เข้าสู่ระบบตอนที่ 101 ตราของพระมารดาก่อนรุ่งสาง เซียวจิ่งเหยียนและเฉินเยว่กลับถึงจวนอ๋องพร้อมตราประทับหยกขาวซึ่งหานฉางเฟิงทิ้งไว้หน้าสุสานลับของพระมารดา ไม่มีผู้ใดกลับไปพัก ทั้งสองตรงเข้าสู่ห้องลับใต้เรือนหนังสือทันที ประตูหินปิดลงด้านหลัง ตะเกียงน้ำมันหลายดวงถูกจุดขึ้น แสงสีส้มส่องโต๊ะยาวที่เต็มไปด้วยแผนที่ สำเนาคำสั่งทหาร สมุดบัญชี และหลักฐานซึ่งรวบรวมมาหลายวัน เฉินเยว่วางตราหยกลงบนผ้าสีดำอย่างระมัดระวัง ก่อนนำสำเนารอยประทับจากคำสั่งเคลื่อนกำลังเมื่อสิบปีก่อนมาวางเคียงกัน ส่วนเซียวจิ่งเหยียนยืนอยู่อีกด้านของโต๊ะ สายตาจับจ้องตราของมารดาโดยไม่กล่าวสิ่งใด ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางตลอดคืนไม่ได้ปรากฏบนใบหน้าเขามากนัก ทว่าความหนักอึ้งในดวงตากลับชัดเจนกว่าทุกครั้ง ตราประทับชิ้นนี้เป็นสิ่งที่เขาเคยเห็นตั้งแต่วัยเด็ก พระมารดาใช้มันประทับจดหมายลับ ใช้สั่งคนในเครือข่ายของตน และใช้ส่งข้อความที่ไม่อาจผ่านมือขันทีหรือขุนนางทั่วไปได้ หลังพระนางสิ้นพระชนม์ ตรานั้นหายไปพร้อมกับเอกสาร
ตอนที่ 100 สุสานของพระมารดารถม้าสีดำแล่นผ่านประตูเมืองด้านตะวันตกท่ามกลางความมืดสนิท ถนนสู่สุสานหลวงทอดผ่านแนวป่าสนและไหล่เขาที่มีหมอกต่ำปกคลุม ล้อรถบดผ่านก้อนกรวดจนเกิดเสียงสม่ำเสมอ ภายในรถม้าไม่มีผู้ใดพูด เซียวจิ่งเหยียนนั่งนิ่ง มือข้างหนึ่งวางอยู่บนด้ามกระบี่ ดวงตาหลุบต่ำราวกับกำลังขุดค้นความทรงจำที่ถูกฝังมานาน ส่วนเฉินเยว่นั่งฝั่งตรงข้าม นางไม่ได้ถามซ้ำถึงพระมารดาของเขา เพราะรู้ว่าเพียงการกล่าวว่าสตรีผู้นั้นถูกฝังอย่างลับ ๆ ก็เพียงพอจะบอกแล้วว่าเรื่องราวในอดีตเต็มไปด้วยอันตรายเพียงใด ลมกลางคืนพัดกระแทกตัวรถเป็นระยะ กลิ่นดินชื้นและใบสนเล็ดลอดผ่านม่านเข้ามา บรรยากาศภายในหนักอึ้งจนแม้แต่เสียงหายใจก็ชัดเจนเกินไป กระทั่งรถม้าหยุดที่เชิงเขา เซียวจิ่งเหยียนจึงลืมตาขึ้น เขาไม่ได้กล่าวให้นางอยู่รอ เพียงลงจากรถก่อนแล้วหันกลับมายื่นมือให้ เฉินเยว่ชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นมือนั้น นางยังจำได้ว่าหลายวันก่อนตนเคยถอยหนีจากมือเดียวกัน แต่ครั้งนี้เส้นทางด้านหน้ามืดและลาดชัน อี
