Masukชายหนุ่มไม่ฟังคำด่าทอของหญิงสาว เขายังฉุดกระชากลากดึงเธอ ออกไปจากห้องใต้ดิน
และนี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายวันที่นาเดียร์ได้พบกับแสงสว่าง มันทำให้เธอต้องรีบปรับสายตาและหรี่ดวงตาลงด้วยความรวดเร็ว แต่ทว่าเธอก็กลับสะดุดและล้มลงไปกองกับพื้นทางเดิน
เมื่อม่านตาของเธอเริ่มปรับตัวได้ เธอก็สังเกตุเห็นว่าบ้านหลังนี้มันช่างใหญ่ยิ่งนัก ภายในห้องโถงขนาดใหญ่ มองเห็นวิวทะเลสาบด้านนอก แต่เธอไม่มีเวลาสังเกตุอะไรมาก ในตอนนี้ชายหนุ่มที่เห็นเธอล้มลงไปกองกับพื้น ก็จัดการอุ้มเธอพาดบ่าและเดินตรงไปยังชั้นบนทันที
หญิงสาวพยายามขัดขืนและทุบตีเขาอย่างเต็มแรง แต่มันก็ไม่เป็นผล
เมื่อประตูถูกเปิดออก เขาก็จัดการโยนเธอลงบนเตียงใหญ่อย่างแรง จนเธอต้องขดตัวงอด้วยความเจ็บ
“อึก ไอ้สารเลว”
“ถ้าอยากเห็นฉันเลวกว่านี้ ฉันก็จะทำให้เธอดู” ชายหนุ่มเดินไปคร่อมร่างเธอเอาไว้ไม่ให้ขยับไปไหน หญิงสาวที่เห็นดังนั้นก็พยายามที่จะขยับตัวถอย แต่ยิ่งขยับหนีเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งใกล้เข้ามามากขึ้น จนตอนนี้ตัวของเธอชิดขอบเตียงไม่สามารถหนีไปไหนได้อีกแล้ว
“ร่านๆ อย่างเธอ ถ้ามีผัวเพิ่มอีกคน คงไม่เป็นไรใช่ไหม”
“หุบปาก!!”
“ฉันอยากจะลองกินของโสโครกๆ ดูสักครั้ง เผื่อมันจะอร่อย และทำให้ฉันติดใจ”
แคว่ก!!
เสื้อผ้าที่ห่อหุ้มร่างกายของหญิงสาวโดนชายหนุ่มฉีกขาด เหลือเพียงแค่แพนตี้และบราติดตัวของเธอ
“ว้าว ไม่ร้องเสียด้วย คงโดนจนชินสินะ” ลอเรนพูดพร้อมกับใช้มือลูบไล้ที่ใบหน้าของเธอ ก่อนจะเลื่อนลงมาที่เอวคอดกิ่วของเธอ
“หยุดทำเรื่องเลวๆ แบบนี้สักที”
“เลวอย่างนั้นหรือ คนที่แย่งของคนอื่นแล้วยังไปทำร้ายคนอื่นไม่เลวหรือยังไง”
“คาลอสเป็นของฉัน ครอบครัวของฉันกับเขาคุยเรื่องหมั้นหมายกันตั้งแต่เด็ก ยัยเด็กนั่นมันก็สมควรโดน”
“เธอบังคับให้คนอื่นมารักเธอไม่ได้หรอกนะ คนอย่างเธอมันเห็นแก่ตัว”
“ของของฉัน มันก็คือของของฉัน ฉันไม่ได้เห็นแก่ตัว ฉันรักคาลอส”
“หึ คงยากหน่อยนะ เพราะฉันเพิ่งไปเจอมันมา”
“...”
