EP.5
คอนโดพี่ชาย
—— Kawngkwan ——
IMPERIUM AUREUS HOTEL, BANGKOK
สาวน้อยตัวเล็กในชุดเดรสยาวสีอ่อน ยืนลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เข้าไปในโรงแรมหรูใจกลางกรุงเทพมหานครเพื่อถามหาพี่ชายของเธอกับทางพนักงานของโรงแรมที่คุ้นเคยกันอย่างดี
ซึ่งพนักงานของโรงแรมแห่งนี้ส่วนใหญ่ก็รู้จักของขวัญเป็นอย่างดี ในฐานะน้องสาวสุดรักสุดหวงแหนของออสติน ทายาทโดยตรงของ IMPERIUM AUREUS HOTEL
อีกทั้งชั้นบนสุดของโรงแรมนี้คือที่พักส่วนตัวของพี่ชายของเธอ ซึ่งของขวัญและแม่ของเธอก็มักจะมาหา และพักที่นี่อยู่บ่อยครั้ง ถึงแม้ว่าออสตินกับของขวัญจะคนละพ่อ แต่ทั้งคู่ก็รักและสนิทสนมกันมาก ๆ เหมือนกับพี่น้องทั่ว ๆ ไป
“คุณออสตินไม่ได้เข้ามาโรงแรมหลายอาทิตย์แล้วนะครับคุณของขวัญ” หัวหน้าพนักงานต้อนรับรีบเดินออกมาต้อนรับของขวัญด้วยตัวเองในทันทีที่เธอมาถึง
“อ้าวเหรอคะ...แล้วถ้าพี่ออสไม่ได้เข้ามาที่โรงแรม แล้วเขาไปอยู่ที่ไหนเหรอคะ?” ของขวัญยกมือไหว้เขาก่อนจะเอ่ยถามต่อด้วยความน้ำเสียงที่สุภาพ
“คุณออสตินมีคอนโดอยู่แถวมหา’ลัยครับ และถ้าเป็นช่วงเปิดเทอมแบบนี้คุณออสตินจะไม่ได้กลับมาพักที่โรงแรมเลย เพราะว่าระยะทางไปมหา’ลัยกับโรงแรมค่อนข้างไกลน่ะครับ” พนักงานอธิบาย
“แต่ถ้าคุณขวัญอยากจะขึ้นไปพัก เดี๋ยวผมให้พนักงานมายกกระเป๋าให้เลยก็ได้นะครับ”
“อืม” ริมฝีปากบางเม้มแน่นอย่างลังเลเล็กน้อย
“งั้นพี่พอจะบอกที่อยู่คอนโดใหม่พี่ออสให้ขวัญทีได้ไหมคะ พอดีว่าขวัญโทร. หาแล้วพี่ออสไม่รับสายเลย ขวัญมีเรื่องด่วนอยากจะคุยกับพี่ออสตินน่ะค่ะ” ของขวัญถอนหายใจออกมาซ้ำ ๆ เพราะเธอเริ่มจะกังวลใจมากขึ้นทุกที มาหาที่โรงแรมก็ยังไม่เจออีก
ไม่รู้ว่าพี่ชายของเธอหายไปไหนกันแน่
แม้เธอพยายามคิดในแง่ดี...บางทีพี่ออสตินอาจแค่ลืมชาร์จแบต หรือไม่ก็งานมหา’ลัยยุ่งมาก ๆ แต่ครั้งนี้มันเกือบสองถึงสามวันแล้วที่ติดต่อไม่ได้เลยและเขาไม่เคยหายไปนานแบบนี้มาก่อน
“ถ้าคุณของขวัญจะไปหาคุณออสตินที่คอนโด เดี๋ยวผมให้ทางคนรถของโรงแรมขับไปส่งคุณขวัญดีกว่านะครับ ถ้าให้นั่งแท็กซี่ไปเองเดี๋ยวคุณออสตินคงตำหนิทางผมแย่เลย” หัวหน้าพนักงานต้อนรับโทร. เรียกพนักงานขับรถให้เอารถมาเตรียมรอที่หน้าล็อบบี้ ก่อนจะช่วยยกกระเป๋าเดินทางขึ้นรถให้เธอด้วยตัวเองเลย
“ขอบคุณมากเลยนะคะ” ของขวัญรีบยกมือไหว้ขอบคุณเขาไปทันที
...
