ข้าไม่ขอรับบทเป็นนางเอกที่อ่อนแอ

ข้าไม่ขอรับบทเป็นนางเอกที่อ่อนแอ

last updateآخر تحديث : 2025-11-24
بواسطة:  กะปอมพ่นไฟمكتمل
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
10
3 تقييمات. 3 المراجعات
45فصول
9.1Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

จากนักศึกษาครูฝึกสอนสู่บท นอ.เจ้าน้ำตาที่มีชะตาชีวิตอันน่าสงสาร กว่าจะพบพานความสุขก็แทบกระอักเลือดตาย ทว่าข้าผู้นี้หาใช่คนที่จะยอมรับบทบาทของ นอ.! เมื่อถูกรังแกก็ต้องเอาคืนเป็นเท่าทวีคูณสิ!!

عرض المزيد

الفصل الأول

บทนำ

 บทนำ

"เอาล่ะเด็ก ๆ วันนี้ก็ทำให้เต็มที่เลยนะ ครูเป็นกำลังใจให้ ถ้าการแข่งครั้งนี้คว้าที่ 1 มาได้ ครูจะพาไปเลี้ยงไอศกรีมเลย"

"เย้! ครูดาวใจดีที่สุดเลยครับ"

เด็กชายกลุ่มใหญ่ในชุดกีฬาสีเสื้อสีแดงโห่ร้องเสียงดังก้องด้วยความยินดี วันนี้คือการแข่งขันฟุตบอลในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4- 6 ซึ่งการแข่งรอบนี้คือการแข่งรอบชิงชนะเลิศ โดยมีครูดาวผู้เป็นนักศึกษาครูฝึกสอนปีสุดท้ายเป็นผู้ฝึกซ้อมพวกเขาด้วยตนเอง ครูดาวคือคุณครูพละแสนสวยขวัญใจของนักเรียน

"ไป ๆ ทำให้เต็มที่เลยนะ"

ครูดาวปรบมือให้สัญญาณเด็ก ๆ วิ่งเข้าสู่สนาม พวกเด็ก ๆ ต่างหันมาโบกมือยิ้มร่า ก่อนจะรีบวิ่งลงไปยังสนามด้วยหัวใจอันตื่นเต้น

การแข่งขันล่วงเข้าสู่นาทีสุดท้ายแล้วซึ่งเด็ก ๆ ต่างทำหน้าที่ของตนเองได้เป็นอย่างดี ตอนนี้ผลคะแนนอยู่ที่ 1-1 ในช่วงสุดท้ายของเกมกัปตันทีมของสีแดงกำลังเลี้ยงบอลเพื่อยิงเข้าประตูของฝ่ายตรงข้าม ครูดาวลุ้นระทึกด้วยความตื่นเต้น เธอยืนอยู่ข้างสนามท่ามกลางแสงแดดอันเจิดจ้าอย่างไม่นึกร้อน

ทว่าในตอนที่ลูกบอลพุ่งตรงเข้าประตูของทีมสีเหลืองนั้น ครูดาวกลับรู้สึกว่าร่างของเธอผิดปกติ จู่ ๆ เธอก็รู้สึกปวดศีรษะอย่างรุนแรง ในตอนนั้นสติของเธอพลันดับมืดลง เธอไม่รับรู้สิ่งใดอีกเลย...

รัชศกปีที่ 17 แคว้นฉิน

ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าวของคิมหันตฤดู กลับมีสตรีร่างบอบบางถูกกลุ่มคนจับกดน้ำในอ่างอย่างโหดเหี้ยม นางดิ้นเร่าไปมาด้วยความทุกข์ทรมาน พยายามจะขึ้นมาหายใจทว่ากลุ่มคนพวกนี้กลับไม่ยินยอม พวกนางยังคงจับหัวของนางกดลงไปในน้ำอย่างไม่ปรานี โดยมีน้ำเสียงเล็กหวานคอยสั่งการอยู่ไม่ห่าง

"พี่หญิงใหญ่ควรต้องรู้ฐานะของตนเองนะเจ้าคะ ไม่ว่าข้าสั่งให้ทำสิ่งใดก็ต้องทำ หากไม่ทำก็ต้องถูกลงโทษเช่นนี้"

'เจียงซูฉี' หญิงสาวในวัย 17 เหยียดยิ้มกว้างด้วยความรื่นเริงใจ การได้เห็นพี่สาวต่างมารดาทรมานเช่นนี้ ช่างเป็นความสุขที่น่าอภิรมย์ยิ่งนัก

"อื้อ ๆ"

ผู้ที่ถูกเรียกว่าพี่หญิงใหญ่พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะเงยหน้าขึ้นมาหายใจ แต่เพราะร่างของนางถูกจับตรึงโดยสาวใช้ที่ตัวใหญ่กว่า ทำให้นางมิอาจหลีกหนีจากความทรมานนี้ได้เลย ชีวิตของนางในฐานะคุณหนูใหญ่ของจวนตระกูลเจียงช่างต่ำต้อยเสียยิ่งกว่าบ่าวไพร่เสียอีก หากแม้นว่านางตายเสียแต่ตอนนี้ก็คงจะดีสินะ

นางไม่อยากมีชีวิตอีกต่อไปแล้ว...

