EP 3
วินาศสันตะโร
⚠️ คำเตือน: มีเนื้อหา/พฤติกรรมใช้ความรุนแรงและไม่เหมาะสม ตัวละครใช้คำหยาบคายตลอดทั้งเรื่อง
——— Kyler ———
ทันทีที่ลูกพี่ของอีกฝ่ายล้มลง กลุ่มคู่อริก็พุ่งเข้ามาปะทะกลุ่มของไลออนด้วยอาวุธที่ครบมือ
ฟุ่บ!! ในตอนที่เก้าอี้เหล็กกำลังจะทุ่มเข้ามาที่ไคเลอร์ ไลออนกระดกดื่มเบียร์จนหมดขวดและปาใส่หน้าของไอ้เวรนั่นจนมันหงายหลังล้มตึงไป
ตุบ!! เพล้ง!! เสียงปาขวดใส่กัน เสียงทุ้มโต๊ะ เก้าอี้ เตะต่อยต่าง ๆ ดังขึ้นทั่วทุกสารทิศรอบตัว พวกของอีกฝั่งคำรามลั่นพร้อมกับควักมีดปลายแหลมออกมาพร้อมกระซวกฝั่งของไลออนกะเอาถึงตายแบบไม่มีความเกรงกลัวต่อกฎหมายใด ๆ บวกกับเมามายกันจนขาดสติกันเกือบหมด
คนที่ไม่เกี่ยวข้องภายในบาร์ รวมถึงพวกเด็กเสิร์ฟวิ่งหนีออกไปอย่างไม่คิดชีวิต
ปัง ปัง!! มือของไอ้เก่งลูกพี่ที่แสนกากยังคงกดเหนี่ยวไกปืนในมือไปอย่างไร้ทิศทาง แม้ว่าจะล้มไปนอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้นแล้วก็ตาม
ปึก! ยังไม่ทันที่มันจะเหนี่ยวไกปืนอีกครั้ง Balenciaga Track หนักส้นเท้าไซซ์ 44 ของไคเลอร์กระทืบเหยียบเน้นเข้าที่ฝ่ามือของไอ้เก่งจนปลายนิ้วหักงอคาอยู่กับปืนสีดำในมือของมัน
กรอบ!! เสียงกระดูกข้อมือของมันแตกละเอียดจากแรงกระทืบซ้ำ ๆ
“อ๊า! โอ๊ย ๆ พะพอ...พอแล้ว กูมะ...ไม่!” ไอ้เก่งร้องลั่นตาแทบถลนออกมา กรามของมันหักจนไม่สามารถพูดออกมาเป็นคำได้ ใบหน้าอาบไปด้วยเลือด และหมดสติไปคาฝ่าเท้าของไคเลอร์
เสียงเก้าอี้ล้ม โต๊ะล้ม ฝั่งศัตรูพุ่งเข้ามารุมพร้อมกับอาวุธที่ครบมือ ในวินาทีนั้น ทั้งสี่คนทำได้แค่จัดการคนตรงหน้าของตัวเอง และเอาตัวให้รอดก่อน เพราะสี่ต่อสิบมันไม่ง่ายเลยที่จะรอดไปได้
“พวกมึง!” ลูกน้องอีกคนตะโกนลั่น ซึ่งที่เลวร้ายไปกว่านั้นคือพวกมันไม่ได้ตั้งใจจะมาสู้มือเปล่า แต่แทบจะทุกตัวมีมีดพกเล่มสั้น พร้อมที่จะกะซวกแทงฝั่งของไลออนไม่ต่างกัน
สวบบบ!! มีดปลายแหลมแทงเข้าที่โซฟาที่ทั้งสี่คนนั่งอยู่ จนเป็นรูพรุนไปหมด
“เชี่ยเอ๊ย!!” ดราก้อนสบถลั่น พร้อมกับคว้าเอาเก้าอี้เหล็กโต๊ะข้าง ๆ เหวี่ยงฟาดใส่พวกมันแบบไม่ยั้ง ไลออนฟาดขวดเบียร์แตกเป็นปลายแหลม พร้อมกับพุ่งเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างบ้าคลั่งไม่ต่างกัน
ไคเลอร์ คว้าหัวเข็มขัดหนังแท้จากเอวกางเกง Levi's ตัวเก่งของตัวเอง ฟาดแสกหน้าคู่อริอย่างแม่นยำ ก่อนจะวกเข็มขัดอ้อมคอของมันแล้วรั้งแน่นอย่างแม่นยำ และรั้งคอเรียงตัว