...
บนรถหรู หญิงสาวมองออกไปนอกหน้าต่าง เงาสะท้อนของตัวเองในกระจกซ้อนทับกับภาพเมืองกรุงที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างวุ่นวาย ต่างจากถิ่นเดิมของเธอเอามาก ๆ
“ระหว่างเมืองหลวงกับชีวิตของฉันเนี่ย อะไรมันจะวุ่นวายมากกว่ากันนะ” เธอถอนหายใจก่อนจะหยิบโน้ตบุ๊กมานั่งอ่านนั่งแก้บทนิยายของตัวเองไปตลอดเส้นทาง จากโรงแรมมาถึงยังคอนโดของออสตินใช้เวลาเกือบ ๆ สองชั่วโมงได้เลย ตามจริงมันก็ไม่ได้ไกลกันเลย แต่รถมันติดแบบมาก ๆ กว่าเธอจะเดินทางมาถึงก็ดึกมากแล้ว
ณ คอนโดหรูที่สูงที่สุดในย่านอเธน่า
“ขอโทษนะคะ พอดีว่าฉันมาหาคุณออสตินน่ะค่ะ แต่ว่าฉันโทร. ติดต่อเขาไม่ได้เลยน่ะค่ะ” ของขวัญเดินเข้าไปถามทางล็อบบี้ของคอนโดด้วยท่าทีอ่อนน้อม
“ฉันเลยอยากจะถามคุณว่า คุณออสตินเขา...” ยังไม่ทันที่ของขวัญจะอธิบายจบ พนักงานต้อนรับของคอนโดก็ยื่นคีย์การ์ดมาให้เธอทันที
“ชั้นบนสุด ห้องทางขวามือ” พนักงานสาวเอ่ยตอบกลับเธอเพียงแค่นั้น ก่อนจะก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ต่ออย่างไม่ได้ใส่ใจทางของขวัญสักเท่าไร
“เออ...นี่พี่ออสตินเขารู้อยู่แล้วเหรอคะว่า ฉันจะมา?” ของขวัญชะงักไปเล็กน้อยที่พนักงานให้คีย์การ์ดห้องของพี่ชายเธอมาอย่างง่ายดาย ทั้งที่คอนโดหรูขนาดนี้คนจะเข้าจะออกมันน่าจะเข้มงวดมากกว่านี้
“อืม เธอขึ้นไปรอบนห้องได้เลย” พนักงานพูดตอบเธอโดยที่มือก็ยังคงเล่นโทรศัพท์ต่อไป
“โอเค” ของขวัญหยิบคีย์การ์ดขึ้นมา และลากกระเป๋าเดินตรงไปยังห้องของพี่ชายตัวเองในทันที
ภายในคอนโด
เสียงสแกนคีย์การ์ดดัง ติ๊ด ก่อนประตูไม้สีเข้มจะปลดล็อกอย่างเงียบงัน
“พี่ออส...พี่ออส เฮโหล ๆ” คนตัวเล็กเดินเข้าไปในห้องอย่างช้า ๆ สายตาของเธอมองไปรอบห้องที่มืดสนิท กลิ่นน้ำหอมแบรนด์เนมผู้ชายยังคงฟุ้งกระจายอยู่โดยรอบ ผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ที่เหมือนยังไม่จางหายไปทั้งหมด
“ขวัญจะเข้าไปแล้วนะ” ของขวัญเอ่ยพลางยกกระเป๋าลากเข้ามาในห้องชุดขนาดใหญ่ ที่หรูหราสมเป็นคอนโดหรูที่สุดในย่านนี้เลย
