LOGINข้าวฟ่าง..(ฟารีดา) สาววัย 20 ปี เธอมีเรื่องชวนให้ติดตามค้นหา เธอเป็นนักศึกษาที่เก่งฉลาด เรียนดี ขับรถหรู ดูมีฐานะ แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าเธอมีชีวิตอีกด้านที่สุดมหัศจรรย์ เธอเป็นสาวต่างชาติที่ครอบครัวมาอยู่ในเมืองไทยนานหลายปี เธอเกิดที่เมืองไทย พูดคุย ใช้ชีวิตแบบคนไทย แต่แล้วครอบครัวก็ต้องกลับแผ่นดินเกิดไปดูแลธุรกิจ เธอใช้ชีวิตที่เมืองไทยจนแทบจะเป็นคนไทยไปแล้ว จึงอยู่เรียนต่อและใช้ชีวิตที่นี่ โดยดูแลบริษัทที่ครอบครัวทิ้งไว้ให้ต่อไป เธอคือนักศึกษา และซีอีโอ ในเวลาเดียวกัน นี่คือสิ่งที่คนทั่วไปรู้เพียงเท่านั้น อีกมุมหนึ่งของข้าวฟ่างคือเธอค้นพบพลังพิเศษว่าเมื่อตัวเองเกิดความรู้สึกทางเพศแล้วช่วยตัวเองจนสำเร็จ เธอสามารถมีพลังสมองในการคิดคำนวนวางแผนแก้ไขปัญหาอุปสรรคทางธุรกิจได้ พลังพิเศษนี้เกิดขึ้นหลังจากเธอเริ่มมีเมนส์ครั้งแรก..เริ่มเป็นสาวเต็มตัว เธอรู้ว่าความฟินจากออกัสซัมทำให้ได้พลังวิเศษ แล้วถ้าได้ร่วมรักจนสำเร็จฟินแตก พลังพิเศษนั้นจะแปรเปลี่ยนไปอย่างไรหรือไม่ เธอกำลังเลือกว่า..ชายใดจะมา...ช่วยเธอ แล้วคุณคิดว่าสุดท้ายแล้วเธอจะเป็นอย่างไร?
View Moreเด็กสาววัยสิบสี่ 'ฟารีดา' เริ่มรู้ตัวแล้วว่าเธอมี "อาวุธ" ที่ผู้หญิงคนอื่นไม่มี นั่นคือใบหน้าที่เป็นลูกครึ่งเอเชียกลางของเธอที่ฟ้ารังสรรค์มาให้อย่างลงตัว ดวงตาของเธอเรียวยาวแบบสาวตะวันออก แต่กลับมีประกายสีน้ำตาลลุ่มลึกและขนตาหนางอนแบบชาวตาตาร์หรืออุซเบก ผิวของเธอขาวจัดจนเกือบโปร่งแสง ตัดกับริมฝีปากอิ่มที่เคยถูกเพื่อนขโมยจูบหลายครั้ง ชื่อเล่นของเธอในโรงเรียน... เพื่อนๆเรียกเธอว่า 'ข้าวฟ่าง' ชื่อเล่นที่ฟังสบายหูและทำให้เธอดูกลมกลืนไปกับดินแดนรอยยิ้มแห่งนี้
เย็นวันนั้น ในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นบุหรี่นอกและเอกสารสัญญา พ่อของเธอจ้องมองลูกสาวผ่านกรอบแว่นด้วยสายตาที่แปลกใจ "ฟารีดา... นี่มันไม่ใช่เรื่องเล่นขายของนะ ถ้าลูกจะอยู่ต่อ ลูกต้องบริหารจัดการคนที่มีอายุคราวพ่อ คราวอา คราวปู่ ของลูกหลายสิบชีวิต แล้วยังมีลูกน้องลูกจ้างอีกเป็นร้อยเชียวนะ" เด็กสาวในชุดนักเรียนคอซองยืนนิ่ง มือเรียวสวยประสานกันไว้ด้านหน้าอย่างสำรวม แต่ปลายนิ้วกลับเคาะเบาๆ เป็นจังหวะอย่างใช้ความคิด "ข้าวฟ่างไม่ได้จะเล่นขายของค่ะคุณพ่อ" เธอเปลี่ยนมาแทนตัวด้วยชื่อเล่นไทยๆ เพื่อย้ำเตือนว่าเธอผูกพันกับที่นี่เพียงใด "ในโรงเรียน... มีคนรักและคอยช่วยเหลือข้าวฟ่างเยอะแยะมากมาย และในบริษัทนี้... ข้าวฟ่างก็จะทำให้เป็นแบบนั้นเหมือนกัน" รอยยิ้มที่มุมปากของเธอในตอนนั้นไม่ใช่รอยยิ้มของเด็กหญิงที่ไร้เดียงสา แต่มันคือรอยยิ้มของ 'ฟารีดา' ผู้ที่มีแต่คนรักและคอยช่วยเหลือ เธอรู้ดีว่าภายใต้ความอ่อนน้อมแบบไทยที่เธอซึมซับมา มันคือความแข็งกร้าวและความหยิ่งทนงของสายเลือดชาวชาวเอเชียกลางที่ไหลเวียนอยู่ในกาย เมื่อพ่อแม่เดินทางกลับไปยังแผ่นดินเกิด ทิ้งบริษัทขนาดใหญ่ไว้ให้ และอำนาจการสั่งการสูงสุด ข้าวฟ่างในวัยสิบสี่ก็นั่งลงบนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ของพ่อ เธอหลับตาลง คิดถึงอำนาจที่มีอยู่ในห้องนั้น... นี่คือจุดเริ่มต้นของนางพญาที่ซ่อนอยู่ในร่างลูกแมว เด็กสาวที่ยังใช้คำนำหน้าว่า...เด็กหญิง ..... ภายใต้เครื่องแบบชุดนักเรียนสีขาวสะอาดตาและความเงียบเชียบของห้องสมุดหลังเลิกเรียน 'ข้าวฟ่าง' หรือ 'ฟารีดา' รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะแตกสลาย เอกสารงบประมาณของบริษัทที่ซ่อนอยู่ในสมุดจดวิชาเรขาคณิตทำให้เธอมึนงง ความรับผิดชอบที่หนักอึ้งในวัยที่ควรจะได้วิ่งเล่นทำเอาดวงตาคู่สวยนั้นเริ่มคลอด้วยหยาดน้ำตา "เครียดอีกแล้วเหรอฟ่าง..." เสียงกระซิบแผ่วเบาจาก..ระริน เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่รู้ว่าข้าวฟ่างต้องแบกรับอะไรไว้บ้าง ระริน..เรียนกับข้าวฟ่างมาตั้งแต่ชั้นอนุบาล เป็นคนที่ข้าวฟ่างไว้ใจที่สุด เธอเล่าทุกเรื่องให้ระรินฟัง เคยคิดอะไรไม่ดี เคยแอบแกล้งใคร มีแต่ระริน..ที่รู้ แม้กระทั่งความเป็นสาวครั้งแรกของเธอ ..... ในวันนั้นข้าวฟ่างตื่นนอนขึ้นมาด้วยอาการปวดหน่วงๆที่ท้องน้อย มันไม่ได้ปวดมากมายเหมือนอาหารเป็นพิษ หรือแสบท้องเหมือนโรคกระเพาะ แต่มันหงุดหงิดรำคาญใจเพราะไม่รู้จะแก้ไขอย่างไรมากกว่า เธอโทรหาระริน..เพื่อนที่เธอคิดว่าน่าจะช่วยเธอได้ "ฉันปวดท้องว่ะแก..ทำไงดี" "ปวดยังไง ปวดแสบๆ ปวดหนักๆ ปวดแบบเต้นตุบๆ หรือปวดหน่วงๆลึกๆ" ระรินสาธยายอาการปวดท้องทั้งหลายให้เพื่อนเลือกช้อยส์คำตอบ "เออๆๆ..แบบหลังสุดนี่แหละ มันไม่รุนแรง แต่หน่วงๆลึกๆ" ข้าวฟ่างพูดโทรศัพท์ไปพลางกุมหน้าท้อง ค่อยๆคลำดู กดนิดกดหน่อย แล้วก็ยืนยันคำเดิม ระรินส่งเสียงหัวเราะร่า... ตอบมาว่า "ยินดีด้วยนะค้าาา..