Share

2

last update publish date: 2026-08-04 08:57:27

แสงอรุณแรกของวันสาดผ่านช่องหน้าต่างไม้ฉลุลายเป็นริ้วสีทองอ่อน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกมู่หลันลอยอวลไปทั่วห้องหอที่เพิ่งผ่านคืนอภิเษกมาไม่นาน

หลิวอวี้หลานค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างแช่มช้า ร่างบางยืดกายขึ้นจากโต๊ะไม้ที่นางใช้เป็นที่พักตลอดคืน นัยน์ตาคู่สวยกระจ่างใส ไร้ร่องรอยของความง่วงงุน นางกวาดสายตามองไปยังเตียงนอนหลังใหญ่

เตียงว่างเปล่า ผ้าห่มถูกพับไว้ลวกๆ ราวกับเจ้าของเพิ่งลุกจากที่นอนไม่นาน แต่กลับไม่เหลือแม้แต่ไออุ่นของร่างกาย

ชินอ๋องหยางหลงเหวียนออกจากห้องไปตั้งแต่เมื่อใด นางไม่อาจล่วงรู้

ประตูห้องหอถูกผลักเปิดเบาๆ เสี่ยวชิง สาวใช้คนสนิท ก้าวเข้ามาพร้อมอ่างน้ำล้างหน้าทำจากสำริดและผ้าเช็ดหน้าสะอาด ใบหน้าของเด็กสาวเต็มไปด้วยความกังวล เมื่อเห็นผู้เป็นนายยังนั่งอยู่เพียงลำพัง

"พระชายา..." เสี่ยวชิงวางอ่างน้ำลงบนโต๊ะ ก่อนเอ่ยถามเสียงเบา

"เมื่อคืนท่านอ๋อง..."

"ไม่มีสิ่งใดต้องกังวล" อวี้หลานเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ใบหน้าแต้มรอยยิ้มหวานดังเช่นพระชายาผู้แสนอ่อนแอ

"ท่านอ๋องเพียงตื่นแต่เช้า แล้วออกไปเล่นด้านนอกก็เท่านั้น"

"เช่นนั้นก็ดีแล้วเพคะ" เสี่ยวชิงถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนรีบเข้ามาช่วยผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ให้นายสาว

ระหว่างที่ปล่อยให้สาวใช้จัดแต่งเสื้อผ้า อวี้หลานกลับกำลังครุ่นคิดอย่างเงียบงัน ชินอ๋องผู้นี้เคลื่อนไหวไร้สุ้มเสียงโดยแท้

เมื่อคืนนางแสร้งหลับ แต่กลับไม่รู้เลยว่าเขาลุกจากเตียงและออกจากห้องไปตั้งแต่เมื่อใด

วรยุทธ์ของบุรุษผู้นี้สูงกว่าที่นางประเมินไว้เสียอีก

หากคิดจะใช้จวนชินอ๋องเป็นฐานบัญชาการแห่งใหม่ของ "หงส์ดำ"

บุรุษที่แสร้งเป็นคนเสียสติผู้นี้ย่อมเป็นอุปสรรคอันดับแรกที่นางต้องรับมือ

หลังแต่งกายเรียบร้อย อวี้หลานจึงก้าวออกจากเรือนหอ มุ่งหน้าไปยังเรือนหลักเพื่อพบพ่อบ้านตามธรรมเนียมของพระชายา

เมื่อก้าวเข้าสู่โถงกลาง บ่าวไพร่และสาวใช้ต่างก้มศีรษะคำนับอย่างพร้อมเพรียง แม้ทุกคนจะสำรวมกิริยา แต่แววตาที่แอบเหลือบมองนางกลับเต็มไปด้วยความสงสัย

ข่าวลือเรื่อง "คุณหนูรองผู้โง่งมแห่งตระกูลหลิว" แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงมานานแล้ว ดังนั้น ทุกการเคลื่อนไหวของนางในวันนี้ จึงต้องไร้พิรุธที่สุด