พื้นไม้โอ๊กแท้สีดำขลับ ขัดเงาจนสะท้อนแสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์คริสตัลที่แขวนอยู่กลางห้อง เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นเป็นแบรนด์ยุโรป ดีไซน์โมเดิร์นเรียบหรู ผสมผสานกับกลิ่นอายความเป็นผู้ชายด้วยโทนสีเข้มอย่างเทา ดำทั้งห้อง
“ไม่อยู่ห้อง แต่เปิดแอร์เอาไว้เนี่ยนะ” ของขวัญมองสำรวจไปรอบ ๆ เธอเริ่มเปิดสวิสต์ไฟในห้องทีละดวง ๆ ทำให้คอนโดที่มืดมิดกลับมามีแสงสว่างอีกครั้งหนึ่ง
โซฟามีรอยนั่งทับลงไป และยังดูอุ่น ๆ เหมือนเพิ่งมีใครนั่งนอนอยู่ไม่นานนี่ไง ขวดวอดก้า และที่เขี่ยบุหรี่ก็วางอยู่บนโต๊ะ
“นี่มัน...โทรศัพท์พี่ออสตินนี่” ของขวัญเหลือบไปเห็นโทรศัพท์ของออสตินที่วางอยู่บนโต๊ะ ที่เธอจำได้เพราะว่าเคสโทรศัพท์ที่ออสตินใช้ เธอเป็นคนซื้อและตกแต่งให้เขาเองกับมือเลย
“ถึงว่าละ โทร. หาไม่ติดเลยนะ... แบตหมดก็ไม่ยอมชาร์จอีก” ร่างบางหยิบโทรศัพท์ของออสตินขึ้นมาพร้อมกับหาสายชาร์จมาชาร์จแบตให้เขาก่อน เพราะตอนนี้โทรศัพท์มันดับสนิทไปแล้ว
“อะไรของเขากันเนี่ย...ทำให้น้องเป็นห่วงแทบแย่เลย” คนตัวเล็กเดินไปมาและบ่นอุบอิบ ๆ เล็กน้อย
เมื่อมั่นใจแล้วว่า ห้องนี้เป็นห้องของพี่ชายตัวเองจริง ๆ เธอก็ค่อนข้างจะผ่อนคลายได้มากขึ้น อีกอย่างออสตินเองก็คงจะรู้อยู่ก่อนแล้วว่าเธอจะมาหา ไม่งั้นคงให้ทิ้งคีย์การ์ดเอาไว้ให้แบบนี้
“งั้นขวัญไม่ขอเกรงใจแล้วนะ” คนตัวเล็กบิดขี้เกียจเล็กน้อยและตะโกนขออนุญาตผ่านทางอากาศไป
สาวน้อยเดินลากกระเป๋าเดินทางของเธอไล่สำรวจไปทีละห้อง ซึ่งชั้นล่างห้องนอนใหญ่ก็มีเสื้อผ้าและของใช้ของพี่ชายเธออยู่เต็มไปหมด
เธอจึงเดินเลือกห้องเล็ก ๆ ที่ว่างอยู่ เข้าไปวางกระเป๋า และจัดเรียงข้าวของทั้งหมดอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ก่อนจะอาบน้ำและออกมานั่งรอเจอหน้าพี่ชายที่ห้องรับแขกกว้าง ทว่า ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง สองชั่วโมง
พี่ออสตินก็ยังคงไม่มีท่าทีจะกลับมาง่าย ๆ เลย
“ไปไหนของเขากันนะ ดึกขนาดนี้แล้ว ทำไมยังไม่กลับมาอีก?” ของขวัญเริ่มกระวนกระวายใจขึ้นมา เพราะเข้ามาในห้อง อาบน้ำก็แล้ว นั่งแก้งานตัวเองก็แล้ว ผ่านไปนานแสนนานพี่ชายตัวดีก็ยังไม่มีวี่แววจะกลับมาง่าย ๆ