“มันรักเด็กคนนั้นจนหัวปักหัวปำเลยล่ะ”
เมื่อหญิงสาวได้ยินเช่นนั้นเธอก็รู้สึกเครียดแค้น และไม่พอใจ ใบหน้าและดวงตาของเธอแดงกล่ำมากขึ้นเรื่อยๆ และไม่นานความอดทนอดกลั้นมานานของเธอก็หมดลง พร้อมกับน้ำตาก้อนโตที่มันเอ่อล้นไหลออกมา
‘เธอหายไปขนาดนี้ และคาลอสก็รู้ว่าเธออยู่ที่ไหน ทำไมเขาไม่ห่วงเธอเลยนะ เธอรักเขาจนหมดหัวใจ แต่คาลอสกลับไม่สนใจหรือหันมาเหลียวแลเธอแม้แต่น้อย’
“หึ คนอย่างเธอร้องไห้เป็นด้วยอย่างนั้นหรือ”
“หุบปาก และออกไปจากตัวฉัน คนสารเลวอย่างนายไม่คู่ควรที่จะมาเป็นผัวของฉันหรอกนะ”
“ปากดี ก่อนจะปากดีช่วยดูสภาพตัวเองด้วยว่าสภาพเธอมันน่ารังเกียจและโสโครกแค่ไหน”
“แต่นายก็เคยจูบฉันนิ จำไม่ได้หรือไง หรือว่า...นายติดใจแล้วอยากจะจูบฉันอีก” เธอยิ้มออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลปนออกมาด้วยความเครียดแค้น ตอนนี้เธอเกลียดเขา เกลียดทุกคนที่มาทำลายความสุข คนซื่อสัตย์อย่างเธอทำไมต้องมาถูกกระทำแบบนี้ด้วย ‘นี่นะหรือคือความรัก’
ถ้ามันเจ็บปวดมากนัก เธอจะได้ไม่ต้องรักใครเลย เพราะความรักในครั้งนี้ มันทำให้เธอเจ็บปวดและทรมานเหลือเกิน
“ปากโสโครกอย่างเธอฉันจูบไม่ลงหรอก ที่ทำไปวันนั้นฉันแค่ไม่มีสติ คนร่านๆ อย่างเธอ คงผ่านประสบการณ์มาไม่น้อย”
“รู้ไว้ก็ดี จำใส่กะโหลกของแกเอาไว้ว่าอย่ามายุ่งกับฉัน”
หญิงสาวพูดจบก็ผลักชายหนุ่มออกไป และพยุงตัวเองขึ้นจากเตียงและก้มเก็บเสื้อผ้าที่เขาฉีกขาดมาห่อหุ้มร่างกายเอาไว้เพื่อจะออกไปจากห้องนี้ แต่ทว่า...
“ฉันบอกเธอตอนไหนว่าจะให้เธอออกไปจากที่นี่”
“หมายความว่ายังไง”
“ฉันจะสั่งสอนเธอที่เธอกล้ามาตบหน้าของฉัน”
“หึ เอาสิ อยากทำอะไรก็เชิญ แค่โดนยิงเพิ่มมาอีกแผลฉันก็คงไม่เป็นอะไร” เธอพูดออกมาในขณะที่มืออีกข้างของเธอกุมต้นแขนที่กำลังอักเสบจากการถูกคาลอสยิงเอาไว้ ก่อนจะเดินมาหาลอเรนอีกครั้ง
“ฉันบอกเธอตอนไหนว่าจะยิงเธอ แต่ฉันจะสั่งสอนเธอ”
“...”