"คารวะพระชายาพ่ะยะค่ะ" พ่อบ้านเฉินก้าวออกมาคำนับด้วยท่าทีสุภาพ

"เวลานี้ท่านอ๋องกำลังสนุกสนานอยู่ที่อุทยานด้านหลังพ่ะยะค่ะ หากพระชายาต้องการสิ่งใด โปรดสั่งข้าน้อยได้ทุกเมื่อพ่ะยะค่ะ"

คำว่า "สนุกสนาน" ทำเอาบ่าวหลายคนแอบก้มหน้ากลั้นยิ้ม

ทุกคนล้วนรู้ดีว่าคำดังกล่าวเป็นเพียงถ้อยคำสุภาพ ความจริงแล้ว ท่านอ๋องกำลังสร้างความปั่นป่วนตามประสาคนเสียสติอีกเช่นเคย

อวี้หลานคลี่ยิ้มอ่อนหวาน

"เช่นนั้นรบกวนท่านพ่อบ้านนำทางด้วย" นางเอ่ยอย่างไร้เดียงสา

"ในเมื่อข้าเป็นพระชายาแล้ว ย่อมต้องคอยดูแลท่านอ๋องมิใช่หรือ" พ่อบ้านเฉินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนก้มศีรษะ

"เชิญพระชายาตามข้ามาพ่ะยะค่ะ"

ไม่นาน ทั้งสองก็มาถึงอุทยานด้านหลังจวน ภาพตรงหน้าทำให้แม้แต่อวี้หลานยังอดชะงักไม่ได้

หยางหลงเหวียนในชุดจิ่นเผาสีน้ำเงินเข้ม กำลังวิ่งไล่จับไก่ฟ้าสองตัวอย่างสนุกสนาน

เสียงหัวเราะของเขาดังลั่นไปทั่วสวน เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนด้วยเศษหญ้าและน้ำค้าง ดูไม่ต่างจากเด็กน้อยที่หลุดออกจากการดูแลของผู้ใหญ่

ทว่า... ทุกย่างก้าวของเขากลับเบาราวกับสายลม

การก้าวเท้า การบิดเอว และการหมุนตัว ล้วนสอดคล้องกับหลักวิชาตัวเบาชั้นสูงอย่างสมบูรณ์แบบ

หากไม่ใช่ผู้ฝึกวรยุทธ์ระดับเดียวกัน ย่อมไม่มีทางสังเกตเห็น

"ฮ่า ๆ ๆ ข้าจะจับเจ้าให้ได้" หยางหลงเหวียนหัวเราะร่า ก่อนแสร้งสะดุดก้อนหิน

ร่างสูงเซถลา หมุนตัวกลางอากาศอย่างแนบเนียน แล้วพุ่งตรงมายังจุดที่อวี้หลานยืนอยู่

"พระชายา ระวังพ่ะยะค่ะ" พ่อบ้านเฉินร้องขึ้นด้วยความตกใจ

อวี้หลานไม่ได้ขยับหนี นางเพียงเบิกตากว้างอย่างตกใจ มือเรียวใต้ชายแขนเสื้อคลายลมปราณทั้งหมด ปล่อยให้ตนเองดูเป็นสตรีอ่อนแอผู้ไร้วรยุทธ์โดยสมบูรณ์

ตึง!

หยางหลงเหวียนล้มลงแทบเท้าของนางอีกครั้ง เขากระพริบตาปริบๆ ก่อนเงยหน้าขึ้นยิ้มกว้าง

"โอ๊ะ! ผีเสื้อเมื่อคืนนี้นี่เอง วันนี้แต่งตัวสวยจัง มาเล่นจับไก่กับข้าสิ" อวี้หลานย่อตัวลงช้าๆ ใช้ผ้าเช็ดหน้าซับหยดเหงื่อบนหน้าผากของเขาอย่างอ่อนโยน

"ท่านอ๋องระวังด้วยเพคะ ไก่พวกนี้วิ่งเร็วเหลือเกิน หากหกล้มกระแทกโขดหินจะบาดเจ็บได้นะเพคะ"