“โทรศัพท์ก็ไม่เอาไป พี่ออสนะพี่ออส กลับมาจะบ่นให้หูชาเลยคอยดู” เธอถอนหายใจออกมาซ้ำ ๆ พลางนวดขมับตัวเองอีกครั้งและตั้งสมาธิแน่วแน่ที่จะเขียนงานต่อไป
จนเวลาล่วงเลยไปเกือบ ๆ ตีสามกว่าเห็นจะได้
“แล้วพรุ่งนี้ เรามีนัดสอบสัมภาษณ์ กับทำแบบทดสอบของทางมหา’ลัยตอนสาย ๆ ซะด้วย” ร่างบางปิดพับกองหนังสือบนหน้าตักของเธอ รวมถึงเลื่อนจอโน้ตบุ๊กตรงหน้าไปวางบนโต๊ะแทน
“ถ้าเราไม่นอน มีหวังเราได้ไปปล่อยเบลอตอนสอบสัมภาษณ์แน่ๆ เลย” ร่างบางยกมือทุบศีรษะตัวเองซ้ำ ๆ เธอวางทุกอย่างลงที่โต๊ะ และทิ้งตัวลงนอนทันทีที่นึกได้ว่า ตัวเองควรจะรีบพักผ่อน
แต่ทว่า...ไม่ว่าของขวัญจะนอนนับแกะกี่ร้อยตัว สุดท้ายแล้วเธอก็ยังคงไม่สามารถหลับได้จริง ๆ
‘เลิกฝันที่จะเป็นนักเขียนบทได้แล้ว ของขวัญ’
ทุกถ้อยคำของรุ่นพี่คนนั้นยังคงดังหลอกหลอนอยู่ในโสตประสาทของเธอ วนซ้ำไปซ้ำมาอยู่แบบนั้นทุกคืน
“หรือว่าฉันควรจะยอมแพ้แล้วจริง ๆ กันนะ” ร่างบางเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้ซึ่งจุดหมาย
เธอหันไปคว้าหนังสือนิยายเล่มต้นฉบับที่เธอทุ่มเทเขียนมันมาตลอดหนึ่งปีเต็ม ๆ ตัวอักษร ทุกตัวละคร มันคือความตั้งใจแบบทั้งหมดที่เธอมีแล้วจริง ๆ
แม้ว่าเธอพยายามอ่าน และหาจุดบกพร่องของนิยายเล่มนี้ แม้ว่าเธอจะพยายามปรับพยายามแก้ไข แต่สุดท้ายมันก็ยังไม่ดีพออยู่ดี
“พอ ๆ ๆ หยุดคิดแล้วนอนซะทีเถอะขวัญ” หญิงสาวพยายามข่มตาและบอกกับตัวเองซ้ำ ๆ
ด้วยภาวะนอนไม่หลับเรื้อรังที่เป็นมานานจากการทุ่มเทเวลาให้กับการเขียนนิยาย ทำให้เธอพักผ่อนไม่เป็นเวลา พอสะสมนานเข้าๆ ก็ทำให้เป็นโรคนอนไม่หลับ
ทำให้แทบจะทุกคืนของขวัญต้องพึ่งยานอนหลับตามที่หมอเตรียมเอาไว้ให้แทบจะทุกคืนจริง ๆ
“อึก...อึก” เธอกลืนยาเม็ดที่สี่ลงไปพร้อมน้ำเปล่า มือยังถือปากกา แต่สมองกลับว่างเปล่าเกินกว่าจะเขียนอะไรได้อีกต่อไป
หญิงสาวค่อย ๆ ล้มตัวลงนอนบนโซฟา เธอพยายามจะฝืนอ่านและแก้หนังสือนิยายในมือของเธอ แต่สุดท้ายทุกอย่างมันก็ค่อย ๆ วูบดับไปถี่ละนิด ๆ
“นิยายของขวัญ...มันแย่มากเลยจริง ๆ งั้นเหรอคะ?” เสียงละเมอแผ่วเบาล่องลอยไปในอากาศ
__________🦅________