LOGINเมื่อวิกเตอร์ทำแผลและทำการรักษาเธอเสร็จเรียบร้อย ในที่สุดเธอก็ต้องมานอนอยู่บนเตียงขนาดใหญ่ของลอเรน ไข้ของเธอนั้นขึ้นสูงมาก ต้องฉีดยาลดไข้ และยังต้องให้น้ำเกลือ เพราะร่างกายของเธออดอาหารมาหลายวัน เธอจึงได้แต่นอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนเตียงนอนและผล็อยหลับไปด้วยฤทธิ์ของยา
เมื่อลอเรนส่งวิกเตอร์เสร็จแล้ว เขาก็เดินเข้ามายังห้องนอนของตัวเอง ที่ตอนนี้กลายเป็นสาวร่างบางที่ฤทธิ์เดชไม่น้อยสมกับรูปร่างของเธอเลย เธอช่างกล้าและเด็ดเดี่ยวยิ่งนัก หากเธออ่อนโยน และน่ารักกว่านี้เขาคงตกหลุมรักเธอได้ง่ายๆ
เขายืนมองดูหญิงสาวที่หลับตาพริ้มด้วยชุดเสื้อยืดตัวโครงสีขาวของเขา ใบหน้าที่ขาวใสไร้ที่ติ ริมฝีปากของเธอที่เคยแดง กลับซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัดเจน อดยอมรับไม่ได้เลยว่าเธอน่ารักและสวยเอามากๆ มันทำให้เขานั้นนึกถึงวันแรกที่เคยเจอกัน
1 ปีก่อน
พลั่ก!!
ตุ้บ!!
“อ่ะ”
“นี่เธอ เดินชนฉันยังไม่ขอโทษอีกหรือยังไง” ลอเรนต่อว่าเธอที่ตอนนั้นเธอมายังคลับของพวกเขา เธอสวมชุดเดรสสายเดี่ยวสีดำรัดรูปโชว์เรือนร่างสุกเซ็กซี่ที่เขาเห็นยังต้องหลงใหล ใบหน้าของเธอแต่งแต้มเครื่องสำอางที่ใครเห็นก็ต้องร้อนรุ่มอยุ่ภายในใจ เธอช่างมีเสน่ห์เหลือเกิน แต่ในขณะที่เขากำลังพูดถามหญิงสาว เขาก็รู้สึกมีน้ำโหเพิ่มมากขึ้น เมื่อริมฝีปากของเธอขยับออกมา
“ฉันไม่ได้ชนนาย นายต่างหากที่ชนฉัน เพราะฉะนั้นนายนั้นแหละที่ต้องขอโทษ”
“หึ คุณครับ ก่อนจะให้ผมขอโทษช่วยดูด้วยครับว่าคุณกำลังเดินเข้าห้องน้ำของผู้ชาย”
“แล้วไง??”
“หรือว่า… จะมาเล่นจ้ำจี้กับชายอื่นในห้องน้ำนี้อย่างนั้นหรือ”
“มันเรื่องของฉัน และช่วยกรุณาเอามือออกจากตัวฉันด้วย น่าขยะแขยง” เขาที่หวังดีกับเธอกลัวว่าเธอจะล้มลงไปกับพื้นก็ประคองเธอเอาไว้ในอ้อมกอด แต่ปากของเธอนี้มันช่างหน้าปล่อยให้เธอนั้นนั่งลงไปกองกับพื้นเสียเหลือเกิน
“รู้ได้ยังไงว่าฉันขยะแขยง” ลอเรนเลิกคิ้วมองด้วยความไม่พอใจ
“แค่เห็นใบหน้าห่วยๆ ของนายฉันก็รู้แล้วล่ะ ว่านาย..มันไร้น้ำยา และนายควรปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะให้คนของพ่อฉันมาจัดการแกไอ้สวะ”
