Masukทุกคนต่างหันขวับมามองที่จินซินเป็นตาเดียว พวกชาวบ้านที่ยืนอยู่ต่างจำนางได้ นางคือหญิงสาวฉาวโฉ่ที่มีเรื่องตบตีกับผู้คนไปทั่ว หากใครทำให้นางไม่พอใจนางก็จะด่าทออย่างไม่ไว้หน้า แล้วยังชอบรังแกคนที่ต่ำต้อยกว่าอีกด้วย
แล้วเหตุใดวันนี้จึงมาออกหน้าช่วยคนได้เล่า หรือทำชั่วจนเบื่อแล้วเลยอยากทำความดีบ้าง
จินซินไม่ได้สนใจสายตาใคร่รู้ของเหล่าชาวบ้านเลยแม้แต่น้อย นางเอาแต่จ้องชายหนุ่มหน้าบากตาเขม็ง อีกทั้งยังให้อาซีและอาหลิงไปช่วยประคองสองพ่อลูกไปยืนหลบที่ด้านข้างอีกด้วย
ชายหน้าบากที่เห็นว่าวันนี้มีสตรีน้อยโผล่หน้าเข้ามายุ่งเกี่ยวก็เริ่มสนใจขึ้นมา เขาเดินเข้ามาหานางหมายจะลวนลาม ทว่าหยางซานก็ตรงเข้ามากันตัวนางเอาไว้เสียก่อน เขาเหยียดยิ้มดูชั่วร้ายแล้วจ้องนางอยู่เช่นนั้น
"แม่นางน้อย คนต่ำต้อยพวกนี้ติดหนี้ข้าสามร้อยตำลึง"
"ข้าให้ห้าร้อยตำลึง รับเงินแล้วแล้วก็ไสหัวไปซะ"
จินซินออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ชายหน้าบากร้องว่าอู้หูในใจไม่คิดเลยว่าในใต้หล้านี้จะมีคนโง่ออกหน้ามาใช้หนี้แทนคนอื่นแบบนี้ด้วย
หยางซานที่ได้ยินก็หันมามองจินซินแวบหนึ่ง
"คุณหนู เงินนั่น"
"ข้าอยากช่วยคน ไม่ได้สนใจว่าจะต้องจ่ายเท่าใด เงินทองเป็นของนอกกาย ชีวิตคนย่อมสำคัญกว่า"
กล่าวจบนางก็บอกให้ชายหน้าบากเอาสัญญากู้ยืมเงินฉบับเก่ามาทำลายต่อหน้าผู้คน และทำสัญญาการคืนเงินเป็นลายลักษณ์อักษรทั้งสองฝ่าย จากนั้นก็มอบเงินให้ฝ่ายตรงข้ามไปและรับสัญญาการคืนเงินมาเก็บเอาไว้ เดิมทีคิดว่าทำเช่นนี้แล้วเรื่องจะจบ แต่ชายหน้าบากกลับเล่นตุกติกบอกว่าจะต้องไปเอาเอกสารอีกฉบับที่เจ้านายเสียก่อน อีกทั้งยังไม่ยอมประทับลายนิ้วมือ แล้วยังหน้าด้านขอเอาเงินไปก่อนอีกด้วย จินซินส่งเสียงเหอะในลำคอ นางย่อมไม่โง่และไม่มีทางมอบเงินให้ก่อนเด็ดขาด
ไม่เพียงเท่านั้นอันธพาลผู้นี้ยังเอ่ยวาจาแทะโลมนางไม่หยุดอีกด้วย
"น้องสาวร่ำรวยเช่นนี้มิสู้ไปเป็นเมียพี่ชายดีหรือไม่ พี่ชายน่ะชอบผู้หญิงอย่างเจ้ามากเลย"
หยางซานเมื่อได้ยินก็เขม้นมองชายผู้นั้นด้วยดวงตาคมกริบ ชายหน้าบากเห็นว่าหยางซานมองตนอย่างเอาเรื่องจึงยื่นมือมาผลักอกทันที
"มองหน้าข้าทำไม ไอ้หน้าอ่อน โธ่ๆ ดูจากสภาพของเจ้าแล้วคงเป็นบ่าวรับใช้ของแม่นางผู้นี้สินะ เป็นบ่าวไม่อยู่ส่วนบ่าว แต่กลับเสนอหน้ามาหาเรื่องข้า เจ้าจำหน้าข้าเอาไว้ อีกไม่นานหากข้าได้เป็นสามีของเจ้านายเจ้าเมื่อใด ข้าก็นับว่าเป็นเจ้านายอีกคนของเจ้า โอ๊ะ!"