หยางหลงเหวียนจ้องใบหน้างดงามของนางในระยะประชิด ประกายตาไร้เดียงสาฉายวาบขึ้นเพียงเสี้ยวอึดใจ

ลมหายใจของนางยังคงสม่ำเสมอ ชีพจรเต้นเป็นจังหวะมั่นคง ไม่มีอาการหวาดหวั่น ไม่มีความตื่นตกใจอย่างสตรีอ่อนแอทั่วไป

หญิงผู้นี้ควบคุมตนเองได้ดีเกินไป

"ผีเสื้อใจดีจัง" เขาหัวเราะ ก่อนคว้าข้อมือเรียวของนางเอาไว้ ภายนอกดูราวกับเด็กน้อยกำลังอ้อนพระชายา แต่แท้จริง นิ้วทั้งห้ากลับวางลงบนตำแหน่งชีพจรสำคัญอย่างพอดิบพอดี

ลมปราณสายหนึ่งแผ่วเบาราวใยไหมค่อยๆ แทรกเข้าสู่เส้นลมปราณของอวี้หลาน

อวี้หลานแสร้งร้องเบาๆ ตามบทบาทสตรีขี้ตกใจ ก่อนปล่อยให้เขาจูงเดินไปกลางสนามหญ้า

นางรับรู้ทันทีว่าเขากำลังตรวจสอบวรยุทธ์ของตน นับว่าเป็นบุรุษที่ระมัดระวังตัวอย่างยิ่ง

นางจึงค่อยๆ ควบคุมลมปราณให้ไหลเวียนเชื่องช้า สับสน และอ่อนกำลัง ราวกับร่างของสตรีที่ไม่เคยฝึกวรยุทธ์แม้แต่น้อย

หยางหลงเหวียนสัมผัสได้เพียงเส้นชีพจรอ่อนแอของหญิงสาวธรรมดา แต่แทนที่ความสงสัยจะคลายลง กลับยิ่งเพิ่มมากขึ้น

'ซ่อนลมปราณได้แนบเนียนถึงเพียงนี้เชียวหรือ'

อวี้หลานคลี่ยิ้มหวาน

"ท่านอ๋องเพคะ ไก่วิ่งหนีไปทางโน้นแล้วเพคะ" นางยกมือชี้ไปทางต้นไม้ใหญ่อีกฟากหนึ่ง

หยางหลงเหวียนรีบหันไปมอง ก่อนปล่อยข้อมือนางทันที

"จริงด้วย มันหนีไปแล้ว" พูดจบก็วิ่งไล่ตามไก่ฟ้าไปพร้อมเสียงหัวเราะร่าเริง พ่อบ้านเฉินถอนหายใจยาว ก่อนโค้งกายให้อวี้หลาน

"ขอบพระทัยพระชายาที่ไม่ทรงถือสาท่านอ๋องพ่ะยะค่ะ" อวี้หลานยิ้มอ่อน

"ท่านพ่อบ้านอย่าได้กล่าวเช่นนั้นเลย" นางทอดสายตามองสวนกว้างเบื้องหน้า ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

"ข้าชอบจวนชินอ๋องแห่งนี้มาก สงบ ร่มรื่น และมีชีวิตชีวากว่าที่ข้าคิดไว้" พ่อบ้านเฉินได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ หากตัดเรื่องท่านอ๋องที่วิ่งไล่จับไก่ทุกเช้าออกไป จวนแห่งนี้ก็นับว่าสงบจริงดังคำของพระชายา

การประลองปัญญาในเช้าวันแรกสิ้นสุดลง โดยไม่มีผู้ใดเปิดโปงตัวตนของอีกฝ่ายได้

อวี้หลานเดินกลับเรือนพักด้วยสีหน้าสงบนิ่ง

ขณะที่หยางหลงเหวียนยังคงหัวเราะเสียงดัง วิ่งไล่จับไก่อยู่ทั่วอุทยานราวกับคนเสียสติ แต่ภายใต้หน้ากากอันไร้เดียงสาของทั้งสอง ต่างฝ่ายต่างมั่นใจมากขึ้นว่า คนตรงหน้า มิใช่คนธรรมดาอย่างที่เห็น

