Masukแม้สวรรค์ไร้เมตตา เทพเทวามิปราณีแม้ปราศรัย แต่บนโลกนั้นไซร้ทุกคนล้วนมีหัวใจ เกิดเป็นมนุษย์ต้องมีรัก นางพร้อมพรักทั้งกายใจ เพื่อเขา... *** นางมิใช่ปีศาจ แค่มีพลังปราณพิเศษ! นางอยู่ง่ายกินง่าย นอนที่ไหนก็ได้ อาศัยที่ใดก็ได้ ให้อยู่ในฐานะใดข้างกายเขาก็ได้ทั้งนั้น แต่นางต้องเข้าร่ำเรียนฝึกฝนเป็นสตรีชนชั้นสูงด้วยหรือ? ทั้งเรื่องเรียนเรื่องรัก หนักเกินไปแล้ว...
Lihat lebih banyakตอนที่ 1 คำนำนักเขียน
สวัสดีค่ะ นิยายเรื่อง ปกป้องด้วยรัก พิทักษ์ด้วยใจ เป็นเรื่องราวของหนุ่มรูปงามผู้เป็นหัวหน้านักรบหน่วยพิเศษ ซึ่งเกิดมาเพื่อปกป้ององค์เหนือหัว อุทิศตนเพื่อพิทักษ์โอรสแห่งสวรรค์ ทั้งชีวิตของเขามีสิ่งที่ต้องทำเพียงเท่านั้น กระทั่งวันหนึ่งคนที่ต้องปกป้องผู้อื่นกลับได้รับการปกป้องบ้าง ทว่าปัญหาคือ เขามิได้ต้องการ แต่นางกลับยัดเยียดอยู่ได้
หมายเหตุ: เป็นแนวรักโรแมนติก เน้นอ่านง่าย ไร้ดราม่าค่ะ
เกริ่นนำ
ดอกบัวหยกในสระมรกต
เก้าสวรรค์ชั้นฟ้าเป็นอาณาจักรที่ภูตทุกตนปรารถนาขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของดินแดน
หมายสถิตนิจนิรันดร์กาล
ภูตสาวตัวน้อยเองก็ปรารถนาเช่นกัน
นางมีนามว่าเล่ออัน ปีนี้นางอายุครบห้าร้อยปีแล้ว ทรวดทรงองเอวเริ่มมีส่วนเว้าส่วนโค้งอันงดงามเย้ายวน เนื้อนูนกลมกลึงเต็มไม้เต็มมือมากขึ้น นับว่าใกล้หลุดพ้นจากเด็กสาวตัวน้อยกลายเป็นสตรีวัยสะพรั่งเต็มตัวแล้ว
แต่พลังเซียนของหญิงสาวกลับยังคงห่างไกลลิบลับ
การขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งในดินแดนของสรวงสวรรค์เก้าชั้นฟ้าแห่งนี้ก็ห่างไกลมากโขเช่นกัน
หลังจากใช้เวลาเนิ่นนานลอบขึ้นมาจนถึงสวรรค์ ภาพในแววตาของภูตสาวตัวน้อยยามนี้พบว่ามีเทพหนุ่มและเซียนสาวประทับตราเข้าไปลึกถึงแก่นกลางใจจนตราตรึงยากดึงรั้งสติให้หวนกลับ เหล่าเทพเซียนกำลังพริ้วกายไปตามทางทอดยาวสีขาวพร่างพราวสว่างไสว ถักทอเส้นใยแห่งปรารถนาของเล่ออันให้ยิ่งลุกโชน พวกเขาย่อมเร่งรุดไปขึ้นทะเบียนชาวสวรรค์ต่อเบื้องพระพักตร์เง็กเซียนฮ่องเต้[1]
สักวันหนึ่งเถิด!
ต้องมีสักวันที่ภูตต่ำต้อยเช่นนางจะมีโอกาสนี้บ้าง
ดวงตากลมโตฉายประกายหนักแน่นออกมาท่วมท้น เล่ออันหมายมาดบำเพ็ญตนเพียรฝึกตบะอย่างแน่วแน่ยิ่งขึ้น
นางเบื่อหน่ายเหลือเกินกับการล่องลอยอยู่ระหว่างนรกและสวรรค์ ตำแหน่งและสถานที่เดียวซึ่งเหมาะสมคู่ควรกับสตรีงดงามเช่นนาง ย่อมเป็นเซียนสาวผู้เลอโฉมบนวิมานเมฆเก้าชั้นฟ้าเท่านั้น!
