مشاركة

บทที่ 16

مؤلف: มู่อวิ๋นเฉิง
หลังจากสาวใช้ได้ยินเช่นนี้ก็ตกใจ รีบโขกหัวละล่ำละลัก “ฮูหยินผู้เฒ่า ท่านเขยก็กลับมากับคุณหนูใหญ่ด้วยเจ้าค่ะ”

ทันทีที่พูดคำเหล่านี้ออกไป คนที่นั่งอยู่รอบ ๆ ก็ตกใจ เกิดเรื่องอื้อฉาวเช่นนี้ขึ้นในวันแต่งงาน ฉางซินโหวยังกลับบ้านมากับเมิ่งจิ่นเหยาด้วย นี่คือเรื่องที่ทุกคนไม่คาดคิด

ฮูหยินผู้เฒ่าเมิ่งก็ตกใจไม่น้อย พูดอย่างไม่เชื่อสายตา “เจ้าบอกว่าฉางซินโหวก็มาด้วยงั้นหรือ?”

สาวใช้ตอบว่า “เจ้าค่ะ ตอนนี้ท่านเขยยังรออยู่ที่หน้าประตู”

ฮูหยินผู้เฒ่าเหมิงเผยความโกรธออกมาทางสีหน้า พลางตำหนิว่า “พวกเจ้าทำงานประสาอะไร? ท่านเขยมาแล้ว ทำไมพวกเจ้าถึงปล่อยท่านเขยไว้ข้างนอก ไม่ต้อนรับเขาเข้ามาในจวน?”

สาวใช้ก้มหน้าไม่กล้าตอบ ที่ในจวนกระทำกันเช่นนี้ เพราะฟังจากที่ท่านเมิ่งยังพูดด้วยซ้ำไปว่าไม่รับบุตรสาวอย่างคุณหนูใหญ่แล้ว วันนี้ไม่มีการจัดเตรียมเลยสักนิด ชัดเจนว่าไม่ต้อนรับคุณหนูใหญ่กลับบ้านในวันที่สามหลังแต่งงาน แล้วพวกเขาจะกล้าปล่อยให้คุณหนูใหญ่และท่านเขยเข้ามาโดยพลการได้อย่างไร?

ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาถามหาความรับผิดชอบจากบ่าวรับใช้ “นางซุนรีบไกล่เกลี่ยสถานการณ์ แล้วพูดว่า “ท่านแม่ บ่าวรับใช้มีตาหามีแววไม่ อย่าไปถือสาพวกเขาเลย นี่เป็นครั้งแรกที่ท่านเขยใหม่มาเยี่ยม พวกเราไปต้อนรับขับสู้ท่านเขยใหม่กันก่อนดีกว่า”

ใบหน้าของเมิ่งตงหย่วนก็เผยรอยยิ้มที่หายไปนานออกมาเช่นกัน พลางพูดคล้อยตาม “ใช่แล้ว ท่านแม่ พวกเราไปต้อนรับท่านเขยใหม่ก่อนดีกว่า อย่าปล่อยให้ท่านเขยใหม่ต้องรอนานเกินไป”

มีคนยื่นบันไดให้ ฮูหยินผู้เฒ่าก็ย่อมเดินลงบันไดไปอยู่แล้ว พลางพยักหน้าบอกว่า “พวกเจ้าไปเถอะ”

นางเป็นย่าแล้ว ไม่จำเป็นต้องต้อนรับหลานเขยด้วยตัวเอง ไม่เช่นนั้นจะดูสอพลอเกินไป แต่สำหรับลูกชายและลูกสะใภ้ที่เป็นพ่อตาแม่ยาย ลูกเขยกลับบ้านมากับบุตรสาว ออกไปต้อนรับเสียหน่อย ก็ถือเป็นการให้เกียรติกัน

เมิ่งตงหย่วนตอบรับ แล้วเดินไปต้อนรับพร้อมกับนางซุนและลูก ๆ ทั้งสาม

......