ยามเช้าอันสดใส แสงอาทิตย์อ่อนสาดต้องละอองน้ำที่นางกำนัลกำลังรดพรรณไม้ภายในพระราชวัง จนเกิดประกายระยิบระยับงดงาม ทว่าบรรยากาศภายในตำหนักไท่เฮากลับเคร่งเครียดผิดกับภาพเบื้องนอก สายตาของพระบรมวงศานุวงศ์และขุนนางผู้ใหญ่ต่างจับจ้องไปยังคู่บ่าวสาวที่เพิ่งเข้าพิธีอภิเษกสมรส ซึ่งกำลังเดินเข้ามาเพื่อถวายพระพรตามธรรมเนียม

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชินอ๋องแกล้งบ้าและพระชายาแกล้งโง่   5

    ยามตกดึก ภายในห้องทำงานลับใต้ดินของจวนชินอ๋อง เปลวเทียนส่องไหววูบวาบ ฉายเงาคมเข้มของหยางหลงเหวียนลงบนผนังหินบัดนี้ บุรุษผู้เคยวิ่งไล่จับผีเสื้อในยามกลางวันไร้เค้าของคนเสียสติแม้แต่น้อยเขาสวมอาภรณ์รัดกุมสีดำสนิท นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายสงบนิ่ง ดวงตาลุ่มลึกเปี่ยมด้วยอำนาจเบื้องหน้าคือฉางเฟิง องครักษ์เงาคนสนิทที่กำลังคุกเข่ารายงานข่าว"เรียนท่านอ๋อง สายข่าวจากกลุ่ม 'พยัคฆ์โลหิต' รายงานว่า ช่วงนี้เครือข่ายของ 'หงส์ดำ' เริ่มขยายอิทธิพลเข้ามารวบรวมข่าวสารรอบจวนชินอ๋องมากขึ้นพ่ะย่ะค่ะ คล้ายกำลังสืบหาเบาะแสบางอย่างภายในจวนแห่งนี้"หยางหลงเหวียนใช้นิ้วเคาะโต๊ะไม้เป็นจังหวะช้าๆ แววตาฉายประกายครุ่นคิด"หงส์ดำกำลังสืบเรื่องของจวนข้าอย่างนั้นหรือ"เขาหยุดเคาะโต๊ะ ก่อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ"คนผู้นั้นต้องการอะไรกันแน่" ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเขาจะออกคำสั่งต่อ"ส่งคนของเราไปจับตาเส้นทางเคลื่อนไหวของตลาดมืดให้ดี อย่าให้คลาดสายตา โดยเฉพาะผู้ที่เข้าออกบริเวณจวนชินอ๋อง หากพบสิ่งผิดปกติ รีบมารายงานข้าทันที""พ่ะย่ะค่ะ" ฉางเฟิงรับคำสั้นๆ ก่อนร่างทั้งร