คุณกำลังะเป็นสาวแล้ว.. พร้อมจะมีลูกในอีกไม่นานนี้แล้วจ้า..." นั่นคือ..ระริน..เพื่อนสนิทที่สุดของ..ข้าวฟ่าง ..... ระรินขยับเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมอ่อนๆจากแป้งเด็ก และกลิ่นตัวหอมๆจากเพื่อนสาวทำให้อาการเครียดของข้าวฟ่างทุเลาลงอย่างประหลาด ในห้องชมรมดนตรีที่ไร้ผู้คน แสงแดดสีส้มยามเย็นที่สาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามา ทำให้ใบหน้าลูกครึ่งเอเชียกลางของข้าวฟ่างดูงดงามและเปราะบางเหลือเกิน "มันหนักเกินไป... ฟ่างไม่รู้จะทำยังไงแล้วล่ะริน" "งั้นก็ยังไม่ต้องคิดอะไร... ตอนนี้ให้รินดูแลฟ่างนะ" สัมผัสแรกคือปลายนิ้วที่ลูบไล้ไปตามพวงแก้มขาวจัด แล้วริมฝีปากนุ่มของเพื่อนสาวก็ทาบทับลงมาที่ริมฝีปากแดงฉ่ำของเธอ มันไม่ใช่จูบที่เร่าร้อนในตอนแรก แต่เป็นจูบที่เต็มไปด้วยความปลอบประโลม ข้าวฟ่างเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ ลมหายใจสะดุดกึก แต่รสสัมผัสที่หอมหวานและแปลกใหม่กลับทำให้หัวใจที่เหนื่อยล้าของเธอกลับมาเต้นรัวอีกครั้ง ตามด้วยลิ้นของระรินที่ควานเขี่ยเข้าหาลิ้นของเธอ... ระรินค่อยๆ ดันร่างของข้าวฟ่างให้นอนราบลงบนโซฟาเก่าของห้องชมรม ความเงียบของโรงเรียนหญิงล้วนในยามเย็นกลายเป็นฉากหลังที่เพิ่มความตื่นเต้น ข้าวฟ่างรู้สึกถึงความเย็นของอากาศที่สัมผัสผิวหน้าท้องเมื่อชายเสื้อนักเรียนถูกเลิกขึ้น "ริน... จะทำอะไร" เสียงของเธอสั่นพร่า "รินทำให้ฟ่างลืมทุกอย่างไงคะ... แค่ช่วงเวลานี้ก็ยังดี ฟ่างเชื่อใจรินนะ" ระรินคุกเข่าลงเบื้องหน้าเพื่อนรัก สายตาที่มองสบกันในวินาทีนั้นทำให้ข้าวฟ่างรู้สึกร้อนวูบไปทั้งตัว เมื่อใบหน้าของเพื่อนสาวโน้มลงไปสัมผัสกับจุดที่อ่อนไหวที่สุด ความรู้สึกเหมือนไฟฟ้าสถิตแล่นปราดไปทั่วร่าง รอยจูบและการปรนเปรอด้วยปลายลิ้นที่ละเมียดละไมทำให้ข้าวฟ่างเผลอจิกมือลงบนหมอนพิงหลังแน่น ในนาทีนั้นเอง...โลกของธุรกิจ เอกสารที่น่าเบื่อ และความโดดเดี่ยวในคฤหาสน์หลังใหญ่ถูกลบเลือนไปจนสิ้น เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่หอบกระชั้นและความซ่านสยิวที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน ข้าวฟ่างหลับตาลงปล่อยให้ "ฟารีดา" ผู้แข็งกร้าวพ่ายแพ้ต่อสัมผัสอันแสนอ่อนโยน... นี่คือครั้งแรกที่เธอได้รู้ว่า การเป็นผู้บริหารองค์กรขนาดใหญ่นั้น มันไม่หอมหวานเอาเสียเลย หากเปรียบกับความหอมของกลิ่นกายเพื่อนสาวของเธอคนนี้ ระริน... ความหอมที่มากับความใคร่ ความโหยหาในส่วนลึกของหัวใจ... ..... ข้าวฟ่างของระริน... ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับปลายลิ้น และนิ้วเรียวของเพื่อนเธอ นิ้วที่ล้วงลึกในร่องรู ครูดเขี่ยไปทั่วถ้ำสวาท ยามที่ระรินดึงนิ้วเข้าออกสัมผัสที่กระทบจุดจีที่เธอเคยอ่านเจอในอินเตอร์เน็ตมันเสียวซ่านอย่างนี้นี่เอง แล้วลิ้นนุ่มๆนั่นเล่า...ตอนที่ระรินรัวละเลงตรงปลายยอดปุ่มเสียว ข้าวฟ่างถึงกับเกร็งจนต้องขมิบทั้งรูก้น ทั้งร่องเสียว นิ้วของระรินโดนดูดติดหนึบในร่องรูนั้นแน่นจนระรินต้องกระซิบข้างหูเธอเบาๆ "ฟ่างเสียวมากเลยใช่มั้ย.." ข้าวฟ่างทำได้เพียงพยักหน้า เพราะตอนนั้นเธอพูดอะไรไม่ออกแล้ว เธอกลั้นใจเม้มปากแน่นด้วยความเสียวจนใจจะขาด "ริน..รินจ๋า..ฟ่างใจจะขาด..." ข้าวฟ่างร้องวิงวอน เธอรู้สึกใจหวิวจนควบคุมตัวเองไม่ได้ ปวดท้องเบาอย่างมากจนต้องกลั้นเอาไว้ เธอละล่ำละลักรีบบอกให้ระรินหยุดลิ้น เธออายถ้าฉี่เธอออกมาเปรอะเปื้อนระริน.. "ริน..ริน..ฟ่างฉี่จะแตก หยุดก่อน..ฟ่างอาย.." "ไม่ใช่ฉี่หรอกฟ่าง... ปล่อยมันออกมาเลย ไม่ต้องอายรินนะ เดี๋ยวรินช่วยเอง.." ระรินบอกข้าวฟ่างให้ปลดปล่อยมันออกมา ไม่จำเป็นต้องกลั้นไว้ น้ำที่ข้าวฟ่างจะปล่อยออกมาคือน้ำแห่งความสุข ที่ระรินช่วยข้าวฟ่างทำในวันนี้คือเพื่อให้เธอถึงจุดสุดยอดนี้นี่แหละ ระรินบอกต่ออีกว่า "รินจะช่วยดูดมันออกมาเร็วๆนะ" แล้วเธอก็ถอนนิ้วออก ประกบริมฝีปากที่ร่องทางสวรรค์ เม้มปลายติ่งแล้วดูดเบาๆ สลับกับลิ้นเรียวอ่อนที่วนรอบปลายติ่งลงมาหาร่องรู แล้วระรินก็เกร็งลิ้นแหย่เข้าร่องรู สะบัดรัวจนข้าวฟ่างก้นลอยตามแรงเสียวที่ทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ ระรินรับรู้ถึงวินาทีสำคัญที่กำลังจะมาถึงของข้าวฟ่าง เธอห่อปากประกบลงที่ติ่งสวาทที่แข็งเป็นไตแล้วดูดแรงๆจนข้าวฟ่างกรีดร้องด้วยความเสียวที่สุดในชีวิต... "แตกๆ..แตกแล้ว..รินจ๋า..