ในจังหวะที่เขาจัดการไปได้บางส่วน ร่างสูงหยิบบุหรี่ขึ้นมาคาบไว้ที่ปาก จุดไฟก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบ ๆ
ออสตินเตะมีดพกคนที่พุ่งเข้ามาหาเขา ก่อนจะต่อยเสยคางและสับศอกไปเน้น ๆ จนอีกสองคนสลบไปกลางอากาศ
“ไอ้ออส...หลัง” ดราก้อนตะโกนบอกเมื่อเห็นว่า มีอีกคนพุ่งเข้าหาออสตินในทีเผลอ
ฉึก!! ออสตินพลาดท่าโดนฟันเข้าที่แขนซ้ายเล็กน้อย ยังโชคดีที่เบี่ยงตัวหลบได้ทัน
เสียงมีดเฉือนแขนซ้ายของออสติน กรีดลากเป็นแผลลึก พร้อมกับเลือดที่ไหลทะลักออกมาอย่างน่ากลัว
ออสตินกัดฟันแน่น ยังไม่ทันได้หันกลับไปตอบโต้ อีกฝ่ายก็ง้างมีดเตรียมจะพุ่งเข้ามาหาอีกครั้ง
เข็มขัดของไคเลอร์ตวัดรัดที่ลำคอของไอ้เวรนั่นเข้าอย่างแม่นยำ
ฟึ่บ กึก! เสียงลมหายใจสะดุดและดิ้นพล่านของฝ่ายตรงข้ามดังระงม ร่างของมันแอ่นตัวด้วยแรงกระชาก
“ตายห่าไปยัง?” ร่างสูงคาบบุหรี่ไป แดกดันใส่เพื่อนตัวเองด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย
“ยัง...ไอ้สัส” ออสตินยิ้มมุมปากด้วยใบหน้าที่ซีด ๆ แผลที่แขนค่อนข้างลึกและเลือดยังคงไหลทะลักออกมาไม่หยุด
“อ๊ะ! ปล่อยกู” มันร้องอุทานลั่นอย่างตกใจจนมีดร่วงหล่นจากมือไป
พรึ่บ!! มือข้างหนึ่งของไคเลอร์คว้ากระชากหัวของไอ้คนที่ง้างมีดจะแทงออสติน จนหัวมันแทบจะหลุด มืออีกข้างจับมันเหวี่ยงฟาดเข้ากับบานประตูกระจกแผงใหญ่ของทางร้าน แบบเหวี่ยงไปเต็มแรง
“ไม่...พลั่ก!!” เสียงร้องโหยหวนของมันดังลั่น
โครมมมม!! เพล้ง!! เสียงกระจกหน้าร้านแตกละเอียด ร่างของมันทะลุกระจกออกไปด้านหน้า เลือดอาบนอนหายใจรวยริน เศษกระจกทิ่มแทงเข้าไปในเนื้อ ยิ่งดิ้นมากเท่าไร ก็ยิ่งถูกเศษกระจกบาดมากขึ้นเป็นเท่าตัว
“อะ โอ๊ย ๆ ๆ” เสียงร้องของฝั่งคู่อริดังโหยหวนไม่หยุดอย่างน่าสมเพชเวทนาใจ
เพียงแค่ไม่ถึงสามสิบนาที เสียงโหวกเหวกของอีกฝ่ายก็ดับลงสนิท
โต๊ะภายในบาร์ล้มระเนระนาด เศษกระจกเศษแก้วแตกเกลื่อนไปทั่วทุกมุม ลมจากด้านนอกพัดผ่านเข้ามาภายในผับจากประตูทางเข้าที่แตกกระจาย กลิ่นคาวเลือดลอยปนกับกลิ่นแอลกอฮอล์และควันบุหรี่
บาร์ NO BRA 916 ในตอนนี้แทบไม่เหลือบเค้าโครงเดิมเลยแม้แต่นิด
“ไม่น่ามาเลยกูเนี่ย” ดราก้อนพิงกำแพง หอบแฮ่ก ๆ ใบหน้าของเขาทั้งฟกช้ำไปหมด คิ้วแตก ขอบตาช้ำเป็นรอยม่วงอย่างเห็นได้ชัด
“อย่าบ่นดิวะ ถือว่าออกกำลังกายไปในตัวไง” ไลออนพูดพลางลูบท้ายทอยตัวเองที่เปียกชุ่มไปด้วยเลือด แต่เขาไม่ได้มีท่าทีตกใจอะไร หนำซ้ำยังหันไปขอบุหรี่จากไคเลอร์ด้วยใบหน้าที่ดูไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรเลย
“วันหลังมึงเปลี่ยนที่แดกเบียร์เถอะ กูขอร้อง อยากนั่งแดกแบบสงบ ๆ สักวัน” ออสตินกัดฟันแน่น กำแขนซ้ายที่เลือดยังไหลไม่หยุด ทั้งสี่คนทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาตัวเดิมที่พรุนไปด้วยรอยมีด มีรอยกรีดเห็นลึกไปถึงโครงเหล็กด้านในของโซฟาหรู
ฟุ่บ!! ไคเลอร์เอื้อมมือไปคว้าขวดวอดก้าสีใสมาเปิดพลางกระดกดื่มเพื่อบรรเทาความเจ็บระบมของร่างกายตัวเอง ก่อนจะ...เทราดใส่บาดแผลของออสตินที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กัน
“โอ๊ย ๆ ไอ้เพื่อนเหี้ย ไอ้ไคเลอร์...อย่า ไอ้สัส ๆ ๆ” ออสตินหันไปตะโกนด่าเพราะแสบแผล ขณะที่ไคเลอร์ก็ยังคงแกล้งเพื่อนไป สูบบุหรี่ไปอย่างหน้าตาเฉย
“ก็ล้างแผลไง” ไคเลอร์ตอบกลับไปด้วยใบหน้านิ่ง ๆ แต่พอจะหันไปล้างแผลให้ไลออน
“ลองดิ ๆ กูถีบมึงหงายแน่” ไลออนยกเท้าขึ้นมาเตรียมจะถีบรอไว้เลย
“ไอ้เวร...เก็บไว้ล้างให้พ่อมึงเถอะ แบบนี้ ...ไอ้ห่า” ออสตินสบถด่าไปแต่ก็หลุดขำออกมาด้วยเหมือนกัน
“กูว่าเรารีบไปกันเถอะ ก่อนที่พ่อพวกมึงจะมาถึง” ดราก้อนหยัดตัวลุกขึ้นยืนเป็นคนแรก ทั้งสามคนก็ลุกตามก่อนจะหอบร่างกายที่บอบช้ำเดินออกไปจากบาร์ก่อนที่ตำรวจจะมาถึง
“ค่าเสียหายทั้งหมด ไว้ฉันมาเคลียร์ให้พรุ่งนี้นะ” ดราก้อนไม่ลืมที่จะเดินไปบอกกับพนักงานเสิร์ฟที่ยืนรออยู่ด้านหน้าของบาร์ที่พังยับเยิน
“ได้เลยครับ คุณชายดราก้อน” พนักงานยิ้มรับพร้อมกับโค้งคำนับให้ทั้งสี่คน ราวกับคุ้นเคยกับสถานการณ์นี้ดี
“แล้วก็ถ้าตำรวจถาม...” ดราก้อนหยิบแบงก์พันออกมา ส่งให้กับพนักงานทุกคนที่ยืนอยู่แถวนั้น
“พวกมันเมาแล้วหาเรื่องกันเองครับ” พนักงานเกือบทุกคนพูดขึ้นราวกับท่องจำมาเป็นอย่างดี
บาร์แห่งนี้ไม่ใช่บาร์ดังอะไรมากมาย และปกติก็แทบจะไม่มีลูกค้ามากเท่าไร การที่มีสี่คนนี้เป็นลูกค้าประจำ นอกจากค่าเปิดโต๊ะ เปิดเหล้า เปิดเบียร์จะสูงมากแล้ว พวกเขายังให้ทิปพนักงานทุกคนดีมาก ๆ อีกด้วย
ถึงแม้ว่าจะกลุ่มนี้จะทำให้ร้านปิดปรับปรุงแทบจะทุก ๆ สามเดือน แต่ทุกครั้งที่ต้องปิด พนักงานทุกคนก็ยังคงได้เงินเดือนตามปกติ เรียกว่าปิดหรือเปิดก็กำไรพอ ๆ กันเลย
ณ คอนโดหรูย่านอเธน่า
ห้องเพนต์เฮาส์ 2 ชั้น วิวเมืองยามค่ำคืน
ใต้แสงไฟสลัวภายในห้องพักหรูที่เงียบสงัด ไคเลอร์เปิดขวดวอดก้าก่อนจะกรอกมันลงคอพร้อมยาแก้ปวดอย่างไม่แยแสอะไรทั้งสิ้น
“หมอเขาให้แดกยากับน้ำเปล่านะเว้ย ไม่ใช่วอดก้า...” เสียงออสตินดังขึ้นจากหลังเคาน์เตอร์บาร์ในห้องนั่งเล่น เขาหยิบผ้าพันแผลมัดแขนตัวเองแน่น ขณะที่ยังสบถเบา ๆ เพราะแผลที่เพิ่งโดนมีดเฉือนยังเจ็บแปลบ