  • ชินอ๋องแกล้งบ้าและพระชายาแกล้งโง่   4

    อวี้หลานเองก็ยังคงก้มหน้าสำรวมกิริยา ริมฝีปากคลี่ยิ้มอ่อนโยน สมกับพระชายาผู้อ่อนหวานและไร้พิษภัยแต่ในเสี้ยวอึดใจที่ไม่มีผู้ใดทันสังเกต สายตาของทั้งสองกลับสบกันผ่านเงาสะท้อนบนแจกันเคลือบขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางตำหนักเพียงแวบเดียวก็แยกจาก ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีคำพูด ไม่มีสัญญาณใดๆทว่าต่างฝ่ายต่างเข้าใจความหมายของอีกฝ่ายเป็นอย่างดีอวี้หลานแอบยกยิ้มอยู่ในใจ'อ๋องบ้าผู้นี้มิใช่เพียงมีวรยุทธ์สูงส่ง หากยังอ่านสถานการณ์ได้เฉียบคม ทุกการเคลื่อนไหวเมื่อครู่นี้ล้วนคำนวณมาอย่างแม่นยำ แม้แต่ฮ่องเต้และไทเฮายังทรงเชื่อสนิทว่าเป็นเพียงอุบัติเหตุจากคนเสียสติ'นางทอดสายตามองพระสวามีที่กำลังนั่งแทะขนมอย่างเอร็ดอร่อย'หากมิใช่เพราะข้าสัมผัสได้ถึงลมปราณในจังหวะที่เขาพุ่งชนองค์ชายสาม เกรงว่าข้าเองก็คงถูกหลอกเช่นกัน'ขณะเดียวกัน หยางหลงเหวียนยังคงหัวเราะคิกคัก พลางหยิบขนมอีกชิ้นเข้าปาก แต่ภายใต้ใบหน้าไร้เดียงสานั้น ความคิดกลับแล่นว่องไวไม่ต่างจากคมกระบี่'พระชายาของข้า เล่นละครได้แนบเนียนยิ่งนัก''ยามองค์ชายสามจงใจหาเรื่อง นางแสร้งหวาดกลัวจนผู้คนหลงเชื่อทั้งตำหนัก แต่แท้จริงกลับอาศัยจังหวะที่ทุกสายตาหันมามอง

  • ชินอ๋องแกล้งบ้าและพระชายาแกล้งโง่   3

    หลิวอวี้หลานสวมอาภรณ์พระชายาสีฟ้าครามปักดิ้นเงินอย่างประณีต ก้าวเดินอย่างสำรวม ศีรษะก้มต่ำเล็กน้อย กิริยานอบน้อมอ่อนหวานสมกับสตรีผู้ได้รับการอบรมมาอย่างดีข้างกายนางคือชินอ๋อง หยางหลงเหวียน ผู้สวมฉลองพระองค์เต็มยศ หากท่าทางกลับผิดกับเครื่องแต่งกายโดยสิ้นเชิง เขาเดินแกว่งแขนไปมาอย่างร่าเริง แก้มทั้งสองป่องเพราะกำลังเคี้ยวขนมอยู่ไม่หยุดทั้งสองหยุดเบื้องพระพักตร์ ก่อนค้อมกายถวายบังคมพร้อมกัน"ถวายพระพรไทเฮา ถวายพระพรฮ่องเต้ พ่ะย่ะค่ะ เพคะ"ฮ่องเต้ทอดพระเนตรพระอนุชาต่างพระมารดาด้วยสายพระเนตรสุขุม ก่อนรับสั่งด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง"ลุกขึ้นเถิดอ๋องสาม แต่งงานมีพระชายาแล้ว ควรรู้ความขึ้นบ้างหรือไม่"หยางหลงเหวียนรีบลุกขึ้นพลางเบิกตากว้าง ก่อนยิ้มกว้างอย่างไร้เดียงสา"เสด็จพี่ ในวังของท่านมีขนมอร่อยเต็มไปหมดเลย เมื่อเช้าพระชายาของข้าบอกว่าถ้าข้าว่าง่าย จะพาข้ามาตกปลาในสระของเสด็จพี่ด้วยพ่ะย่ะค่ะ" สิ้นเสียงนั้น หลายคนในตำหนักได้แต่ลอบถอนหายใจไท่เฮาทรงทอดพระเนตรชินอ๋อง ก่อนทรงส่ายพระพักตร์เบาๆ แววพระเนตรเต็มไปด้วยความเวทนา ก่อนจะหันมาทอดพระเนตรอวี้หลาน"อวี้หลาน ลำบากเจ้าแล้ว แต่งเข้าจวนชินอ๋อ

