Masuk"พวกข้าสองพ่อลูกติดหนี้บุญคุณท่าน ต่อไปหากท่านจะให้พวกเราเป็นวัวเป็นม้าคอยรับใช้พวกเราก็ยินดีเจ้าค่ะ เมื่อท่านช่วยใช้หนี้แทน เช่นนั้นเรือนหลังนี้ก็เป็นของท่านแล้ว ขอเพียงให้พวกเราได้อยู่ต่ออีกสักระยะ ตั้งตัวได้เมื่อใดพวกเราจะรีบย้ายออกทันที"
จินซินเงยหน้ามองร้านยาสมุนไพรตระกูลเสิ่นครู่หนึ่ง ก่อนจะเกิดความคิดหนึ่งขึ้นในใจ
"อาหลี เจ้าพอจะมีความรู้เรื่องสมุนไพร ใช่หรือไม่”
“ก็มีบ้างเจ้าค่ะ"
"ดียิ่งนัก ข้าอยากจะเปิดกิจการร้านสมุนไพรอยู่พอดี ได้เจ้ามาช่วยอีกแรงก็ยิ่งดี พวกเจ้าไม่ต้องย้ายออก เคยอยู่ที่นี่เช่นไรก็อยู่ต่อไปเถอะ คอยช่วยข้าทำกำไรเข้าร้านก็พอ ข้าจะจ่ายเงินเดือนให้พวกเจ้าทุกเดือน"
เสิ่นหลีที่ได้ยินเช่นนั้นก็ดีใจมากหันไปยิ้มกว้างให้บิดาตน แล้วหันมาเอ่ยกับจินซินว่า
"ท่านพูดจริงหรือ"
"จริงสิ”
"ขอบพระคุณเจ้าค่ะคุณหนู ต่อไปนี้ข้าคือคนของท่าน ข้าจะภักดีและช่วยท่านอย่างสุดความสามารถ"
“เอาเถิด หากพวกเจ้าตั้งใจทำงานข้าไม่มีทางทำแย่ๆ อย่างแน่นอน เสิ่นหลี เจ้าวางใจได้ ในเมื่อเจ้าเป็นคนของข้าแล้วข้าก็จะคุ้มครองเจ้าเอง เจ้านำเงินนี่พาบิดาเจ้าไปหาหมอก่อน หากขาดเหลือสิ่งใดก็ไปแจ้งข้าที่จวนตระกูลลู่ได้เลย ลืมแนะนำตนเอง ข้าชื่อจินซิน เจ้าเรียกข้าว่าคุณหนูจินก็ได้”
เสิ่นหลีพยักหน้ารับคำอย่างกล้าๆ กลัวๆ
“คุณหนู เช่นนี้จะดีหรือเจ้าคะ เงินนี่….”
"รับไว้เถอะ ไม่พอก็มาบอกข้าได้ สิ่งที่ข้ามีมากที่สุดก็เงินนี่ล่ะ"
จินซินขยิบตาให้เสิ่นหลีพร้อมกับหัวเราะอย่างอารมณ์ดี เสิ่นหลียิ้มตอบทั้งน้ำตา ก่อนจะรับเงินนั้นเอาไว้และรีบพาบิดาไปหาหมอด้วยความปิติยินดี
เมื่อจัดการเรื่องของเสิ่นหลีเสร็จแล้ว จินซินจึงรีบเข้ามาถามอาการของหยางซาน
"เจ้าเจ็บหรือไม่"
หยางซานไม่ตอบ แต่ร่างกายซวนเซยืนไม่มั่นคงจนจินซินต้องเข้ามาช่วยประคองเขาเอาไว้ ชายหนุ่มซบหน้าที่หัวไหล่ของนางอย่างอ่อนแรง กลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายนางทำให้ใจของเขาเต้นแรงอย่างประหลาด
"อาซาน"
"บ่าวเจ็บไปทั้งตัวเลยขอรับ"
จินซินที่ได้ยินอย่างนั้นก็เอ่ยถามชายหนุ่มด้วยความสงสัย
“เมื่อครู่เจ้ายังดีดีอยู่เลยมิใช่หรือ”