"คุณหนูรองเจ้าคะ คุณหนูใหญ่แน่นิ่งไปแล้วเจ้าค่ะ"

สาวใช้ที่ทำหน้าที่กดหน้าของคุณหนูใหญ่เอ่ยขึ้นด้วยความตกใจกลัว แม้ว่าพวกนางจะทำตามคำสั่งของคุณหนูรองก็ตาม แต่หากคุณหนูใหญ่เป็นอะไรขึ้นมาจริง ๆ พวกนางคงมิพ้นโทษตายเป็นแน่

“เช่นนั้นก็เอาตัวพี่หญิงใหญ่ไปที่เรือนของนางซะสิ”

นางตอบกลับอย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะเดินกลับไปยังห้องของตน ราวกับว่าความเป็นความตายของพี่สาวผู้นี้จะเป็นอย่างไร นางก็หาได้สนใจไม่

“เจ้าค่ะคุณหนูรอง”

สาวใช้สองคนรีบประคองร่างที่หมดสติของคุณหนูใหญ่กลับไปที่เรือนท้ายจวนทันที ก่อนพวกนางจะไปยังเข้ามาช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คุณหนูใหญ่เสียก่อน ทว่าก็ไม่มีใครคิดจะเข้ามาดูแลคุณหนูใหญ่ หรือตามท่านหมอมาดูอาการเลย ด้วยหากพวกนางทำเกินคำสั่ง คงมิพ้นถูกขายออกไปอย่างแน่นอน

“อ่า... ปวดหัวชะมัดเลย อื้อ”

เปลือกตาค่อย ๆ เผยอขึ้นเมื่อต้องแสงของพระอาทิตย์ เผยให้เห็นดวงตากลมโตที่เป็นประกายระยิบระยับ แม้ว่าใบหน้าหวานจะขาวซีดไปเสียหน่อย แต่มิอาจปิดบังความงดงามของเจ้าของร่างนี้ได้เลย

เส้นผมสีดำขลับที่ยาวถึงกลางหลังยุ่งเหยิงเล็กน้อย นางปัดเส้นผมที่เกลี่ยแก้มขาวเนียนไปทางด้านหลัง คิ้วเล็กเรียวที่พาดเหนือดวงตาคู่กลมที่มีขนตางอนยาวเป็นแพหนากะพริบปริบ ๆ เพื่อให้คุ้นกับภาพตรงหน้า จมูกโด่งที่เชิดขึ้นน้อย ๆ ย่นลงด้วยกลิ่นเหม็นอับชื้น ริมฝีปากเล็กสีแดงระเรื่ออ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงกับภาพตรงหน้านี้

“นะ นี่มันที่ไหนกันล่ะเนี่ย ไม่ใช่บ้านและก็ไม่ใช่โรงพยาบาล แต่ว่า... มะ เหมือนกับห้องนอนสมัยจีนโบราณเลย อึก! ปวดหัวชะมัด”

น้ำเสียงแว่วหวานพูดกับตนเองด้วยความฉงน นางกวาดสายตามองข้าวของในห้องด้วยความตกตะลึง แม้ในห้องนี้จะไม่ได้ตกแต่งด้วยเครื่องเงินเครื่องทองอย่างหรูหรา ทว่ากลับดูเป็นระเบียบเรียบร้อย

ไม่ผิดแน่! นี่คือห้องนอนตามแบบฉบับของยุคสมัยจีนโบราณมิมีผิดเพี้ยน แล้วทำไม? ข้าถึงได้มาอยู่ที่นี่ได้เล่า

“โอ๊ยยย!”

สติที่คืนกลับมาดับวูบลงอีกครั้ง พร้อมกับความทรงจำของเจ้าขอร่างเดิมที่ได้หวนคืนเข้าสู่เจ้าของร่างนี้...

หลายวันผ่านไป

วิญญาณสาวของครูดาว ได้เข้ามาอยู่ในร่างของคุณหนูใหญ่แห่งจวนเสนาบดีกรมยุติธรรมหลายวันแล้ว หลังจากที่สติแตกเพราะตัวเองเข้ามาอยู่ในนิยายที่อ่านจบแล้ว กว่าจะทำใจได้ว่าตัวเองอาศัยอยู่ในร่างนี้ ก็ทำเอานางเกือบเป็นบ้าไปเลย

ใครจะคิดว่าตัวเองจะได้มาเข้าร่าง ‘เจียงเม่ย’ นางเอกนิยายเรื่อง ‘บุปผาคู่บัลลังก์’ กันเล่า ทั้งชีวิตของนางเอกก็แสนจะน่าบัดซบเหลือเกิน

