EP. 4
วันเกิด(เรื่อง)
คำเตือน : การแข่งรถ หรือขับขี่เร็วเกินที่กฎหมายกำหนดบนทางด่วนและถนนสาธารณะ ถือเป็นการกระทำที่ผิดต่อกฎหมายประเทศไทย เป็นการกระทำที่มีความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้กระทำผิดและบุคคลทั่วไปอย่างร้ายแรง
——— Kyler ———
ร่างสูงเดินกลับเข้ามาในคอนโด พร้อมกับทิ้งตัวลงนอนที่โซฟา ริมฝีปากหนาคาบบุหรี่ร้อนและพ่นฟุ้งไปในอากาศ ภายในห้องทั้งเงียบเชียบ และมืดสนิท
ไคเลอร์หลับตาลงข่มความปวดร้าวระบมทั่วร่างกายของเขา มือคว้าไปยังขวดวอดก้าที่ตั้งอยู่ไม่ไกลและจิบไปเรื่อย ๆ ราวกับเป็นยาลดอาการบาดเจ็บชั้นดี
เขาดับบุหรี่ลงที่เขี่ย ร่างสูงกดปิดโทรศัพท์ของเขา และผล็อยหลับไปอย่างไม่ต้องการให้ใครมารบกวนเวลาพักผ่อนของเขาอีกแม้แต่คนเดียว
วันต่อมา
ในค่ำคืนที่มืดมิด บนเส้นทางด่วนบางนา ตราด ถนนที่ทอดยาวมากกว่า 55 กิโลเมตร
เส้นที่เชื่อมระหว่างกรุงเทพตรงไปยังพัทยา ในคืนวันพุธที่เงียบสงัด แทบไม่มีรถยนต์สัญจรใด ๆ ตลอดทั้งสาย
เสียงเครื่องยนต์ที่คำรามของรถบิกไบก์ห้าถึงหกคันบิดคันเร่ง อุ่นเครื่องยนต์รอเวลาออกตัวในการแข่งขัน ก่อนจะกดเปิดไฟหน้ารถ ส่องสว่างไปยังท้องถนนที่เงียบสงัด
ร่างสูงในชุดแจ็กเก็ตหนังสีดำสนิท นั่งคร่อมมอเตอร์ไซค์บิกไบก์สีดำคันโปรดสุดรักสุดหวงของเขา มือหนาลูบที่เครื่องยนต์ตรงหน้าเบา ๆ เหมือนฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่รถคันนี้
รถบิกไบก์ที่ราคาไม่ต่ำกว่าสองล้าน ทุกคันถอดป้ายทะเบียนออกเพื่อให้กล้องบนทางด่วนเส้นนี้ ไม่สามารถตามตัวพวกเขาเจอ
ฟุ่บ ๆ ๆ แสงไฟหน้ารถยนต์คันหนึ่งเริ่มกะพริบเหมือนส่งสัญญาณว่า เริ่มที่จะเริ่มแข่งขัน
ไม่นานสาวสวยในชุดบิคีนี ก็เดินลงมาจากรถด้วยท่าทางที่ยั่วยวน เธอเดินลูบไล้ไฟหน้ารถบิกไบก์ทุกคันตรงหน้า เสียงคำรามเร่งเครื่องดังขึ้นไล่ไปทีละครั้ง ๆ ประหนึ่งส่งสัญญาณความพร้อม
สาวสวยเดินมาหยุดตรงคันสุดท้าย เธอลูบไฟหน้า พร้อมกับจ้องแววตาคมคายของเขานานกว่าใคร
“…” ไคเลอร์เงยหน้ามองเธอด้วยแววตาที่ดุดัน ปลายนิ้วกดคันเร่งเบา ๆ เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่ม ปลายเท้าเตรียมสับลงที่เกียร์หนัก
ฟุ่บ! เขาเอื้อมมือไปปัดมือของหญิงสาวออกพลางส่ายหน้าเล็กน้อย เพราะในช่วงเวลานี้เขาไม่มีทางเสียสมาธิให้กับอะไรทั้งนั้น นอกจากชัยชนะ
แสงหน้าปัดดิจิทัลสะท้อนใบหน้าเย็นชาใต้หมวกกันน็อกเต็มใบ แววตาของเขานิ่งและจ้องมองไปยังพื้นถนนตรงหน้า ข้อมือแกร่งออกแรงบิดคันเร่งอุ่นเครื่องให้ร้อน พร้อมที่จะออกตัว
“ขณะที่เวลา หนึ่งนาฬิกา” หญิงสาวเดินไปหยุดตรงจุดปล่อยตัว เธอใช้มือกระตุกบิคีนีสีแดงที่ตนเองสวมใส่อยู่ก่อนจะชูขึ้นเหนือศีรษะของตัวเอง และโบกไปมาช้า ๆ แววตามองไปยังผู้เข้าแข่งขันทุกคนอีกครั้ง
“ขอให้โชคดี” เธอพูดพลางมองนาฬิกาที่ห้อยอยู่ที่คอของตัวเองและ...