ชายหน้าบากยังไม่ทันเอ่ยจบประโยค ก็รู้สึกว่าเจ็บร้าวไปทั้งกราม โลหิตสดๆ ไหลทะลักออกมาจากปากเขาไม่หยุด
จินซินหันขวับมามองหยางซานคราหนึ่ง พบว่ายามนี้เขากำลังยื่นมือไปบีบกรามชายผู้นั้นอย่างแรงจนกรามหัก ชายหน้าบากอ้าปากพูดไม่ได้ จะร้องก็ไม่มีเสียง ทำได้เพียงลงไปนอนดิ้นทุรนทุรายอยู่ที่พื้น
ดวงตาของหยางซานฉายแววเหี้ยมโหดไม่มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
"อาซาน"
"คนผู้นี้พูดไม่ดีกับคุณหนู บ่าวย่อมต้องสั่งสอนให้หลาบจำขอรับ"
ยามสนทนากับนางน้ำเสียงของชายหนุ่มช่างละมุนละไมยิ่งนัก ผิดจากเมื่อครู่ที่เพิ่งจะหักกรามคนไป นางไม่เคยเห็นเขาในมุมนี้มาก่อน จึงค่อนข้างแปลกใจเป็นอย่างมาก
ด้านอันธพาลพวกนั้นเมื่อเห็นว่าหัวหน้าของตนถูกทำร้าย จึงกรูกันเข้ามาลงมือทุบตีหยางซานทันที แต่หยางซานมีหรือจะกลัว เขาก็มีวรยุทธ์อยู่พอตัว
ห้ารุมหนึ่ง จินซินมองดูหยางซานที่ถูกล้อมเอาไว้ตรงกลางด้วยแววตาที่สั่นไหว ผู้คนที่มุงดูต่างพากันถอยห่างออกไปเพราะเกรงว่าจะได้รับลูกหลงไปด้วย
"คุณหนู พี่อาซานน่าจะแย่แล้วเจ้าค่ะ"
อาซีพูดขึ้นมาด้วยความร้อนใจ จินซินมองภาพตรงหน้าด้วยแววตาเย็นชา ก่อนจะหันมองไปโดยรอบ ดวงตาของนางมองเห็นท่อนไม้ขนาดเหมาะมืออันหนี่งที่วางอยู่ไม่ไกล หญิงสาวรีบคว้ามันขึ้นมาถือเอาไว้ ก่อนจะวิ่งเข้าไปและใช้ท่อนไม้ฟาดอันธพาลอย่างไม่เกรงกลัว
ชาติก่อนนางเคยต่อยตีกับพวกอันพาลนักเลงที่โรงพนันมาแล้ว แค่คนพวกนี้จะนับเป็นตัวอะไร
หยางซานหันมามองจินซินด้วยความเป็นห่วง เขาเพียงเสียสมาธิไปชั่วขณะ ก็ถูกฝ่ายตรงข้ามซัดหมัดเข้าใส่ใบหน้าจนปวดหนึบ
"อาซาน ระวัง!"
จินซินรีบเข้ามาช่วยหยางซานและฟาดท่อนไม้เข้าใส่อันธพาลพวกนั้นจนล้มลงไปกับพื้น เหตุการณ์เริ่มชุลมุนวุ่นวายจนยากจะควบคุม
"หยุดเดี๋ยวนี้ พวกเจ้าทำอะไรกัน!”
