INICIAR SESIÓNตอนที่ 40: จังหวะชีพจรของสองเรา (ตอนจบ)แสงไฟสีส้มสลัวจากแชนเดอเลียร์คริสตัลทอดเงาตกกระทบแก้วไวน์แดงสองใบที่วางเคียงคู่กันบนโต๊ะกระจกกลางเพนต์เฮาส์หรู หยาดน้ำเกาะพราวข้างแก้วสะท้อนแสงไฟระยิบระยับแข่งกับทิวทัศน์ยามค่ำคืนของมหานครเบื้องนอก บรรยากาศการฉลองเล็กๆ สำหรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่เพิ่งสิ้นสุดลง ทว่าความอบอุ่นยังคงลอยอวลอยู่ในทุกตารางนิ้วของห้องชลธรยืนทอดสายตามองแสงไฟจากตึกระฟ้าผ่านบานกระจกใสจรดเพดาน เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งที่สวมใส่หลุดลุ่ยเล็กน้อย ปลายนิ้วเรียวของมือซ้ายยกขึ้นสัมผัสแหวนแพลทินัมวงเกลี้ยงเกลาบนนิ้วนาง โลหะเย็นเฉียบทว่ากลับส่งผ่านความร้อนรุ่มไปถึงก้อนเนื้อในอกซ้าย รอยยิ้มบางเบาที่เต็มไปด้วยความสงบสุขผุดขึ้นที่มุมปากสวบ...อ้อมแขนแกร่งสอดเข้ามากอดรัดรอบเอวคอดจากด้านหลัง แผ่นอกกว้างที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อเบียดชิดเข้ากับแผ่นหลังบางจนไร้ช่องว่าง ปลายจมูกโด่งซุกไซ้ลงบนลาดไหล่เนียน สูดดมกลิ่นหอมของครีมอาบน้ำผสมผสานกับกลิ่นไวน์แดงจางๆ จากลมหายใจของคนในอ้อมกอด“เมาหรือยัง” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบถามชิดใบหู“ไวน์แค่สองแก้ว ทำอะไรผมไม่ได้หรอก” ชลธรเอียงคอรับสัมผัส เอนแผ
ตอนที่ 39: แหวนแทนใจแสงไฟนีออนสีขาวสว่างจ้าสะท้อนกับพื้นกระเบื้องยางสีหม่น กลิ่นกาแฟดำที่เย็นชืดในแก้วกระดาษผสมปนเปกับกลิ่นแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อลอยอวลอยู่ในอากาศเย็นเยียบ เข็มวินาทีบนนาฬิกาแขวนผนังเดินวนบอกเวลาตีสองกว่า ความเงียบสงัดของห้องพักแพทย์เวรในยามวิกาลชวนให้สติสัมปชัญญะพร่าเลือนชลธรเอนแผ่นหลังพิงพนักโซฟาหนังสีดำตัวเก่า ปลายนิ้วเรียวนวดคลึงขมับของตนเองเบาๆ เพื่อขับไล่ความเหนื่อยล้าจากการราวด์วอร์ดคนไข้วิกฤตมาตลอดทั้งคืน นัยน์ตาสีอ่อนทอดมองออกไปรอบห้องแคบๆ สายตาปะทะเข้ากับตู้ล็อกเกอร์เหล็กที่ตั้งอยู่มุมห้องรอยยิ้มบางเบาผุดขึ้นที่มุมปากเขาจำได้ดี... วันแรกที่เขากลับมาเหยียบโรงพยาบาลแห่งนี้ ห้องนี้คือสมรภูมิแห่งความขมขื่น ภัทรกระชากเขา ผลักแผ่นหลังของเขากระแทกเข้ากับตู้ล็อกเกอร์ใบนั้น สาดอารมณ์โกรธเกรี้ยวและถ้อยคำประชดประชันใส่สารพัด นัยน์ตาสีดำสนิทที่เคยมองเขาด้วยความรักในวันนั้นกลับเต็มไปด้วยความเกลียดชังและรอยร้าวลึกทว่าวันนี้... ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว พายุที่บ้าคลั่งพัดผ่านไป ทิ้งไว้เพียงความผูกพันที่หยั่งรากลึกยิ่งกว่าเดิมแกรก... บานประตูไม้ถูกผลักเปิดออกชลธรหลุดจากภวังค์
