Partager

บทที่ 15

Auteur: มู่อวิ๋นเฉิง
จวนหย่งชางป๋อ

หย่งชางป๋อเมิ่งตงหย่วนและนางซุนผู้เป็นภรรยาไปที่โถงหรงฝูของฮูหยินผู้เฒ่าเมิ่ง เพื่อเยี่ยมเยียนคารวะฮูหยินผู้เฒ่าเมิ่ง ตอนที่พวกเขาไป สกุลเมิ่งรุ่นหลานก็มาถึงกันหมดแล้ว

ลูกสาวคนรองเมิ่งจิ่นอวี้และลูกชายคนที่สามเมิ่งเฉิงซิงล้วนเกิดจากนางซุน ในขณะที่ลูกชายคนรองเมิ่งเฉิงจางเกิดจากอนุภรรยา ลูกชายคนโตกับเมิ่งเฉิงจางเป็นพี่น้องฝาแฝดกัน ตายตั้งแต่อายุได้สองขวบปี มารดาผู้ให้กำเนิดมีฐานะยากจน เป็นสาวใช้ต้นห้อง ล้มป่วยเมื่อลูกชายคนโตตายตั้งแต่ยังเด็ก สุดท้ายก็จากโลกนี้ไป

ทั้ง ๆ ที่เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่ครอบครัวได้มารวมตัวกัน แต่ฮูหยินผู้เฒ่าเมิ่งกลับขุ่นเคืองใจไม่หาย บนใบหน้าไม่มีรอยยิ้มสักเท่าใด

นางซุนเห็นดังนั้นก็รู้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร จึงออกปากขอความเห็นจากฮูหยินผู้เฒ่าเมิ่งได้อย่างถูกเวลา “ท่านแม่ วันนี้เป็นวันที่อาเหยากลับมาเยี่ยมบ้าน ท่านว่าพวกเราต้องเตรียมการอะไรบ้าง?”

ทันทีที่คำพูดนี้ออกจากปากไป สกุลเมิ่งรุ่นหลานทั้งสามก็มีท่าทีแตกต่างกันไป

รอยยิ้มเล็ก ๆ บนใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าเมิ่งก็หายไปจนหมดสิ้นทันที ขมวดคิ้วด้วยท่าทีสงบนิ่งพลางกล่าวว่า “กว่าครอบครัวจะมารวมตัวได้ไม่ใช่ง่าย ๆ อย่าไปพูดถึงตัวกาลกิณีนั่นเลย อัปมงคล! ได้แต่งงานกับฉางซินโหวซื่อจื่อคือความโชคดีของนาง กลับปล่อยซื่อจื่อแสนดีไปไม่ทำหน้าที่ฮูหยิน จะเป็นตัวตลกไปทั่วเมืองหลวงให้ได้ ซ้ำยังทำให้บ้านพ่อแม่เดือดร้อนไปด้วย”

เรื่องที่เมิ่งจิ่นเหยาผู้เป็นหลานสาวคนโตได้เปลี่ยนตัวเจ้าบ่าวต่อหน้าธารกำนัลในวันสมรส มาแต่งกับว่าที่พ่อสามีแทนเป็นที่รู้กันไปทั่วมานานแล้ว ตอนนี้ในเมืองหลวงต่างกำลังซุบซิบเรื่องของสกุลเมิ่งกับสกุลกู้ โดยทั่วไปล้วนเป็นการใส่ร้ายป้ายสีสกุลเมิ่ง บอกว่าสกุลเมิ่งของพวกเขามีลูกสาวที่ไร้ยางอาย ต้องการแต่งงานกับพ่อสามีอย่างหน้าตาเฉย

เมื่อสิบหกปีก่อนนางรู้ว่าหลานสาวคนโตของนางคนนี้เป็นตัวกาลกิณี ดวงซวยทำให้แม่ต้องตายตั้งแต่แรกเกิด ตอนนี้ได้แต่งงานออกเรือนไปเสียที ถือว่าตัวกาลกิณีได้หลุดมือไปในที่สุด นึกไม่ถึงว่าวันที่ออกเรือนไปก็มาทำให้บ้านพ่อแม่ซวย ทำให้พวกเขาขายหน้ายับเยิน

นางซุนได้ยินดังนั้น ความสุขที่ซ่อนอยู่ก็แวบขึ้นในสายตา ตีหน้าเซ่อต่อไป “ท่านแม่ บุตรสาวที่ออกเรือนไปแล้วกลับบ้านพ่อแม่ในวันที่สาม พวกเราจะไม่มีการจัดเตรียมเลยไม่ได้”

ฮูหยินผู้เฒ่าเมิ่งถอนหายใจแรงด้วยความเกลียดชัง “นางทำเรื่องน่าอับอายขายหน้าเช่นนี้ยังมีหน้ากลับมาอีกหรือ?”