ประตูใหญ่จวนหย่งชางป๋อปิดสนิท ลักษณะเหมือนปิดประตูปฏิเสธรับแขก รถม้าของจวนฉางซินโหวจอดอยู่หน้าประตู

กู้จิ่งซีเปิดม่านหน้าต่างรถขึ้นมา พลางชำเลืองมองประตูใหญ่ที่ปิดสนิท ในวันที่บุตรสาวที่ออกเรือนไปและกลับบ้าน ไม่มีการเปิดประตูส่งคนมารอรับที่หน้าประตู ชัดเจนว่าไม่มีการจัดเตรียมใด ๆ ไว้ หรืออาจจะไม่ต้อนรับ ไม่เห็นความสำคัญของบุตรสาวคนนี้เลย

ผ่านไปสักพัก กู้จิ่งซีก็ปล่อยผ้าม่านลง แล้วมองไปที่ภรรยาตัวน้อยที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับเขา เห็นนางยังนั่งตัวตรงตามปกติ สุขุมเยือกเย็นเหมือนที่ผ่านมา ไม่มีแม้แต่การขมวดคิ้ว เห็นได้ชัดว่าได้คาดการณ์ผลลัพธ์เช่นนี้ไว้แล้ว ไม่ได้คาดหวังอะไร ดังนั้นจึงไม่ผิดหวัง

ทันใดนั้นเขาก็เข้าใจว่าเหตุใดนางถึงใจเย็นกว่าคนวัยเดียวกัน ที่แท้ก็เคยมีช่วงเวลาที่ยากลำบากในตอนที่เป็นคุณหนู หากเป็นคุณหนูที่ได้รับความโปรดปรานจากครอบครัว ไฉนเลยจะรับมือกับความอยุติธรรมในวันแต่งงานได้? มีเพียงผู้ที่กล้ำกลืนความไม่เป็นธรรมจนชาชินแล้วเท่านั้น ถึงจะรับมือได้อย่างสุขุม

กู้จิ่งซีพูดขึ้นอย่างกะทันหัน “ฮูหยิน สกุลกู้จะไม่ทำเช่นนี้”

“อะไรนะ?” เมิ่งจิ่นเหยาไม่เข้าใจว่าทำไม

กู้จิ่งซีตอบว่า “จะไม่ปฏิบัติกับเจ้าเหมือนที่สกุลเมิ่งทำ”

เมิ่งจิ่นเหยาได้ยินดังนั้น หัวใจก็สั่นไหว พลางหันไปเชยตามองกู้จิ่งซี สิ่งที่เห็นก็คือหน้าตาอันอบอุ่นและจริงจังของกู้จิ่งซี นางตกตะลึง เป็นครั้งแรกที่มีคนอ่านสถานการณ์ของนางได้อย่างทะลุปรุโปร่งแล้วยังสัญญาว่าจะปฏิบัติต่อนางดี ๆ นี่คือสามีแต่ในนามของนาง ไม่ว่าจะเป็นความจริงหรือไม่ ในใจของนางก็เกิดความซาบซึ้งอยู่ดี

ชั่วขณะหนึ่ง นางก็ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร เพียงตอบไปประโยคเดียวว่า “ขอบคุณเจ้าค่ะท่านพี่”

กู้จิ่งซีว่าไปตามเหตุตามผล “นี่สมควรอยู่แล้ว เจ้าเป็นสะใภ้สกุลกู้ สกุลกู้ไม่เคยปฏิบัติไม่ดีต่อสะใภ้” เขานิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะพูดว่า “ฮูหยิน ในเมื่อพวกเขาไม่ต้อนรับเรา เราก็กลับกันดีกว่าไหม?”

เมิ่งจิ่นเหยาส่ายหัวเล็กน้อย ยิ้มมุมปากขึ้นมา พลางกล่าวว่า “ภรรยาของกู้จิ่งซีถูกบ้านพ่อแม่ปฏิเสธเมื่อกลับบ้าน แม้แต่ชาสักถ้วยก็ไม่ได้ดื่มจึงเดินทางกลับจวนอย่างหงอยเหงาเศร้าซึม ท่านไม่รู้สึกขายหน้าหรือ?”

นางพูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยเบา ๆ ใบหน้าเผยความหยอกเย้าขึ้นมา พูดด้วยน้ำเสียงสุขุมเยือกเย็น “พวกเรารออีกสักหน่อย เดี๋ยวพวกเขาต้องออกมาต้อนรับเราด้วยตัวเอง ถึงตอนนั้นพวกเขาก็จะกลายเป็นหัวข้อให้ผู้คนซุบซิบนินทา คุณหนูที่ออกเรือนไปแล้วกลับบ้านทั้งที ประตูใหญ่ของพวกเขาดันปิดสนิท สุดท้ายเมื่อได้รู้ว่าท่านเขยใหม่ก็มาด้วย ก็รีบกุลีกุจอเข้ามาต้อนรับด้วยตัวเอง

