Masukตอนที่ 30“เถ้าแก่เนี้ย…พี่จิ้ง…เปิดประตูให้เหม่ยลี่สักครู่เจ้าค่ะ” ทว่าสองนายและสาวใช้คนสนิทยังมิทันวางแผนจะหลบเลี่ยง’ เจ้ากรรมนายเวร’ ซูเหม่ยลี่นางก็เร่งมาเคาะประตูห้องด้วยกิริยาแตกตื่นอย่างเก็บอาการมิได้ “มีอันใดเหม่ยลี่ดูเจ้าเร่งร้อนอย่างยิ่ง” เป็นเหิงจิ้งที่ถามเอาความกับเด็กสาวที่มายืนหอบฮักๆ ตรงหน้าหลังจากนางเปิดประตูให้เรียบร้อยแล้ว “เรียนเถ้าแก่เนี้ย…พี่จิ้งมีท่านป้าแต่งกายดีมาขอพบเถ้าแก่เนี้ยบอกว่าเป็นคนจากตำหนักอี้หวางเจ้าค่ะ” ซูเหม่ยลี่นั้นถึงเป็นเด็กสาวฉลาดเฉลียวทว่านางก็ยังมิเคยพบพานคนสูงศักดิ์ย่อมมิแจ้งใจต่อจ้าวไท่เฟยที่มาเยือนในวันนี้ ส่วนคนที่จ้องแต่จะปิดดวงตาตนเองไปเข้าเฝ้าเทียนตี้ให้จงได้ ถึงกับต้องกระชากสติกลับทันใดด้วยคิดว่า องค์หญิงเซี่ยจิ่นเหยามาก่อนกำหนดจากที่เหิงจิ้งรายงาน "คุณหนูท่านจะไปที่ใด" เหิงจิ้งที่ดวงตาไวทันได้เห็นคนที่เมื่อครู่นางยังแทบผนึกตนเองกับพื้นเตียงทว่าบัดนี้กำลังจะปีนออกทางหน้าต่างก็เร่งไปคว้าตัวเอาไว้เสียก่อนก็หากว่าเป็นอดีตนางล้วนมิคิดมากแต่ในยามนี้นางสงสัยว่าผู้เป็นนายสาวอาจจะตั้งครรภ์จะให้ปีนออกทางหน้าต่างจะได้ที่ไหน "ให้ข้าไปเถิดอ
ตอนที่ 29 ...อ้วก... เสียงอาเจียนจากเรือนฟ่งหวงนั้นเริ่มดังขึ้นเวลาเดิมเป็นวันที่4นับตั้งแต่อี้หวางเดินทางกลับมาจากชายแดน แม่นมจ้าวที่ดูแลท่านอ๋องมานับตั้งแต่เขาแรกคลอดดูจะวุ่นวายกว่าผู้ใด "ไท่เฟยเพคะท่านอ๋องอี้ทรงประชวรมา4วันแล้วหมอใดก็มิอาจรักษาเราจะทำเช่นไรกันดี" แม่นมจ้าวนั้นกล่าวกับผู้เป็นนายก็จริงทว่าสายตาก็ส่งไปยังคนตัวสูงใหญ่ที่เอาแต่นั่งโก่งคออาเจียนไม่หยุดโดยมีเสี่ยวลิ่ว และอวี่เหวินซางที่คอยช่วยพยุงกายของผู้เป็นนาย ที่มีใบหน้าซีดขาวจนหน้าหวาดเกรง "หรือจะเป็น...โรคระบาดเพคะไท่เฟย" เพราะอี้หวางนั้นเพิ่งกลับมาจากชายแดนสถานที่ซึ่งทุรกันดารและยังมีการรบพุ่งกันอยู่เป็นระยะศพจึงถูกฝังมิได้มิดชิดนักบางครอบครัวที่ตายพร้อมกันนั้นบางทีไร้ผู้รับรู้ก็ถูกฝูงนกแร้งหรือสุนัขป่ากัดกินก็ยังมีชายแดนจึงนับว่าเป็นที่ซึ่งก่อกำเนิดโรคระบาดในทุกฤดูฝนมาเยือนเลยทีเดียว "ปากหรือนั่น? " จ้าวไท่เฟยตวัดสายตามองคนสนิทที่รับใช้ใกล้ชิดกันมานับตั้งแต่ยังเยาว์เสียหนึ่งครั้งจากนั้นจึงเดินไปยืนลูบหลังให้คนที่ยังอาเจียนไม่หยุดทั้งที่อาหารสักชิ้นก็ไม่มีจะให้เขาอาเจียนออกมานอกจากน้ำขมๆ เท่านั้น "เ