“อยู่ๆ ก็ระบมขึ้นมาขอรับ แค่กแค่ก เหมือนอาการบาดเจ็บจากภายในจะไม่น้อยเลย”
กล่าวจบเขาก็ถ่มเลือดออกมาจากปาก ทำเอาจินซินตกใจมาก รีบพาหยางซานไปที่โรงหมอทันที เมื่อตรวจแล้วพบว่าเขาปลอดภัยดีนางจึงวางใจลงได้ และรีบพาเขาขึ้นรถม้ากลับจวนตระกูลลู่อย่างรวดเร็ว ครั้งนี้นางให้อาซีขับรถม้าแทน อาซีแม้จะเป็นสตรีแต่ก็ทำได้ทุกอย่างไม่แพ้บุรุษเลย
"เจ้าไหวหรือไม่”
ในขณะที่นั่งอยู่ในรถม้าหยางซานก็เอาแต่ซบไหล่นางไม่หยุด นางจึงเอ่ยถามเขาอย่างห่วงใย
“คุณหนู บ่าวไม่มีแรงเลยขอรับ แค่กแค่ก เหมือนว่าอาการป่วยคราวก่อนจะกำเริบ"
เขาบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง จินซินที่ได้ยินก็เริ่มใจไม่ดีขึ้นมาแล้ว
"เช่นนั้นข้าจะพาเจ้าไปพักก่อน ส่วนลู่จื่อเซวียนเจ้าไม่ต้องกังวล ข้าจะไปอธิบายให้เขาฟังเอง อย่างมากเขาก็แค่ตำหนิข้านิดๆ หน่อยๆ"
"ไม่ได้ขอรับ บ่าวเป็นคนก่อเรื่องจะให้คุณหนูมาออกหน้าแทนได้อย่างไร"
เมื่อได้ยินว่านางจะไปหาลู่จื่อเซวียนอีกแล้วหยางซานก็เริ่มไม่สบอารมณ์ขึ้นมา กว่าเขาจะหาทางออดอ้อนนางได้ไม่ง่ายเลย แม้จะรู้ว่าตนเองทำเกินหน้าที่ของบ่าว แต่เขาไม่อาจห้ามใจได้จริงๆ เขาอยากใกล้ชิดสนิทสนมกับนาง
จินซินที่ได้ยินเช่นนั้นก็เอ่ยอย่างเป็นกังวล
“แต่ว่า"
"แค่กแค่ก คุณหนูจำได้หรือไม่ ที่บ่าวเคยบอกว่านายท่านมาเข้าฝันให้บ่าวปกป้องคุณหนู หากว่าบ่าวไม่ทำตามที่รับปาก เช่นนี้แล้วจะสู้หน้านายท่านได้อย่างไรกันขอรับ"
“ช่างเถิดๆ ถึงจวนตระกูลลู่แล้ว ข้าจะพาเจ้าไปพักก่อน"
จินซินค่อยๆ พาหยางซานลงจากรถม้าอย่างระมัดระวัง เมื่อลงมาถึงก็ต้องชะงักเมื่อพบว่ายามนี้ลู่จื่อเซวีียนกำลังยืนเอามือไพล่หลังรอพวกนางอยู่ แววตาที่มองมาก็เย็นชาเป็นอย่างมาก
"กลับกันมาได้เสียทีนะ"
"ลูกพี่ลู่ บ่าวของข้าได้รับบาดเจ็บหนัก ท่านอย่าได้ลงโทษเขาเลย"
"ขอซื่อจื่ออย่าได้กล่าวโทษคุณหนูของบ่าวเลยขอรับ"
ลู่จื่อเซวียนส่งเสียงเหอะในลำคอ ช่างเป็นนายเป็นบ่าวที่รู้ใจกันเสียเหลือเกิน คนหนึ่งร้องอีกคนหนึ่งก็รีบรับทันที
"ยามที่ก่อเรื่องพวกเจ้าไม่คิด หากวันนี้ข้าไปไม่ทันจะเกิดเรื่องใดขึ้น พวกเจ้ามิตายอยู่ใต้ฝ่าเท้าพวกมันหรือ!"