“ด้วยการเป็นผัวอีกคนของเธอ”
สองเดือนต่อมา…งานแต่งงานของทั้งสองได้จัดขึ้นในคฤหาสน์ของลอเรน ที่ตอนนี้ได้กลายเป็นเรือนหอของเขาและเธอ ในตอนแรกเขาต้องการที่จะจัดอย่างยิ่งใหญ่ แต่ว่าหญิงสาวไม่ต้องการให้ข่าวนั้นต้องการแพร่ออกไป เพราะเธอและครอบครัวของเธอได้ตัดขาดความสัมพันธ์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เธอให้เหตุผลกับชายหนุ่มว่า ขอให้ชีวิตแย่ๆ ของเธอมันได้ตายไปพร้อมกับเธอคนเก่า เธอขอขาดการติดต่อทั้งหมดกับผู้เป็นพ่อของเธอ เพราะพ่อของเธอก็ตัดสินใจเลือกครอบครัวใหม่ของเขาแล้วธุรกิจและบ้านทั้งหมดของแม่เธอ ก็ได้คืนกลับมา เพราะสามีของเธอเป็นคนจัดการ เมื่อเธอได้ยินว่าเขาทำทุกวิถีทางตามความปรารถนาในครั้งนั้นของเธอ เธอก็รู้สึกตกหลุมรักเขาเพิ่มขึ้นอีก ลอเรนคนเก่าแสนโหดร้าย ที่เธอเคยรู้จักได้หายไปแล้ว เหลือเพียงผู้ชายอบอุ่นที่คอยให้ความรักกับเธอและลูกในทุกๆ วันบรรยายกาศงานแต่งเล็กๆ จัดขึ้นอย่างอบอุ่น เพื่อนพ้องของฝั่งลอเรนก็ได้มาร่วมยินดีกับเธอ และฝั่งเธอก็มีพงษ์ เพื่อนที่แสนดีจากบนดอย เดินทางมาแสดงความยินดีด้วยเช่นกัน“ขอบคุณที่พงษ์มางานของพวกเรานะ”“เรายินดี ว่าแต่เดียร์ นี่เขาเรียกว่าบ้านจริงๆ หรือ ทำไมมันใหญ่ต่อขนาดนี้ มันใหญ่เกือ
“จะ จริงเหรอไอ้เตอร์” ลอเรนถามออกมาด้วยความตกใจ เมื่อเขาได้ยินหัวใจเขาแทบจะหยุดเต้น เขาดีใจจนแทบจะเก็บมันไว้ไม่อยู่“เออ ขยันมีนะมึงกูยังไม่มีเมียเลย แซงกูไปล่ะ” วิเตอร์พูดปนขำออกมาลอเรนฉีกยิ้มกว้าง ดวงตาของเขาแดงกล่ำอีกครั้งวันนี้ทำไมความรู้สึกของเขามันหลากหลายอารมณ์จังเลยนะ เมื่อเช้าก็ร้องไห้เพราะเป็นห่วงนาเดียร์ ตอนนี้ก็ร้องไห้ที่ได้ยินว่าเดียร์ตั้งครรภ์‘พระเจ้า เขาอยากตะโกนขอบคุณออกมาดังๆ ให้ได้ยินทั่วโรงพยาบาลนี้ไปเลย’“เดียร์ครับ เรากำลังจะมีลูกกันอีกคนแล้วนะครับ” ลอเรนหันไปสวมกอดนาเดียร์ ในตอนนี้นาเดียร์ก็ตะลึงเช่นเดียวกัน เธอยอมช่วยเขาในวันนี้ที่ลำธารแค่ครั้งเดียวเอง ทำไมถึงติดง่ายดายขนาดนี้นะ“ฉันต้องยอมรับนายเป็นพ่อของลูกจริงๆ แล้วใช่ไหม” หญิงสาวพูดแซวออกมา“ใช่ เฮียจะเป็น จะเป็นพ่อของลูกเดียร์ ถึงจะมีอีกสิบคน เฮียก็เลี้ยงไหว” เขาพูดออกมาทั้งน้ำตา“ขี้แยจังวะ กูนึกว่านาเดียร์มีลูกชาย” วิกเตอร์พูดออกมา“มึงไม่มีลูกไม่มีเมีย มึงไม่มีวันเข้าใจความรู้สึกของกูหรอก ว่ามันมีความสุขขนาดไหน” ลอเรนเงยหน้าไปยักคิ้วใส่พื่อนของตน“อย่าให้กูมีบ้างก็แล้วกัน”จากนั้นวิกเตอร์ก็อธิบายเกี่ย