ตอนที่ 28กายงดงามสะบัดอาภรณ์ลุกขึ้นทันที "องค์หญิงจะทรงไปที่ใดเพคะ" เป็นอาสิ่วผู้ซึ่งลูกกำชับอย่างดีว่าจะต้องทำทุกทางมิให้ผู้เป็นนายย้อนคืนกลับไปยุ่งวุ่นวายกับหลินม่านเถียนเร่งเข้าไปกอดขาเรียวสวยภายใต้อาภรณ์ไหมเนื้อดีแน่น "ปล่อย...ข้า..." มิใช่เพียงน้ำเสียงเหี้ยมโหดเท่านั้นทว่าดวงตาสวยบัดนี้ขุ่นเขียวนั้นบอกได้ชัดเจนว่านางมิพอใจเพียงใดที่ตนเองถูกขัดใจครั้งแล้วครั้งเล่า "ข้ากล่าวนี้เจ้ามิเคารพกันแล้วใช่หรือไม่" น้ำเสียงเยือกเย็นเอ่ยถามอีกเป็นครั้งสุดท้าย ทว่าบ่าวผู้จงรักภักดีเพียงนายก็ส่ายศีรษะหนักแน่นเช่นกัน "ดี! " ...ขวับ! ... ...ตุ๊บ! ... จุดจบหนึ่งชีวิตผู้คิดหาญกล้าบังอาจมาต่อกรกับผู้มากอำนาจซึ่งยึดติดความเอาแต่ใจของตนเองเป็นใหญ่มิใช่จะดีเช่นเดียวกับอาสิ่วนางกำนัลผู้เลี้ยงดูองค์หญิงน้อยเซี่ยจิ่นเหยามากว่ายี่สิบเอ็ดหนาว กายที่ไร้ศีรษะนั้นกระตุกตามจังหวะของโลหิตที่พุ่งสาดกระจายออกมาจากลำคอซึ่งแยกจากส่วนศีรษะ ทำเอาแม้แต่องครักษ์เงาเช่นหลิ่วหลานจูที่นางพบพานมาทุกสภาพของศพยังต้องเบือนหน้าหนี "จัดการให้เรียบร้อยก่อนข้าจะกลับมาจากด้านนอกและ...พวกเจ้าคงรู้แจ้งใช่หรือไม่ว่าสมควรจ
ตอนที่ 27...พ้นปลายยามเวย... หนังสือหย่าขาดที่หลินม่านเถียนรอคอยก็มาวางอยู่ตรงหน้าโดยฝีมือของแม่นมจ้าวมาพร้อมกับจ้าวไท่เฟยที่ตลอดมานางเคยคิดว่าท่านนั้นเป็นมารดาสามีที่ค่อนไปทางไม่เป็นมิตรต่อลูกสะใภ้เช่นตนเอง หากแต่ในช่วงหลังมานี้กลับพบว่าบางที่ สตรีสูงวัยตรงหน้ากลับดีต่อนางมากกว่ามารดาเลี้ยงเสียอีก "ต่อให้เจ้าหาใช่คนของบุตรชายข้าแต่จงจำใจเจ้ายังเป็นคนที่ข้าเมตตา หากไปอยู่ภายนอกผู้ใดคิดรังแกเจ้าจงอย่าได้เงียบปากไม่คิดมีเสียงอีก จำที่ข้าเคยบอกได้หรือไม่...หากผู้ใดรังแกเจ้าทำเจ้าเจ็บจงอย่าหันคมดาบมาแทงตนเองทว่าจงแทงเจ้าคนคิดร้ายต่อเจ้า" หลินม่านเถียนคุกเข่าลงโขกศีรษะให้สตรีสูงศักดิ์ด้วยหัวใจเต็มไปด้วยความเคารพ "ลุกขึ้นเถิดเด็กโง่...มานี่เถิดขอข้ากอดเจ้าสักครั้ง" จ้าวไท่เฟยสูดจมูกฟึดฟัดคล้ายจะเก็บน้ำตาเอาไว้ต่อไปไม่ไหว ซึ่งก็เป็นจริงในยามที่กายเล็กสวมกอดนางก็ปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาทันที ถึงรู้ว่าคนในอ้อมแขนนางมิได้จากไปที่ใดไกลห่าง แต่ก็มิใช่จะอยู่ใกล้ "ไปเถิดประเดี๋ยวจะมืดค่ำ ข้าขอส่งเจ้าเพียงตรงนี้เถิด มันทำใจเห็นเจ้าจากไปพร้อมข้าวของมิได้" หญิงสูงวัยเอ่ยบอกความในใจ ในยามที่นางก้าว