“ข้าเพียงช่วยคน ช่วยคนก็ผิดหรือ หรือว่าจะทนเห็นคนลำบากถูกรังแก ข้ารู้ว่าข้าชอบก่อเรื่อง แต่ครั้งนี้ข้าทำเพราะช่วยคน เช่นนั้นข้าไม่ผิด เรื่องนี้ข้าไม่ขอโทษ"
ลู่จื่อเซวียนถึงกับปวดเศียรเวียนเกล้าแทบจะกุมขมับ ก่อนหน้านี้เขารู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว อีกทั้งยังสั่งลงโทษคนพวกนั้นอย่างหนักและให้มันคืนสัญญาเงินกู้แต่โดยดี แต่ที่เขาโมโหคือไม่คิดว่านางจะใจกล้าไม่กลัวตายเช่นนี้
"เอาเถอะ เรื่องนี้ข้าจะไม่บอกท่านพ่อและท่านแม่ก็แล้วกัน ต่อไปพวกเจ้าอย่าได้ทำเช่นนี้อีก ส่วนนี่ของเจ้ารับไป"
เขายื่นสัญญาการคืนเงินที่มีการประทับลายนิ้วมือส่งมาตรงหน้านาง จินซินรับมาอ่านดูก่อนจะเงยหน้ามามองเขา
“นี่คือ”
“อ่านไม่ออกหรือ อันธพาลนั่นยอมลงลายมือประทับตราแล้ว ส่วนเจ้าก็ประทับตราลายมือตรงชื่อของเจ้า เท่านี้ก็จบแล้ว ที่ข้าช่วยจัดการเรื่องนี้ให้ไม่ใช่เพราะเห็นดีเห็นงามไปด้วย แต่ข้าทำเพราะความถูกต้อง”
พูดจบชายหนุ่มก็เดินจากไปทันนที จินซินแย้มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ก่อนจะพาหยางซานเดินกลับเรือนพักไป ลู่จื่อเซวียนที่แอบไปซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ก็ทอดสายตามองไปที่คนทั้งสอง ก่อนจะย่นหว่างคิ้ว
หยางซานผู้นี้ได้ยินว่าหักกรามหัวหน้าอันธพาลอย่างเหี้ยมโหด แต่ยามอยู่กับจินซินกลับเชื่องเหมือนกับแมวบ้านตัวหนึ่ง ดูแล้วความคิดความอ่านของบ่าวผู้นี้ไม่ธรรมดาเลย
เมื่อคิดได้เช่นนั้นเขาจึงสั่งให้คนจับตาดูหยางซานเอาไว้ให้ดี
หยางซานเมื่อได้ยินว่าจินซินเกิดเรื่องเขาก็รีบวิ่งเข้าไปด้านในทันทีโดยไม่รอลู่จื่อเซวียน ชาติก่อนเขาไม่เคยมาที่นี่ จึงไม่รู้ว่าเรือนปัญญาหยกอยู่ที่ใด ทำได้เพียงถามคนในนั้น จนกระทั่งได้ทราบว่าจินซินถูกพาไปรักษาตัวยังเรือนรับรองของสำนักศึกษาเรียบร้อยแล้วแม้เขาจะร้อนใจมากเพียงใด แต่ก็ยังไม่ลืมว่าอย่างไรยามนี้ตนเองยังคงมีสถานะเป็นเพียงบ่าวย่อมไม่อาจเข้าไปหานางได้โดยพละการ อีกทั้งยามนี้องค์หญิงฉินอันหนิงก็อยู่ด้วย หากเขาทำเกินหน้าที่อาจจะยิ่งทำให้สถาณการณ์ยุ่งยากมากกว่าเดิมกับฉินอันหนิงนั้นเขาเคยเจอนางในชาติก่อนอยู่บ่อยครั้ง เรียกได้ว่านางคือศัตรูตัวฉกาจของจินซินเลยก็ว่าได้ชาตินี้มีเรื่องราวมากมายที่ต่างจากชาติก่อน