มารดาที่เป็นฮูหยินรองก็เสียตั้งแต่นางอายุเพียง 5 ปี บิดาจากที่เคยรักใคร่ก็ไม่สนใจไยดี ฮูหยินใหญ่ก็รังเกียจเดียดฉันท์ น้องสาวน้องชายต่างมารดาก็คอยหาเรื่องกลั่นแกล้ง อีกทั้งบ่าวไพร่ก็หาได้ยำเกรงไม่ พอได้เจอพระเอกก็ต้องพบเจอกับเรื่องอันตราย

เฮ้อ... จะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบราบรื่นไม่ได้เลยหรือ

เจียงเม่ยคร่ำครวญในใจกับตนเองอย่างปลงตก ตั้งแต่ฟื้นขึ้นมานางก็ไม่เคยได้อยู่ในเรือนอย่างสงบเลย

“คุณหนูใหญ่ ฮูหยินใหญ่เรียกให้ไปพบที่เรือนใหญ่เจ้าค่ะ ท่านจะมาอ้างว่าไม่สบาย ปวดหัว มีไข้ไม่ได้แล้วนะเจ้าคะ หาไม่ท่านคงได้ถูกลงโทษหนักกว่าคราวที่แล้วอีกแน่”

รั่วจูผู้เป็นสาวใช้ประจำตัวของคุณหนูรอง ข่มขู่ผู้ที่นางไม่เคยมองว่าเป็นเจ้านายเลยสักครั้งด้วยความถือดี ด้วยตนเองอาศัยว่ามีฮูหยินใหญ่และคุณหนูรองคอยหนุนหลัง

ผลัวะ!

ประตูถูกผลักออกพร้อมกับเงาร่างอันแสนบอบบางของเจียงเม่ย สายตาของนางตวัดมองสาวใช้ที่กำแหงผู้นี้ด้วยสายตาวาววับ

“ข้ารู้แล้ว” น้ำเสียงหวานพลันเย็นเหยียบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สร้างความขนลุกซู่ให้กับรั่วจูอย่างไม่คาดคิด

“ชะ เช่นนั้นก็รีบไปเถิดเจ้าค่ะ”

รั่วจูเอ่ยตอบอย่างตะกุกตะกัก นี่เป็นครั้งแรกเลยที่นางรู้สึกหวาดกลัวคุณหนูใหญ่ผู้นี้เลย

“หึ! ไว้ข้าจะกลับมาคิดบัญชีกับเจ้าที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ”

เจียงเม่ยเดินผ่านโดยพูดกับรั่วจูด้วยน้ำเสียงเย็นเหยียบ แววตาของนางมองอีกฝ่ายด้วยสายตาแข็งกร้าว ก่อนจะเดินตรงไปยังเรือนใหญ่ อันเป็นสถานที่พำนักของฮูหยินใหญ่ ผู้เป็นนายหญิงของจวนตระกูลเจียงแห่งนี้!

เจียงเม่ยในชุดสีชมพูอ่อนที่ขาวซีดเสียจนคิดว่าเป็นสีขาว นางก้าวเดินอย่างมั่นคงสู่สนามรบของตนเอง บัดนี้นางเอกที่แสนอ่อนแอที่ถูกคนในจวนแห่งนี้รังแกจะไม่มีอีกแล้ว แต่จะมีเพียงสตรีที่แสนร้ายกาจที่พร้อมจะเอาคืนทุกผู้คนเอง

“คารวะฮูหยินใหญ่เจ้าค่ะ”

‘หลี่หลินถง’ ฮูหยินใหญ่ผู้มีอำนาจสูงสุดในเรือนหลังกวาดตามองเจียงเม่ยด้วยสายตาวาววับ นับวันเจียงเม่ยจะยิ่งเผยความงามมากขึ้น นางมิผิดจากนังจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ผู้เป็นมารดาเลย

“ลุกขึ้นเถิด ข้าได้ยินจากฉีเอ๋อร์ว่าเจ้าไม่ยอมปักผ้าหรือ เพราะเจ้าดื้อดึงเช่นนี้อย่างไรเล่า ฉีเอ๋อร์จึงได้หยอกล้อเจ้าเล่น ข้าหวังว่าเจ้าคงจะไม่ถือสาน้องรองของเจ้าใช่หรือไม่” แววตาที่คล้ายกับอสรพิษร้ายจับจ้องเจียงเม่ยไม่วางตา

“ข้ามิกล้าถือสาน้องรองหรอกเจ้าค่ะ พี่น้องจะหยอกล้อกันเช่นนี้ก็เป็นเรื่องธรรมดา หาใช่เรื่องใหญ่ไม่ ข้าเองก็อยากจะเล่นกับน้องรองเช่นนั้นเหมือนกัน”