ผ่านมาแล้วหนึ่งเดือน… ร่างกายของชายหนุ่มที่ป่วยก็ดีขึ้นและหายเป็นปกติแล้ว ตลอดระยะเวลาที่พาหญิงสาวกลับมาจากดอย เขาก็ปฏิบัติตัวเป็นสามีและพ่อที่ดี ไม่เที่ยวเตร่ ไม่ดื่ม และไม่สูบบุหรี่ จนเพื่อนๆ ของเขายังต้องตกใจพ่อและแม่ของชายหนุ่มก็มาเยี่ยมเยียน แวะมาพาหลานของตนไปเที่ยวอยู่บ่อยครั้ง ท่านทั้งสองดีใจมากๆ ที่ได้ลูกชายของเขากลับคืนมา พร้อมยังมีภรรยาที่แสนดีและหลานที่แสนน่ารักให้กับพวกเขา ต่อไปนี้พวกท่านทั้งสองไม่ต้องกังวลเรื่องใดๆ จะมีเพียงแต่ตอนนี้ กำลังถกเถียงกันเรื่องส่งไอริสเข้าโรงเรียน“ไม่ต้องกังวล ค่าใช้จ่ายการเล่าเรียนป๊ากับม๊าจะดูแลให้ทั้งหมดเอง” วิเวียนพูดออกมา พร้อมกับตักเค้กรสบลูเบอร์รี่เข้าปากของหลานสาวที่ห้องนั่งเล่น“ขอบคุณค่ะ คุณย่า เค้กอร่อยที่สุดในโลกเลย”“อร่อยใช่ไหมจ๊ะ งั้นกินเยอะๆ นะ ย่าจะให้คนไปต่อแถวซื้อมาให้หนูไอริสอีก ร้านนี้ดังมากเลยนะ”“ไม่เป็นไรค่ะ คุณย่า ไอริสกินอะไรก็ได้ ไม่ต้องไปต่อแถวนานๆ” “น่ารักจังเลย หลานสาวของย่า” วิเวียนพูดพร้อมใช้มือลูบผมของหลานสาวด้วยความเอ็นดู“คุณแม่ครับ ผมเกรงใจ เรื่องค่าใช้จ่ายของไอริส ผมขอจัดการเอง”“ใช่ค่ะ คุณท่าน เดียร์ขอจ
เสียงละเมอของเขาทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ แต่ก่อนเธอจะตกอยู่ในภวังค์คำพูดของเขา คิ้วของเธอก็ขมวดเข้าหากันอย่างเห็นได้ชัดเจน‘เขาเป็นอะไรหรือเปล่านะ’ เธอมองดูตามตัวของเขาก็พบว่ามีจุดแดงๆ เหมือนผื่นขึ้นตามตัว ก่อนจะใช้มือสัมผัสที่หน้าผากของเขา ก็ทำให้เธอยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่“นะ นาย ลอเรน” ตัวของเขาร้อนราวกับไฟ เธอชะงักมือออก และรีบโทรหาวิกเตอร์ทันทีเท้าของเธอไวกว่าความคิด รีบวิ่งไปยังห้องครัว สั่งให้แม่บ้านน้ำกะละมังและผ้าผื่นเล็กขึ้นมา โดยไม่ลืมที่จะบอกให้ลูกน้องของเขาเคลื่อนย้ายเขาไปยังเตียงขนาดใหญ่ที่เธอเอนกายนอนก่อนหน้านี้“ทุกคนออกไปได้แล้วค่ะ เดี๋ยวเดียร์ดูแลเอง