จินซินได้เข้าเรียนและได้พบกับฉินอันหนิงที่นี่ซ้ำยังช่วยชีวิตฉินอันหนิงเอาไว้ ซึ่งเหตุการณ์นี้อยู่เหนือความคาดหมายของเขาไปมากลู่จื่อเซวียนเดินตามมาถึงเรือนรับรองพร้อมกับเจียงหว่านหรง ตลอดทางเจี่ยงหว่านหรงลอบสังเกตท่าทางของลู่จื่อเซวียนมาตลอดว่าห่วงใยจินซินมากเพียงใด และนางก็ต้องรู้สึกผิดหวังอยู่ในใจเพราะลู่จื่อเซวียนดูห่วงใยจินซินมากจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่คิดจะกล่าวโทษจิ
จินซินยังไม่ทันเอ่ยจบประโยค อยู่ๆ ฉินอันหนิงก็ฟาดฝ่ามือตบเข้ามาที่ใบหน้าของนางอย่างแรง จนคนถูกตบเจ็บร้าวไปทั้งแก้มซีกขวา"มาเดินชมดอกไม้กับข้า แต่ทำหน้าตาเหมือนไม่เต็มใจ เป็นแค่บุตรสาวคหบดีแต่ทำตัวไม่รู้จักกฎระเบียบ เจ้าไปเอาความกล้ามาจากที่ใดกัน อยากถูกลงโทษหรือ!"เจิ้งหลานที่เห็นเช่นนั้นก็อยากจะหัวเราะออกมาดังๆ แต่ต้องเก็บอาการเอาไว้ เจี่ยงหว่านหรงปรายตามองเจิ้งหลานแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมาพูดกับฉินอันหนิง"ทูลองค์หญิง วันนี้พวกเรามาชมดอกไม้เพื่อความสุนกสนาน ขอองค์หญิงโปรดละเว้นนางสักครั้ง อย่าทรงกริ้วเลยเพคะ"ฉินอันหนิงหันมามองเจี่ยงหว่านหรง จำได้ว่านางคือบุตรตรีของราชครูเจี่ยง ฐานะสูงส่งไม่ธรรมดา"คุณหนูเจี่ยงช่างมีเมตตายิ่งนัก ถึงขนาดออกรับแทนนางเช่นนี้ แต่นางไม่รู้มรรยาท ข้าควรจะต้องสั่งสอนนางสักหน่อย"ฉินอันหนิงตอบเจี่ยงหว่านหรงอย่างไม่ใส่ใจ เจี่ยงหว่านหรงคิดจะออกหน้าอีกครั้ง แต่จินซินกลับส่ายหน้าให้นางเป็นเชิงห้ามปรามเพราะไม่อยากให้เจี่ยงหว่านหรงต้องพลอยฟ้าพลอยฝนเดือดร้อนไปด้วย เจี่ยงหว่านหรงกำมือแน่นพลางตวัดสายตาคมมองเจิ้งหลาน นางคิดในใจว่าเจิ้งหลานน่าจะพูดเป่าหูอะไรองค์หญิงเพราะเ
ด้านจินซินนั้นเมื่อออกจากจวนตระกูลลู่มาแล้วก็รีบมุ่งหน้าไปยังสำนักศึกษาไป๋กวนฮวาทันที ก่อนไปนางยังกำชับอาซีและอาหลิงว่าให้ดูแลหยางซานให้ดีๆเมื่อมาถึงสำนักศึกษาไป๋กวนฮวาแล้ว จินซินก็นั่งเรียนด้วยจิตใจที่ไม่ปกติเท่าใดนัก เพราะนางเป็นห่วงหยางซาน ด้านเจิ้งหลานก็ลอบชำเลืองมองจินซินเป็นระยะก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ด้านเจี่ยงหว่านหรงก็มองจินซินอยู่ห่างๆ ระยะนี้นางเริ่มจะรู้สึกดีกับจินซินอยู่บ้างวันนี้ที่สำนักศึกษาไป๋กวนฮวาคึกคักกว่าทุกวัน