“เหอะ คำก็ด่า สองคำก็ด่า ฉันอยากจะรู้ว่าปากของเธอรสชาติมันจะเป็นยังไง” เขาพูดพร้อมกระชากตัวของเธอไปยังซอกเล็กๆ ก่อนจะใช้มือดึงรั้งใบหน้าของเธอและบดจูบขยี้ลงไป ท่ามกลางการต่อต้านด้วยแรงดิ้นและทุบตีของเธอ
เมื่อเขาได้ฉกชิมริมฝีปากของเธอก็อดชมไม่ได้เลยว่าปากของเธอมันช่างนุ่มและหวานเหลือเกิน การต่อต้านของเธอทำให้เขานั้นยอมผละริมฝีปากออก แต่เมื่อเธอได้เป็นอิสระเขาก็โดนตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรง
“ไอ้ทุเรศ!!” เธอด่าท่อเขาก่อนจะเดินออกไปจากตรงนั้น
“หึ นึกว่าจะแน่ จูบของเธอมันห่วยสิ้นดี ไม่เห็นจะเก่งเหมือนปากที่พูดเลย” เขาตะโกนออกไปด้วยรอยยิ้มอย่างอารมณ์ดี
เธอเริ่มน่าสนใจมากขึ้นแล้วสิ เขารีบจัดการเช็ดปากของตัวเองและขึ้นไปยังห้องวีไอพีในคลับ ที่เพื่อนของเขาอย่างคาลอสและวิกเตอร์นั่งอยู่
แต่เมื่อเขาไป คิ้วของเขาก็ขมวดชนกันจนเป็นปมอีกครั้ง เมื่อเห็นหญิงสาวที่เขาเพิ่งจูบไปหมาดๆ นั่งกอดแขนคาลอสเพื่อนของเขาอยู่
‘หรือเธอจะเป็นเด็กของคาลอสกันนะ??’
‘เหอะ ก็แค่ผู้หญิงหากิน ทำเป็นหวงเนื้อหวงตัว’ เขานึกอยู่ภายใจ
“อ้าวแลอเรน มึงหายไปไหนมา” วิกเตอร์ที่นั่งอยู่ข้างในก็ทักทายเขาออกมา ก่อนที่วิกเตอร์สังเกตุเห็นแววตาของลอเรนได้อย่างชัดเจน ที่ตอนนี้กำลังสงสัยกับหญิงสาวร่างบางที่อยู่ภายในห้อง
“มึงเพิ่งมา งั้นกูขอแนะนำตัวผู้หญิงสวยๆ คนนั้น แทนไอ้คลาสก็แล้วกัน” คาลอสกับคลาส คือคนๆ เดียวกัน แต่พวกผมที่สนิทกันจะเรียกมันว่าคลาส
“.…”
“นี่คือนาเดียร์ คู่หมั้นของไอ้คลาส” วิกเตอร์พูดออกมาอย่างไม่คิดอะไร แต่เมื่อเขาเหลือบไปเห็นคาลอสเพื่อนของเขาอีกคนก็นั่งนิ่งไม่พูดอะไร ไม่มีท่าทีแสดงความเป็นเจ้าของแต่อย่างใด และสายตาของเขาก็เลื่อนไปยังหญิงสาวร่างบางที่โดนเขาบดขยี้จูบมาหมาดๆ เมื่อเธอเห็นสายตาของเขาก็เชิดใบหน้าและหันไปมองทางอื่นทันที โดยไม่สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย
คนที่เขาถูกใจกลับกลายเป็นคู่หมั้นของเพื่อนเขาอย่างนั้นหรือ แถมก่อนหน้านี้ยังจะเข้าไปเล่นจ้ำจี้กับชายอื่นที่ห้องน้ำชายอีก ‘เหอะ ร่านสิ้นดี’
“ไม่ต้องยืนมองดูฉันขนาดนั้นหรอก...ฉันยังไม่ตาย”
ความทรงจำทั้งหมดที่เขานึกถึงเมื่อครู่ก็ต้องสลัดทิ้งออกไป เมื่อเห็นหญิงสาวลืมตาขึ้นมามองดูเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า
“หึ ปากดีไม่เลิก”
“...”