ตอนที่ 38: งอนอีกแล้ว [20+++]แสงสีฟ้าจากหน้าจอโทรทัศน์ขนาดแปดสิบนิ้วสาดกระทบใบหน้าบึ้งตึงของชลธร แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรกรรมหัวใจนั่งกอดอกอยู่บนโซฟาหนังตัวแอลกลางเพนต์เฮาส์ ผ้าห่มผืนหนาถูกดึงขึ้นมาคลุมทับจนถึงปลายคาง ปลายนิ้วเรียวกดรีโมตเปลี่ยนช่องไปมาอย่างรวดเร็วไร้จุดหมาย เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่หลุดลอดออกจากริมฝีปากบางเป็นรอบที่สิบของคืนนี้ต้นเหตุของความหงุดหงิดไม่ได้มาจากรายการโทรทัศน์ที่น่าเบื่อ แต่มาจากผู้ชายตัวโตที่เพิ่งเดินกลับออกมาจากห้องน้ำเสียงฝีเท้าหนักๆ เหยียบย่ำลงบนพื้นไม้โอ๊กดังใกล้เข้ามา ชลธรแกล้งทำเป็นไม่สนใจ นัยน์ตาสีอ่อนจดจ้องไปที่หน้าจอโทรทัศน์ราวกับว่าสารคดีสัตว์โลกตรงหน้าน่าสนใจนักหนา ทว่าสัมผัสยวบยาบของเบาะโซฟาด้านหลัง พร้อมกับกลิ่นครีมอาบน้ำหอมสะอาดที่คุ้นเคย บ่งบอกว่าหัวหน้าทีมศัลยแพทย์ทรวงอกได้เข้ามาประชิดอาณาเขตเรียบร้อยแล้ว“จะนอนตรงนี้จริงๆ เหรอ”น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอยู่เหนือศีรษะ ภัทรในชุดนอนกางเกงขายาวเพียงตัวเดียว ท่อนบนเปลือยเปล่าอวดลอนกล้ามเนื้อและรอยแผลเป็นจางๆ ที่หัวไหล่ ยืนเท้าแขนกับพนักโซฟา โน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกับกลุ่มผมสีเข้มของคนขี้
ตอนที่ 37: ท้องฟ้าหลังพายุแสงแดดจัดจ้าในยามสายสาดส่องผ่านกระจกบานเปลือยจรดเพดาน ขับไล่ความอึมครึมและกลิ่นอับชื้นของพายุฝนเมื่อหลายวันก่อนให้มลายหายไปจนหมดสิ้น ท้องฟ้าสีครามกระจ่างตาทอดตัวกว้างไกลเหนือตึกระฟ้าใจกลางมหานครบนโซฟาหนังอิตาลีสีเข้มกลางเพนต์เฮาส์ ชลธรนั่งชันเข่า ปลายนิ้วเรียวเลื่อนหน้าจอแท็บเล็ตในมือ พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งของทุกสำนักข่าวออนไลน์ยังคงนำเสนอประเด็นร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง‘ศาลค้านประกันตัว อดีตรองผู้อำนวยการและศัลยแพทย์โรงพยาบาลดัง คดีจ้างวานฆ่าและทุจริตงบประมาณ’รูปถ่ายของนายแพทย์ปกรณ์ในชุดผู้ต้องขัง และหมอก้องที่นอนอยู่บนเตียงรถเข็นของโรงพยาบาลราชทัณฑ์ถูกตีพิมพ์หราบนหน้าจอ ชลธรทอดสายตามองภาพเหล่านั้นด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่า ความโกรธเกลียดที่เคยฝังลึกถูกชะล้างออกไปพร้อมกับพายุในคืนนั้น หยาดเลือดและคราบน้ำตาได้ทำหน้าที่ทวงคืนความยุติธรรมอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว“ครับพ่อ... ผมเข้าใจ”น้ำเสียงทุ้มต่ำดึงสายตาของชลธรให้ละจากหน้าจอภัทรยืนหันหลังอยู่ตรงเคาน์เตอร์ครัวหินอ่อน ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนและกางเกงสแลกสีเข้มดูผ่อนคลายกว่าทุกวัน ฝ่ามือหนากำสมาร์ตโฟนแนบ