กู้จิ่งซีตกตะลึงเล็กน้อย แต่ไม่นานก็พูดด้วยความสนใจเป็นอย่างยิ่ง “ตกลง เอาที่ฮูหยินสบายใจ”
استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ชายชั่วหนีวิวาห์ ข้าหรือจะยอมเป็นม่ายขันหมาก   บทที่ 340

    กู้จิ่งซีค่อนข้างประหลาดใจ “เจ้าใช้วิธีใด ถึงทำให้เขารับสารภาพเร็วขนาดนั้น?”ฉีอวิ้นเหวินหยักไหล่ หัวเราะพลางกล่าว “นั่นไม่ใช่ความดีความชอบของข้า เมื่อวานมีแม่นางคนหนึ่งมาพบเขา ไม่รู้พูดอะไร เขาก็รับสารภาพแล้ว”เมื่อได้ยิน กู้จิ่งซีก็ขมวดคิ้วแน่น และสัมผัสได้ถึงสิ่งผิดปกติบางอย่าง “แม่นางผู้นั้นรู้ได้อย่างไรว่าเขาถูกจับตัว?”ฉีอวิ้นเหวินเหลือบมองเขาด้วยสายตาแปลก ๆ และถามกลับว่า “โจรขโมยหญิงงามที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ และชั่วร้ายถูกจับตัวได้แล้ว เป็นเรื่องที่ใหญ่มาก เมื่อคืนข่าวนี้แพร่กระจายไปทั่วทั้งเมืองหลวงแล้ว หรือว่าเจ้าไม่รู้หรือ? ก็จริง น้องสะใภ้ป่วยแล้ว เจ้าไม่มีกระจิตกระใจจะสนใจเรื่องอื่นก็ปกติ”กู้จิ่งซีปรากฏสายตาที่รู้ทันออกมาฉีอวิ้นเหวินกล่าวอีกว่า “ข้าเห็นแม่นางผู้นั้นแต่งกายเป็นสาวชาวยุทธจักร ซึ่งน่าจะเป็นชาวยุทธจักร และคาดว่าจะมีความเกี่ยวข้องอะไรกับเขา แต่ว่าเรื่องนี้ไม่สำคัญมากนัก เพราะตอนนี้ไขคดีได้ก็พอแล้ว”......จวนฉางซินโหวกู้ซิวหมิงมาคารวะยามเช้าให้เมิ่งจิ่นเหยา เขามาสายก้าวหนึ่ง กู้จิ่งซีเพิ่งออกไป เขาก็เพิ่งจะมาถึงนับตั้งแต่การกักบริเวณสิ้นสุดลง ตราบใดที

  • ชายชั่วหนีวิวาห์ ข้าหรือจะยอมเป็นม่ายขันหมาก   บทที่ 339

    เมิ่งจิ่นเหยาก็ไม่ปิดบัง และเล่าเรื่องที่พบหญิงวัยกลางคนในวัดหลินอวิ๋นเมื่อวานตอนบ่ายให้ฟังรอบหนึ่งพูดถึงช่วงสุดท้าย นางก็หัวเราะออกมาเบา ๆ “สวรรค์มีตาจริง ๆ จู่ ๆ ข้าก็ฉุกคิดอยากจะไปจุดธูปให้ท่านแม่ที่โถงหว่างเซิงของวัดหลิงอวิ๋น จึงได้พบอดีตบ่าวรับใช้ของท่านแม่ ท่านป้าท่านนั้นป่วยหนักมาก และเหลือเวลาไม่มากแล้ว หากเมื่อวานข้าไม่ได้ไปเจอนางที่วัดหลิงอวิ๋น ความลับนั้นคาดว่าข้าจะไม่มีทางรู้ไปตลอดกาลเจ้าค่ะ”กู้จิ้งซีสีหน้ามืดมนลง พลางละอายใจต่อวิธีที่พ่อตานั้นทำอย่างมาก แม้จะแต่งงานตามคำสั่งของบิดามารดาและการจับคู่ของแม่สื่อ พลางไม่มีความรักระหว่างชายหญิงต่อแม่ยายเขา จะปิดบังความจริงเพราะรู้สึกผิดก็ช่าง ยังปล่อยให้มารดาและแม่เลี้ยงปฏิบัติต่อบุตรสาวที่บริสุทธิ์อย่างรุนแรงอีกเขาเห็นแม่นางน้อยที่โกรธแค้นผสมปนเปกัน ก็ตบหลังมือของแม่นางน้อยเหมือนจะปลอบใจ และกล่าวอย่างเป็นนัยว่า “ฮูหยิน วิญญาณของแม่ยายที่อยู่บนสวรรค์จะไม่ปล่อยพวกเขาไปแน่”เมื่อได้ยิน สีหน้าของเมิ่งจิ่นเหยาก็ชะงักไป พลางสบตาเข้ากับสายตาที่มีความหมายลึกซึ้งของเขา ก็เข้าใจความหมายของเขา และยกรอยยิ้มที่อันตรายขึ้น “จริงด้วย

