Masukฉินมู่หยวนหันมามองนาง“แต่ถ้าย้อนกลับไปได้ ข้าก็จะเปิดประตูรถม้าให้เจ้าอีกครั้ง” รอยยิ้มของลี่หลินค่อย ๆ อ่อนลง“แม้รู้ว่าจะวุ่นวายขนาดนี้หรือเพคะ”“อืม...”“เกือบถูกลอบฆ่า”“อืม...”“ถูกยิงด้วยธนู”“อืม...”“ต้องตามบัญชีจนแทบไม่ได้นอน”“อืม...”“ต้องแต่งกับสตรีที่ชอบเถียงท่าน”ฉินมู่หยวนยกมุมปาก“ข้อนี้หนักที่สุด” ลี่หลินตีแขนเขาเบา ๆ“ท่านอ๋อง” เขาจับมือนางไว้“แต่ก็เลือกเหมือนเดิม”ลี่หลินมองมือที่ถูกกุม ครั้งหนึ่งนางเคยคิดว่าตนเพียงบังเอิญหลุดเข้ามาอยู่ในโลกที่ไม่ใช่ของตัวเองร่างนี้ไม่ใช่ร่างเดิม ยุคสมัยไม่ใช่ยุคของนาง ผู้คนรอบตัวล้วนเป็นคนแปลกหน้า ตอนนั้นสิ่งเดียวที่นางต้องการคือมีชีวิตอยู่ไม่ถูกบังคับแต่งงานไม่ถูกแย่งทรัพย์ของมารดาและมีเงินพอจะดูแลตัวเองแต่จากความต้องการเรียบง่ายเหล่านั้น นางกลับเดินมาไกลเหลือเกินจากบัญชีสินเดิมของมารดาไปสู่หอชิมรสสำราญจากความผิดปกติของราคาข้าวและเกลือไปสู่ตราสามแฉกคลังเสบียง เส้นทางเงิน อาวุธ กองกำลังลับ และการก่อกบฏสุดท้ายสิ่งที่นางได้กลับมาไม่ใช่เพียงทรัพย์สินหรือความมั่นคง แต่เป็นชีวิตที่นางสามารถเลือกได้ด้วยตนเองลี่หลินเงยหน้ามอ
“ท่านอุ้มมานานแล้ว”“ข้าอุ้มได้”“หม่อมฉันเป็นแม่นะเพคะ”“ข้าก็เป็นพ่อ” ลี่หลินหรี่ตา“ท่านกำลังแย่งลูกกับหม่อมฉันหรือ”“เปล่า”“ชัด ๆ” ฉินมู่หยวนมองเด็กน้อยในอ้อมแขน“เขาหลับอยู่”“แล้ว”“ถ้าเปลี่ยนคนอุ้มอาจตื่น” ลี่หลินเกือบหลุดหัวเราะตั้งแต่ลูกเกิด ฉินมู่หยวนก็เปลี่ยนไปมาก ตอนแรกเขาไม่กล้าแม้แต่จะอุ้ม มือที่จับกระบี่ได้มั่นคงกลับแข็งทื่อเมื่อรับทารกตัวน้อยเป็นครั้งแรก แต่หลังจากนั้นไม่ถึงเดือนพระโอรสน้อยแทบกลายเป็นของรักที่เขาไม่ยอมปล่อยจากมือบางคืนลูกตื่นร้อง ฉินมู่หยวนกลับเป็นคนลุกก่อนนางเสียอีกหากวันใดต้องเข้าวังแต่เช้า เขาจะเข้าไปดูลูกก่อนออกจากตำหนัก และเมื่อกลับมา สิ่งแรกที่ถามไม่ใช่อาหารหรือเอกสาร แต่เป็น…“วันนี้ลูกเป็นอย่างไร”จนลี่หลินเคยถามว่า“แล้วภรรยาท่านเล่าเพคะ” คำตอบของเขาคือ“ข้ากำลังยืนมองเจ้าอยู่” นางเถียงไม่ออกไปครึ่งวันหลังตรวจร้านเสร็จ ทั้งสองไม่ได้กลับตำหนักทันทีฉินมู่หยวนพาลี่หลินออกไปยังถนนสายการค้าทางตะวันตกสถานที่แห่งนี้เคยเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในช่วงก่อกบฏ แต่วันนี้กลับเต็มไปด้วยผู้คนร้านค้าหลายแห่งได้รับการซ่อมแซม จุดพักเกวียนเปิ