ได้ยินดังนั้น นางซุนก็แสร้งทำเป็นลังเลใจ “ท่านแม่ สะใภ้รู้ว่าท่านโกรธที่อาเหยาทำอะไรไม่เข้าท่า แต่เมื่อวันนี้กลับมาบ้าน ฉางซินโหวก็กลับมากับอาเหยาด้วย พวกเราทำแบบนี้มันจะไม่ค่อยดีหรือเปล่า?”

ฮูหยินผู้เฒ่าเมิ่งกล่าวอย่างไม่เห็นด้วย “นางทำให้สกุลกู้ต้องอับอาย ฉางซินโหวจะกลับบ้านมากับนางได้อย่างไร?”

เมิ่งตงหย่วนพูดเสริมว่า “ท่านแม่พูดถูก คนชั่วคนนั้นทำให้เกิดเรื่องตลกเช่นนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นแก่ท่านพ่อ ฉางซินโหวมีหรือจะแต่งงานกับนาง? เดี๋ยวต้องกำชับคนเฝ้าประตู หากวันนี้คนชั่วนั่นกลับมา ให้ปิดประตูใส่นาง ตัดความสัมพันธ์กับนาง สกุลเมิ่งของเราจะถือว่าไม่เคยให้กำเนิดลูกทรพีคนนี้”

ทันทีที่คำพูดนี้ออกจากปากไป สกุลเมิ่งรุ่นหลานทั้งสามก็ตกใจเป็นอย่างมาก ตัดความสัมพันธ์ ต้องก่ออาชญากรรมร้ายแรงเท่านั้นถึงจะลงโทษเช่นนี้ได้

เมิ่งเฉิงจางหน้าซีดเผือด อดไม่ได้ที่จะตอบโต้ “ท่านพ่อ ชัดเจนว่าซื่อจื่อหนีการแต่งงานก่อน แล้วจะโยนความผิดทั้งหมดให้พี่ใหญ่ได้อย่างไร? หากพี่ใหญ่แต่งงานกับซื่อจื่อตามเจตนาเดิมของสกุลกู้ ไม่เท่ากับดูถูกตัวเอง กระหายอยากจะแต่งไว ๆ หรือ?”

ฮูหยินผู้เฒ่าเมิ่งพูดอย่างโหดร้าย “ซื่อจื่อหนีการแต่งงานไปกับคนอื่น ก็เป็นเพราะนางใช้ไม่ได้ ไม่สามารถผูกมัดหัวใจของฝ่ายชายได้ สวยแต่รูปจริง ๆ สกุลกู้จะให้นางเลือกจากคุณชายคนอื่นอีกสองคนก็ได้ แต่นางยืนกรานที่จะเลือกว่าที่พ่อสามี นี่คือกำลังพยายามก่อกบฏใครอยู่? อาจจะตั้งใจทำให้บ้านพ่อแม่ต้องอับอายก็ได้”

นางพูดพลางมองไปที่เมิ่งเฉิงจางด้วยสีหน้านิ่งเฉย ก่อนจะพูดต่อ “เฉิงจาง ไม่ใช่ว่าย่าไม่อยากยอมรับหลานสาวอย่างนาง แต่นางออกนอกลู่นอกทางสร้างปัญหาใหญ่ ตอนนี้พวกเราจวนหย่งชางป๋อจะไปล่วงเกินจวนฉางซินโหวได้อย่างไร? ย่าทำแบบนี้เพราะหวังดีกับพวกเจ้า เพื่ออนาคตของพวกเจ้า”

ในขณะนี้เอง ได้มีสาวใช้รีบร้อนเข้ามารายงานว่า “ฮูหยินผู้เฒ่า คุณหนูใหญ่กลับมาแล้วเจ้าค่ะ”

“นางยังกล้ากลับมาอีกหรือ?” สีหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าบึ้งตึง โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ “ให้ไอ้ลูกทรพีนั่นไสหัวไป พวกเราสกุลเมิ่งไม่มีบุตรสาวไร้ยางอายเยี่ยงนาง!”
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ชายชั่วหนีวิวาห์ ข้าหรือจะยอมเป็นม่ายขันหมาก   บทที่ 340