เสียงทรงอำนาจตวาดดังขึ้น ทุกคนจึงหยุดชะงัก จินซินหันไปมองตามเสียงก่อนจะพบว่าเป็นลู่จื่อเซวีียนนั่นเอง
ลู่จื่อเซวียนที่เห็นจินซินอยู่ในสภาพทุลักทุเลผมเผ้ายุ่งเหยิงก็แทบอ้าปากค้าง
บัดซบ เขาว่าเแล้ว ไปไหว้พระอะไรกัน คนไหว้พระเขามีสภาพเช่นนี้หรือ!
ด้านหยางซานก็รีบเข้ามาดูอาการของจินซินทันที
"คุณหนู บาดเจ็บหรือไม่ขอรับ"
"ข้าไม่เป็นอะไร เจ้าเล่า ให้ตายเถอะ หน้าเจ้า!”
"บ่าวไม่เจ็บหรอกขอรับ"
เขาตอบนางด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วงเป็นใย แววตาที่มองนางก็ร้อนรนไม่น้อย
ลู่จื่อเซวียนกระโดดลงมาจากหลังม้า ก่อนจะตรงเข้ามาจัดการสะสางเรื่องราวทั้งหมด เมื่อสอบถามจนได้ความแล้ว เขาก็จับพวกอันธพาลเหล่านั้นไปสอบสวนโดยด่วน ก่อนไปยังหันมามองจินซินและหยางซานสลับไปมา
"พวกเจ้าสองคนกลับจวนเดี๋ยวนี้!"
จินซินยกมือขึ้นมาเกาศีรษะตนเอง ส่วนหยางซานก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งใด
“แม่นางท่านนี้ ข้าขอบคุณท่านมาก ขอบคุณจริงๆ เจ้าค่ะ"
หญิงสาวนางนั้นเข้ามาคุกเข่าขอบคุณจินซินด้วยความตื้นตันใจ จินซินรีบประคองให้นางลุกขึ้น เมื่อสอบถามก็ได้ความว่าสตรีนางนี้มีนามว่าเสิ่นหลี ที่บ้านทำอาชีพเปิดร้านสมุนไพร แต่ก่อนร้านค้าก็ขายดีมีกำไร แต่เมื่อไม่นานมานี้บิดาของนางเกิดล้มป่วยอาการไม่ค่อยดีจึงต้องหยุดกิจการแล้วต้องรักษาอาการป่วยมานานหลายเดือนจนเงินแทบหมดเกลี้ยงนางจึงจำเป็นต้องกู้เงินมารักษาบิดา
หยางซานเมื่อได้ยินว่าจินซินเกิดเรื่องเขาก็รีบวิ่งเข้าไปด้านในทันทีโดยไม่รอลู่จื่อเซวียน ชาติก่อนเขาไม่เคยมาที่นี่ จึงไม่รู้ว่าเรือนปัญญาหยกอยู่ที่ใด ทำได้เพียงถามคนในนั้น จนกระทั่งได้ทราบว่าจินซินถูกพาไปรักษาตัวยังเรือนรับรองของสำนักศึกษาเรียบร้อยแล้วแม้เขาจะร้อนใจมากเพียงใด แต่ก็ยังไม่ลืมว่าอย่างไรยามนี้ตนเองยังคงมีสถานะเป็นเพียงบ่าวย่อมไม่อาจเข้าไปหานางได้โดยพละการ อีกทั้งยามนี้องค์หญิงฉินอันหนิงก็อยู่ด้วย หากเขาทำเกินหน้าที่อาจจะยิ่งทำให้สถาณการณ์ยุ่งยากมากกว่าเดิมกับฉินอันหนิงนั้นเขาเคยเจอนางในชาติก่อนอยู่บ่อยครั้ง เรียกได้ว่านางคือศัตรูตัวฉกาจของจินซินเลยก็ว่าได้ชาตินี้มีเรื่องราวมากมายที่ต่างจากชาติก่อน จินซินได้เข้าเรียนและได้พบกับฉินอันหนิงที่นี่ซ้ำยังช่วยชีวิตฉินอันหนิงเอาไว้ ซึ่งเหตุการณ์นี้อยู่เหนือความคาดหมายของเขาไปมากลู่จื่อเซวียนเดินตามมาถึงเรือนรับรองพร้อมกับเจียงหว่านหรง ตลอดทางเจี่ยงหว่านหรงลอบสังเกตท่าทางของลู่จื่อเซวียนมาตลอดว่าห่วงใยจินซินมากเพียงใด และนางก็ต้องรู้สึกผิดหวังอยู่ในใจเพราะลู่จื่อเซวียนดูห่วงใยจินซินมากจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่คิดจะกล่าวโทษจิ
จินซินยังไม่ทันเอ่ยจบประโยค อยู่ๆ ฉินอันหนิงก็ฟาดฝ่ามือตบเข้ามาที่ใบหน้าของนางอย่างแรง จนคนถูกตบเจ็บร้าวไปทั้งแก้มซีกขวา"มาเดินชมดอกไม้กับข้า แต่ทำหน้าตาเหมือนไม่เต็มใจ เป็นแค่บุตรสาวคหบดีแต่ทำตัวไม่รู้จักกฎระเบียบ เจ้าไปเอาความกล้ามาจากที่ใดกัน อยากถูกลงโทษหรือ!"เจิ้งหลานที่เห็นเช่นนั้นก็อยากจะหัวเราะออกมาดังๆ แต่ต้องเก็บอาการเอาไว้ เจี่ยงหว่านหรงปรายตามองเจิ้งหลานแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมาพูดกับฉินอันหนิง"ทูลองค์หญิง วันนี้พวกเรามาชมดอกไม้เพื่อความสุนกสนาน ขอองค์หญิงโปรดละเว้นนางสักครั้ง อย่าทรงกริ้วเลยเพคะ"ฉินอันหนิงหันมามองเจี่ยงหว่านหรง จำได้ว่านางคือบุตรตรีของราชครูเจี่ยง ฐานะสูงส่งไม่ธรรมดา"คุณหนูเจี่ยงช่างมีเมตตายิ่งนัก ถึงขนาดออกรับแทนนางเช่นนี้ แต่นางไม่รู้มรรยาท ข้าควรจะต้องสั่งสอนนางสักหน่อย"ฉินอันหนิงตอบเจี่ยงหว่านหรงอย่างไม่ใส่ใจ เจี่ยงหว่านหรงคิดจะออกหน้าอีกครั้ง แต่จินซินกลับส่ายหน้าให้นางเป็นเชิงห้ามปรามเพราะไม่อยากให้เจี่ยงหว่านหรงต้องพลอยฟ้าพลอยฝนเดือดร้อนไปด้วย เจี่ยงหว่านหรงกำมือแน่นพลางตวัดสายตาคมมองเจิ้งหลาน นางคิดในใจว่าเจิ้งหลานน่าจะพูดเป่าหูอะไรองค์หญิงเพราะเ
ด้านจินซินนั้นเมื่อออกจากจวนตระกูลลู่มาแล้วก็รีบมุ่งหน้าไปยังสำนักศึกษาไป๋กวนฮวาทันที ก่อนไปนางยังกำชับอาซีและอาหลิงว่าให้ดูแลหยางซานให้ดีๆเมื่อมาถึงสำนักศึกษาไป๋กวนฮวาแล้ว จินซินก็นั่งเรียนด้วยจิตใจที่ไม่ปกติเท่าใดนัก เพราะนางเป็นห่วงหยางซาน ด้านเจิ้งหลานก็ลอบชำเลืองมองจินซินเป็นระยะก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ด้านเจี่ยงหว่านหรงก็มองจินซินอยู่ห่างๆ ระยะนี้นางเริ่มจะรู้สึกดีกับจินซินอยู่บ้างวันนี้ที่สำนักศึกษาไป๋กวนฮวาคึกคักกว่าทุกวัน