ทว่าวันเวลาช่างยาวนานและดูเหมือนยิ่งห่างไกล
ทั้งที่เล่ออันตั้งจิตอุทิศวิญญาณ นำปรารถนาสูงสุดด้วยปราณบริสุทธิ์ทั้งหมดที่มีเช่นนี้แต่โชคชะตากลับมินำพา เนื่องจากสิบปีต่อมาเล่ออันทำเรื่องผิดมหันต์ วันนั้นภูตสาวพลาดพลั้งทำกลีบบัวช้ำหนักจนดอกหักออกจากลำต้น
นางจึงถูกลงทัณฑ์ขั้นรุนแรง
‘เจ้าภูตฉ้อฉล จงลงไปรับโทษให้สาสมเถิด’
ช่วยมิได้ที่สิ่งนี้คือดอกบัวหยกในสระมรกตอัญมณีซึ่งเฟินเยว่เทียนเฟยเลี้ยงไว้ดูเล่นด้วยปราณเซียนแห่งเทพธิดา
และช่วยไม่ได้อีกเช่นกันที่เฟินเยว่เทียนเฟยผู้นี้คือสตรีที่มีนิสัยเถรตรงรักความยุติธรรมสมกับตำแหน่งพระสนมที่เทียนจวิน[2]ทรงรักใคร่โปรดปราณเหนือสตรีทุกตนบนชั้นฟ้า
ทว่าสตรีด้วยกันย่อมดูออกว่าเฟินเยว่เทียนเฟยเพียงสร้างภาพลักษณ์ให้เป็นไปในทิศทางเช่นนั้น
เพราะนิสัยส่วนตัวออกจะดื้อรั้นเอาแต่ใจมากกว่า
‘ตายจริง! แค่เพียงกัดดอกบัวถึงกับลงทัณฑ์เช่นนั้น’ เสียงสนมคนหนึ่งพลันทัดทานเฟินเยว่เทียนเฟย
‘ข้าจำเป็นต้องปรานีหรือไร’ นางถามเสียงกร้าว
‘เล่ออันยังเด็กอยู่แท้ๆ ข้าจะไปฟ้องเทียนจวิน’
‘เจ้า..’
‘ทำไมเล่า เจ้าถือว่าเทียนจวินทรงโปรดจึงสั่งลงโทษผู้อื่นอย่างไร้การไตร่ตรอง ใช่ใช้อำนาจรังแกเกินไปหรือไม่’
‘ใช่แล้วอย่างไร ไม่ใช่แล้วอย่างไร กล้าฟ้องก็ลองดู’
‘ข้ากล้าแน่’
‘บังอาจนัก ข้าจะตัดลิ้นเจ้า’
‘เข้ามาสิ’
แล้วสนมทั้งสองประมือกันไปมา ปล่อยเล่ออันร่วงหล่นจากฟ้า ท่ามกลางอสนีบาตฟาดทั่วนภา
‘อา...ช่างจิตใจคับแคบยิ่งนัก ข้าเพียงกัดไปคำหนึ่ง เผื่อได้รับพลังเซียนโดยมิต้องบำเพ็ญเพียรให้เหนื่อยเท่านั้น’
เสียงของเล่ออันลอยละล่องพร้อมร่างงามระหงที่ถูกขับไล่จากสวรรค์
สถานที่ลงทัณฑ์คือธรณีพื้นพิภพธรรมดา หากแต่กลับมีพวกบาปหนาไม่ธรรมดาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
การเดินทางของอสนีบาตฟาด รวดเร็วยิ่งกว่าแสง
อากาศรอบกายกรีดผิวเนื้ออ่อนนุ่มจนแทบขาดวิ่น เล่ออันกระเด็นตกลงมายังโลกมนุษย์ในพริบตา
ยามที่ร่างของสาวน้อยกระแทกพื้นดินเกิดเสียงตุ้บ เป็นการกระแทกที่รุนแรงทำนางหูอื้อหนักยิ่ง เล่ออันให้รู้สึกดวงตาพร่าเบลอสมองมึนงงชั่วขณะ
ครั้นตั้งสติได้พลันพบว่าไม่มีเสื้อผ้าแม้แต่ชิ้นเดียว
“...!?”