  • ชายชั่วหนีวิวาห์ ข้าหรือจะยอมเป็นม่ายขันหมาก   บทที่ 338

    เมิ่งจิ่นเหยาถามเสียงเบาว่า “ท่านหมอ เป็นอย่างไรบ้าง?”หมอประจำจวนเก็บนิ้วมือทั้งสามข้อที่อยู่บนแขนของเมิ่งจิ่นเหยากลับลงไป พลางตอบกลับ “ฮูหยิน ท่านมีปมในใจจนเกิดอาการซึมเศร้า แถมยังได้รับความเย็นเกินไปอีก จึงทำให้จู่ ๆ ก็ไข้ขึ้นสูง และจำเป็นต้องใช้ยาคลายเครียดเสียหน่อยก็จะดีขึ้นขอรับ”เมิ่งจิ่นเหยาพยักหน้า “รบกวนท่านหมอแล้ว”“ไม่รบกวนขอรับ” หมอประจำจวนรีบส่ายหน้า และกล่าวอีกว่า “แต่ว่า ฮูหยินร่างกายอ่อนแอ ควรจะบำรุงร่างกายให้ดีตั้งแต่ยังสาวถึงจะได้นะขอรับ”มิ่งจิ่นเหยาฟังจบ ก็ไม่แปลกใจแม้แต่น้อย เพราะนางรู้มาโดยตลอดว่าตนเองร่างกายอ่อนแอ เจ็บป่วยง่าย โดยเฉพาะช่วงที่อากาศเย็น หากไม่ระวังนิดหน่อยก็จะเป็นหวัด เมื่อก่อนตอนอยู่บ้านมารดา นางไม่มีความพร้อมที่จะดูแลตนเอง ตอนนี้อยู่บ้านสามี นางใส่ใจเรื่องการกินมากขึ้น และได้ดื่มน้ำแกงบำรุงร่างกายอยู่เป็นประจำ ช่วงนี้นางจึงรู้สึกดีมาก สีหน้าก็ดูดีขึ้นแล้วนางกล่าวเสียงอ่อนโยน “ปกติข้าก็ดูแลตนเองอยู่แล้ว รบกวนท่านหมอจัดยาคลายเครียดให้ข้าก็พอ”หมอประจำจวนฟังจบ ก็จ่ายยาคลายเครียดให้นาง และให้สาวใช้ตามเขาไปเอายากลับมาต้มหลังหมอประจำจวนจากไป

  • ชายชั่วหนีวิวาห์ ข้าหรือจะยอมเป็นม่ายขันหมาก   บทที่ 337

    บนรถม้าชิงชิวกับหนิงตงที่แทบไม่ได้นอนทั้งคืนนั่งพิงกัน และเผลอหลับไปเมิ่งจิ่นเหยาหายป่วยได้ไม่นาน ยังรู้สึกมึนศีรษะ คนทั้งคนก็หมดเรี่ยวแรง จึงเอนหลังพิงผนังรถม้าและหลับตาพักสมองทันใดนั้น รถม้าก็สั่นสะเทือน ท้ายทอยของนางกระแทกเล็กน้อย จึงรีบนั่งตัวตรง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ศีรษะกระแทกอีกกู้จิ่งซีเห็นแม่นางน้อยขมวดคิ้ว พยายามฝืนให้มีชีวิตชีวาขึ้น นั่งตัวหลังตรง ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงยื่นมือโอบนางเข้ามาในอ้อมแขน และให้นางพิงหน้าอกของตนเอง เมื่อสบตาเข้ากับสายตาที่ตกใจของนาง ก็กล่าวด้วยเสียงอ่อนโยนว่า “หากฮูหยิน อ่อนเพลีย ก็พิงข้าแล้วนอนเสียเถอะ”ตอนนี้เมิ่งจิ่นเหยารู้สึกทั้งตัวไม่มีแรง ศีรษะยังมึน ๆ อยู่ จึงไม่เกรงใจเขา และพิงอยู่บนตัวเขาด้วยความสบายใจอย่าดูถูกแม้กู้จิ่งซีดูจะตัวไม่ใหญ่มาก แต่หน้าอกกว้างใหญ่ พิงอยู่บนตัวเขาอบอุ่นสบายตัว แถมได้กลิ่นดอกกล้วยไม้ที่หอมละมุนจากตัวของเขา ก็รู้สึกสบายใจอย่างอธิบายไม่ถูก แต่กลับไม่มีอาการง่วงเลยบางทีเพราะถูกผู้ชายกอดไว้ในอ้อมแขนเช่นนี้ เลยรู้สึกไม่คุ้นชินหรืออาจเป็นเพราะได้ยินเสียงหัวใจของเขาเต้นตึกตักอยู่ข้างหู มันดังก้องอยู่ที่หู