เพราะองค์หญิงฉินอันหนิงเสด็จมาร่วมเรียนด้วยทุกคนต่างรีบลุกขึ้นถวายพระพรองค์หญิง จินซินลอบมองฉินอันหนิงเล็กน้อย เพราะชาติที่แล้วนางไม่ได้เข้าเรียนที่สำนักศึกษาจึงไม่ได้พบเจอฉินอันหนิงที่นี่ แต่ได้พบกันหลังจากที่นางเข้าวังหลวงไปเป็นพระสนมแล้วเมื่อมีองค์หญิงมาร่วมเรียนด้วย แน่นอนว่าการเรียนวันนี้จึงค่อนข้างพิเศษมาก เหล่าคุณหนูคนอื่นๆ ต่างพากันกระตือรือร้น บางคนถึงขนาดพยายามประจบประแจงทำดีกับฉินอันหนิงเพราะอยากจะได้รับเลือกให้เข้าไปร่วมเรียนในวังเป็นพระสหาย แต่จินซินกลับไม่สนใจเลยแม้แต่น้อยในสมองของนางตอนนี้มีแต่เรื่องของหยางซานไม่นานก็หมดเวลาเรียน
เมื่อกินมื้อเย็นอิ่มแล้ว จินซินก็แวะมาดูหยางซานต่อทันที เมื่อเห็นว่าเขากำลังนอนหลับอยู่นางจึงไม่อยากจะรบกวน เพียงกำชับให้คนดูแลเขาให้ดี จากนั้นหญิงสาวก็กลับมายังเรือนพักของตน หลังจากจัดการผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์เรียบร้อยแล้ว นางก็สั่งให้อาซีและอาหลิงไปช่วยกันยกหีบสมบัติออกมาที่กลางห้องอาซีและอาหลิงแม้จะสงสัยแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยถามอะไรให้มากความ เพียงขมีขมันทำตามที่เจ้านายสั่ง เมื่อสาวใช้ทั้งสองนำหีบสมบัติมาวางเอาไว้แล้ว หญิงสาวจึงเปิดหีบสำรวจดูสมบัติแต่ละชิ้นอย่างพิจารณาสมบัติที่เก็บไว้มีอยู่มาก ต่อให้นางไม่ทำงานทำการก็ยังมีกินมีใช้ตลอดชาติ น่าเสียดายที่ชาติก่อนนางไม่รู้จักคุณค่าของทรัพย์สินเงินทองเหล่านี้นางจัดการรื้อค้นข้าวของทุกอย่างออกมาดูทีละชิ้น นอกจากตั๋วเงินและก้อนเงินแล้วยังมีเครื่องประดับราคาแพงอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีเครื่องประดับจำพวกปิ่นเงินรวมอยู่ด้วย นางคิดว่าจะมอบปิ่นเงินเหล่านี้ให้สาวใช้เพราะตนเองก็ไม่ได้ใช้จึงไม่อยากเก็บเอาไว้ให้ฝุ่นจับจินซินจัดการข้าวของอยู่เป็นนาน ในที่สุดนางก็เจอของที่ต้องการเสียที หญิงสาวยื่นมือไปหยิบกล่องใบหนึ่งขึ้นมาเปิดออก ในนั้นมีพู่หยกชิ้น