เฟินเยว่เทียนเฟยจิตใจคับแคบมากกว่าที่คิด
อีกฝ่ายส่งนางมาเกิดใหม่เป็นเด็กกำพร้าหรือไรกัน ถึงขนาดมิให้เสื้อผ้าติดกายมาเลยสักชิ้น!
เสียงพลั่กดังสนั่นหวั่นไหวเข้าไปถึงโสตประสาท
เล่ออันหล่นจากฟ้ากระแทกพื้นพสุธาจนเจ็บจุก ครั้นลุกขึ้นมาได้ก็พบว่าตนเองมิได้ลงมาจุตติในครรภ์ใคร ทั้งมิใช่เด็กทารกวัยแบเบาะอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับเห็นตัวเองเป็นดรุณีวัยสาวสะพรั่ง
ซึ่งไม่มีเสื้อผ้าติดกายเลยสักชิ้น
นางเป็นหญิงสาวเรือนร่างเปลือยเปล่า
มีเพียงเส้นผมสีดำขลับที่ยาวสยายแผ่คลุมแผ่นหลัง
นอกนั้นถูกเผยจนสิ้น กระทั่งเนินเนื้อ สะโพกผาย ยอดถันตั้งชัน
ทุกสิ่งแห่งอิสตรีวัยเจริญพันธุ์นั้น ชัดเจนถนัดตา
ครั้นเงยหน้าขึ้นจึงพบความจริงอีกประการหนึ่ง นางหล่นลงมากลางกลุ่มบุรุษร่างใหญ่พร้อมขยายเผ่าพันธุ์เป็นโขยง
“กรี๊ด...”
[1] จอมราชันแห่งเทพผู้ปกครองสวรรค์
[2] จอมราชันแห่งเทพผู้ปกครองสวรรค์หรือเง็กเซียนฮ่องเต้
คำเตือน
นิยายเรื่องนี้เกิดจากจินตนาการทั้งหมด
มีการผสมผสานความเชื่อเกี่ยวกับภูตผีปีศาจ
แต่ไม่มีเนื้อหาใดเกี่ยวข้องกับตำนานที่มีอยู่จริง
และไม่อ้างอิงประวัติศาสตร์ใดๆ
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
ขอให้ทุกท่านมีความสุข
ด้วยรัก
หลี่หง
คำโปรย
เพราะถูกลงโทษ นางจึงต้องอยู่ในสถานที่ไม่คุ้นเคย และเพราะความละเลยของผู้ลงทัณฑ์ พลังพิเศษจึงมีติดกายมาอย่างมากมายเฉกปีศาจในร่างมนุษย์
ทว่านางมิใช่ปีศาจเสียหน่อย!
แต่ เฮ้อ...ไม่ใช้พลังก็ได้!
นับว่าโชคดีที่นางอยู่ง่ายกินง่าย นอนที่ไหนก็ได้ อาศัยที่ใดก็ได้ ให้อยู่ในฐานะใดก็ได้ทั้งนั้น แต่นางต้องเรียนรู้การเป็นมนุษย์ชั้นสูงด้วยหรือ?
ทั้งเรื่องเรียนเรื่องรัก หนักเกินไปแล้ว...