‘ครั้งหน้าข้าจะลองกดหัวน้องรองบ้างก็แล้วกัน’ เจียงเม่ยคิดในใจอย่างเจ้าเล่ห์

หลี่หลินถงไม่ได้สนใจประโยคหลังที่สื่อความนัยของเจียงเม่ย แต่นางกลับพยักหน้าให้รั่วจูนำผ้าหลายพับยื่นให้กับเจียงเม่ย

“นับว่าเจ้ายังรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ส่วนนี่คือพัดที่ทำจากกระดาษเนื้อดีที่เจ้าจะต้องนำไปวาดให้เสร็จภายในสามวัน หากเสร็จไม่ทันเจ้าจะต้องอดข้าวสามวัน เข้าใจแล้วใช่หรือไม่” หลี่หลินถงข่มขู่เสียงเข้ม

“น้อมรับคำสั่งฮูหยินใหญ่เจ้าค่ะ”

เจียงเม่ยรับพัดทั้งสามอันมาถือไว้ในมือ คอยดูละกันว่านางจะทำสิ่งใดกับพัดพวกนี้กัน!

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى

المراجعات

Anděl K
Anděl K
พระเจ้าช่วย กล้วยทอด กะปอมพ่นไฟ แต่งได้สนุกเยี่ยมยอด เดินเรื่องรัดกุม เข้าใจง่าย ไม่ลากบท สมกับที่ติดตาม
2025-12-12 18:34:58
0
0
Ploy Panyapat
Ploy Panyapat
เรื่องนี้สนุกค่ะ แนะนำเลย
2025-12-04 08:20:32
1
0
Jj Jj Ok
Jj Jj Ok
ขอบคุณคะ ชอบมาก
2025-12-03 02:59:16
1
0
45 فصول
บทนำ
บทนำ"เอาล่ะเด็ก ๆ วันนี้ก็ทำให้เต็มที่เลยนะ ครูเป็นกำลังใจให้ ถ้าการแข่งครั้งนี้คว้าที่ 1 มาได้ ครูจะพาไปเลี้ยงไอศกรีมเลย""เย้! ครูดาวใจดีที่สุดเลยครับ"เด็กชายกลุ่มใหญ่ในชุดกีฬาสีเสื้อสีแดงโห่ร้องเสียงดังก้องด้วยความยินดี วันนี้คือการแข่งขันฟุตบอลในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4- 6 ซึ่งการแข่งรอบนี้คือการแข่งรอบชิงชนะเลิศ โดยมีครูดาวผู้เป็นนักศึกษาครูฝึกสอนปีสุดท้ายเป็นผู้ฝึกซ้อมพวกเขาด้วยตนเอง ครูดาวคือคุณครูพละแสนสวยขวัญใจของนักเรียน"ไป ๆ ทำให้เต็มที่เลยนะ"ครูดาวปรบมือให้สัญญาณเด็ก ๆ วิ่งเข้าสู่สนาม พวกเด็ก ๆ ต่างหันมาโบกมือยิ้มร่า ก่อนจะรีบวิ่งลงไปยังสนามด้วยหัวใจอันตื่นเต้นการแข่งขันล่วงเข้าสู่นาทีสุดท้ายแล้วซึ่งเด็ก ๆ ต่างทำหน้าที่ของตนเองได้เป็นอย่างดี ตอนนี้ผลคะแนนอยู่ที่ 1-1 ในช่วงสุดท้ายของเกมกัปตันทีมของสีแดงกำลังเลี้ยงบอลเพื่อยิงเข้าประตูของฝ่ายตรงข้าม ครูดาวลุ้นระทึกด้วยความตื่นเต้น เธอยืนอยู่ข้างสนามท่ามกลางแสงแดดอันเจิดจ้าอย่างไม่นึกร้อนทว่าในตอนที่ลูกบอลพุ่งตรงเข้าประตูของทีมสีเหลืองนั้น ครูดาวกลับรู้สึกว่าร่างของเธอผิดปกติ จู่ ๆ เธอก็รู้สึกปวดศีรษะอย่างรุนแรง ในตอน
اقرأ المزيد
บทที่ 1 ไสหัวไป
บทที่ 1ไสหัวไปหลังจากกลับมาที่เรือนของตน เจียงเม่ยก็หยิบพัดทั้งสามขึ้นมาตรวจดูอย่างละเอียด พบว่าพัดทั้งสามล้วนเป็นพัดที่ทำจากกระดาษเนื้อดีอันขึ้นชื่อของเมืองหลวงทั้งสิ้น นางพยายามขุดคุ้ยความทรงจำของนางเอก จึงได้พบว่าเจียงซูฉีต้องการนำพัดพวกนี้ไปอวดในงานเลี้ยงน้ำชาชมดอกโบตั๋น โดยงานเลี้ยงนี้จัดขึ้นที่จวนท่านเสนาบดีกรมคลัง ซึ่งนางไม่ได้รับอนุญาตให้ไปด้วย'อืม... ไม่เคยวาดภาพซะด้วยสิ จะทำยังไงต่อดีล่ะเนี่ย'เจียงเม่ยหยิบพู่กันขึ้นมาแตะแต้มสีที่สาวใช้จัดเตรียมไว้ให้ ทว่าทันทีที่นางจับพู่กัน จู่ ๆ มือของนางก็ตวัดวาดลวดลายบนพัดอย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานก็บังเกิดภาพวาดดอกโบตั๋นสีแดงที่งดงามจับใจ เจียงเม่ยวางพู่กันในมือลงด้วยความตกตะลึง ก่อนจะผุดยิ้มกว้างด้วยความยินดี'อ่า... สวรรค์ไม่ได้ใจร้ายเกินไปสินะ ยังให้สกิลนางเอกติดตัวมาด้วย หึ ๆ อย่างนี้ก็ยิ่งน่าสนุกน่ะสิ'เจียงเม่ยเหยียดยิ้มกว้างด้วยความยินดี นางจัดการวาดภาพดอกโบตั๋นบนพัดนั้นจนแล้วเสร็จ หยิบผลงานของตนเองขึ้นมาดูด้วยความถูกใจ แม้จะไม่มีความรู้เรื่องการวาดภาพ แต่ฝีพู่กันและการลงสีของนางถือว่าลายเส้นมั่นคง รูปวาดมีมิติราวกับมีชีวิตอย่า
اقرأ المزيد
บทที่ 2 คำเตือนจากหลานสาว
บทที่ 2คำเตือนจากหลานสาวเจียงเม่ยเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมซึ่งเป็นกิจการของตระกูลเหอ ตระกูลฝั่งมารดาของนางนั่นเอง ในนิยายคนตระกูลเหอล้วนดีกับนางทุกคน โดยเฉพาะท่านตากับท่านยายที่รักใคร่หลานสาวที่ต้องสูญเสียมารดาไปตั้งแต่ยังเด็ก ทว่าเพราะถูกฮูหยินใหญ่ข่มขู่และหวาดกลัวตระกูลหลี่ ทำให้ไม่กล้าแพร่งพรายความทุกข์ระทมที่อยู่ในจวนตระกูลเจียงเลย กว่าตระกูลเหอจะล่วงรู้ชะตาชีวิตอันน่าสงสารของเจียงเม่ยก็เป็นช่วงท้ายเรื่องแล้ว "เชิญขอรับ มิทราบว่าต้องการเป็นห้องรับรองส่วนตัวหรือไม่ขอรับ"ผู้ดูแลร้านรีบเข้ามาต้อนรับเจียงเม่ยด้วยท่าทางนอบน้อม "ช่วยไปเรียนท่านลุงว่าข้าเจียงเม่ยต้องการพบหน้าท่านลุงสักครา"หลงจู๊พลันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ด้วยนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับคุณหนูใหญ่เจียง ที่มีชื่อเสียงว่าเป็นสตรีร้ายกาจ ชอบรังแกบ่าวไพร่ในเรือน และเป็นสตรีที่เกียจคร้านการเล่าเรียน แม้แต่สำนักศึกษาก็ยังไม่ไป น้อยคนนักที่จะเคยได้พบนาง"ขออภัยขอรับ ข้าน้อยต้องไปเรียนนายท่านเสียก่อน มิรู้ว่านายท่านจะว่างมาพบคุณหนูใหญ่เจียงหรือไม่นะขอรับ" สายตาที่หลงจู๊ใช้มองเจียงเม่ยมีความกังขา ไม่รู้ว่าการมาของเจียงเม่ยนั้
اقرأ المزيد
บทที่ 3 เรื่องเหลวไหล
บทที่ 3เรื่องเหลวไหลหลังจากพูดคุยถามสารทุกข์สุกดิบจนอาหารที่สั่งไว้มาวางบนโต๊ะ เหอต้าเจิงก็ยังคงทานอาหารเย็นร่วมกับหลานสาว ทั้งสองพูดคุยกันอย่างถูกคอยิ่งนัก ด้วยเจียงเม่ยมีพรสวรรค์ด้านการค้ามิน้อยเลย เมื่อเขาลองหยั่งเชิงนางก็สามารถเสนอความคิดเห็นได้อย่างชาญฉลาด นี่สิถึงจะเหมือนกับสายเลือดของคนตระกูลเหอ "วันนี้ข้าสนุกมากเลยเจ้าค่ะ แต่คงต้องรีบกลับจวนแล้ว ไว้คราวหน้าข้าจะหาทางไปคารวะท่านตาและท่านยายนะเจ้าคะ ส่วนเรื่องนั้น..." ประโยคท้ายนางมีความลังเลไม่แน่ใจ"เจ้าวางใจได้ ข้าจะทำตามที่เจ้าขออย่างไม่มีตกหล่นเลยล่ะ""ขอบคุณท่านลุงมากเจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าขอตัวกลับก่อนนะเจ้าคะ""อืม... ไว้พบกันใหม่ วันนี้ข้าเองก็สนุกมากเหมือนกัน"เหอต้าเจิงยกมือขึ้นลูบเรือนผมสีดำขลับของเจียงเม่ยด้วยความเอ็นดู การได้พบหลานสาวอีกครั้งถือว่าเป็นเรื่องดีที่สุด หากว่าเขานำเรื่องนี้ไปเรียนท่านพ่อกับท่านแม่ พวกท่านทั้งสองคงจะดีใจยิ่งนักจวนชินอ๋องภายในห้องหนังสือของจวนชินอ๋อง บุรุษผู้เป็นเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ผู้มีดวงตาคมกริบดั่งกระบี่ คิ้วเรียวยาวพาดเหนือดวงตาคู่คม จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากบางเฉียบที่ใ
اقرأ المزيد
บทที่ 4 นกยวนยาง
บทที่ 4นกยวนยางวันต่อมาเจียงซูฉีก็ได้นั่งรถม้าไปเยือนที่จวนตระกูลเสิ่น วันนี้นางตั้งใจแต่งกายด้วยอาภรณ์ที่ดีที่สุด เนื่องจากองค์รัชทายาทจะเสด็จมาด้วย ทำให้นางรู้สึกตื่นเต้นและประหม่ายิ่งนัก "วันนี้ข้างดงามแล้วหรือยัง" เจียงซูฉีเอ่ยถามรั่วจูเสียงใส"คุณหนูของบ่าวงดงามที่สุดเลยเจ้าค่ะ หากองค์รัชทายาทได้เห็นจะต้องตกตะลึงในความงดงามของคุณหนูเป็นแน่เจ้าค่ะ"เจียงซูฉีพลันยิ้มกว้างด้วยความพึงพอใจ "ใช่แล้วล่ะเพราะในเมืองหลวงนี้ข้างดงามที่สุด ว่าแต่เจ้านำพัดที่นังเจียงเม่ยวาดมาแล้วใช่หรือไม่""บ่าวนำมาแล้วเจ้าค่ะ ทุกอย่างเรียบร้อยดีเจ้าค่ะ""ดีมาก เช่นนั้นก็ไปกันเถิด"เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามที่นางต้องการ เจียงซูฉีจึงได้ก้าวลงมาจากรถม้าที่มีตราประทับของจวนตระกูลเจียง หญิงสาวในอาภรณ์สีชมพูอ่อนที่ปักลวดลายดอกเหลียนฮวาพลันปรากฏสู่สายตาของทุกคน ทันทีที่นางเผยโฉมทุกคนในงานต่างหันมามองนางเป็นตาเดียว คุณหนูรองตระกูลเจียงช่างงดงามอ่อนหวานนัก ความงามของนางเปรียบดั่งดอกเหลียนฮวาที่เบ่งบานท่ามกลางแสงตะวันที่เจิดจ้า "ฉีเอ๋อร์เจ้ามาแล้วหรือ วันนี้เจ้ายังคงงดงามมิเปลี่ยนไปเลยนะ" 'เสิ่นเยว่สือ' บุตรีของท่
اقرأ المزيد
บทที่ 5 โฉมงามร่ำไห้
บทที่ 5โฉมงามร่ำไห้เจียงซูฉีรู้สึกอับจนหนทางเหลือเกิน นางไม่เคยคาดคิดว่าตนเองจะมาเสียรู้ให้กับเจียงเม่ยเช่นนี้ได้ ต้องเป็นเพราะนังเจียงเม่ยต้องการกลั่นแกล้งนางเป็นแน่ ถึงได้วาดนกยวนยางเช่นนี้ ช่างน่าเจ็บใจนัก!"เจ้าไม่ต้องกลัวนะฉีเอ๋อร์ หากเจ้าบอกว่าไม่ได้ทำก็แสดงว่าเจ้าไม่ได้ทำ แต่ว่า... ภาพวาดบนพัดนั้นเจ้าไม่ได้เป็นคนวาดเองหรอกหรือ เช่นนั้นแล้วเป็นผู้ใดวาดเล่า"เสิ่นเยว่สือเข้ามาปลอบสหายด้วยความเห็นใจ ทว่าคำพูดของนางราวกับกำลังจะประกาศให้ทุกคนรับรู้ว่าเจียงซูฉีเป็นสตรีโกหก ชื่อเสียงอันดีงามที่สั่งสมมานาน เห็นทีจะต้องมัวหมองในวันนี้เสียแล้ว"ข้า ข้า ฮือ ๆ หม่อมฉันไม่รู้จริง ๆ เพคะว่ารูปนกยวนยางนั้นเป็นฝีมือของผู้ใด ด้วยตอนหม่อมฉันวาดรูปก็มีเพียงสาวใช้ และ และพี่หญิงใหญ่เท่านั้นเพคะ" เจียงซูฉีจะไม่ยอมรับเป็นอันขาดว่านางนั้นไม่ได้เป็นคนวาดรูปเอง มิเช่นนั้นคงได้ถูกผู้คนหัวเราะเยาะเป็นแน่ มีเพียงแค่ทางเดียวคือการโยนความผิดทั้งหมดให้กับเจียงเม่ย เสิ่นเยว่สือเอ่ยถาม "เช่นนั้นนี่ก็เป็นฝีมือของคุณหนูใหญ่เจียงหรือ""ข้าไม่แน่ใจ บางทีอาจจะเป็นคนอื่นก็ได้" เจียงซูฉีหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็