ตอนที่ 36: อะดรีนาลีนหลังความตาย [20+++]แกรก... คลิก!บานประตูไม้เนื้อแข็งของเพนต์เฮาส์หรูถูกปิดกระแทกและสับล็อกอัตโนมัติเสียงดังลั่น กลิ่นดินปืน กลิ่นคาวเลือด และความอับชื้นจากพายุฝนที่ติดสอยห้อยตามเสื้อผ้าของคนทั้งคู่ปะทะเข้ากับความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศภายในห้องความเงียบสงัดโรยตัวลงมาอย่างกะทันหัน แตกต่างจากความโกลาหล เสียงปืน และความตายที่เพิ่งเผชิญมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนอย่างสิ้นเชิงแผ่นหลังบางของชลธรทรุดพิงบานประตู ร่างโปร่งหอบหายใจรุนแรงจนหน้าอกสะท้อนขึ้นลง เสื้อกาวน์สีขาวเปรอะเปื้อนคราบเขม่าควันและรอยเลือดแห้งกรัง นัยน์ตาสีอ่อนสั่นไหว กวาดมองสรีระสูงใหญ่ของผู้ชายที่ยืนห่างออกไปเพียงคืบภัทรอยู่ในสภาพที่แทบไม่เหลือเค้าโครงหัวหน้าทีมศัลยแพทย์ผู้เนี้ยบกริบ เสื้อสครับสีเขียวขาดวิ่นเผยให้เห็นผ้าพันแผลสีขาวที่หัวไหล่ขวาและท่อนแขนซ้ายซึ่งมีรอยเลือดสีสดซึมเป็นวงกว้าง แว่นสายตาทรงเหลี่ยมร้าวไปครึ่งเลนส์ถูกถอดโยนทิ้งลงบนพื้นหินอ่อนอย่างไม่ไยดีนัยน์ตาสีดำสนิทที่ปราศจากกรอบแว่นจดจ้องมองชลธร แววตาของสัตว์ร้ายที่เพิ่งรอดพ้นจากปากเหวแห่งความตายวาวโรจน์ไปด้วยเปลวเพลิง สันกรามคมขบเข
ตอนที่ 35: นาทีชีวิตบรรยากาศอับชื้นในโถงทางเดินคอนกรีตชั้นใต้ดินบีสามบีบคั้นประสาทสัมผัสจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นน้ำมันเครื่องผสมกับกลิ่นไอดินจากพายุฝนด้านนอกลอยคลุ้ง หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์เหนือศีรษะกะพริบติดดับ ส่งเสียงครางหึ่งๆ แข่งกับจังหวะหอบหายใจของมนุษย์สามคนที่กำลังเผชิญหน้ากันในพื้นที่ปิดตายสุดทางเดิน บานประตูเหล็กหนีไฟที่ควรจะเปิดออกสู่ซอยด้านหลังโรงพยาบาลถูกล็อกกุญแจคล้องโซ่เส้นเขื่องจากด้านนอก ตำรวจปิดทางหนีทีไล่ไว้หมดแล้ว“ฮ่าๆๆ ... หมดทางหนีแล้วสินะ”เสียงหัวเราะแหบพร่าดังสะท้อนกำแพงปูน หมอก้องหลังชนฝ่ามือดันแผ่นหลังเข้ากับบานประตูเหล็ก ร่างที่เคยสวมเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดและฝุ่นผง ทรงผมหลุดลุ่ยปรกใบหน้าที่บิดเบี้ยววิกลจริต นัยน์ตาที่เคยซ่อนความร้ายกาจไว้ใต้ม่านความอบอุ่น บัดนี้เบิกกว้าง แดงก่ำ และเต็มไปด้วยความคลั่งแค้นของหมาจนตรอกปลายกระบอกปืนสีดำมะเมือกในมือขวาของศัลยแพทย์รุ่นน้องสั่นระริก ส่ายไปมาระหว่างร่างสูงใหญ่ของภัทรและร่างโปร่งบางของชลธร“มึงแพ้แล้ว ก้อง วางปืนลงซะ” ภัทรเอ่ยเสียงเหี้ยม สันกรามคมขบเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดนูน แผ่นหลังกว้าง