“ขอเพียงแข็งแรง” ลี่หลินยิ้ม“เพคะ”“และเจ้าแข็งแรง”“หม่อมฉันก็จะแข็งแรง”ฉินมู่หยวนมองนาง“สัญญา”“เรื่องนี้สัญญาไม่ได้ทั้งหมดหรอกเพคะ”คิ้วของเขาขมวดทันที ลี่หลินจึงรีบกล่าวต่อ“แต่หม่อมฉันสัญญาว่าจะดูแลตัวเองให้ดีที่สุด”สีหน้าเขาจึงผ่อนลง“อืม...” ลี่หลินเอนศีรษะลงบนไหล่กว้างพระอาทิตย์ยามเย็นค่อย ๆ ลับแนวหลังคา นางมองเมืองหลวงที่สงบอยู่ไกลออกไปแคว้นต้าเซียวผ่านการก่อกบฏมาแล้ว ตลาดกลับมาคึกคักหอการค้ากำลังเริ่มต้น ผู้คนกลับไปใช้ชีวิตของตนเอง ส่วนชีวิตของนางก็กำลังเริ่มต้นบทใหม่เช่นกันครั้งหนึ่งนางข้ามภพมาโดยไม่มีสิ่งใดติดตัว นอกจากความทรงจำและความรู้จากโลกเดิมวันนี้นางมีร้านที่สร้างขึ้นด้วยสองมือมีผู้คนที่เชื่อใจ มีหน้าที่ซึ่งนางเลือกทำด้วยตนเองมีบุรุษคนหนึ่งที่ไม่เคยขอให้นางทิ้งความเป็นตัวเองเพื่อเป็นภรรยาของเขาและในอีกไม่กี่เดือน พวกเขาจะมีลูกด้วยกัน ลี่หลินยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว“ท่านอ๋อง”“ว่า”“หม่อมฉันคิดว่าตัวเองโชคดีนะเพคะ”“เพราะมีข้าหรือ” นางเงยหน้ามอง“ท่านนี่ไม่ถ่อมตัวเลย”“แล้วไม่ใช่หรือ”ลี่หลินแกล้งคิดอยู่นานก่อนตอบ“ส่วนหนึ่งเพคะ”“ส่วนที่เหลือ”“เพราะหม่อม
ลี่หลินมองสามี“ยังไม่หายตกใจอีกหรือเพคะ”ฉินมู่หยวนหันมาหานาง“ลี่หลิน”“เพคะ”“เรามีลูกแล้ว”นางยิ้ม“เพคะ”เขาพูดเหมือนเพิ่งเข้าใจความหมายของประโยคนั้นจริง ๆ“ลูกของเรา”“ถ้าไม่ใช่ลูกของเรา แล้วจะเป็นลูกใครเล่าเพคะ”ฉินมู่หยวนมองนางทันที ลี่หลินรีบยกมือ“หม่อมฉันล้อเล่น”“เรื่องนี้ห้ามล้อ”“รู้แล้วเพคะ”เขาขยับเข้ามาใกล้ ก่อนสายตาจะเลื่อนลงไปยังหน้าท้องของนาง มือที่เคยจับกระบี่อย่างมั่นคงกลับชะงักอยู่กลางอากาศ“ข้า... แตะได้หรือไม่” คำถามนั้นทำให้หัวใจลี่หลินอ่อนยวบนางจับมือเขามาวางลงบนหน้าท้องของตนเอง“ลูกยังเล็กมาก คงยังไม่รู้สึกอะไรหรอกเพคะ”ฉินมู่หยวนไม่ได้ตอบ มือของเขาวางอยู่ตรงนั้นอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าจะทำสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตแตกสลาย ลี่หลินมองสีหน้าของเขาแล้วอดหัวเราะไม่ได้“ท่านกลัวหรือ”“ไม่”“โกหก”“ข้าไม่ได้กลัว”“เช่นนั้นเหตุใดเกร็งทั้งตัว”ฉินมู่หยวนเงียบ นางยิ้มกว้างขึ้น“ท่านอ๋องไร้พ่ายผู้ไม่เคยกลัวศัตรู กำลังกลัวลูกที่ยังตัวเท่าเมล็ดถั่วหรือเพคะ”“ข้าไม่ได้กลัวลูก”“แล้วกลัวอะไร” เขาเงยหน้ามองนาง“กลัวเจ้าลำบาก” รอยยิ้มของลี่หลินค่อย ๆ อ่อนลงฉินมู่หยวนจั