เพราะองค์หญิงฉินอันหนิงเสด็จมาร่วมเรียนด้วยทุกคนต่างรีบลุกขึ้นถวายพระพรองค์หญิง จินซินลอบมองฉินอันหนิงเล็กน้อย เพราะชาติที่แล้วนางไม่ได้เข้าเรียนที่สำนักศึกษาจึงไม่ได้พบเจอฉินอันหนิงที่นี่ แต่ได้พบกันหลังจากที่นางเข้าวังหลวงไปเป็นพระสนมแล้วเมื่อมีองค์หญิงมาร่วมเรียนด้วย แน่นอนว่าการเรียนวันนี้จึงค่อนข้างพิเศษมาก เหล่าคุณหนูคนอื่นๆ ต่างพากันกระตือรือร้น บางคนถึงขนาดพยายามประจบประแจงทำดีกับฉินอันหนิงเพราะอยากจะได้รับเลือกให้เข้าไปร่วมเรียนในวังเป็นพระสหาย แต่จินซินกลับไม่สนใจเลยแม้แต่น้อยในสมองของนางตอนนี้มีแต่เรื่องของหยางซานไม่นานก็หมดเวลาเรียน
เมื่อกินมื้อเย็นอิ่มแล้ว จินซินก็แวะมาดูหยางซานต่อทันที เมื่อเห็นว่าเขากำลังนอนหลับอยู่นางจึงไม่อยากจะรบกวน เพียงกำชับให้คนดูแลเขาให้ดี จากนั้นหญิงสาวก็กลับมายังเรือนพักของตน หลังจากจัดการผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์เรียบร้อยแล้ว นางก็สั่งให้อาซีและอาหลิงไปช่วยกันยกหีบสมบัติออกมาที่กลางห้องอาซีและอาหลิงแม้จะสงสัยแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยถามอะไรให้มากความ เพียงขมีขมันทำตามที่เจ้านายสั่ง เมื่อสาวใช้ทั้งสองนำหีบสมบัติมาวางเอาไว้แล้ว หญิงสาวจึงเปิดหีบสำรวจดูสมบัติแต่ละชิ้นอย่างพิจารณาสมบัติที่เก็บไว้มีอยู่มาก ต่อให้นางไม่ทำงานทำการก็ยังมีกินมีใช้ตลอดชาติ น่าเสียดายที่ชาติก่อนนางไม่รู้จักคุณค่าของทรัพย์สินเงินทองเหล่านี้นางจัดการรื้อค้นข้าวของทุกอย่างออกมาดูทีละชิ้น นอกจากตั๋วเงินและก้อนเงินแล้วยังมีเครื่องประดับราคาแพงอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีเครื่องประดับจำพวกปิ่นเงินรวมอยู่ด้วย นางคิดว่าจะมอบปิ่นเงินเหล่านี้ให้สาวใช้เพราะตนเองก็ไม่ได้ใช้จึงไม่อยากเก็บเอาไว้ให้ฝุ่นจับจินซินจัดการข้าวของอยู่เป็นนาน ในที่สุดนางก็เจอของที่ต้องการเสียที หญิงสาวยื่นมือไปหยิบกล่องใบหนึ่งขึ้นมาเปิดออก ในนั้นมีพู่หยกชิ้น
เมื่อคิดได้เช่นนั้นชายหนุ่มก็อดที่จะยิ้มออกมามิได้ ความจริงหยางซานก็ไม่เลว ถึงจะเป็นบ่าวแต่ก็มีความสามารถอยู่ไม่น้อยเลย มิสู้รอให้หยางซานหายดีแล้วเขาค่อยเอ่ยปากขอตัวคนผู้นี้มาจากจินซินให้เข้ามาฝึกในค่ายทหารดีหรือไม่ หากเขาทำความดีความชอบจนได้เลื่อนขั้น เช่นนี้ยามที่ตกลงปลงใจกับจินซินจะได้เหมาะสมกันมากขึ้นเยี่ยมไปเลย เช่นนี้นับว่าดี!