“เริ่มการแข่งได้...ณ... เวลานี้” เธอตะเบ็งเสียงดังลั่นแข่งกับเสียงเครื่องยนต์รถบิกไบก์ที่ดังกระหึ่ม ๆ
ฟึ่บ!! เธอโยนบิคีนีสีแดงลงกับพื้นเป็นสัญญาณของการเริ่มเกมสุดป่าเถื่อนที่ท้าทายกฎหมายบ้านเมืองนี้
บรื้น...บรื้น...บรื้น... เสียงเครื่องยนต์คำรามลั่นกึกก้อง จนท้องถนนสะเทือน รถทุกครั้งพุ่งทะยานออกจากจุดสตาร์ตอย่างพร้อมเพรียงกันในเวลา ตีหนึ่ง...หนึ่งนาที
บรื๊นนน เอี๊ยด...เสียงล้อหลังเสียดสีลงพื้นถนนจนเกิดประกายไฟ รถทุกคันบดเบียด แทรกแซงกันเพื่อทะยานขึ้นไปยังด่านเก็บเงินที่เปิดให้ผ่านเพียงแค่หนึ่งช่องเท่านั้น
ทางด่วนสายนี้เป็นทางตรงยาวราว 55 กิโลเมตร มีโค้งทางลาดยาวที่เหมาะกับการแข่งรถระยะไกลมากที่สุด แม้จะผิดกฎหมายแต่สำหรับคนกลุ่มนี้ การแข่งขันบนทางด่วนในช่วงเวลาหลังเที่ยงคืนแทบจะเรียกว่าเป็นการแข่งขันที่ท้าทาย สนุก และเสี่ยงตายแบบที่ครั้งหนึ่งในชีวิตลูกผู้ชายควรได้ลอง
ถนนสีดำสนิททอดยาว เปิดโล่งง่ายราวกับรันเวย์ในสนามบิน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่กลุ่มของพวกเขานัดกันมาแข่งขันบนทางด่วนแห่งนี้ ทั้งที่ทางด่วนไม่อนุญาตให้รถมอเตอร์ไซค์สัญจรผ่าน และหนำซ้ำการแข่งรถบนทางด่วนถือเป็นการกระทำที่ผิดต่อกฎหมาย
เครื่องยนต์ทุกคันร้องคำรามลั่นไต่ระดับความเร็วขึ้นไปเกือบ 200 กม./ชม. รถบิกไบก์ทุกคันขี่ทะลุผ่านช่องเก็บเงินอัตโนมัติที่ไม่มีไม้กั้น ไม่มีการเบรกใด ๆ มีเพียงเสียง ติ๊ด ๆ ๆ ๆ หน้าจอขึ้นคำว่า ERROR สีแดงและกะพริบ ๆ ๆ ขึ้นไม่หยุด
บรื้น...บรื้น...ฟึ่บ ๆ ๆ ฟู่บ... รถทุกคันขี่ผ่านด่านเก็บเงินอัตโนมัติไปด้วยความเร็วเกือบสุด เครื่องชำระเงินอัตโนมัติของทางด่วนเกิดภาวะขัดข้องขึ้นมาในทันทีที่มีรถไม่ผ่านเกณฑ์ขี่ผ่านไป ตามด้วยระบบจับความเร็วที่ร้องเตือนไปยังทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในทันทีทันใด
ติ๊ด ๆ ๆ ๆ เสียงสัญญาณเตือนระบบความเร็วเริ่มทำงาน เสียงไซเรนและไฟสีแดงกะพริบของเจ้าหน้าที่ก็เปิดและขับไล่ตามหลังพวกเขามาติด ๆ ซึ่งแน่นอนว่าความสนุกของการแข่งขันในค่ำคืนนี้ มันก็เริ่มต้นขึ้นจากตรงนี้นี่แหละ
ไมล์ดิจิทัลตรงหน้าของไคเลอร์ค่อย ๆ เริ่มไต่จาก 220 เพิ่มเป็น 245…และไต่ถึงเลข 268
เสียงไซเรนจากรถมอเตอร์ไซค์ตำรวจไล่ตามหลังมาติด ๆ บนทางด่วน แน่นอนว่าสิ่งที่รถทุกคันต้องเผชิญ คือความแรงของลมที่ต้านเข้ากับตัวของรถ และแน่นอนว่าการขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นมามันไม่ใช่เรื่องที่ควรทำ เพราะแรงลมจะทำให้คนขี่เสียการควบคุมได้ง่าย ดังนั้นการขี่ไต่ระดับขึ้นไปช้า ๆ ย่อมมั่นคงกว่าการที่บิดมิดไมล์ไปแต่แรงเริ่ม
บรื้น...บรื้นน ลมแรงปะทะเข้าทั้งทางด้านหน้าและสองข้างทาง สู่โค้งปราบเซียนเส้นแยกบางปะกง.