ฟ่างแตกแล้ว.." ข้าวฟ่างฉี่ออกมาเต็มปากระริน เพราะสุดจะกลั้นเอาไว้ได้แล้ว หน้าท้องเธอเกร็งเป็นลอน หายใจหอบเป็นช่วงๆ สองมือขยุ้มผมระรินกดหัวเธอลงให้หน้าและปากแนบแน่นกับร่องรูสวาท รูสวาทเธอบีบตัวแน่นหลั่งน้ำรักที่คิดว่าเป็นฉี่ออกมาอย่างทะลักล้น ใบหน้าระรินเปียกแฉะไม่ต่างกับร่องรูของข้าวฟ่าง "รู้สึกดีมั้ยจ๊ะฟ่าง.." ระรินถอนริมฝีปากขึ้นไปจูบแก้มข้าวฟ่าง กระซิบเบาๆอีกครั้ง "อยากหายเครียดแบบนี้อีก เรียกรินได้เสมอนะ" ข้าวฟ่างตอนนั้นหูอื้อตาลายไปหมดแล้ว เธอพยักหน้าแล้วสวมกอดเพื่อนสาวด้วยความเขินอาย ตอนนั้นเธอรู้แล้วว่าที่แตกออกมานั้นไม่ใช่ฉี่จริงๆ.. ...ลินดานั่งไขว่ห้างอยู่หลังกระจกวันเวย์ในห้องมืด สายตาคมกริบจ้องมองไปยังแสงไฟสปอตไลท์กลางห้องแคสติ้งที่สว่างจ้า เธออยู่ในชุดสูทสีเทาเข้มดูภูมิฐานแต่แฝงความเซ็กซี่ด้วยเสื้อตัวในลูกไม้ซีทรูบางเบา ในมือถือไอแพดที่มีโปรไฟล์ของซุปตาร์ตัวเต็งทั้ง 4 คน ซึ่งแต่ละคนล้วนเป็นระดับดาวรุ่งที่กำลังเป็นกระแสที่สุดในขณะนี้ ข้าวฟ่างมอบอำนาจดาบอาญาสิทธิ์ให้เธอตัดสินใจเลือกพรีเซ็นเตอร์โครงการคอนโดมิเนียมสุดหรูริมเจ้าพระยาได้ทันที ลินดาจึงจัดฉากการแคสติ้งที่ไม่ได้วัดแค่ความสวยหล่อ แต่เธอกำลังวัดเคมีและ ความกล้าของพวกเขาภายใต้สถานการณ์กดดัน จากบทแคสติ้งเรียบง่ายบนเวทีใหญ่ นักแสดงที่โมเดลลิ่งส่งมาแคสมีเป็นร้อยชีวิต แต่ก็เหลือแค่สี่คนตัวเต็งนี้ตามที่ลินดาคาดการณ์ไว้จริงๆ บรรยากาศในห้องแคสติ้งรอบต่อไป มีผนังที่กั้นด้วยกระจกวันเวย์เอาไส้ มันกำลังจะเริ่มเปลี่ยนจากความตึงเครียดของงานเป็นการระอุด้วยแรงราคะ ลินดานั่งขยับตัวไปมาบนเก้าอี้หนัง สลับขาขึ้นไขว่ห้างไปมาหลายครั้ง ความเย็นจากแอร์ในห้องมืดไม่สามารถดับความร้อนผ่าวที่กึ่งกลางกายของเธอได้ ต้นขาที่เบียดไปมาช่วยเสียดสีถูไถให้กลีบเนื้อพอได้คลายความต้องการ
สายลมทะเลพัดเอื่อยเฉื่อยพัดโชยเอาความสดชื่นมาปะทะใบหน้าในขณะที่ ข้าวฟ่าง และ วิศรุต นั่งดื่มด่ำกับมื้ออาหารทะเลสุดพิเศษ ณ ร้านอาหารริมหาดส่วนตัวที่เงียบสงัด แสงแดดยามสายทอประกายระยิบระยับบนผืนน้ำ แต่ทว่าบรรยากาศที่ควรจะโรแมนติกกลับเริ่มร้อนระอุขึ้น เมื่อสายตาซุกซนของข้าวฟ่างเหลือบไปเห็นหญิงสาวชาวต่างชาติร่างสูงเพรียวกำลัวนอนคว่ำอาบแดดอยู่บนหาดทรายของบ้านพักตากอากาศติดกัน เธอปลดบราบิกินี่ออกจนแผ่นหลังเนียนละเอียดเปลือยเปล่าท้าแสงตะวัน "รุตคะ... ดูนั่นสิ ของสวยๆ งามๆ ทั้งนั้นเลยนะ" ข้าวฟ่างสะกิดยิ้มยั่ว แต่วิศรุตกลับส่ายหน้าเบาๆ พลางกุมมือเธอไว้ "ของดีที่สุดน่ะนั่งอยู่ตรงหน้าผมแล้วครับ ผมไม่มองคนอื่นให้เสียสายตาหรอก" ข้าวฟ่างหัวเราะในลำคอ ก่อนจะบุ้ยหน้าไปทางพุ่มไม้ข้างรั้วบ้านพักหลังนั้น วิศรุตมองตามจนเห็นเด็กหนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่งแอบซุ่มอยู่ มือขยับขึ้นลงอย่างเมามันใต้กางเกงขาสั้นขณะจ้องมองร่างเปลือยของฝรั่งสาว วิศรุตหลุดขำออกมากับความไร้เดียงสาที่รุ่มร้อนนั้น แต่ข้าวฟ่างยังไม่หยุด เธอชี้ชวนให้เขาดูอีกทาง หลังร้านอาหารที่มีเด็กสาวอีกคนแอบอยู่หลังลังไม้ เธอใช้มือสอดเข้าไปใต้กระโปรง
ข้าวฟ่างและลินดาใช้เวลาในช่วงบ่ายเดินเลือกซื้อของในห้างสรรพสินค้าสุดหรู บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความหรูหราและสินค้าแบรนด์เนมระดับโลก หลังจากเดินดูของอยู่พักใหญ่ ทั้งคู่ตัดสินใจแวะทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารมิชลินสตาร์ภายในห้าง ระหว่างมื้ออาหาร อุบัติเหตุเล็กน้อยเกิดขึ้นเมื่อพนักงานเสิร์ฟทำซอสราดสเต็กหกใส่กระโปรงหรูสีครีมของลินดา แม้พนักงานจะขอโทษอย่างหนักและพยายามช่วยเช็ด แต่คราบซอสสีเข้มก็เด่นชัดเกินกว่าจะปล่อยไว้ได้ ข้าวฟ่างจึงแนะนำให้ลินดาไปซื้อกระโปรงตัวใหม่ทันที ลินดาเดินเข้าไปในช็อปแบรนด์เนมแห่งหนึ่งที่เธอเล็งไว้ เธอเลือกกระโปรงทรงเอสีดำคัตติ้งเนี้ยบมาหนึ่งตัวและเดินตรงไปยังห้องลองชุดที่อยู่ด้านในสุดของร้าน ห้องลองชุดถูกตกแต่งด้วยกระจกบานใหญ่รอบด้านและไฟที่ส่องสว่างอย่างทั่วถึง ลินดารีบถอดกระโปรงตัวเก่าที่เปื้อนซอสออกและคว้ากระโปรงตัวใหม่มาเตรียมสวม แต่ด้วยความเร่งรีบ เธอลืมล็อคประตูห้องลองชุดให้สนิท ประตูจึงแง้มอยู่เล็กน้อย บรรยากาศในโซน VIP ของห้างสรรพสินค้าชั้นนำเงียบสงัด มีเพียงเสียงเพลงแจ๊สแผ่วเบาที่คลอเคล้าไปกับกลิ่นหอมของเทียนหอมราคาแพง ลินดาในห้องลองชุดกว้างข
ท่ามกลางแสงไฟนีออนสลัวของย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพฯ เม่ยหลิน... นักธุรกิจสาวอสังหาริมทรัพย์ชาวฮ่องกงในชุดสูทสุดเนี้ยบสีเทาเข้ม นั่งพิงพนักโซฟาหนังราคาแพงภายในห้องนิรภัยส่วนตัวของคาร์เทลคลับระดับลึกลับ เธอเพิ่งเซ็นสัญญามูลค่าพันล้านเสร็จสิ้น และสิ่งเดียวที่เธอต้องการตอนนี้คือการปลดปล่อยพันธนาการจากโลกธุรกิจที่แสนตึงเครียด เบื้องหน้าของเธอคือกระจกวันเวย์บานยักษ์ที่มองออกไปเห็นเวทีกลางทรงกลม