  • ชินอ๋องแกล้งบ้าและพระชายาแกล้งโง่   2

    แสงอรุณแรกของวันสาดผ่านช่องหน้าต่างไม้ฉลุลายเป็นริ้วสีทองอ่อน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกมู่หลันลอยอวลไปทั่วห้องหอที่เพิ่งผ่านคืนอภิเษกมาไม่นานหลิวอวี้หลานค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างแช่มช้า ร่างบางยืดกายขึ้นจากโต๊ะไม้ที่นางใช้เป็นที่พักตลอดคืน นัยน์ตาคู่สวยกระจ่างใส ไร้ร่องรอยของความง่วงงุน นางกวาดสายตามองไปยังเตียงนอนหลังใหญ่เตียงว่างเปล่า ผ้าห่มถูกพับไว้ลวกๆ ราวกับเจ้าของเพิ่งลุกจากที่นอนไม่นาน แต่กลับไม่เหลือแม้แต่ไออุ่นของร่างกายชินอ๋องหยางหลงเหวียนออกจากห้องไปตั้งแต่เมื่อใด นางไม่อาจล่วงรู้ประตูห้องหอถูกผลักเปิดเบาๆ เสี่ยวชิง สาวใช้คนสนิท ก้าวเข้ามาพร้อมอ่างน้ำล้างหน้าทำจากสำริดและผ้าเช็ดหน้าสะอาด ใบหน้าของเด็กสาวเต็มไปด้วยความกังวล เมื่อเห็นผู้เป็นนายยังนั่งอยู่เพียงลำพัง"พระชายา..." เสี่ยวชิงวางอ่างน้ำลงบนโต๊ะ ก่อนเอ่ยถามเสียงเบา"เมื่อคืนท่านอ๋อง...""ไม่มีสิ่งใดต้องกังวล" อวี้หลานเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ใบหน้าแต้มรอยยิ้มหวานดังเช่นพระชายาผู้แสนอ่อนแอ"ท่านอ๋องเพียงตื่นแต่เช้า แล้วออกไปเล่นด้านนอกก็เท่านั้น""เช่นนั้นก็ดีแล้วเพคะ" เสี่ยวชิงถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนรีบเข้ามาช่วยผลัดเ

  • ชินอ๋องแกล้งบ้าและพระชายาแกล้งโง่   1

    เสียงปี่ กลอง และมโหระทึกแห่งงานอภิเษกสมรสดังกึกก้องไปทั่วถนนสายหลักของเมืองหลวง ทว่าแทนที่จะเป็นเสียงถวายพระพรหรือคำแสดงความยินดี กลับมีเพียงเสียงซุบซิบนินทาและสายตาเวทนาสงสารที่ทอดมองมายังเกี้ยวเจ้าสาวสีแดงชาดอย่างไม่ขาดสาย"น่าสงสารท่านหญิงหลิวจริงๆ""สตรีงามเช่นนั้นกลับถูกบังคับให้แต่งกับอ๋องบ้า""ได้ยินว่าชินอ๋องคลุ้มคลั่งหนักขึ้นทุกวัน ต่อไปนางคงลำบากแน่" คำพูดเหล่านั้นลอยเข้ามาเป็นระลอก หากคนในเกี้ยวกลับไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อยภายในเกี้ยวแดง 'หลิวอวี้หลาน' ท่านหญิงผู้ถูกตระกูลผลักไสให้ตกอับ นั่งนิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีแดงปักลายหงส์เหินด้วยไหมทองอย่างวิจิตร ผ้าคลุมหน้าสีชาดบดบังโฉมสะคราญเอาไว้จนมิดชิด มือเรียวที่ซ่อนอยู่ใต้ชายแขนเสื้อกำลังคลึงเข็มเงินเล่มจิ๋วเล่นอย่างผ่อนคลาย สีหน้าของนางสงบนิ่ง ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นหรือร้อนรนดังเช่นเจ้าสาวทั่วไป"เจ้าสาวลงจากเกี้ยวได้" เสียงขันทีประกาศก้องม่านเกี้ยวถูกเปิดออกช้าๆ อวี้หลานก้าวลงจากเกี้ยวอย่างแช่มช้า มี 'เสี่ยวชิง' สาวใช้คนสนิทคอยประคองอยู่ข้างกายทว่าทันทีที่ยืนมั่นอยู่หน้าประตูจวนชินอ๋อง บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนไม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status