    กู้จิ่งซีค่อนข้างประหลาดใจ “เจ้าใช้วิธีใด ถึงทำให้เขารับสารภาพเร็วขนาดนั้น?”ฉีอวิ้นเหวินหยักไหล่ หัวเราะพลางกล่าว “นั่นไม่ใช่ความดีความชอบของข้า เมื่อวานมีแม่นางคนหนึ่งมาพบเขา ไม่รู้พูดอะไร เขาก็รับสารภาพแล้ว”เมื่อได้ยิน กู้จิ่งซีก็ขมวดคิ้วแน่น และสัมผัสได้ถึงสิ่งผิดปกติบางอย่าง “แม่นางผู้นั้นรู้ได้อย่างไรว่าเขาถูกจับตัว?”ฉีอวิ้นเหวินเหลือบมองเขาด้วยสายตาแปลก ๆ และถามกลับว่า “โจรขโมยหญิงงามที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ และชั่วร้ายถูกจับตัวได้แล้ว เป็นเรื่องที่ใหญ่มาก เมื่อคืนข่าวนี้แพร่กระจายไปทั่วทั้งเมืองหลวงแล้ว หรือว่าเจ้าไม่รู้หรือ? ก็จริง น้องสะใภ้ป่วยแล้ว เจ้าไม่มีกระจิตกระใจจะสนใจเรื่องอื่นก็ปกติ”กู้จิ่งซีปรากฏสายตาที่รู้ทันออกมาฉีอวิ้นเหวินกล่าวอีกว่า “ข้าเห็นแม่นางผู้นั้นแต่งกายเป็นสาวชาวยุทธจักร ซึ่งน่าจะเป็นชาวยุทธจักร และคาดว่าจะมีความเกี่ยวข้องอะไรกับเขา แต่ว่าเรื่องนี้ไม่สำคัญมากนัก เพราะตอนนี้ไขคดีได้ก็พอแล้ว”......จวนฉางซินโหวกู้ซิวหมิงมาคารวะยามเช้าให้เมิ่งจิ่นเหยา เขามาสายก้าวหนึ่ง กู้จิ่งซีเพิ่งออกไป เขาก็เพิ่งจะมาถึงนับตั้งแต่การกักบริเวณสิ้นสุดลง ตราบใดที

  • ชายชั่วหนีวิวาห์ ข้าหรือจะยอมเป็นม่ายขันหมาก   บทที่ 339

    เมิ่งจิ่นเหยาก็ไม่ปิดบัง และเล่าเรื่องที่พบหญิงวัยกลางคนในวัดหลินอวิ๋นเมื่อวานตอนบ่ายให้ฟังรอบหนึ่งพูดถึงช่วงสุดท้าย นางก็หัวเราะออกมาเบา ๆ “สวรรค์มีตาจริง ๆ จู่ ๆ ข้าก็ฉุกคิดอยากจะไปจุดธูปให้ท่านแม่ที่โถงหว่างเซิงของวัดหลิงอวิ๋น จึงได้พบอดีตบ่าวรับใช้ของท่านแม่ ท่านป้าท่านนั้นป่วยหนักมาก และเหลือเวลาไม่มากแล้ว หากเมื่อวานข้าไม่ได้ไปเจอนางที่วัดหลิงอวิ๋น ความลับนั้นคาดว่าข้าจะไม่มีทางรู้ไปตลอดกาลเจ้าค่ะ”กู้จิ้งซีสีหน้ามืดมนลง พลางละอายใจต่อวิธีที่พ่อตานั้นทำอย่างมาก แม้จะแต่งงานตามคำสั่งของบิดามารดาและการจับคู่ของแม่สื่อ พลางไม่มีความรักระหว่างชายหญิงต่อแม่ยายเขา จะปิดบังความจริงเพราะรู้สึกผิดก็ช่าง ยังปล่อยให้มารดาและแม่เลี้ยงปฏิบัติต่อบุตรสาวที่บริสุทธิ์อย่างรุนแรงอีกเขาเห็นแม่นางน้อยที่โกรธแค้นผสมปนเปกัน ก็ตบหลังมือของแม่นางน้อยเหมือนจะปลอบใจ และกล่าวอย่างเป็นนัยว่า “ฮูหยิน วิญญาณของแม่ยายที่อยู่บนสวรรค์จะไม่ปล่อยพวกเขาไปแน่”เมื่อได้ยิน สีหน้าของเมิ่งจิ่นเหยาก็ชะงักไป พลางสบตาเข้ากับสายตาที่มีความหมายลึกซึ้งของเขา ก็เข้าใจความหมายของเขา และยกรอยยิ้มที่อันตรายขึ้น “จริงด้วย