ตอนที่ 26นางผลักกายแกร่งให้ลงไปนอนหงายสิ้นลายก่อนจะกดริมฝีปากอวบอิ่มกัดแผ่วเบาลงไปตามลำคอทว่าทุกการกระทำนางลงมือเนิบช้าใจเย็นในขณะที่อีกฝ่ายร้อนจนแทบระเบิดออกมาทั้งกายแล้ว “เถียน...เถียน……อ๊า…คนดี…อย่าทรมาน...กันสิเจ้า…อ๊า…ซี๊ด! ...โอ๊ว…” นางเพียงเหลือบสายตาคมสวยซึ้งขึ้นมาสบประสานกับเขาแต่ทว่ากับมิหยุดทรมานกัน ริมฝีปากเล็กหากแต่ร้ายกาจเหลือหลายยามนี้กัดลงต่ำไล่ลงไปจนถึงหัวนมที่เป็นติ่งไตเล็กแต่ส่งสีชมพูยั่วยวนชวนให้นางลงมือทรมานคนที่กำลังมัวเมาไปด้วยฤทธิ์ราคะผสานอารมณ์รักใคร่คุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายกำหนัด และมิรั้งรอนางกัดชิมทันที! “อ๊า…สะ…เสียว…เสี่ยวเถียน…อา…ซี๊ด” ใบหน้าขาวเนียนบัดนี้ขึ้นสีจัดคล้ายกับโลหิตทั้งกายไหลเวียนมาขังยังใบหน้าคมเข้มดุดันเสียแล้วดวงตาคู่นั้นยามทอดมองทุกการกระทำของสตรีที่ตนให้นางไปจนสิ้นแล้วนั้นยิ่งเต็มไปด้วยความรัก ทว่าหลินม่านเถียนกลับมิอาจเข้าใจหรือมองเห็นทั้งสิ้น ยิ่งลิ้นเล็กๆนั้นกระดกสะกิดตุ่มไตนั้นอย่างหยอกเอินกายสูงก็ยิ่งหายใจหอบสะท้าน คนถูกภรรยาทรมานจนแทบคลั่งกายแกร่งบิดส่ายมิแตกต่างจากงูใหญ่ดิ้นรนหาหนทางรอด “เสี่ยวเถียน…ไม่ไหว…แล้ว...ข
ตอนที่ 25ในที่สุดวันที่หลินม่านเถียนนางรอคอยก็มาถึงดวงตาที่เพิ่งปิดลงไปได้มิเกินหนึ่งชั่วยามก็เปิดขึ้นช้าในยามเช้ามืดของวันที่เจ็ดตามนัดแนะตกลงว่าอี้หวางจะหมอบหนังสือหย่าให้นาง หลินม่านเถียนนางขยับกายลุกขึ้นจากหมอน เตรียมวางเท้าแตะลงบนพื้นลงจากเตียงทั้งที่ท้องฟ้าด้านนอกนั้นยังคงมืดมิดคาดได้ว่าบัดนี้คงเพิ่งปลายอิ๋นหรือหากนางกะผิดพลาดคลาดเคลื่อนก็คงอยู่ในราวต้นยามเหม่ามิเกินไปกว่านั้น …หมับ! … …เฮือก! ... มิคาดเพียงสอดปลายเท้าเรียวลงไปยังรองเท้าได้หนึ่งข้าง แขนแกร่งก็รวบรัดเอวคอดกิ่วเอาไว้แน่นเหนียว “อี้หวาง…” นางต้องการจะไปดูข้าวของที่ทยอยเก็บไว้ตั้งแต่เมื่อสามวันก่อนถึงจะพยายามวางเฉยเช่นไรทว่าความรู้สึกเหมือนได้ขึ้นสวรรค์เป็นเช่นไรในยามนี้หลินม่านเถียนนางคาดว่าตนเองรู้แจ้งก็วันนี้ “เจ้าผิดสัญญา” น้ำเสียงนั้นฟังดูยังง่วงงุน อยู่หลายส่วน “ก็มิใช่เราตกลงกันไว้ว่ายามรุ่งอรุณมาเยือนมิว่าเจ้าหรือข้าเป็นผู้ตื่นก่อนคนผู้นั้นต้องปลุกอีกผู้ให้ตื่นพร้อมกันมิใช่หรอกหรือ” ครั้งนี้คนตัวโตอย่างกับยักษ์ขยับลุกขึ้นมากอดนางเอาไว้ทั้งกายพร้อมกับวางคางเอาไว้บนหัวไหล่ของนางฝ







