม”
“ไว้เจอกันนะ เฉินลี่มี่” มู่เฉินพึมพำออกมาคนเดียวเสียงเบา
ในใจของชายหนุ่มได้แต่คาดหวัง ให้เฉินลี่มี่คนนี้แสดงให้สมบทบาทของเทพบุปผา เพราะถ้าเฉินลี่มี่ไม่มีฝีมือในการแสดง เขาก็ไม่สามารถให้หญิงสาวคนนี้มารับบทเทพบุปผาได้ ถึงแม้จะถูกใจในรูปร่างหน้าตาของเธอสักแค่ไหนก็ตาม
บ้านตระกูลลู่
ลู่คงและลู่อิงฮวา บิดามารดาของลู่เสียน กำลังนั่งรอพบลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอยู่ในห้องรับแขกของบ้าน เพราะวันนี้เฉินคังกับเฉินจูเพื่อนสนิทของพวกท่าน มาพบที่บ้านตระกูลลู่ เพื่อบอกกล่าวเรื่องสำคัญเกี่ยวกับลูกชายคนเดียวของบ้าน สองสามีภรรยาตระกูลเฉิน มาเพื่อบอกถอนหมั้นให้ลูกสาวของพวกเขา และได้เล่ารายละเอียดให้ทั้งสองคนฟังทุกเรื่องอย่างไม่ปิดบัง จนลู่คงและลู่อิงฮวายินยอมลงนามถอนพันธะหมั้นหมาย ระหว่างลู่เสียนและเฉินลี่มี่ทันที เพราะผิดหวังในตัวของลูกชายตนเองเช่นกัน
การหมั้นหมายถูกลงนามโดยผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ฉะนั้นการยกเลิกก็ถูกลงนามโดยผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายเช่นเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องรอลู่เสียนให้มาลงนาม และทั้งลู่คงและลู่อิงฮวา ต่างเข้าใจว่าลูกชายของพวกท่าน เต็มใจถอนหมั้นอยู่แล้ว เพราะตลอดเวลาที่หมั้นหมายนั้น ลู่เสียนมาพูดคุยเรื่องถอนหมั้นกับเฉินลี่มี่มาโดยตลอด ดังนั้นทั้งสองเลยไม่ได้โทรศัพท์บอกลูกชายให้มาร่วมลงนามแต่อย่างใด
ค่ำคืนนี้ ลี่มี่ก็ไปร่วมปาร์ตี้กับเพื่อน ๆ ที่ริมชายหาด สาว ๆ ให้บริกรของโรงแรมจัดเตรียมเครื่องดื่มค็อกเทลแบบเบา ๆ มาร่วมดื่มกันในงานปาร์ตี้ในค่ำคืนนี้ความสนุกสนานดำเนินไปจนเวลาล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่ ทุก ๆ คนจึงแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อนที่ห้องพักส่วนตัว ชายหนุ่มที่รอคอยให้แฟนสาวโทรศัพท์มาหาก่อนเข้านอน ก็อดรนทนไม่ไหวจึงได้ต่อสายโทรศัพท์ไปหาแฟนสาวด้วยตนเอง เพราะเห็นว่าเวลานี้ดึกมากแล้ว“เมารึเปล่าครับ” มู่เฉินเอ่ยถามทันทีที่เห็นหน้าแฟนสาวในหน้าจอโทรศัพท์มือถือ“อื้อ มึน ๆ นิดหน่อย พึ่งกลับเข้าห้องเมื่อครู่นี้เอง กำลังจะโทรศัพท์หาคุณพอดีเลยค่ะ”“พักคนเดียวใช่ไหม” ชายหนุ่มถามและกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง เผื่อมีใครคิดไม่ดีกับคนรักของเขา“ใช่ค่ะ จองห้องพักคนละห้องทุกคน”ลี่มี่ยกกล้องโทรศัพท์ถ่ายไปทั่ว ๆ ห้องพัก เพื่อให้แฟนหนุ่มสบายใจ เธอไม่เคยรำคาญที่มู่เฉินหึงหวงเลย มีแต่รู้สึกอบอุ่นในหัวใจที่มีคนรักและหวงเธอมากขนาดนี้“นอนได้แล้วครับดึกมากแล้ว พรุ่งนี้รีบกลับมานะ ผมคิดถึงมาก”“ค่ะ ฉันก็คิดถึงคุณมากเช่นกัน ฝันดีนะคะ”“ฝันดีครับ”ตอนเช้าของวันใหม่ สาว ๆ ทุกคนก็มารวมตัวกันเพื่อถ่ายรูปสวย ๆ ตาม
หลังจากกลับจากโรงพยาบาล ทั้งสองคนก็กลับคอนโดของมู่เฉินเพราะช่วงหลัง ๆ มานี้ ทั้งคู่จะมานอนค้างที่คอนโดของชายหนุ่มเป็นหลัก อาการของมู่เฉินไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว มีเพียงรอยฟกช้ำตรงบริเวณช่วงท้องที่ต้องทายาสม่ำเสมอ“คุณไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวฉันจะทายาให้นะคะ”“อาบให้หน่อยครับ ผมเจ็บท้อง”“อิอิ ตัวก็โตขนาดนี้ยังจะมาอ้อนอีก”“ฟอดดดด อ้อนคุณคนเดียว อาบน้ำให้ผมหน่อยนะครับ”มู่เฉินเดินเข้าไปโอบกอดคนรัก ทั้งซุกไซ้สูดดมความหอมของแก้มเนียนใส ที่วันนี้แต่งแต้มเครื่องสำอาง จนสวยเย้ายวนมากกว่าทุก ๆ วัน จนชายหนุ่มที่ชอบมองหน้าแฟนสาวอยู่ตลอดเวลา จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เหมือนหนุ่มน้อยที่พึ่งแอบรักผู้หญิงเป็นครั้งแรก มือก็อดไม่ได้ที่ยกขึ้นไปกอบกุมเอาความนุ่มนิ่ม ที่ทั้งอวบทั้งเด้งสู้มือเขา“อื้อ มือไวขนาดนี้แล้วมันจะได้อาบน้ำดี ๆ ไหมคะ”หลังจากนั้นในห้องน้ำก็ไม่ได้มีเสียงอาบน้ำเพียงอย่างเดียว แต่มีเสียงร้องครวญครางของชายหญิง ที่ช่วยกันอาบน้ำให้กันและกันอย่างถึงอกถึงใจบทสรุปของคดีความของเซียะจิงเทา ด้วยความร่วมมือกันของทีมปฏิบัติการพิเศษด้านยาเสพติด ที่มีผู้พันห่าวอี้เป็นหัวหน้าทีม และได้รับความช่วย
บนรถตู้ปฏิบัติการเวลานี้ เฉินลี่มี่นั่งประจำตรงตำแหน่งผู้ใช้คอมพิวเตอร์ โดยมีมู่เฉินกับผู้พันห่าวอี้ นั่งประกบอยู่คนละข้าง หญิงสาวเจาะได้ภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งในตัวอาคาร และบริเวณรอบ ๆ อาคารที่ใช้จัดงานประมูลในคืนนี้มีภาพจากกล้องวงจรปิดในมุมอับสายตา 1 ตัว ที่มองเห็นการเคลื่อนไหวของคนบางกลุ่ม ลี่มี่ซูมภาพเข้ามาใกล้ ๆ จนมองเห็นหน้าตาของคนที่อยู่ในภาพได้ชัดเจน“เสิ่นอี้หนาน” มู่เฉินพูดชื่อของผู้ชายคนหนึ่ง ที่ปรากฏภาพอยู่ในกล้องวงจรปิดที่กำลังซูมภาพให้เห็น“ใครหรือครับ” ห่าวอี้เอ่ยถามมู่เฉิน เพราะเขาไม่เคยเห็นหน้าผู้ชายคนนี้ในวงการบันเทิงเลย“เลขาของเซียะจิงเทาครับ ฉินซีผู้ช่วยของผมเคยติดต่องานกับเขาผมเลยรู้จัก”ลี่มี่ค้นหาข้อมูลของผู้ชายที่ชื่อเสิ่นอี้หนานขึ้นมาให้ห่าวอี้ตรวจสอบดู ก็พบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและยาปลุกเซ็กซ์เป็นจำนวนมาก “ให้เลขาทำแทนทุกอย่างนี่เอง ฉันถึงค้นหาข้อมูลยาเสพติดเชิงลึกของเซียะจิงเทาไม่เจอเสียที”ลี่มี่ที่เจาะหาข้อมูลเชิงลึก เกี่ยวกับยาเสพติดของเซียะจิงเทาไม่ได้สักที มาวันนี้เธอก็เข้าใจแล้วว่าชายคนนั้นไม่ได้ลงมือเอง มีเลขาส่วนตัวที่จงรักภักดีจัดการแทนทั้ง
เวลาประมาณตี 1 กว่า ๆ หลังจากที่สาว ๆ ดื่มกันจนมึนเมา และออกไปเต้นกันอย่างสนุกสนานจนพอใจแล้ว ก็ได้เวลาแยกย้ายกันกลับบ้าน ฉินฟางผู้จัดการสาวกลับกับเพื่อน ๆ ของเธอ ส่วนลี่มี่นั้นมู่เฉินพากลับคอนโดของเขาลี่มี่มีอาการมึนเมาเล็กน้อย เพราะดื่มพอให้สนุก ๆ ไปกับกลุ่มเพื่อน พอขึ้นมาบนรถแล้ว มู่เฉินก็โน้มตัวลงไปคาดเข็มขัดนิรภัยให้แฟนสาว จังหวะที่โน้มตัวลงไปก็ถูกจู่โจมด้วยริมฝีปากนุ่มนิ่ม ที่มีกลิ่นแอลกอฮอล์เจือจาง พอให้มอมเมาเขาให้หลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้น“จุ๊บ ตาแก่ขี้หวง บอกไม่ให้ตาม ก็ตามมาจนได้” ดวงตาหงส์กลมโตมองแฟนหนุ่มอย่างยั่วยวน“หึหึ เมาหรอครับ” ตาแก่ที่ถูกสาวน้อยขโมยจูบ ก็เริ่มรู้สึกร้อนรุ่มในร่างกายขึ้นมาแล้ว“ไม่ค่ะ แค่มึน ๆ นิดหน่อย คงเพราะไม่ค่อยได้ดื่มแอลกอฮอล์มานานแล้วววววว”จุดที่มู่เฉินจอดรถอยู่ เป็นลานจอดรถส่วนตัวของโจวเฟยซึ่งเป็นเจ้าของคลับ รถลูกค้าคนอื่น ๆ ไม่สามารถมาจอดได้ รถยนต์ของโจวเฟยกับเพื่อนคนอื่น ๆ ก็ขับกลับบ้านกันไปหมดแล้ว จึงเหลือรถยนต์ของมู่เฉินเพียงคันเดียว มู่เฉินเดินลงจากรถไปปิดไฟลานจอดรถจนหมดทุกดวง เวลานี้มีเพียงแสงสว่างจากดวงจันทร์ และแสงไฟจากบริเวณอื่นที่เห