  • ชายชั่วหนีวิวาห์ ข้าหรือจะยอมเป็นม่ายขันหมาก   บทที่ 338

    เมิ่งจิ่นเหยาถามเสียงเบาว่า “ท่านหมอ เป็นอย่างไรบ้าง?”หมอประจำจวนเก็บนิ้วมือทั้งสามข้อที่อยู่บนแขนของเมิ่งจิ่นเหยากลับลงไป พลางตอบกลับ “ฮูหยิน ท่านมีปมในใจจนเกิดอาการซึมเศร้า แถมยังได้รับความเย็นเกินไปอีก จึงทำให้จู่ ๆ ก็ไข้ขึ้นสูง และจำเป็นต้องใช้ยาคลายเครียดเสียหน่อยก็จะดีขึ้นขอรับ”เมิ่งจิ่นเหยาพยักหน้า “รบกวนท่านหมอแล้ว”“ไม่รบกวนขอรับ” หมอประจำจวนรีบส่ายหน้า และกล่าวอีกว่า “แต่ว่า ฮูหยินร่างกายอ่อนแอ ควรจะบำรุงร่างกายให้ดีตั้งแต่ยังสาวถึงจะได้นะขอรับ”มิ่งจิ่นเหยาฟังจบ ก็ไม่แปลกใจแม้แต่น้อย เพราะนางรู้มาโดยตลอดว่าตนเองร่างกายอ่อนแอ เจ็บป่วยง่าย โดยเฉพาะช่วงที่อากาศเย็น หากไม่ระวังนิดหน่อยก็จะเป็นหวัด เมื่อก่อนตอนอยู่บ้านมารดา นางไม่มีความพร้อมที่จะดูแลตนเอง ตอนนี้อยู่บ้านสามี นางใส่ใจเรื่องการกินมากขึ้น และได้ดื่มน้ำแกงบำรุงร่างกายอยู่เป็นประจำ ช่วงนี้นางจึงรู้สึกดีมาก สีหน้าก็ดูดีขึ้นแล้วนางกล่าวเสียงอ่อนโยน “ปกติข้าก็ดูแลตนเองอยู่แล้ว รบกวนท่านหมอจัดยาคลายเครียดให้ข้าก็พอ”หมอประจำจวนฟังจบ ก็จ่ายยาคลายเครียดให้นาง และให้สาวใช้ตามเขาไปเอายากลับมาต้มหลังหมอประจำจวนจากไป

  • ชายชั่วหนีวิวาห์ ข้าหรือจะยอมเป็นม่ายขันหมาก   บทที่ 337

    บนรถม้าชิงชิวกับหนิงตงที่แทบไม่ได้นอนทั้งคืนนั่งพิงกัน และเผลอหลับไปเมิ่งจิ่นเหยาหายป่วยได้ไม่นาน ยังรู้สึกมึนศีรษะ คนทั้งคนก็หมดเรี่ยวแรง จึงเอนหลังพิงผนังรถม้าและหลับตาพักสมองทันใดนั้น รถม้าก็สั่นสะเทือน ท้ายทอยของนางกระแทกเล็กน้อย จึงรีบนั่งตัวตรง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ศีรษะกระแทกอีกกู้จิ่งซีเห็นแม่นางน้อยขมวดคิ้ว พยายามฝืนให้มีชีวิตชีวาขึ้น นั่งตัวหลังตรง ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงยื่นมือโอบนางเข้ามาในอ้อมแขน และให้นางพิงหน้าอกของตนเอง เมื่อสบตาเข้ากับสายตาที่ตกใจของนาง ก็กล่าวด้วยเสียงอ่อนโยนว่า “หากฮูหยิน อ่อนเพลีย ก็พิงข้าแล้วนอนเสียเถอะ”ตอนนี้เมิ่งจิ่นเหยารู้สึกทั้งตัวไม่มีแรง ศีรษะยังมึน ๆ อยู่ จึงไม่เกรงใจเขา และพิงอยู่บนตัวเขาด้วยความสบายใจอย่าดูถูกแม้กู้จิ่งซีดูจะตัวไม่ใหญ่มาก แต่หน้าอกกว้างใหญ่ พิงอยู่บนตัวเขาอบอุ่นสบายตัว แถมได้กลิ่นดอกกล้วยไม้ที่หอมละมุนจากตัวของเขา ก็รู้สึกสบายใจอย่างอธิบายไม่ถูก แต่กลับไม่มีอาการง่วงเลยบางทีเพราะถูกผู้ชายกอดไว้ในอ้อมแขนเช่นนี้ เลยรู้สึกไม่คุ้นชินหรืออาจเป็นเพราะได้ยินเสียงหัวใจของเขาเต้นตึกตักอยู่ข้างหู มันดังก้องอยู่ที่หู