ฝากดูไอริสด้วยนะคะ อย่าให้เธอเข้ามาใกล้ เพราะกว่าว่าจะติดไข้จากพ่อของเขา” เธอหันไปพูดกับแม่บ้านและลูกน้องของชายหนุ่ม“รับทราบครับ/ค่ะ นายหญิง”ในขณะที่รอวิกเตอร์เดินทางมายังคฤหาสน์แห่งนี้ เธอจึงได้เอื้อมมือไปหยิบผ้าชุบน้ำหมาดๆ มาเช็ดตามตัวของชายหนุ่ม เพื่อหวังว่าอุณหภูมิในร่างกายของเขาลดน้อยลงบ้าง‘ทำไมถึงเป็นไข้สูงขนาดนี้นะ หรือเป็นเพราะว่าวันนั้นเขานั่งเฝ้าเธอและลูกที่อยู่ด้านนอกทั้งคืนกัน เหตุการณ์ใ
เมื่อชายหนุ่มได้ยิน สติเขาก็แทบกระเจิง จนอยากจะกดเธอเอาไว้ใต้ร่าง‘เย็นๆ ลอเรน อย่าทำให้เดียร์เจ็บตัว’ เขาพ่นลมหายใจออกมาเพื่อเตือนสติตัวเองมันทรมานเหลือเกิน เสียงหายใจติดขัดของเขามันดังขึ้นจน หญิงสาวถามออกมา“นายเจ็บเหรอ?”“เปล่า เฮียทรมาน” เขาพูดด้วยเสียงแหบพร่า“งั้นฉันจะเอามันออก” หญิงสาวพูดพร้อมกับขยับตัวยกสะโพกขึ้น แต่มือหนาของลอเรนกลับรั้งเอาไว้ไม่ให้เธอขยับออกไป“อย่า ได้โปรด ช่วยขยับหน่อยได้ไหม ไอ้นั่นของเฮียมันเหมือนจะระเบิดเลย”“เข้าใจแล้ว จะขยับแล้วนะ ถ้าเจ็บนายบอกฉันนะ”“ไม่เจ็บ ทำแรงๆ ได้เลย แต่เธอห้ามเจ็บก็พอ” “อือ” เธอตอบรับ ก่อนจะขยับสะโพกขึ้นลง“ฮึ่มมม โครตเสียวเลยเดียร์ ขอดูดนมหน่อยนะ” “อือ แต่อย่ากัดนะ” หญิงสาวพูดเชิงอนุญาต เขาก็จัดการถลกเสื้อของเธอขึ้นสูงและใช้ปากงับไปที่เต้าอวบอิ่มทันที“อื้อออ” หญิงสาวที่ได้รับความเสียวรอยเชื่อมด้านล่างและด้านบนของเธอ มือบางของเธอเลื่อนไปขย้ำเส้นผมของชายหนุ่มเพื่อระบายความเสียวออกมาจ๊วบ!!“ลอเรน หือออ สะ เสียวจัง”ลอเรนที่ได้ยินคำพูดของหญิงสาวร่างกายของเขาก็ร้อนรุ่มเป็นทวีคูณ“เดียร์ ขยับเร็วกว่านี้หน่อยไหมครับ เฮียทรมานมาก”
นาเดียร์ได้ยินก็เข้าใจในสถานการณ์ทันที...แต่ทว่า เมื่อลอเรนคลานเข่าเข้ามาใกล้ๆ เธอก็ต้องหยุดชะงัก ภาพตรงหน้าใต้แสงตะเกียงภายในห้องก็คือ เธอหลับตาปี๋ และก้มหน้าไม่ยอมมองหน้าเขาเลยแม้แต่นิดเดียว“นาเดียร์ครับ เฮียขอได้ไหม?” เขาเปลี่ยนสรรพนามให้คุ้นเคยและนุ่มนวลกว่าเดิม“ยะ อย่าทำนะ” เธอใช้มือผลักหน้าอกแกร่งของเขาให้ออกห่างจากตัวของเธอชายหนุ่มที่ได้ยินก็ขยับตัวออกห่างทันที แต่ว่าเสียงหอบหายใจของเขากลับหนักขึ้นเรื่อยๆ และดังกว่าเดิม“นะ นายโอเคหรือเปล่า” หญิงสาวถามออกมาด้วยความเป็นห่วงจากใจจริง ชายหนุ่มส่ายหน้าและพูดกับเธอ“นอนคนเดียวได้ใช่ไหม?” “นะ นายจะไปไหน?” หญิงสาวพูดพร้อมจับมือของเขาแล้วใช้นิ้วโป้งลูบที่หลังมือ“อย่าทำแบบนี้ เฮียจะร้อนกว่าเดิม” เขาใช้มืออีกข้างที่ว่างจับมือหญิงสาวออกห่างจากตัว“ฉันกลัว กลัวว่ามันจะเจ็บปวดเหมือนวันนั้น” เธอพูดออกไปตามความรู้สึกที่เธอเคยผ่านมา เพราะครั้งสุดท้ายที่เธอจำได้ มันทำให้เธอนั้นเจ็บเจียนตาย น้ำตาของเธอคลอออกมาด้วยความกังวล ชายหนุ่มที่เห็นก็ใช้มือปาดน้ำตาของเธออย่างเบามือ ก่อนจะเลื่อนมาลูบที่ศีรษะและจูบไปที่เส้นผมของเธออย่างแผ่วเบา“ไม่ต้องก
งานเลี้ยงการขอบคุณและอำลาก็ได้เริ่มขึ้นในช่วงหัวค่ำ ชาวบ้านพากันนำอาหารที่มีอยู่ และจากการล่าสัตว์ป่ามาร่วมกันทำอาหารมื้อพิเศษ เพื่อเลี้ยงขอบคุณสองสามีภรรยา รวมถึงวิกเตอร์ด้วยผู้ที่สนุกที่สุดก็ไม่พ้นเด็กน้อย อย่างไอริส ที่ไม่ค่อยได้เห็นงานเลี้ยงจึงตื่นตาตื่นใจกับบรรยายกาศ ซึ่งตอนนี้ก็ถูกเลี้ยงดูโด
“เฮือกกก ไอริสลูกแม่” หญิงสาวที่หลับไปจากพิษงูไม่นาน เธอก็ลืมตาขึ้นมาก็ร้องเรียกหาลูกของเธอทันที“ฉันยังไม่ตายใช่ไหม” เธอพูดกับตัวเองและน้ำตาคลอ ก่อนจะยิ้มให้กับตัวเอง อย่างน้อยๆ เธอก็ได้อยู่กับลูกของเธออีกครั้ง ก่อนจะเหลือบไปข้างเตียงก็พบว่ามีลอเรนและวิกเตอร์นั่งเฝ้าอยู่ใกล้ๆ“นะ นาย พาฉันมาที่นี่
ลอเรนที่เห็นหญิงสาวร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เขาก็ตกใจเป็นอย่างมาก สายตาของเขาเหลือบไปเห็นงูตัวไม่ใหญ่มากนักเลื้อยมาที่บริเวณขาเรียวของเธอ และตอนนี้มันก็ได้ทำการฉกไปที่ขาของนาเดียร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว“ฮึก ลอเรนฉันเจ็บ”“อย่าเพิ่งขยับนะ” เขารีบคลายอ้อมกอดจากด้านหลัง เปลี่ยนเป็นคุกเข่าต่อหน้าหญิงสาว
หญิงสาวรู้สึกไม่พอใจเขาเป็นอย่างมาก แต่ก็ช่างเถอะ เธอต้องห้ามไปสนใจและใส่ใจเขา ถ้าทำร้ายเขามากๆ เดี๋ยวก็คงจะยอมแพ้ไปเอง“กลับไปเถอะ ทำแบบนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก” เมื่อชายหนุ่มได้ยินเธอพูดดังนั้น หัวใจที่กำลังพองโตมันก็เหี่ยวเฉาลงในทันที“ฉันแค่เป็นห่วงเธอกับลูก ผู้หญิงอยู่กันแค่สองคนมันอันตราย”