ซึ่งบัดนี้กำลังมีโชว์ "Sapphic Arts" ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นที่สุดของกรุงเทพฯบนเวทีที่ถูกเนรมิตเป็นเตียงผ้าไหมสีแดงเพลิง หญิงสาวสองคนในร่างที่เปลือยเปล่าเริ่มร่ายระบำแห่งกามารมณ์ เธอจ้องมองภาพนั้นอย่างไม่วางตา หญิงสาวคนหนึ่งเริ่มใช้ปลายนิ้วกรีดกรายไปตามโคนขาหนีบของอีกฝ่าย ก่อนจะเร่งจังหวะการสอดใส่ที่เนียนแน่น เสียงการเสียดสีที่ดูรุนแรงทว่านุ่มนวลส่งผ่านลำโพงคุณภาพสูงเข้ามาในห้อง จนเม่ยหลินรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่โคนขา ภาพการก้มลงปรนเปรอด้วยเรียวลิ้นที่ช่ำชองบนเวทีนั้นช่างสมจริงจนเม่ยหลินต้องเม้มปากแน่น เธอเห็นทุกจังหวะการตวัดลิ้นที่เน้นย้ำไปยังจุดอ่อนไหว จนหญิงสาวบนเวทีแอ่นอกสะท้านร้องครางแบบไร้
ข้าวฟ่างไม่ได้มีแค่สมาร์ทโฟนที่คอยเตือนตารางนัดหมาย แต่ที่ข้อมือซ้ายภายใต้แขนเสื้อสูทหรูหรา เธอสวมกำไลโลหะฝังชิปพิเศษที่เชื่อมต่อกับระบบประสาทของเธอโดยตรง มันทำหน้าที่วัดระดับ 'Endorphin & Oxytocin' ในกระแสเลือด นี่เป็นสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมใหม่ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้เธอ จากพลังพิเศษที่เธอได้ม
บ่ายวันพุธในห้องบรรยายรวมที่มหาวิทยาลัยชั้นนำใจกลางกรุงเทพฯ เครื่องปรับอากาศที่เย็นฉ่ำกลับไม่ได้ช่วยให้ข้าวฟ่างรู้สึกดีขึ้นเลย เธอนั่งเกร็งอยู่บนเก้าอี้เลคเชอร์ มือเรียวบีบปากกาแน่นจนปลายนิ้วซีด ตื๊ด... ตื๊ด... ตื๊ด... กำไลข้อมือใต้สายนาฬิกาแบรนด์หรูสั่นเตือนด้วยจังหวะที่น่ากลัวที่สุดเท่าท
ในห้องทำงานส่วนตัวหลังการประชุมบอร์ดบริหารอันตึงเครียดข้าวฟ่างสั่งให้ลินดาเลขาสาวไปถ่ายเอกสารสำคัญจำนวนมาก ทำให้ลินดาต้องวางกระเป๋าถือของตัวเองไว้บนโซฟารับแขก แล้วรีบออกไปทำธุระให้เจ้านาย ข้าวฟ่างนั่งพิงเก้าอี้หนังอย่างเหนื่อยอ่อน หรี่ตามองจอคอมพิวเตอร์ที่เต็มไปด้วยกราฟและตัวเลข ระดับพลังงานข
ลมพัดเอื่อยเฉื่อยหอบเอาอากาศบริสุทธิ์จากแมกไม้เข้าสู่ปอดของข้าวฟ่าง เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้สนามไม้สีเขียวเข้มพลางถอดแว่นสายตาออกเพื่อพักสายตา ทว่าจังหวะที่มือกำลังจะวางลงบนที่เท้าแขน เธอกลับสะดุดตากับคราบแห้งกรังเป็นวงเล็กๆ หลายวงกระจายอยู่บนรอยแตกของเนื้อไม้ "บนเก้าอี้ในสวนสาธารณะแบบนี้เนี่