ด้านจินซินเมื่อพาหยางซานมานอนที่เรือนแล้ว นางก็อยู่เฝ้าเขา คอยดูชายหนุ่มกินอาหารและยาอย่างเคร่งครัด หยางซานดีใจมาก เพียงแค่นางใส่ใจเขาเช่นนี้ก็ทำให้เขามีแรงจะต่อสู้กับอาการบาดเจ็บแล้วแม้เบื้องหน้าจะยิ้มให้นางอย่างอ่อนโยน แต่ภายในใจของเขากลับครุ่นคิดถึงเรื่องต่างๆ มากมาย นักฆ่าที่ปรากฏตัววันนี้ไม่ธรรมดา เป็นไปได้ถึงสิบส่วนว่าจะเป็นฝีมือของฉินหงเย่ ทว่าท่วงท่าการต่อสู้กลับเหมือนพวกทหารในวังหลวง ชาติก่อนตอนที่เขาเป็นขันทีก็ได้เห็นมาบ้างว่ายามทหารพวกนั้นฝึกฝนเป็นเช่นไร เขายังแอบลอบจดจำท่าทางมาฝึกฝนในยามว่างด้วยซ้ำไม่คิดว่าฉินหงเย่จะชิงลงมือรวดเร็วเช่นนี้ ชาติก่อนนั้นเขาไม่ได้กระทำการอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้มิใช่หรือยิ่งคิดเขาก็ยิ่งเกิดความสงสัย เรื่องนักฆ่าก็อ
เมื่อรถม้ามาจอดที่ด้านหน้าจวนตระกูลลู่ จินซินก็กระโดดลงมาจากรถม้าโดยไม่ต้องรอให้ผู้ใดมาช่วยประคอง หญิงสาววิ่งเข้ามาในจวนอย่างรวดเร็ว เมื่อมาถึงก็พบกับอาซีและอาหลิงที่กำลังยืนรอนางอยู่ยามนี้สาวใช้ทั้งสองดวงตาแดงก่ำคล้ายกับเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก"คุณหนู!"“เกิดเรื่องอะไรขึ้น"นางส่งห่อเครื่องเขียนและห่อขนมให้กับสาวใช้พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน อาซียกมือขึ้นเช็ดน้ำตาแล้วจึงตอบด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้น"พี่อาซานเจ้าค่ะ พี่อาซานตายแล้ว""เจ้าว่าอะไรนะ!"จินซินที่ได้ยินก็รู้สึกราวกับว่าเลือดในกายวูบวาบจนยืนไม่อยู่ อาซีกับอาหลิงที่เห็นจึงรีบเข้ามาประคองนางเอาไว้"พาข้าไปหาอาซานเดี๋ยวนี้ พาข้าไปสิ!"นางบอกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ในลำคอแห้งผากไปหมด อาซีและอาหลิงรีบพาเจ้านายไปที่ห้องของหยางซานทันที เมื่อมาถึงก็พบลู่จื่อเซวียนที่กำลังเดินวนไปวนมาอยู่ที่หน้าห้องของหยางซาน บนศีรษะของเขามีผ้าสีขาวพันเอาไว้อีกทั้งยังมีโลหิตไหลซึมออกมาอีกด้วย"ลูกพี่ลู่!"ลู่จื่อเซวียนหันขวับมาทันที เมื่อเห็นว่าเป็นจินซินแววตาของเขาก็ฉายแววรู้สึกผิดขึ้นมา ชายหนุ่มยังไม่ทันได้กล่าวสิ่งใด หญิงสาวก็พุ่งเข้ามาจับแข





![ตำนานรักแผ่นดินกงซุน [NC25+]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