“ถ้ายังปากเก่งอยู่แสดงว่ามีเรี่ยวแรงแล้วสิ ฉันจะได้จับเธอไปขังในห้องใต้ดินอีก”
“นายมันเลว ฉันจะไม่ยอมตายไปคนเดียวหรอกนะ หากฉันตาย นายก็จะต้องตายไปด้วยเหมือนกัน”
“หุบปากแล้วกินข้าวซะ แรงลุกขึ้นจากเตียงยังแทบไม่มี ยังจะมาทำปากเก่ง”
“ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน ฉันกินเองได้” เธอพยายามลุกขึ้นมาจากเตียง ก็พบว่าลอเรนถือถ้วยข้าวต้มร้อนๆ เดินมานั่งข้างเธอ ก่อนจะใช้ช้อนหยิบขึ้นมาป้อน
“อย่าทำเป็นเก่ง กินซะ” เขาพูดจบก็บีบปากเธอให้อ้าออกมาก่อนที่จะตัดข้าวต้มที่ร้อนๆ เข้าปากของเธอ
ทำให้เธอพยายามดิ้นหนีและอ้าปากกว้างออกมามากขึ้นกว่าเดิม ก่อนที่ใบหน้าของเธอจะแดงออกมาด้วยความโกรธปนกับน้ำตา
‘ใช่ เขาไม่ได้เป่าข้าวต้มให้เย็นก่อน และนี่คือเหตุผลที่หญิงสาวดิ้นทุรนทุราย’
สองเดือนต่อมา…งานแต่งงานของทั้งสองได้จัดขึ้นในคฤหาสน์ของลอเรน ที่ตอนนี้ได้กลายเป็นเรือนหอของเขาและเธอ ในตอนแรกเขาต้องการที่จะจัดอย่างยิ่งใหญ่ แต่ว่าหญิงสาวไม่ต้องการให้ข่าวนั้นต้องการแพร่ออกไป เพราะเธอและครอบครัวของเธอได้ตัดขาดความสัมพันธ์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เธอให้เหตุผลกับชายหนุ่มว่า ขอให้ชีวิตแย่ๆ ของเธอมันได้ตายไปพร้อมกับเธอคนเก่า เธอขอขาดการติดต่อทั้งหมดกับผู้เป็นพ่อของเธอ เพราะพ่อของเธอก็ตัดสินใจเลือกครอบครัวใหม่ของเขาแล้วธุรกิจและบ้านทั้งหมดของแม่เธอ ก็ได้คืนกลับมา เพราะสามีของเธอเป็นคนจัดการ เมื่อเธอได้ยินว่าเขาทำทุกวิถีทางตามความปรารถนาในครั้งนั้นของเธอ เธอก็รู้สึกตกหลุมรักเขาเพิ่มขึ้นอีก ลอเรนคนเก่าแสนโหดร้าย ที่เธอเคยรู้จักได้หายไปแล้ว เหลือเพียงผู้ชายอบอุ่นที่คอยให้ความรักกับเธอและลูกในทุกๆ วันบรรยายกาศงานแต่งเล็กๆ จัดขึ้นอย่างอบอุ่น เพื่อนพ้องของฝั่งลอเรนก็ได้มาร่วมยินดีกับเธอ และฝั่งเธอก็มีพงษ์ เพื่อนที่แสนดีจากบนดอย เดินทางมาแสดงความยินดีด้วยเช่นกัน“ขอบคุณที่พงษ์มางานของพวกเรานะ”“เรายินดี ว่าแต่เดียร์ นี่เขาเรียกว่าบ้านจริงๆ หรือ ทำไมมันใหญ่ต่อขนาดนี้ มันใหญ่เกือ