ตอนที่ 99 ดาบที่ถูกสร้างขึ้นหลังเฉาอิงถูกนำตัวไปขังในห้องใต้ดิน เรือนเหมยกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง แต่ความเงียบนั้นมิได้สงบ หากเต็มไปด้วยถ้อยคำที่ยังคงก้องอยู่ในใจคนทั้งสอง เซียวจิ่งเหยียนยืนอยู่ข้างโต๊ะไม้นานกว่าหนึ่งเค่อ ดวงตาจับจ้องชิ้นส่วนป้ายทหารของหน่วยเงาดำโดยไม่ขยับ เงาตะเกียงทอดผ่านสันกรามคมชัด ทำให้ใบหน้าของเขาดูเย็นชาเช่นเคย ทว่าภายในกลับมีบางสิ่งกำลังแตกสลายอย่างช้า ๆ ประโยคของเฉาอิงมิใช่คำกล่าวใหม่ทั้งหมด เขาเคยสงสัยในเจตนาของหานฉางเฟิงมาหลายปี เพียงแต่ไม่เคยยอมปล่อยให้ความสงสัยนั้นงอกลึก เพราะอีกฝ่ายคือผู้ที่ยื่นมือมาช่วยในวันที่เขาไม่เหลือผู้ใด เป็นคนพาเขาออกจากความตาย เป็นอาจารย์ที่สอนให้จับดาบ และเป็นผู้มอบเส้นทางสู่อำนาจ ทว่าเมื่อหลักฐานทีละชิ้นถูกเปิดออก ความเมตตาในอดีตกลับเริ่มมีเงาอีกด้านหนึ่ง เงาที่ทำให้เขาต้องย้อนถามว่า ชีวิตที่ตนคิดว่าเลือกเองนั้น แท้จริงเคยเป็นเพียงเส้นทางที่ใครบางคนวางไว้หรือไม่ความทรงจำเมื่อสิบปีก่อนผุดขึ้นทีละภาพ หลังเขาถูกพาตัวออกจากป่าและส่งไปยังค่ายทหารเหนือ หานฉางเฟิงไม่ได้ปล่อยให้เขาพักฟื้นนานนัก บาดแผลยังไม่หายดี เขาก็ถูกปลุกก่อน
ตอนที่ 98 กับดักของหานฉางเฟิงรุ่งเช้าหลังเหตุลอบเข้าเรือนเหมย ข่าวลือหนึ่งแพร่กระจายออกจากจวนเซียวอ๋องอย่างรวดเร็วราวกับมีผู้จงใจปล่อยลมส่งต่อกันไปตามตรอกซอกซอย ข่าวนั้นกล่าวว่า ผ้าเช็ดหน้าของมารดาเฉินเยว่ไม่ได้เป็นเพียงของเก่าที่เปื้อนเลือด หากซ่อนรหัสลับซึ่งสามารถถอดออกมาเป็นแผนที่บัญชีขนส่งอาวุธและเสบียงเมื่อสิบปีก่อน ผู้คนในเมืองหลวงต่างพูดกันว่าเส้นด้ายบนลายดอกเหมยถูกปักด้วยจำนวนกลีบไม่เท่ากัน แต่ละกลีบแทนตัวเลข แต่ละกิ่งแทนเส้นทาง และรอยเลือดบนผืนผ้าคือจุดที่ใช้ระบุตำแหน่งคลังลับ บ้างก็กล่าวว่ามารดาเฉินเยว่รู้ตัวว่ากำลังถูกตามฆ่า จึงซ่อนความจริงทั้งหมดไว้ในของที่ไม่มีผู้ใดสงสัย ภายในเวลาเพียงครึ่งวัน ข่าวลือดังกล่าวก็เดินทางจากร้านน้ำชาหน้าตลาดไปถึงเรือนขุนนาง จากเรือนขุนนางไปยังตรอกขันทีเก่า และจากตรอกขันทีเก่าไปถึงคนที่กำลังเฝ้ามองจวนเซียวอ๋องอยู่ในความมืด ไม่มีผู้ใดรู้ว่าต้นทางของข่าวมาจากสาวใช้คนหนึ่งที่จงใจทำผ้าเช็ดหน้าหล่นขณะไปซื้อด้าย และไม่มีผู้ใดรู้ว่าสาวใช้ผู้นั้นเป็นคนของเฉินเยว่โดยตรงภายในเรือนเหมย เฉินเยว่นั่งอยู่หน้าโต๊ะเตี้ย ผ้าเช็ดหน้าผืนจริงถูกเก็บไว้ในกล่องเห