  • ชายชั่วหนีวิวาห์ ข้าหรือจะยอมเป็นม่ายขันหมาก   บทที่ 336

    ท่าทางที่ดูป่วยเช่นนี้ ดูน่าเป็นห่วงยิ่งนักคนที่มีไข้ขึ้นสูง ไม่ควรห่มผ้าจนอบอ้าว ไม่เช่นนั้นอาการป่วยจะแย่ลง เขาจึงเปิดผ้าห่มบางออกให้แม่นางน้อยผ่านไปไม่นาน หนิงตงก็ยกอ่างน้ำอุ่นมาด้วยความรีบร้อน โชคดีที่วัดหลิงอวิ๋นมีคนเข้ามาสักการะอย่างเนืองแน่น ปกติจะมีผู้แสวงบุญมาค้างคืน และมีผู้แสวงบุญจำนวนไม่น้อยที่มาจากครอบครัวร่ำรวย ดังนั้นเพื่อความสะดวกสบายของแขก ตอนกลางคืนภายในวัดก็มีกักเก็บน้ำร้อนไว้หนิงตงวางอ่างทองแดง พลางถาม “ท่านโหว น้ำอุ่นยกเข้ามาแล้ว ต้องทำอย่างไรหรือเจ้าคะ?”กู้จิ่งซีตอบกลับ “เช็ดหน้าผาก คอ รักแร้ และแขนขาให้ฮูหยินเพื่อระบายความร้อน”หนิงตงตอบรับ ยกอ่างทองแดงมาข้างหน้าทันที พลางวางอ่างน้ำไว้บนเก้าอี้ที่อยู่หน้าเตียง และเตรียมจะถอดเสื้อผ้าให้นายหญิง ก็มองไปทางกู้จิ่งซีโดยไม่รู้ตัว พบว่าเขาหันหลังให้พวกนาง นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างโต๊ะน้ำชาเมื่อเห็นดังนั้น หนิงตงก็ตกตะลึงเล็กน้อย และแอบพูดในใจว่า ท่านโหวเป็นสุภาพบุรุษจริง ๆ แม้จะเป็นสามีภรรยากับฮูหยิน ก็ไม่ได้ฉวยโอกาสเอาเปรียบหนิงตงไม่คิดอะไรมาก ก็ถอดเสื้อผ้าให้เมิ่งจิ่นเหยาด้วยความเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว และเช็ดตั