  • ชายชั่วหนีวิวาห์ ข้าหรือจะยอมเป็นม่ายขันหมาก   บทที่ 336

    ท่าทางที่ดูป่วยเช่นนี้ ดูน่าเป็นห่วงยิ่งนักคนที่มีไข้ขึ้นสูง ไม่ควรห่มผ้าจนอบอ้าว ไม่เช่นนั้นอาการป่วยจะแย่ลง เขาจึงเปิดผ้าห่มบางออกให้แม่นางน้อยผ่านไปไม่นาน หนิงตงก็ยกอ่างน้ำอุ่นมาด้วยความรีบร้อน โชคดีที่วัดหลิงอวิ๋นมีคนเข้ามาสักการะอย่างเนืองแน่น ปกติจะมีผู้แสวงบุญมาค้างคืน และมีผู้แสวงบุญจำนวนไม่น้อยที่มาจากครอบครัวร่ำรวย ดังนั้นเพื่อความสะดวกสบายของแขก ตอนกลางคืนภายในวัดก็มีกักเก็บน้ำร้อนไว้หนิงตงวางอ่างทองแดง พลางถาม “ท่านโหว น้ำอุ่นยกเข้ามาแล้ว ต้องทำอย่างไรหรือเจ้าคะ?”กู้จิ่งซีตอบกลับ “เช็ดหน้าผาก คอ รักแร้ และแขนขาให้ฮูหยินเพื่อระบายความร้อน”หนิงตงตอบรับ ยกอ่างทองแดงมาข้างหน้าทันที พลางวางอ่างน้ำไว้บนเก้าอี้ที่อยู่หน้าเตียง และเตรียมจะถอดเสื้อผ้าให้นายหญิง ก็มองไปทางกู้จิ่งซีโดยไม่รู้ตัว พบว่าเขาหันหลังให้พวกนาง นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างโต๊ะน้ำชาเมื่อเห็นดังนั้น หนิงตงก็ตกตะลึงเล็กน้อย และแอบพูดในใจว่า ท่านโหวเป็นสุภาพบุรุษจริง ๆ แม้จะเป็นสามีภรรยากับฮูหยิน ก็ไม่ได้ฉวยโอกาสเอาเปรียบหนิงตงไม่คิดอะไรมาก ก็ถอดเสื้อผ้าให้เมิ่งจิ่นเหยาด้วยความเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว และเช็ดตั