ในช่วงที่เข้าโค้งทันทีที่แตะเบรก รถก็แฉลบฟาดลงกับท้องถนนและไถลไปอย่างเสียการควบคุมในทันที เอี๊ยดดด...โคร่ม...โคร่ม ปัก!! กลิ่นยางรถที่เบรกลากเป็นทางยาวไปตามถนน ก่อนที่รถหลายคันจะเสียหลักไปตาม ๆ กัน
บรื้น...บรื้น...เสียงเครื่องยนต์คำรามลั่นพื้นถนนแทบลุกเป็นไฟ น้ำมันเครื่องของรถคันที่เสียหลักกระแทกและหยดลงเต็มพื้นถนน ทำให้ลื่นและควบคุมการทรงตัวได้ยากขึ้น
มีหลายคันที่เสียหลักแฉลบและเกิดอุบัติเหตุไปตาม ๆ กัน จนเกิดเป็นเพลิงไหม้โหมกระหน่ำ
บรื้นนนนนน!! ไคเลอร์หรี่ตามองดูคันอื่น ขณะที่มือของเขาไม่ได้ลดคันเร่งลงมาแต่นิด ปลายเท้าไม่แตะเบรกใด ๆ แต่งัดกระชากเปลี่ยนเกียร์ พร้อมกับบิดเร่งเครื่องยนต์ส่งรถทะยานไปทางด้านหน้า
ร่างสูงไม่หวั่นต่อแรงลมใด ๆ เขายังควบคุมทุกอย่างไว้ในมือ และหักหลบรถบิกไบก์ที่แฉลบอยู่ตรงหน้า ล้อหลังซ้ายเหยียบลงคราบน้ำมันทำให้เสียหลักเซเกือบหลุดจากโค้งอันตรายนั้น
เขาขี่ฝ่าผ่านถนนที่ลุกเป็นไฟอย่างบ้าคลั่ง ความร้อนของเปลวไฟโหมกระหน่ำไล่ตามแผ่นหลังของเขามาติด ๆ แรงสั่นสะเทือนของพื้นถนน ผสมกับความแรงของเครื่องยนต์สะเทือนจากต้นขามาถึงยันโสตประสาทเลยก็ว่าได้
กรึก...ปลายเท้าแกร่งงัดเกียร์ห้า กดกระชากไปเกียร์หก พลางกระชับแฮนด์มอเตอร์ไซค์ก่อนจะออกแรงเร่งเครื่องให้แรงมากขึ้น ๆ ๆ ร่างหนาโน้มต่ำแนบถังน้ำมัน ขาคู่แข็งแรงรัดตัวถังแน่นราวกับหลอมรวมเป็นหนึ่งกับรถ
บรื๊นนนน!!! เสียงเครื่องยนต์แต่งพิเศษของไคเลอร์คำรามลั่น หลุดจากโค้งยาว เสียงไซเรนจากรถตำรวจก็ค่อย ๆ หายไป ชะงักลงที่กองเพลิงทางด้านหลังนั้น
เสียงลมแรงปะทะเข้าหมวกกันน็อกหนา ร่างสูงบิดคันเร่งสุดมือเพื่อแซงอีกสองคันตรงหน้า ไฟท้ายสีแดงของรถอีกสองคนสะท้อนบนชิลด์หมวกกันน็อกของเขา …แต่ไม่นานพวกมันจะกลายเป็นแค่เงาในกระจกมองหลังของเขาเท่านั้น
เส้นทางมุ่งหน้าสู่พัทยา เหนือหัวเขา… เครื่องบินกำลังไต่ระดับขึ้น แสงแฟลชจากปีกกะพริบช้า ๆ ร่างสูงเงยหน้ามองมองเครื่องบินลำใหญ่ที่กำลังบินผ่านไป
เขาบิดมิดไมล์พุ่งทะยานตรงไปอย่างบ้าคลั่ง เครื่องยนต์คำรามจนเสียงแทบขาดเพื่อตามเครื่องบินที่เหนือฟ้าให้เท่าทัน
บรื้น...บรื้น...สองเงาทาบทับกันชั่วพริบตาเดียว…ก่อนที่เส้นทางจะแยกไปคนละทิศทาง
ณ บาร์ริมหาด MOON-SHINE จุดสิ้นสุดของเส้นชัย
เวลา ตีหนึ่งยี่สิบนาที