  • ชายชั่วหนีวิวาห์ ข้าหรือจะยอมเป็นม่ายขันหมาก   บทที่ 335

    ในวินาทีนั้น เมิ่งจิ่นเหยาทำจิตใจให้สงบ ก้มหน้าลงมอง เห็นว่าบาดแผลที่มือซ้ายใช้ผ้าพันแผลพันไว้เรียบร้อยแล้ว เมื่อมองเพียงแวบแรกดูท่าทางเหมือนว่าบาดเจ็บสาหัส จึงกล่าวออกมาอย่างอดไม่ได้ว่า “ตอนนี้เลือดไม่ซึมออกมาแล้ว อันที่จริงไม่พันแผลก็ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ”กู้จิ่งซีเหลือบมองนาง พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ถึงแม้ไม่ใช่บาดแผลสาหัส แต่หากไม่พันแผล เมื่อชนหรือกระแทกเข้าโดยไม่ระวังแล้วเลือดไหลออกมาอีก ไม่เป็นผลดีต่อการฟื้นตัว โดยเฉพาะบาดแผลที่ข้อศอก เนื้อผ้าเสียดสีก็อาจเจ็บได้เช่นกัน”เมิ่งจิ่นเหยาตะลึงเล็กน้อย แล้วพยักหน้าในทันทีหลังจากนั้นไม่นาน นางก็ถูกมือของกู้จิ่งซีดึงดูดความสนใจไป มือคู่นั้นเรียวยาวและขาวสะอาด ข้อต่อชัดเจน ราวกับหยกขาวที่แกะสลักอย่างประณีต ดูแล้วสบายตาสบายใจนักเมื่อหลุดออกจากความคิด นางก็ใจลอยอีกครั้งผ่านไปเป็นเวลานาน กู้จิ่งซีช่วยนางพันแผลจนเสร็จ และปล่อยมือของนาง เมื่อเห็นว่ามือขวาของนางยังยกอยู่ ก็กล่าวว่า “ฮูหยิน เสร็จแล้ว”แต่เมิ่งจิ่นเหยาดูเหมือนจะไม่ได้ยินคำพูดของเขา เขาจึงเรียกอีกครั้ง “ฮูหยิน?”เวลานี้ เมิ่งจิ่นเหยาถึงค่อย ๆ ได้สติกลับมา และพบกับส

  • ชายชั่วหนีวิวาห์ ข้าหรือจะยอมเป็นม่ายขันหมาก   บทที่ 211

    หลังจากนั้นสักพักหนึ่ง เมิ่งจิ่นเหยาก็ละสายตากลับมาจากที่นั่งผู้ชมชั้นล่าง และหันหน้ามองสาวใช้ทั้งสองคนของตนเอง พลางถาม “เหตุใดพวกเจ้าถึงไม่ร้องไห้?”ชิงชิว “...”หนิงตง “...”พวกนางร้องไห้แล้วนะ เพิ่งร้องเสร็จเมื่อครู่ ดวงตาน่าจะยังแดงอยู่ หรือว่าฮูหยินมองไม่เห็น?เมิ่งจิ่นเหยาเห็นพวกนางนิ่งเงี

  • ชายชั่วหนีวิวาห์ ข้าหรือจะยอมเป็นม่ายขันหมาก   บทที่ 35

    ฮูหยินผู้เฒ่ากู้เชื่อเรื่องพระและเชื่อเรื่องพรหมลิขิต ยิ่งรู้สึกว่านี่เป็นพรหมลิขิตที่สวรรค์กำหนดไว้ นึกถึงบุตรชายวัยเกือบสามสิบได้ตบแต่งภรรยาในที่สุด นางก็ไม่สนใจที่จะโกรธหลานชายแล้ว ก่อนจะเอ่ยอย่างทอดถอนใจว่า “เจ้ากับอาเหยามีพรหมลิขิตต่อกัน อายุยี่สิบเก้ากับอายุสิบหก แม้จะต่างวัยกันถึงสิบสามปีก็ไม

  • ชายชั่วหนีวิวาห์ ข้าหรือจะยอมเป็นม่ายขันหมาก   บทที่ 326

    ชิงชิว “แต่ว่า…”เมิ่งจิ่นเหยาขัดจังหวะคำพูดของนาง “ข้าไม่เป็นไร”ชิงชิวมองไปที่บาดแผลตรงฝ่ามือของนาง โชคยังดีที่บาดแผลไม่ลึกนัก เหมือนว่าจะไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่อันใด ถึงได้พยักหน้าอย่างเชื่อฟังผ่านไปไม่นาน หนิงตงก็ไปรับอาหารเจกลับมาตอนนี้มีเพียงพวกนางสามคนนายบ่าวเท่านั้น ไม่มีคนนอกอยู่ที่นี่ เม

  • ชายชั่วหนีวิวาห์ ข้าหรือจะยอมเป็นม่ายขันหมาก   บทที่ 330

    การเคลื่อนไหวเมื่อครู่ ได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับหลวงจีนในวัดด้วยเช่นกัน ฉีอวิ้นเหวินกำลังเตรียมจะนำนักโทษไป ก็มองเห็นเจ้าอาวาสพาหลวงจีนสองสามรูปเร่งรุดมาที่นี่เมื่อเจ้าอาวาสเห็นมีคนแต่งกายเป็นมือปราบ และมีคนหมดสติถูกมือปราบสองคนหิ้วซ้ายหิ้วขวา ก็รีบเคลื่อนตัวไปข้างหน้าเพื่อถามไถ่ฉีอวิ้นเหวิน “อ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status