ลี่หลินนิ่งไปเล็กน้อย“ครู่เดียวที่ค่อนข้างนาน”“ไปพัก”“อีกแผ่นเดียว”“ไม่ได้”“ครึ่งแผ่น”“ลี่หลิน”นางถอนหายใจ“ท่านอ๋อง ท่านเริ่มจู้จี้ขึ้นทุกวันแล้วนะเพคะ”“เพราะภรรยาข้าเริ่มดื้อขึ้นทุกวัน”“หม่อมฉันไม่ได้ดื้อ”“เมื่อคืนใครอ่านเอกสารจนเลยยามไฮ่” ลี่หลินเงียบ“เมื่อวานเช้าใครไม่กินอาหารเพราะรีบไปพบพ่อค้าจากทางใต้” นางหลบตา“สามวันก่อนใครกลับจากหอการค้าแล้วยังไปหอชิมรสสำราญต่อ”“ท่านจำทำไมละเอียดขนาดนั้นเพคะ”“เพราะคนผู้นั้นเป็นภรรยาข้า”ลี่หลินหมดคำเถียง ฉินมู่หยวนวางพู่กันให้ห่างมือนาง ก่อนนั่งลงข้าง ๆ“พัก”“ก็ได้เพคะ” นางขยับตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างยอมจำนนฉินมู่หยวนพอใจขึ้นเล็กน้อย“หิวหรือไม่”“ไม่เพคะ”“อยากกินอะไร”“ไม่อยากเพคะ”เขาหันมามองทันทีลี่หลินไม่ทันสังเกตสีหน้าของสามี นางหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบฉินมู่หยวนถาม“มื้อกลางวันกินอะไร”“ข้าว...”นางชะงัก“กับอะไร”“จำไม่ได้เพคะ”คิ้วของเขาขมวดทันที“ลี่หลิน”“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิเพคะ หม่อมฉันแค่ไม่ค่อยหิว”“หลายวันแล้วหรือ”นางคิด“สองสามวันกระมัง”“แล้วเหตุใดไม่บอก”“มันไม่ใช่เรื่องใหญ่นี่เพคะ”ฉินมู่หยวนหันไปทางเถาเถา“ตามหม
“ตอนแต่งงานใหม่ ๆ ใครคิดว่าข้าจะใช้อำนาจสามีบังคับ” ลี่หลินเงียบ“ใครคิดว่าข้าจะยึดกิจการ”นางหลบตา“ใครตั้งกฎห้ามข้าเข้าห้องโดยไม่บอก”“ข้อนั้นยังใช้อยู่นะเพคะ”ฉินมู่หยวนชะงัก ก่อนหัวเราะ“รู้แล้ว” เขายื่นมือมาแตะเอวนางเบา ๆ แต่ไม่ได้ดึงเข้าหาตัวทันทีลี่หลินมองมือนั้น ก่อนเงยหน้ามองเขา“วันนี้ข้าเข้าใกล้ได้หรือไม่” คำถามนั้นทำให้นางยิ้ม แม้ผ่านเรื่องราวมามากเพียงใด เขายังจำสิ่งที่รับปากในคืนแต่งงานได้นางเป็นฝ่ายก้าวเข้าไปใกล้เอง“ถ้าหม่อมฉันบอกว่าไม่ได้เล่าเพคะ”“ข้าก็ถอย”“ง่ายขนาดนั้น”“อืม...”ลี่หลินยกแขนคล้องรอบคอเขา“แต่วันนี้อนุญาตเพคะ”ฉินมู่หยวนจึงรวบเอวนางเข้ามา“เหนื่อยหรือไม่”“นิดหน่อย”“เช่นนั้นพรุ่งนี้พัก”“ท่านอ๋อง”“หนึ่งวัน”“ครึ่งวัน”“เมื่อวานเราตกลงกันแล้ว”ลี่หลินเบิกตา“ท่านยังจำได้อีก”“เรื่องของเจ้า ข้าจำได้” คำพูดสั้น ๆ ทำให้นางเงียบฉินมู่หยวนมองใบหน้าที่เริ่มแดง“ทำไมไม่เถียงแล้ว”“กำลังคิดเพคะ”“คิดอะไร”“กำลังคิดว่าท่านไปเรียนพูดคำหวานมาจากใคร”“ไม่มีผู้ใดสอน”“ไม่เชื่อ”“ถ้าไม่เชื่อก็ช่าง”ลี่หลินหัวเราะ“ท่านอ๋อง”“ว่า”“ตอนแรกหม่อมฉันคิดว่าการแต่งก