เจ้าของ Ducati Streetfighter V4 S เสียงเครื่องยนต์ L-Twin ร้องคำรามต่ำ ๆ บิดรถฝ่าเส้นชัยเข้ามาจอดเด่นสง่าอยู่กลางลานของบาร์ MOON-SHINE บาร์ที่เป็นคนจัดการประลองในค่ำคืนนี้
ฝุ่นละเอียดฟุ้งขึ้นรอบขอบล้อ Ducati ที่ยังอุ่นร้อนจากการซัดเต็มไมล์ เท้าหนักเหยียบลงกับพื้นดินพลางถอดหมวกกันน็อกสีดำสนิท ก่อนจะเสยผมที่เปียกไปด้วยเหงื่อขึ้นอย่างช้า ๆ
ไคเลอร์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ พลางมองไปรอบ ๆ บรรยากาศเงียบสนิทไปหนึ่งจังหวะ...
ก่อนที่จะตามมาด้วยเสียงโห่ร้องดังลั่นทั้งบาร์ หลังจากที่เห็นโฉมหน้าของผู้ชนะอย่างชัดเจน
“เฮียไคเลอร์!” เสียงรุ่นน้องวิศวะที่รู้จักเขาตะโกนลั่นออกมาด้วยความดีใจ
“มันขี่มาได้ไงวะ ยี่สิบนาทีถึงพัทยา” เสียงอีกคนพูดขึ้นด้วยท่าทีตกใจกับชัยชนะของเขา
เสียงโห่ร้องจากฝูงชนยังคงดังอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่ชายวัยกลางคน ผมสีดำนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มจะเดินตรงมาหาเขาด้วยใบหน้าที่ดุดัน พร้อมกับบอดีการ์ดอีกสองคนที่เดินตามหลังมาติด ๆ
“กูไม่คิดเลยว่าคนอย่างมึงจะกล้า...มาลงแข่งสนามที่กูเป็นคนจัดขึ้นมาจริง ๆ” เจ้าของบาร์ MOON-SHINE และผู้จัดการแข่งรถใต้ดินรายใหญ่ในย่านนี้กล่าวขึ้น พลางใช้สายตามองไคเลอร์แบบหัวจรดเท้าอีกครั้ง
“ทำไมกูต้องกลัวมึงด้วย?” ไคเลอร์เลิกคิ้วถามพร้อมกับมองอีกฝ่ายแบบหัวจรดเท้าคืนอย่างท้าทาย
“มึงเป็นพ่อกูรึไง?” ร่างสูงขยับเข้าไปถามอีกฝ่าย ก่อนที่บอดีการ์ดจะยกปืนขึ้นมาจ่อเขาในทันที
แกร็ก! เสียงปืนจ่อเข้าที่ขมับทั้งสองข้างของเขา
ฟุ่บ! “อย่าเสียมารยาทกับผู้ชนะของกูน่า” ไอ้มาเฟียแก่ปัดมือลูกน้องตัวเองลงในทันที
ใบหน้าโหดเหี้ยมของมันค่อย ๆ เหยียดยิ้มออกมาราวกับถูกชะตากับไคเลอร์เอามาก ๆ
“มึงดูใจกล้ากว่าพี่ชายของมึงเยอะเลยนะ ยังไงก็หวังว่า ถ้าวันไหนที่แพ้ขึ้นมามึงจะไม่งอแงเหมือนที่พี่มึงเคยทำเอาไว้นะ” เขายื่นซองสีน้ำตาลเข้ามาในมือของไคเลอร์ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“…” ไคเลอร์ไม่ได้ตอบกลับอะไรเขาหยิบของรางวัลตรงหน้ามาเปิดดู ภายในนั้นคือเอกสารใบจอดรถ พร้อมตราประทับนำเข้ารุ่น ARCH KRGT 1 สีดำด้าน สเปเชียลคัสตอม ที่ซึ่งผลิตและประกอบภายในสหรัฐอเมริกาเพียงที่เดียว ซึ่งมีแค่ไม่กี่คันในโลกนี้ และยังนับว่าเป็นคันแรกของไทยอีกด้วย