“งั้นเหรอ?” ไคเลอร์ตอบแค่นั้น คำเดียวสั้น ๆ น้ำเสียงราบเรียบ แต่แววตายังเอาเรื่องอยู่
“สาบานว่าไม่รู้?” ออสตินเดินมาเปิดตู้เย็นเพื่อหาอะไรกิน หลังจากที่เขาอาบน้ำและทำแผลเสร็จ
“…หึ” ไคเลอร์ไม่ได้ตอบกลับอะไร เขายังคงนั่งดื่มเงียบ ๆ ต่อไป
“วันนี้ถ้าไม่ได้มึง...กูคงทัวร์นรกก่อนใครแล้ว” ออสตินหยิบช็อกโกแลตในตู้เย็นมานั่งกินข้างๆ เพื่อนสนิทของเขา ภาพเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ยังติดตาอยู่เลย ถ้าไคเลอร์ไม่พุ่งเข้ามาช่วย มีดปลายแหลมคงจะได้แทงเข้าที่อกของเขาแล้วแน่ ๆ
“พูดแล้วก็ยังเสียวไม่หายเลย” ร่างสูงลูบที่อกตัวเองเบา ๆ
“อย่างมึง...นรกมันไม่เอาตอนนี้หรอก” ไคเลอร์ตอบกลับเสียงเรียบ
“ไอ้สัสนี่...” ออสตินหัวเราะในลำคอเบา ๆ แล้วนั่งดื่มต่อด้วยกันไปเกือบเช้า ก่อนจะแยกกลับห้องใครห้องมันไป
ถ้าจะถามว่าคอนโดหรูสามห้องนอนใหญ่ สองชั้นนี้เป็นของใครบอกได้เลยว่า...ก็เป็นของทั้งคู่นั่นแหละ ไคเลอร์กับออสตินเป็นรูมเมตกันมาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้ว แม้ว่าทั้งคู่จะมีทั้งบ้าน ทั้งโรงแรมส่วนตัวอยู่ก่อนแล้ว
แต่ทว่าระยะทางจากที่อยู่เดิม มันก็ค่อนข้างไกลจากมหา’ลัยที่เรียนในปัจจุบันเอามาก ๆ ถ้าจะไปกลับทุกวันก็คงเหนื่อยมากแน่ ๆ
ทั้งสองคนก็เลยหารกันซื้อคอนโดหรูแถวมหา’ลัยเพื่อใช้อยู่ชั่วคราว ซึ่งราคาห้องที่เลือกกันก็ตกราว ๆ คนละเกือบสิบล้านกว่าได้เลย ด้วยความที่เป็นคอนโดสองชั้น และมีพื้นที่กว้างขวาง ไคเลอร์จึงเลือกที่จะอยู่ชั้นบน ส่วนออสตินเลือกที่จะอยู่ชั้นล่าง
ไม่ว่าจะเป็นไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแบบหนุ่มโสด และความซี้ปึกของทั้งคู่ ที่ทำให้พวกเขาสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสบาย ๆ ความสนิทที่เรียกได้ว่า แค่มองตาก็รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
วันต่อมา
ร่างสูงเปลือยท่อนบน เดินหาวออกมาจากห้องนอนด้วยท่าทางงัวเงีย ตามเรือนร่างที่กำยำของเขาเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและบาดแผลฉกรรจ์หลายที่จากเหตุการณ์เมื่อคืนก่อน ความร้าวระบมเพิ่มเป็นเท่าตัวจากเมื่อคืนก่อน
ไคเลอร์เดินมาหยุดที่ขอบบันได เขาเหลือบมองไปที่ห้องโถงรับแขกที่ตอนนี้มีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ใบหนึ่งตั้งอยู่ และออสตินก็กำลังจัดเสื้อผ้าของเขายัดใส่เข้าไปในนั้น พร้อมกับรูดซิป และหยิบพาสปอร์ตสัญชาติอเมริกันขึ้นมาอย่างเร่งรีบ