اقرأ المزيد
บทที่ 6 ข้าผิดไปแล้ว
บทที่ 6ข้าผิดไปแล้วเจียงลู่รู้สึกเลือดลมในกายกำลังจับแข็งเป็นก้อน เพราะการกระทำอันไร้หัวคิดของบุตรสาวคนรอง แม้ว่าเขาจะไม่ได้สนใจไยดีในตัวเจียงเม่ย ทว่าตัวนางก็ยังมีประโยชน์อยู่บ้าง และตอนนี้ตระกูลเหอก็ได้กลายเป็นคหบดีที่ร่ำรวยมากในเมืองหลวง เขาจึงคิดจะสานสัมพันธ์ในอดีตให้แน่นแฟ้นมากขึ้น เมื่อกลับมาถึงจวนแล้วพบผู้อาวุโสทั้งสองจึงได้ชวนกันเข้ามาในจวนทันที ทำให้ไม่รู้ว่าภายในจวนได้เกิดเรื่องไม่งามหน้าขึ้น"นี่มันเรื่องอะไรกันฮูหยิน ข้าไว้ใจให้เจ้าจัดการงานในเรือน แล้วนี่เหตุใดฉีเอ๋อร์ผู้เป็นน้องสาวถึงได้ลงมือทุบตีเม่ยเอ๋อร์ผู้เป็นพี่สาว อย่างไม่รู้จักกฎระเบียบของความอาวุโสเช่นนี้กัน"หลี่หลินถงพลันหน้าซีดขาว ด้วยที่ผ่านมาไม่มีครั้งไหนเลยที่เจียงลู่จะสนใจเจียงเม่ย ทว่าวันนี้เขากลับกล่าวโทษนางเพียงเพราะคนจากตระกูลเหอมาเห็นภาพนี้เช่นนั้นหรือ "ก็แค่พี่น้องเล่นกันเท่านั้นเองเจ้าค่ะ เหตุใดท่านพี่ถึงกล่าวคำพูดที่รุนแรงเช่นนี้กันเล่าเจ้าคะ" "เหอะ! ข้าเพิ่งรู้ว่าจวนตระกูลเจียงชอบละเล่นกันเช่นนี้ ถ้าหากข้าเองก็อยากจะเล่นกับเจ้าเช่นนี้บ้างจะได้หรือไม่"จางหยุนผิงจับจ้องไปทางหลี่หลินถงด้วยความไม
اقرأ المزيد
 บทที่ 7 ความอบอุ่นที่ไม่ได้สัมผัสมานาน
บทที่ 7ความอบอุ่นที่ไม่ได้สัมผัสมานานหลังจากเหตุการณ์ที่เจียงซูฉีถูกลงโทษ คนที่เหลือยกเว้นสองแม่ลูกก็ได้พากันไปยังห้องหนังสือของเจียงลู่ โดยการทำสัญญากู้ยืมเงินเป็นจำนวนเงินถึงหนึ่งแสนตำลึงทอง เจียงเม่ยที่ได้ยินเรื่องนี้อยากจะเข้าไปคัดค้าน ทว่าจางหยุนผิงกลับลอบกระซิบบอกความนัยกับหลานสาว"วางใจเถิด เงินจำนวนนี้จะไม่เสียเปล่าอย่างแน่นอน"เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจียงลู่จึงปล่อยให้เจียงเม่ยได้สนทนากับท่านตาและท่านยานตามลำพัง ซึ่งเจียงเม่ยได้เชื้อเชิญผู้อาวุโสทั้งสองไปนั่งรับลมที่ศาลาริมสระบัว พร้อมกับสั่งให้บ่าวนำขนมและน้ำชามาต้อนรับเป็นอย่างดี"ท่านตาท่านยาย หลานคิดถึงจังเลยเจ้าค่ะ พวกท่านทั้งสองสบายดีหรือไม่เจ้าคะ"เจียงเม่ยคล้ายกับเด็กน้อยในวันวาน ใบหน้างามที่ยังคงมีรอยแดงแย้มยิ้มอย่างน่าเอ็นดู ผู้อาวุโสทั้งสองเห็นเช่นนั้นต่างพากันหัวเราะร่วน เอื้อมมือไปลูบศีรษะของหลานสาวอย่างรักใคร่"ตาสบายดี แล้วเจ้าเล่า อยู่ที่นี่คงลำบากมิน้อยเลยสินะ""ลำบากกายไม่เท่าลำบากใจหรอกเจ้าค่ะ อีกไม่นานหลานก็จะได้ออกไปจากที่นี่แล้ว""จริงสินะ ตอนนี้เจ้าก็อายุ 18 แล้ว ถึงวัยที่จะต้องออกเรือนเสียท