  • ชายชั่วหนีวิวาห์ ข้าหรือจะยอมเป็นม่ายขันหมาก   บทที่ 335

    ในวินาทีนั้น เมิ่งจิ่นเหยาทำจิตใจให้สงบ ก้มหน้าลงมอง เห็นว่าบาดแผลที่มือซ้ายใช้ผ้าพันแผลพันไว้เรียบร้อยแล้ว เมื่อมองเพียงแวบแรกดูท่าทางเหมือนว่าบาดเจ็บสาหัส จึงกล่าวออกมาอย่างอดไม่ได้ว่า “ตอนนี้เลือดไม่ซึมออกมาแล้ว อันที่จริงไม่พันแผลก็ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ”กู้จิ่งซีเหลือบมองนาง พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ถึงแม้ไม่ใช่บาดแผลสาหัส แต่หากไม่พันแผล เมื่อชนหรือกระแทกเข้าโดยไม่ระวังแล้วเลือดไหลออกมาอีก ไม่เป็นผลดีต่อการฟื้นตัว โดยเฉพาะบาดแผลที่ข้อศอก เนื้อผ้าเสียดสีก็อาจเจ็บได้เช่นกัน”เมิ่งจิ่นเหยาตะลึงเล็กน้อย แล้วพยักหน้าในทันทีหลังจากนั้นไม่นาน นางก็ถูกมือของกู้จิ่งซีดึงดูดความสนใจไป มือคู่นั้นเรียวยาวและขาวสะอาด ข้อต่อชัดเจน ราวกับหยกขาวที่แกะสลักอย่างประณีต ดูแล้วสบายตาสบายใจนักเมื่อหลุดออกจากความคิด นางก็ใจลอยอีกครั้งผ่านไปเป็นเวลานาน กู้จิ่งซีช่วยนางพันแผลจนเสร็จ และปล่อยมือของนาง เมื่อเห็นว่ามือขวาของนางยังยกอยู่ ก็กล่าวว่า “ฮูหยิน เสร็จแล้ว”แต่เมิ่งจิ่นเหยาดูเหมือนจะไม่ได้ยินคำพูดของเขา เขาจึงเรียกอีกครั้ง “ฮูหยิน?”เวลานี้ เมิ่งจิ่นเหยาถึงค่อย ๆ ได้สติกลับมา และพบกับส

  • ชายชั่วหนีวิวาห์ ข้าหรือจะยอมเป็นม่ายขันหมาก   บทที่ 211

    หลังจากนั้นสักพักหนึ่ง เมิ่งจิ่นเหยาก็ละสายตากลับมาจากที่นั่งผู้ชมชั้นล่าง และหันหน้ามองสาวใช้ทั้งสองคนของตนเอง พลางถาม “เหตุใดพวกเจ้าถึงไม่ร้องไห้?”ชิงชิว “...”หนิงตง “...”พวกนางร้องไห้แล้วนะ เพิ่งร้องเสร็จเมื่อครู่ ดวงตาน่าจะยังแดงอยู่ หรือว่าฮูหยินมองไม่เห็น?เมิ่งจิ่นเหยาเห็นพวกนางนิ่งเงี

  • ชายชั่วหนีวิวาห์ ข้าหรือจะยอมเป็นม่ายขันหมาก   บทที่ 35

    ฮูหยินผู้เฒ่ากู้เชื่อเรื่องพระและเชื่อเรื่องพรหมลิขิต ยิ่งรู้สึกว่านี่เป็นพรหมลิขิตที่สวรรค์กำหนดไว้ นึกถึงบุตรชายวัยเกือบสามสิบได้ตบแต่งภรรยาในที่สุด นางก็ไม่สนใจที่จะโกรธหลานชายแล้ว ก่อนจะเอ่ยอย่างทอดถอนใจว่า “เจ้ากับอาเหยามีพรหมลิขิตต่อกัน อายุยี่สิบเก้ากับอายุสิบหก แม้จะต่างวัยกันถึงสิบสามปีก็ไม

  • ชายชั่วหนีวิวาห์ ข้าหรือจะยอมเป็นม่ายขันหมาก   บทที่ 326

    ชิงชิว “แต่ว่า…”เมิ่งจิ่นเหยาขัดจังหวะคำพูดของนาง “ข้าไม่เป็นไร”ชิงชิวมองไปที่บาดแผลตรงฝ่ามือของนาง โชคยังดีที่บาดแผลไม่ลึกนัก เหมือนว่าจะไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่อันใด ถึงได้พยักหน้าอย่างเชื่อฟังผ่านไปไม่นาน หนิงตงก็ไปรับอาหารเจกลับมาตอนนี้มีเพียงพวกนางสามคนนายบ่าวเท่านั้น ไม่มีคนนอกอยู่ที่นี่ เม

  • ชายชั่วหนีวิวาห์ ข้าหรือจะยอมเป็นม่ายขันหมาก   บทที่ 330

    การเคลื่อนไหวเมื่อครู่ ได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับหลวงจีนในวัดด้วยเช่นกัน ฉีอวิ้นเหวินกำลังเตรียมจะนำนักโทษไป ก็มองเห็นเจ้าอาวาสพาหลวงจีนสองสามรูปเร่งรุดมาที่นี่เมื่อเจ้าอาวาสเห็นมีคนแต่งกายเป็นมือปราบ และมีคนหมดสติถูกมือปราบสองคนหิ้วซ้ายหิ้วขวา ก็รีบเคลื่อนตัวไปข้างหน้าเพื่อถามไถ่ฉีอวิ้นเหวิน “อ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status