“จะ จริงเหรอไอ้เตอร์” ลอเรนถามออกมาด้วยความตกใจ เมื่อเขาได้ยินหัวใจเขาแทบจะหยุดเต้น เขาดีใจจนแทบจะเก็บมันไว้ไม่อยู่“เออ ขยันมีนะมึงกูยังไม่มีเมียเลย แซงกูไปล่ะ” วิเตอร์พูดปนขำออกมาลอเรนฉีกยิ้มกว้าง ดวงตาของเขาแดงกล่ำอีกครั้งวันนี้ทำไมความรู้สึกของเขามันหลากหลายอารมณ์จังเลยนะ เมื่อเช้าก็ร้องไห้เพราะเป็นห่วงนาเดียร์ ตอนนี้ก็ร้องไห้ที่ได้ยินว่าเดียร์ตั้งครรภ์‘พระเจ้า เขาอยากตะโกนขอบคุณออกมาดังๆ ให้ได้ยินทั่วโรงพยาบาลนี้ไปเลย’“เดียร์ครับ เรากำลังจะมีลูกกันอีกคนแล้วนะครับ” ลอเรนหันไปสวมกอดนาเดียร์ ในตอนนี้นาเดียร์ก็ตะลึงเช่นเดียวกัน เธอยอมช่วยเขาในวันนี้ที่ลำธารแค่ครั้งเดียวเอง ทำไมถึงติดง่ายดายขนาดนี้นะ“ฉันต้องยอมรับนายเป็นพ่อของลูกจริงๆ แล้วใช่ไหม” หญิงสาวพูดแซวออกมา“ใช่ เฮียจะเป็น จะเป็นพ่อของลูกเดียร์ ถึงจะมีอีกสิบคน เฮียก็เลี้ยงไหว” เขาพูดออกมาทั้งน้ำตา“ขี้แยจังวะ กูนึกว่านาเดียร์มีลูกชาย” วิกเตอร์พูดออกมา“มึงไม่มีลูกไม่มีเมีย มึงไม่มีวันเข้าใจความรู้สึกของกูหรอก ว่ามันมีความสุขขนาดไหน” ลอเรนเงยหน้าไปยักคิ้วใส่พื่อนของตน“อย่าให้กูมีบ้างก็แล้วกัน”จากนั้นวิกเตอร์ก็อธิบายเกี่ย
ผ่านมาแล้วหนึ่งเดือน… ร่างกายของชายหนุ่มที่ป่วยก็ดีขึ้นและหายเป็นปกติแล้ว ตลอดระยะเวลาที่พาหญิงสาวกลับมาจากดอย เขาก็ปฏิบัติตัวเป็นสามีและพ่อที่ดี ไม่เที่ยวเตร่ ไม่ดื่ม และไม่สูบบุหรี่ จนเพื่อนๆ ของเขายังต้องตกใจพ่อและแม่ของชายหนุ่มก็มาเยี่ยมเยียน แวะมาพาหลานของตนไปเที่ยวอยู่บ่อยครั้ง ท่านทั้งสองดีใจมากๆ ที่ได้ลูกชายของเขากลับคืนมา พร้อมยังมีภรรยาที่แสนดีและหลานที่แสนน่ารักให้กับพวกเขา ต่อไปนี้พวกท่านทั้งสองไม่ต้องกังวลเรื่องใดๆ จะมีเพียงแต่ตอนนี้ กำลังถกเถียงกันเรื่องส่งไอริสเข้าโรงเรียน“ไม่ต้องกังวล ค่าใช้จ่ายการเล่าเรียนป๊ากับม๊าจะดูแลให้ทั้งหมดเอง” วิเวียนพูดออกมา พร้อมกับตักเค้กรสบลูเบอร์รี่เข้าปากของหลานสาวที่ห้องนั่งเล่น“ขอบคุณค่ะ คุณย่า เค้กอร่อยที่สุดในโลกเลย”“อร่อยใช่ไหมจ๊ะ งั้นกินเยอะๆ นะ ย่าจะให้คนไปต่อแถวซื้อมาให้หนูไอริสอีก ร้านนี้ดังมากเลยนะ”“ไม่เป็นไรค่ะ คุณย่า ไอริสกินอะไรก็ได้ ไม่ต้องไปต่อแถวนานๆ” “น่ารักจังเลย หลานสาวของย่า” วิเวียนพูดพร้อมใช้มือลูบผมของหลานสาวด้วยความเอ็นดู“คุณแม่ครับ ผมเกรงใจ เรื่องค่าใช้จ่ายของไอริส ผมขอจัดการเอง”“ใช่ค่ะ คุณท่าน เดียร์ขอจ
เสียงละเมอของเขาทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ แต่ก่อนเธอจะตกอยู่ในภวังค์คำพูดของเขา คิ้วของเธอก็ขมวดเข้าหากันอย่างเห็นได้ชัดเจน‘เขาเป็นอะไรหรือเปล่านะ’ เธอมองดูตามตัวของเขาก็พบว่ามีจุดแดงๆ เหมือนผื่นขึ้นตามตัว ก่อนจะใช้มือสัมผัสที่หน้าผากของเขา ก็ทำให้เธอยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่“นะ นาย ลอเรน” ตัวของเขาร้อนราวกับไฟ เธอชะงักมือออก และรีบโทรหาวิกเตอร์ทันทีเท้าของเธอไวกว่าความคิด รีบวิ่งไปยังห้องครัว สั่งให้แม่บ้านน้ำกะละมังและผ้าผื่นเล็กขึ้นมา โดยไม่ลืมที่จะบอกให้ลูกน้องของเขาเคลื่อนย้ายเขาไปยังเตียงขนาดใหญ่ที่เธอเอนกายนอนก่อนหน้านี้“ทุกคนออกไปได้แล้วค่ะ เดี๋ยวเดียร์ดูแลเอง ฝากดูไอริสด้วยนะคะ อย่าให้เธอเข้ามาใกล้ เพราะกว่าว่าจะติดไข้จากพ่อของเขา” เธอหันไปพูดกับแม่บ้านและลูกน้องของชายหนุ่ม“รับทราบครับ/ค่ะ นายหญิง”ในขณะที่รอวิกเตอร์เดินทางมายังคฤหาสน์แห่งนี้ เธอจึงได้เอื้อมมือไปหยิบผ้าชุบน้ำหมาดๆ มาเช็ดตามตัวของชายหนุ่ม เพื่อหวังว่าอุณหภูมิในร่างกายของเขาลดน้อยลงบ้าง‘ทำไมถึงเป็นไข้สูงขนาดนี้นะ หรือเป็นเพราะว่าวันนั้นเขานั่งเฝ้าเธอและลูกที่อยู่ด้านนอกทั้งคืนกัน เหตุการณ์ใ
เมื่อชายหนุ่มได้ยิน สติเขาก็แทบกระเจิง จนอยากจะกดเธอเอาไว้ใต้ร่าง‘เย็นๆ ลอเรน อย่าทำให้เดียร์เจ็บตัว’ เขาพ่นลมหายใจออกมาเพื่อเตือนสติตัวเองมันทรมานเหลือเกิน เสียงหายใจติดขัดของเขามันดังขึ้นจน หญิงสาวถามออกมา“นายเจ็บเหรอ?”“เปล่า เฮียทรมาน” เขาพูดด้วยเสียงแหบพร่า“งั้นฉันจะเอามันออก” หญิงสาวพูดพร้อมกับขยับตัวยกสะโพกขึ้น แต่มือหนาของลอเรนกลับรั้งเอาไว้ไม่ให้เธอขยับออกไป“อย่า ได้โปรด ช่วยขยับหน่อยได้ไหม ไอ้นั่นของเฮียมันเหมือนจะระเบิดเลย”“เข้าใจแล้ว จะขยับแล้วนะ ถ้าเจ็บนายบอกฉันนะ”“ไม่เจ็บ ทำแรงๆ ได้เลย แต่เธอห้ามเจ็บก็พอ” “อือ” เธอตอบรับ ก่อนจะขยับสะโพกขึ้นลง“ฮึ่มมม โครตเสียวเลยเดียร์ ขอดูดนมหน่อยนะ” “อือ แต่อย่ากัดนะ” หญิงสาวพูดเชิงอนุญาต เขาก็จัดการถลกเสื้อของเธอขึ้นสูงและใช้ปากงับไปที่เต้าอวบอิ่มทันที“อื้อออ” หญิงสาวที่ได้รับความเสียวรอยเชื่อมด้านล่างและด้านบนของเธอ มือบางของเธอเลื่อนไปขย้ำเส้นผมของชายหนุ่มเพื่อระบายความเสียวออกมาจ๊วบ!!“ลอเรน หือออ สะ เสียวจัง”ลอเรนที่ได้ยินคำพูดของหญิงสาวร่างกายของเขาก็ร้อนรุ่มเป็นทวีคูณ“เดียร์ ขยับเร็วกว่านี้หน่อยไหมครับ เฮียทรมานมาก”