“ครั้งนี้มึงชนะเดิมพัน...มึงได้ของกูไป แต่ครั้งหน้าถ้ามึงแพ้...มึงก็ต้องเสียของรักของมึงให้กูด้วยเหมือนกัน” เขาหยิบซิการ์ขึ้นจ่อริมฝีปาก แล้วจุดไฟก่อนจะเดินผ่านฝูงชนออกไป
ไคเลอร์เก็บใบจองรถยัดใส่กระเป๋าแจ็กเก็ตหนัง ก่อนที่เขาจะเดินตรงเข้าไปดื่มต่อกับกลุ่มเพื่อนและรุ่นน้องในคณะที่มารวมตัวกันอยู่ในบาร์แห่งนี้ เพื่อรอเชียร์เขาในคืนนี้
เสียงเพลง EDM ยังคงกระแทกจังหวะหัวใจในทุกโสตประสาท ผู้คนภายในบาร์ต่างดื่มฉลองกับชัยชนะของเขา แต่ในขณะที่บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยความคึกคัก…
“เต็มที่เลย กูเลี้ยงเอง” ไคเลอร์วางบัตรเครดิตไว้ที่โต๊ะ ก่อนจะเดินแยกตัวออกไปจากโต๊ะที่เลี้ยงฉลองให้เขาอยู่นั้น เพื่อไปหาที่เงียบ ๆ สูบบุหรี่เพียงลำพัง
เสียงคลื่นกระทบฝั่งเบา ๆ สลับกับสายลมทะเลกลางดึก ร่างสูงหยิบบุหรี่ขึ้นมาคาบ แล้วจุดไฟด้วยไฟแช็กอันเดิมของเขา ฟู่… ควันจางพวยพุ่งออกจากริมฝีปากหยักร้ายของเขา
มือหนายกขวดวอดก้าที่เขาหยิบมาจากโต๊ะริมบาร์ เปิดฝาแล้วกระดกเข้าปากอย่างไม่ลังเล มองพระจันทร์ครึ่งดวงเหนือเส้นขอบฟ้า ท่ามกลางความเงียบของค่ำคืน
หลังจากกระดกดื่มไปสักพัก ร่างสูงก็ชะงักไปเล็กน้อยกับเสียงครวญครางของหญิงสาวคนหนึ่งที่ดังมาจากริมหาด ซึ่งไม่ได้ไกลจากจุดที่เขายืนสักเท่าไร
“อืม… ฮือ…ไลออน...ไลออนขาเบา ๆ” เสียงครางเบา ๆ ดังแทรกมากับเสียงลมทะเล
ไคเลอร์หันไปตามเสียงนั้น และจ้องมองด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย ในเงามืดใต้แสงจันทร์...เงาร่างของคนสองคนกำลังมีเซ็กซ์กันในท่าคล้ายสุนัขในฤดูผสมพันธ์อย่างถึงใจ
เสียงจูบ เสียงเนื้อกระทบกันเบา ๆ ดังแผ่วผ่านลมมา
“อ๊า… อย่าเพิ่ง... อืมมม…ไลอ๊อน...ซี้ดด” เสียงหายใจหอบแรงๆ ครางเสียงกระเส่าลั่นไปทั้งหาดอย่างไม่มีความละอายใด ๆ
ไคเลอร์เหลือบมองฉากเสพสวาทระหว่างเพื่อนของเขากับสาวน้อยนิรนามคนหนึ่ง ราวกับดูสารคดีสัตว์ป่าทั่ว ๆ ไป
ตับ ตับ ตับ!!
“ซี้ดด อ๊ะ อ่าส์!! อ๊า!!” ไลออนคำรามลั่นหาดอย่างไม่มีความละอายใด ๆ ขณะที่ฝ่ายหญิงฟุบหน้าลงไปกับพื้นทรายตรงหน้า ด้วยใบหน้าที่เจ็บปวดปนสุขสมในคราวเดียวกันนั้น
“…...” ไคเลอร์ยืนมองฉากตรงหน้าแบบไร้อารมณ์ใด ๆ ริมฝีปากหนาสูดควันบุหรี่เข้าปอดลึกและพ่นออกมาทางสันจมูกโด่ง
ก่อนจะโยนก้นบุหรี่ลงพื้นทรายและใช้ปลายเท้ากลบมันให้ดับสนิท และเดินกลับไปที่โต๊ะเพื่อดื่มต่อ
______🦅______