اقرأ المزيد
บทที่ 8 ปล่อยไว้ไม่ได้
บทที่ 8ปล่อยไว้ไม่ได้วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วนัก เพียงไม่นานก็ใกล้จะถึงงานคัดเลือกพระชายาในองค์รัชทายาทแล้ว หลี่หลินถงที่เก็บเนื้อเก็บตัวมานานก็ได้เผยแผนการของตนเองออกมา ในตอนที่ทุกคนกำลังทานอาหารเช้าร่วมกัน "ท่านพี่เจ้าคะ นี่ก็ใกล้จะถึงวันคัดเลือกพระชายาแล้วนะเจ้าคะ ข้าคิดว่าเราควรสั่งซื้อเครื่องประดับและอาภรณ์ชุดใหม่ให้กับฉีเอ๋อร์นะเจ้าคะ และข้าคิดว่าสมควรมองหาคู่ครองให้กับเม่ยเอ๋อร์ได้แล้วด้วยนะเจ้าคะ" หลี่หลินถงคิดจะให้เจียงเม่ยแต่งกับบุรุษจอมเสเพลเจียงซูฉีที่พ้นโทษมาแล้วพลันยิ้มกว้างด้วยความปลื้มปริ่ม หัวใจดวงน้อย ๆ กลับมาเต้นแรงอีกครั้งด้วยความหวังในวาสนาของตน นางเชื่อว่าด้วยรูปโฉมงดงามเช่นนี้ กอปรกับฐานะอันสูงส่งของตนจะต้องได้เป็นพระชายาขององค์รัชทายาทอย่างแน่นอน"นั่นน่ะสินะ อีกเพียงหนึ่งเดือนเองหรือนี่ เช่นนั้นวันนี้เจ้าก็พาฉีเอ๋อร์และเม่ยเอ๋อร์ไปเลือกซื้ออาภรณ์และเครื่องประดับเสียเถิด ส่วนเรื่องคู่ครองของเม่ยเอ๋อร์ก็ไม่จำเป็นที่เจ้าจะต้องสนใจไป"สองแม่ลูกได้ยินว่ามีชื่อเจียงเม่ยด้วยรู้สึกถึงลางร้ายในบัดดล"ท่านพี่หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ""นี่ข้ายังไม่ได้บอกฮูหยินหรือว่
اقرأ المزيد
บทที่ 9 ทำไมถึงเป็นท่าน
บทที่ 9ทำไมถึงเป็นท่านสารถีเอ่ยเตือนเจียงเม่ยเพียงชั่วลมหายใจเดียว รถม้าที่นางนั่งมาพลันพลิกคว่ำทันที หญิงสาวพยายามขดตัวนั่งลงกับพื้น ใช้มือปิดศีรษะของตนเองเอาไว้ เมื่อรถม้าหยุดนิ่งลงก็มีโจรป่าที่มีใบหน้าโหดเหี้ยมเข้ามาลากตัวนางออกไปจากรถม้า "รีบมากับข้า!""ปล่อยข้านะ แม่รอง น้องรองช่วยข้าด้วยเจ้าค่ะ กรี๊ดดด"เจียงเม่ยกรีดร้องเสียงดังลั่นด้วยความตกใจกลัว ทว่าสองแม่ลูกที่ได้รับการอารักขาจากบ่าวในเรือนกลับทำหน้าตาแย้มยิ้มด้วยความยินดี ก่อนจะแสร้งร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร"เม่ยเอ๋อร์ของแม่ พวกเจ้ารีบไปช่วยนางซะสิ""ขอรับฮูหยินใหญ่"เคล้ง เคล้ง โครม!!ทว่าบ่าวชาวพวกนั้นมิอาจต่อกรกับเหล่าโจรป่าที่โหดเหี้ยมได้ สุดท้ายเจียงเม่ยก็ถูกโจรป่าลากไปตามทางอย่างน่าสงสาร "โธ่! เม่ยเอ๋อร์ พวกเจ้ารีบส่งคนไปแจ้งทางการเดี๋ยวนี้ เร็วเข้าสิ! หากเม่ยเอ๋อร์เป็นอะไรไปพวกเจ้าก็เตรียมตัวตายได้เลย" หลี่หลินถงยกชายแขนเสื้อขึ้นมาปิดปากที่กำลังยกยิ้มด้วยความสาสมใจ ขณะที่เจียงซูฉีมีสีหน้าที่ตกตะลึง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้าง เมื่อเห็นว่าเจียงเม่ยที่นางเกลียดชังกำลังตกอยู่ในอันตราย"ท่านแม่ เรารีบกลับจวนกั
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status