นาเดียร์ได้ยินก็เข้าใจในสถานการณ์ทันที...แต่ทว่า เมื่อลอเรนคลานเข่าเข้ามาใกล้ๆ เธอก็ต้องหยุดชะงัก ภาพตรงหน้าใต้แสงตะเกียงภายในห้องก็คือ เธอหลับตาปี๋ และก้มหน้าไม่ยอมมองหน้าเขาเลยแม้แต่นิดเดียว“นาเดียร์ครับ เฮียขอได้ไหม?” เขาเปลี่ยนสรรพนามให้คุ้นเคยและนุ่มนวลกว่าเดิม“ยะ อย่าทำนะ” เธอใช้มือผลักหน้าอกแกร่งของเขาให้ออกห่างจากตัวของเธอชายหนุ่มที่ได้ยินก็ขยับตัวออกห่างทันที แต่ว่าเสียงหอบหายใจของเขากลับหนักขึ้นเรื่อยๆ และดังกว่าเดิม“นะ นายโอเคหรือเปล่า” หญิงสาวถามออกมาด้วยความเป็นห่วงจากใจจริง ชายหนุ่มส่ายหน้าและพูดกับเธอ“นอนคนเดียวได้ใช่ไหม?” “นะ นายจะไปไหน?” หญิงสาวพูดพร้อมจับมือของเขาแล้วใช้นิ้วโป้งลูบที่หลังมือ“อย่าทำแบบนี้ เฮียจะร้อนกว่าเดิม” เขาใช้มืออีกข้างที่ว่างจับมือหญิงสาวออกห่างจากตัว“ฉันกลัว กลัวว่ามันจะเจ็บปวดเหมือนวันนั้น” เธอพูดออกไปตามความรู้สึกที่เธอเคยผ่านมา เพราะครั้งสุดท้ายที่เธอจำได้ มันทำให้เธอนั้นเจ็บเจียนตาย น้ำตาของเธอคลอออกมาด้วยความกังวล ชายหนุ่มที่เห็นก็ใช้มือปาดน้ำตาของเธออย่างเบามือ ก่อนจะเลื่อนมาลูบที่ศีรษะและจูบไปที่เส้นผมของเธออย่างแผ่วเบา“ไม่ต้องก
ครืด!! ครืด!! ครืด!!ในเช้าวันใหม่ หญิงสาวตื่นขึ้นมาด้วยสายเรียกเข้าจากโทรศัพท์ของเธอ เธอคว้าและกดรับสายมันทันที[ฮัลโหลค่ะ คุณพ่อ][นังลูกไม่รักดี ตอนนี้แกอยู่ไหน ทำไมไม่กลับบ้าน][ก็คุณพ่อไล่หนูออกจากบ้านเมื่อวานแล้วนี่คะ][นับวันยิ่งอวดเก่งเหมือนแม่ของแก][อย่าพูดถึงแม่ของหนูแบบนี้นะคะ][ถ้าแกไม
เธอพยายามต่อต้านและผลักชายหนุ่มให้ออกไปไกลๆ แต่ว่าเขาก็ไม่มีท่าทีขยับหรือสะทกสะท้านแต่อย่างใด‘เธอเกลียด เกลียดเขาที่สุด’ “ฉันเกลียดนาย เกลียดนายที่สุด ไอ้สารเลว” นาเดียร์ตะโกนด่าชายหนุ่มออกมาด้วยความเครียดแค้น“หึ จำใส่สมองของเธอเอาไว้ให้ดี ฉันคือคนที่จะทำให้เธอตายทั้งเป็น”“นายไม่ได้เกี่ยวข้องกั
หญิงสาวที่ได้ยินคำพูดดังนั้นก็โมโห และรู้สึกเกลียดชังเขาเป็นอย่างมาก“นายเพิ่งบอกฉันเองไม่ใช่เหรอ ว่าฉันโสโครก ทำไมถึงกลับคำพูดเสียล่ะ”“งั้นเหรอ ฉันพูดอย่างนั้นเหรอ??”“คนที่มีอิทธิพลอย่างนาย พูดจาแบบนี้ไม่กลัวว่าลูกน้องจะไม่เคารพเอาหรือไง” เธอพูดแขวะชายหนุ่มที่นอนมองดูเธออยู่บนเตียงอย่างสบายใจ โด
ชายหนุ่มไม่ฟังคำด่าทอของหญิงสาว เขายังฉุดกระชากลากดึงเธอ ออกไปจากห้องใต้ดินและนี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายวันที่นาเดียร์ได้พบกับแสงสว่าง มันทำให้เธอต้องรีบปรับสายตาและหรี่ดวงตาลงด้วยความรวดเร็ว แต่ทว่าเธอก็กลับสะดุดและล้มลงไปกองกับพื้นทางเดินเมื่อม่านตาของเธอเริ่มปรับตัวได้ เธอก็สังเกตุเห็นว่าบ้านหลั