“มึงจะไปไหนวะ?” เสียงทุ้มต่ำของไคเลอร์ถามขึ้นแบบง่วง ๆ แต่สายตาเริ่มจริงจัง
“ไปเมกา ไฟล์ตคืนนี้เลย” ออสตินเงยหน้าตอบเพื่อนของเขาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีเท่าไร
“…?” ไคเลอร์ขมวดคิ้วแบบงง ๆ ปกติออสตินจะบินไปอเมริกาอยู่แล้วปีแล้วครั้งถึงสองครั้ง แต่ทุกครั้งจะไม่ใช่การบินด่วน หรือบินในช่วงที่มหา’ลัยกำลังเปิดเทอมอยู่แบบนี้
“ฝ่ายกฎหมายประจำตระกูลโทร. มา บอกว่าอาการป่วยของพ่อเหมือนจะแย่มากขึ้นเรื่อย ๆ ... พ่ออยากให้ลูกทุกคนกลับไปคุยกันเรื่องพินัยกรรมน่ะ” ออสตินอธิบายให้เพื่อนของเขาฟังอย่างเปิดเผย ขณะที่ตัวเขาก็เดินวุ่นวายอยู่กับการเตรียมเอกสาร ใส่กระเป๋าสะพายอีกใบไปด้วย
“เออ เดี๋ยวกูไปส่ง” ร่างสูงเลือกที่จะไม่ถามอะไรที่เป็นการซ้ำเติม เขารีบเดินกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ล้างหน้าแปรงฟันอย่างเร่งรีบ และเตรียมขับรถไปส่งเพื่อนรักที่สนามบินในทันที
พ่อของออสตินเป็นเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ในอเมริกา และยังเป็นเจ้าของเครือโรงแรมหรูระดับโลก ที่มีสาขาแทบจะรอบโลก พอ ๆ กับจำนวนของลูกและภรรยา พ่อของออสตินถือเป็นเศรษฐีที่ประสบความสำเร็จเรื่องงานมาก ๆ แต่ไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องของความรักเท่าไร เพราะท่านแต่งงานและหย่าในหลาย ๆ ครั้ง เรียกได้ว่ามีทายาทแทบจะในทุก ๆ ทวีปเลยก็ว่าได้
ณ สนามบินสุวรรณภูมิ
“วันเกิดมึง กูคงกลับมาไม่ทัน... ไว้ฉลองย้อนหลังละกัน” ออสตินพูดด้วยสีหน้าที่ดูไม่ได้เศร้าอะไรมากนัก
“ไปได้แล้ว” ไคเลอร์ตอบกลับไปเพียงสั้น ๆ แต่สายตาของเขามองทางออสตินด้วยความเป็นห่วง
ออสตินรีบหยิบกระเป๋าเดินทาง พาสปอร์ต และเดินตรงเข้าไปในสนามบินอย่างรีบ ๆ
ไคเลอร์ขับรถฝ่ารถติดมาเกือบ ๆ ชั่วโมงกว่าเขาจะกลับมาถึงที่คอนโดได้ ในทันทีที่เครื่องยนต์ดับสนิท ครืด... ครืด... ครืด…เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นข้างเบาะหลัง
“ไอ้เชี่ยออส!!” ร่างสูงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เพราะรู้ทันทีว่าเป็นโทรศัพท์ของเพื่อนตัวเองที่น่าจะทำตกเอาไว้ตอนเดินไปหยิบกระเป๋าเดินทาง
“...” ไคเลอร์เหลือบมองที่นาฬิกาข้อมือของเขา แน่นอนว่าต่อให้ขับกลับไปสนามบินตอนนี้เลย ก็เอาโทรศัพท์ไปให้ออสตินไม่ทันอยู่ดี
ครืด...ครืด...ไคเลอร์หยิบโทรศัพท์ของออสตินขึ้นมาดูอีกครั้ง
สายเรียกเข้า : 💗 ตัวเล็ก 💗
_______🦅______