ตอนที่ 97 ชายาผู้ย้ายออกจากเรือนหลักเช้าวันถัดมา เรือนหลักของจวนเซียวอ๋องเงียบผิดปกติ ประตูห้องด้านในยังคงเปิดอยู่ ผ้าม่านสีเข้มถูกมัดเก็บอย่างเรียบร้อย เครื่องเรือนทุกชิ้นอยู่ในตำแหน่งเดิม มีเพียงหีบเสื้อผ้าของเฉินเยว่ที่หายไปจากมุมห้อง และโต๊ะเครื่องแป้งที่เหลือเพียงปิ่นธรรมดาสองสามชิ้นซึ่งนางไม่ได้ใช้ คนรับใช้ที่ยืนเฝ้าหน้าประตูต่างก้มหน้า ไม่มีผู้ใดกล้าสบตากัน เพราะทุกคนรู้ดีว่าพระชายาไม่ได้ออกจากจวน นางเพียงย้ายกลับไปพักที่เรือนเหมยซึ่งอยู่ห่างจากเรือนหลักไปอีกฟากหนึ่งของสวน การกระทำนี้ไม่ใช่การขอหย่า ไม่ใช่การประกาศแตกหัก และไม่ใช่การท้าทายอำนาจของเซียวอ๋อง ทว่าภายในจวนของสามีภรรยา การแยกเรือนย่อมมีความหมายชัดเจนยิ่งกว่าถ้อยคำใด เฉินเยว่ไม่ยอมอยู่ร่วมชายคาเดียวกับเซียวจิ่งเหยียนจนกว่านางจะรู้ความจริงทั้งหมดข่าวแพร่ไปทั่วจวนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม แม้ไม่มีผู้ใดกล้าพูดตรง ๆ แต่สายตาของคนรับใช้ทุกค
ตอนที่ 96 ความผิดของเด็กชายวัยสิบห้าหลังกลับจากเมืองชิงเหอ ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงถูกเมฆสีเทาปกคลุมตลอดทั้งวัน ลมหนาวพัดผ่านกำแพงจวนเซียวอ๋องจนกิ่งเหมยในลานด้านในสั่นไหว กลีบดอกสีขาวที่เพิ่งผลิบานร่วงหล่นลงบนพื้นหินทีละกลีบ ราวกับหิมะที่กำลังละลาย เฉินเยว่ไม่ได้กลับเรือนนอน นางตรงไปยังห้องลับทันที ในมือยังถือห่อผ้าที่บรรจุชิ้นส่วนป้ายทหารจากป้าหลัว สีหน้าของนางสงบนิ่งเกินไปจนเหล่าองครักษ์ที่เฝ้าประตูไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามอง เซียวจิ่งเหยียนเดินตามหลังมาโดยเว้นระยะห่างเพียงไม่กี่ก้าว แต่ระยะสั้นนั้นกลับคล้ายมีหุบเหวลึกขวางกั้นอยู่ระหว่างคนทั้งสอง ตั้งแต่ออกจากบ้านไม้ริมแม่น้ำ เฉินเยว่แทบไม่ได้พูดกับเขาอีกเลย นางฟังคำสั่งของเขาเมื่อจำเป็น ตอบเพียงสั้น ๆ เมื่อถูกถาม และไม่แม้แต่จะหันมามองยามเขายื่นมือช่วยลงจากรถม้า ความเงียบของนางไม่ได้รุนแรงเหมือนความโกรธ หากกลับทำให้เซียวจิ่งเหยียนรู้สึกหนักอึ้งยิ่งกว่าการถูกต่อว่า เพราะเขารู้ดีว่าหลักฐานทุกชิ้นกำลังพานางเข้าใกล้ความจริงที่เขาหวาดกลัวมาตลอดภายในห้องลับ ตะเกียงเจ็ดดวงถูกจุดขึ้นพร้อมกัน แสงสีทองสาดลงบนโต๊ะหินซึ่งเต็มไปด้วยเอกสารเก่า เฉิน