ยามนี้ในโถงพิธีมีขุนนางมานั่งกันอยู่จนเต็มพื้นที่แน่นขนัดไปหมด เล่ออันกวาดตามอง จึงเห็นหวงหมิงนั่งอยู่ในที่ไม่ไกลเท่าใด วันนี้เขานับเป็นบุคคลสำคัญของงาน จึงมิได้ทำหน้าที่เป็นนักรบคาดดาบเดินตามอารักขาฮ่องเต้ แต่มานั่งร่วมพิธีอย่างโดดเด่นตรงข้ามฝั่งของนางเล่ออันสังเกตเห็นสายตาของบรรดาสตรีล้วนมองไปที่หวงหมิง มีสิ่งหนึ่งที่นางเพิ่งรู้เมื่อไม่นานจากซานเหนียง เหตุที่หวงหมิงเป็นที่หมายปองของเหล่าสตรีชนชั้นสูงเวลานี้ นั่นเป็นเพราะว่าเหล่าองค์ชายล้วนยังเป็นเพียงหนุ่มน้อย สตรีวัยเยาว์เท่านั้นถึงคอยจับจ้องส่วนสตรีสูงศักดิ์ที่ถึงวัยออกเรือนทั่วเมืองในยามนี้ ล้วนจ้องมองไปที่หวงหมิง บุรุษหนุ่มรูปโฉมโดดเด่นสง่างาม บุคลิกเคร่งขรึมองอาจ ความสามารถเกรียงไกรเขามิใช่องครักษ์หลวง แต่หวงหมิงคือนักรบพิเศษขึ้นตรงเพียงฮ่องเต้ มีกองกำลังเป็นของตนเองทั้งนี้หวงหมิงยังเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้อย่างยิ่ง และยังเป็นถึงหลานชายของฮองเฮานอกจากเก่งกาจ หล่อเหลา ฐานะของเขายังนับว่าร่ำรวย สูงศักดิ์ ที่สำคัญ เขายังไม่แต่งงานจึงสมเหตุสมผลกับการมีสตรีหมายปองทั่วเมืองแม้หวงหมิงจะมีอุปนิสัยเย่อหยิ่งเย็นชาทั้
ขุนนางทั้งน้อยใหญ่และฮูหยินของพวกเขารวมถึงบรรดาคุณหนูคุณชายต่างพากันแต่งตัวงดงามด้วยเสื้อผ้าสีสันสดใสอย่างที่ใจต้องการ เพื่อติดตามผู้อาวุโสมาร่วมงานเหล่าองค์หญิงองค์ชายก็เช่นกัน พวกเขาต่างพากันแต่งกายเฉิดฉายสง่างามและสูงส่งตามยศฐาบรรดาพระสนมเองวันนี้ล้วนได้รับอนุญาตจากฮ่องเต้ให้เข้าร่วมงานได้ทุกคน พวกนางจึงประโคมอาภรณ์งดงามหรูหราไม่ยอมแพ้พ่ายให้สตรีใดเหล่าเชื้อพระวงศ์ทั้งหลายเข้ามารออยู่ในห้องรับรองส่วนพระองค์เพื่อเข้างานพร้อมฮ่องเต้ตามลำดับพิธีการในเวลาเดียวกัน ทางฝั่งตำหนักคุนหนิงฮองเฮาหลี่ซีหนิงเองก็สวมฉลองพระองค์จนงดงามดุจนางพญาลงมาจุตติจากฟากฟ้าพระนางหันมากำชับกับแม่นางน้อยข้างกายว่า “วันนี้เจ้าคือหลานสาวจากญาติฝั่งมารดาของข้า นอกจากแต่งกายงดงามแล้วยังต้องวางท่าสำรวม เป็นผู้เพียบพร้อมด้วยกิริยามารยาทอันดีงามสมเป็นกุลสตรี รู้หรือไม่?”เล่ออันพยักหน้ารับคำอย่างนอบน้อม ทว่าแววตายังคงมีร่องรอยสงสัย สีหน้ายุ่งเหยิงไม่เข้าใจ “แล้วเหตุใดหม่อมฉันต้องเข้าร่วมงานเลี้ยงด้วยเล่าเพคะ”หลี่ซีหนิงเอื้อมนิ้วจิ้มหน้าผากสาวน้อย เอ่ยเข่นเขี้ยว“เจ้านี่นะช่างไม่รู้อันใดบ้างเลย ตอนนี้เจ้ามีฐานะ
บนสวรรค์เก้าชั้นฟ้ากระถางบำเพ็ญเซียนถูกเขวี้ยงทิ้งอย่างโกรธาจากเพลิงโทสะแห่งเง็กเซียนฮ่องเต้ และผู้ที่กำลังต้องแบกรับเพลิงพิโรธนั้นในยามนี้ย่อมเป็นเฟินเยว่เทียนเฟย“นางแค่กัดดอกบัวมรกตได้พลังปราณบริสุทธิ์เพียงเล็กน้อย โทษทัณฑ์แค่ทำความสะอาดสระบัวหนึ่งปีเท่านั้น แต่เจ้า...เจ้า...” เรียวพระหัตถ์แกร่งที่ชี้ใบหน้างดงามผุดผาดของเฟินเยว่เทียนเฟยสั่นเทาอย่างยิ่ง “เจ้ากล้าดีอย่างไรส่งนางลงไปยังโลกมนุษย์”“เทียนจวิน หม่อมฉันผิดไปแล้ว เทียนจวินโปรดระงับโทสะเพคะ” กระแสเสียงอ้อนวอน ขอโทษไม่หยุดทว่าอีกฝ่ายไม่คิดฟังแม้แต่คำเดียว พลังเทพพิโรธฟาดพาดผ่านข้างแก้มขาวดังเปรี้ยง เฟินเยว่เทียนเฟยถูกตบจนหน้าหันด้วยพลังเทพพิโรธนั้นเง็กเซียนฮ่องเต้หันไปสั่งการทหารสวรรค์เสียงเข้ม “จงพาเทียนเฟยไปจองจำในตำหนักเย็น”เหล่าทหารรับคำ “พ่ะย่ะย่ะเทียนจวิน”พระองค์หันมาทางพระสนมคนงาม ดวงตาคู่คมมองอย่างดุดัน น้ำเสียงกล่าวขึ้นอย่างเย็นชา“จงสำนึกตนเสีย เราจะไปตามหาเล่ออันกลับมาด้วยตัวเอง นางต้องเป็นเฟยของข้า”ดวงตาเฟินเยว่เทียนเฟยเบิกกว้าง“เทียนจวิน...”โรงเตี๊ยมอวิ๋นเมิ่งเจ๋อตรอกกวงฮวาม่อหลันเป็นสถานที่พำนักในแคว้น
ชายเสื้อชุดสีน้ำเงินเข้มถูกเลิกขึ้นตามด้วยเสียงคุกเข่าดังปึก บ่งบอกถึงความแข็งแกร่งดุจหินผาเหล็กไหลของผู้ทำความเคารพ“ถวายพระพรองค์หญิงห้าพ่ะย่ะค่ะ”เยี่ยม่านชิงวางถ้วยชาลงบนโต๊ะด้วยท่าทีเย็นชา พลางเอ่ยเสียงเรียบที่เผยร่องรอยการเหน็บแนมอย่างชัดเจน “ไม่เจอกันนาน นึกว่าจอมขมังเวทย์ฉายาเทพผนึกมารจะสิ้นชีพเพราะตายอย่างไร้หลุมฝังโดยที่ข้าไม่รู้เห็นเสียอีก”“องค์หญิงทรงล้อกระหม่อมเล่นแล้ว”เซี่ยสุ่ยเอ่ยเสียงทุ้มห้าว เขาค้อมกายนอบน้อม “องค์หญิงทรงเรียกกระหม่อมมา มีสิ่งใดให้กระหม่อมรับใช้หรือพ่ะย่ะค่ะ”เยี่ยม่านชิงเหยียดยิ้มเย็นเยียบ “เจ้าลุกขึ้นเถอะ“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”องค์หญิงห้ากรีดนิ้วชี้มาทางเก้าอี้เยื้องกับตั่งสาวงาม “มานั่งลงก่อน ค่อยๆ สนทนา”“พ่ะย่ะค่ะ”เซี่ยสุ่ยเจ้าของกลิ่นอายมืดดำนั่งลงตรงเก้าอี้นั้นอย่างไม่อิดเอื้อนผู้หนึ่งมีกลิ่นอายต่ำช้ากับอีกผู้หนึ่งคือสตรีงดงามกลิ่นอายสูงส่งเกินเอื้อมหา การสนทนาเกิดขึ้นอย่างคนคุ้นเคย สองนายบ่าวมิใช่คนแปลกหน้าแต่อย่างใด เนื่องจากเซี่ยสุ่ยติดตามมารดาขององค์หญิงห้ามาจากชนเผ่าทุ่งหญ้าอันห่างไกลเพื่อแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ ครั้นมารดาตายจาก องค์หญิง






Ulasan-ulasan