เมื่อคิดได้เช่นนั้นชายหนุ่มก็อดที่จะยิ้มออกมามิได้ ความจริงหยางซานก็ไม่เลว ถึงจะเป็นบ่าวแต่ก็มีความสามารถอยู่ไม่น้อยเลย มิสู้รอให้หยางซานหายดีแล้วเขาค่อยเอ่ยปากขอตัวคนผู้นี้มาจากจินซินให้เข้ามาฝึกในค่ายทหารดีหรือไม่ หากเขาทำความดีความชอบจนได้เลื่อนขั้น เช่นนี้ยามที่ตกลงปลงใจกับจินซินจะได้เหมาะสมกันมากขึ้นเยี่ยมไปเลย เช่นนี้นับว่าดี!ด้านจินซินเมื่อพาหยางซานมานอนที่เรือนแล้ว นางก็อยู่เฝ้าเขา คอยดูชายหนุ่มกินอาหารและยาอย่างเคร่งครัด หยางซานดีใจมาก เพียงแค่นางใส่ใจเขาเช่นนี้ก็ทำให้เขามีแรงจะต่อสู้กับอาการบาดเจ็บแล้วแม้เบื้องหน้าจะยิ้มให้นางอย่างอ่อนโยน แต่ภายในใจของเขากลับครุ่นคิดถึงเรื่องต่างๆ มากมาย นักฆ่าที่ปรากฏตัววันนี้ไม่ธรรมดา เป็นไปได้ถึงสิบส่วนว่าจะเป็นฝีมือของฉินหงเย่ ทว่าท่วงท่าการต่อสู้กลับเหมือนพวกทหารในวังหลวง ชาติก่อนตอนที่เขาเป็นขันทีก็ได้เห็นมาบ้างว่ายามทหารพวกนั้นฝึกฝนเป็นเช่นไร เขายังแอบลอบจดจำท่าทางมาฝึกฝนในยามว่างด้วยซ้ำไม่คิดว่าฉินหงเย่จะชิงลงมือรวดเร็วเช่นนี้ ชาติก่อนนั้นเขาไม่ได้กระทำการอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้มิใช่หรือยิ่งคิดเขาก็ยิ่งเกิดความสงสัย เรื่องนักฆ่าก็อ
เมื่อรถม้ามาจอดที่ด้านหน้าจวนตระกูลลู่ จินซินก็กระโดดลงมาจากรถม้าโดยไม่ต้องรอให้ผู้ใดมาช่วยประคอง หญิงสาววิ่งเข้ามาในจวนอย่างรวดเร็ว เมื่อมาถึงก็พบกับอาซีและอาหลิงที่กำลังยืนรอนางอยู่ยามนี้สาวใช้ทั้งสองดวงตาแดงก่ำคล้ายกับเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก"คุณหนู!"“เกิดเรื่องอะไรขึ้น"นางส่งห่อเครื่องเขียนและห่อขนมให้กับสาวใช้พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน อาซียกมือขึ้นเช็ดน้ำตาแล้วจึงตอบด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้น"พี่อาซานเจ้าค่ะ พี่อาซานตายแล้ว""เจ้าว่าอะไรนะ!"จินซินที่ได้ยินก็รู้สึกราวกับว่าเลือดในกายวูบวาบจนยืนไม่อยู่ อาซีกับอาหลิงที่เห็นจึงรีบเข้ามาประคองนางเอาไว้"พาข้าไปหาอาซานเดี๋ยวนี้ พาข้าไปสิ!"นางบอกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ในลำคอแห้งผากไปหมด อาซีและอาหลิงรีบพาเจ้านายไปที่ห้องของหยางซานทันที เมื่อมาถึงก็พบลู่จื่อเซวียนที่กำลังเดินวนไปวนมาอยู่ที่หน้าห้องของหยางซาน บนศีรษะของเขามีผ้าสีขาวพันเอาไว้อีกทั้งยังมีโลหิตไหลซึมออกมาอีกด้วย"ลูกพี่ลู่!"ลู่จื่อเซวียนหันขวับมาทันที เมื่อเห็นว่าเป็นจินซินแววตาของเขาก็ฉายแววรู้สึกผิดขึ้นมา ชายหนุ่มยังไม่ทันได้กล่าวสิ่งใด หญิงสาวก็พุ่งเข้ามาจับแข