ฟุบ ฟุบ ฟุบ ฟุบ!!!“โอ๊ยยยยย” เสียงโจรที่ถือปืนอยู่ทั้ง 4 คน ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เพราะถูกยิงที่มือจนปืนกระเด็นหลุดออกจากมือไป ลี่มี่ยิงปืนไปที่มือของโจรที่มีอาวุธทั้ง 4 คนอย่างแม่นยำทั้ง 4 นัด แล้วเดินเข้าไปเก็บปืนทั้ง 4 กระบอกที่ตกอยู่กับพื้นเอาไว้ในเป้สะพายหลังอย่างรวดเร็ว“ไม่มีปัญญาทำมาหากิน??” น้ำเสียงเรียบเฉยเอ่ยขึ้นขณะเดินเข้าหาคนร้ายลี่มี่เดินเข้ามาหากลุ่มร้ายทั้ง 4 คน ที่ยืนกุมมืออยู่ด้วยความเจ็บปวด หนึ่งในคนร้ายที่บาดเจ็บไม่มาก พอเห็นลี่มี่เดินเข้ามาก็ทำท่าจะวิ่งหนี จึงถูกหญิงสาววิ่งเข้าไปเตะอัดเข้ากลางลำตัวจนล้มลงไปกับพื้น และถูกเหยียบซ้ำเข้าไปที่มือข้างที่เจ็บ“อ้ากกกกกกก!!”คนร้ายอีก 2 คนที่ไม่มีอาวุธและยืนอยู่วงนอก ก็ตั้งท่าจะวิ่งหนีเช่นกัน แต่ถูกฉินซีกับมู่เฉินตามไปรวบตัวเอาไว้ได้ผลัวะ!!ตุบ!!“โอ๊ยยยยย!!!”มู่เฉินกับฉินซีวิ่งเข้าไปเตะต่อยคนร้ายทั้ง 2 คน ที่กำลังวิ่งหนีจนล้มลงไปกองอยู่กับพื้น แล้วใช้ปืนจ่อไปที่คนร้ายเพื่อควบคุมตัวให้เดินมารวมกันกับคนร้ายอีก 4 คนที่ถูกลี่มี่ควบคุมตัวเอาไว้ ก่อนหน้าลี่มี่เอากุญแจมือในกระเป๋าสะพาย ออกมาล็อกข้อมือคนร้ายทั้ง 6 คนเอาไว
เช้าวันรุ่งขึ้นเถียนหย่งกับครอบครัว ก็พากันเดินทางไปตระกูลมู่ที่บ้านชานเมืองทันที เพราะเถียนเหมยลี่นั้นร้อนใจ กลัวว่ามู่เฉินจะรีบหมั้นหมายกับเฉินลี่มี่ไปเสียก่อน ใช้เวลาเดินทางราว ๆ 1ชั่วโมง ครอบครัวตระกูลเถียนก็เดินทางมาถึงบ้านตระกูลมู่ ซึ่งเถียนหย่งก็โทรศัพท์มาแจ้งมู่ชางไว้แล้วว่า วันนี้จะพาครอบครัวมาเยี่ยมเยียนแต่เช้า“สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ” ทั้งสองครอบครัวต่างทักทายกันตามมารยาท เพราะทั้งมู่หลันและเถียนเหมยฟางก็ไม่ได้สนิทสนมกัน มีเพียงมู่ชางกับเถียนหย่งเท่านั้นที่สนิทกัน ส่วนเถียนเหมยลี่ก็พึ่งเคยมาพบเป็นครั้งแรก ส่วนมู่จิงจิงลูกสาวบุญธรรมของตระกูลมู่นั้น มู่ชางได้จัดหาบ้านหลังใหม่ ให้หญิงสาวย้ายออกไปอยู่เป็นส่วนตัวคนเดียวมาได้สักพักแล้วทั้งหมดไปนั่งพูดคุยกันที่ห้องรับแขก เพราะทานอาหารเช้ากันทุกคนแล้ว มู่หลันมองเถียนเหมยลี่แล้วแอบโล่งใจ ที่ตนเองไม่ได้บังคับลูกชายให้หมั้นหมายกับหญิงสาวคนนี้ เพราะมองเห็นแววตาที่เสแสร้งแกล้งทำอ่อนหวาน ไม่เหมือนแววตาที่ดูจริงใจของเฉินลี่มี่ที่เธอรู้สึกชอบมากกว่า“เข้าเรื่องเลยนะมู่ชาง ที่ฉันมาวันนี้เพราะจะมาพูดคุยเรื่องหมั้นหมายระหว่างลูก ๆ ของเรา” เถี







