Masukข้าวฟ่าง..(ฟารีดา) สาววัย 20 ปี เธอมีเรื่องชวนให้ติดตามค้นหา เธอเป็นนักศึกษาที่เก่งฉลาด เรียนดี ขับรถหรู ดูมีฐานะ แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าเธอมีชีวิตอีกด้านที่สุดมหัศจรรย์ เธอเป็นสาวต่างชาติที่ครอบครัวมาอยู่ในเมืองไทยนานหลายปี เธอเกิดที่เมืองไทย พูดคุย ใช้ชีวิตแบบคนไทย แต่แล้วครอบครัวก็ต้องกลับแผ่นดินเกิดไปดูแลธุรกิจ เธอใช้ชีวิตที่เมืองไทยจนแทบจะเป็นคนไทยไปแล้ว จึงอยู่เรียนต่อและใช้ชีวิตที่นี่ โดยดูแลบริษัทที่ครอบครัวทิ้งไว้ให้ต่อไป เธอคือนักศึกษา และซีอีโอ ในเวลาเดียวกัน นี่คือสิ่งที่คนทั่วไปรู้เพียงเท่านั้น อีกมุมหนึ่งของข้าวฟ่างคือเธอค้นพบพลังพิเศษว่าเมื่อตัวเองเกิดความรู้สึกทางเพศแล้วช่วยตัวเองจนสำเร็จ เธอสามารถมีพลังสมองในการคิดคำนวนวางแผนแก้ไขปัญหาอุปสรรคทางธุรกิจได้ พลังพิเศษนี้เกิดขึ้นหลังจากเธอเริ่มมีเมนส์ครั้งแรก..เริ่มเป็นสาวเต็มตัว เธอรู้ว่าความฟินจากออกัสซัมทำให้ได้พลังวิเศษ แล้วถ้าได้ร่วมรักจนสำเร็จฟินแตก พลังพิเศษนั้นจะแปรเปลี่ยนไปอย่างไรหรือไม่ เธอกำลังเลือกว่า..ชายใดจะมา...ช่วยเธอ แล้วคุณคิดว่าสุดท้ายแล้วเธอจะเป็นอย่างไร?
Lihat lebih banyakเด็กสาววัยสิบสี่ 'ฟารีดา' เริ่มรู้ตัวแล้วว่าเธอมี "อาวุธ" ที่ผู้หญิงคนอื่นไม่มี นั่นคือใบหน้าที่เป็นลูกครึ่งเอเชียกลางของเธอที่ฟ้ารังสรรค์มาให้อย่างลงตัว ดวงตาของเธอเรียวยาวแบบสาวตะวันออก แต่กลับมีประกายสีน้ำตาลลุ่มลึกและขนตาหนางอนแบบชาวตาตาร์หรืออุซเบก ผิวของเธอขาวจัดจนเกือบโปร่งแสง ตัดกับริมฝีปากอิ่มที่เคยถูกเพื่อนขโมยจูบหลายครั้ง ชื่อเล่นของเธอในโรงเรียน... เพื่อนๆเรียกเธอว่า 'ข้าวฟ่าง' ชื่อเล่นที่ฟังสบายหูและทำให้เธอดูกลมกลืนไปกับดินแดนรอยยิ้มแห่งนี้
เย็นวันนั้น ในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นบุหรี่นอกและเอกสารสัญญา พ่อของเธอจ้องมองลูกสาวผ่านกรอบแว่นด้วยสายตาที่แปลกใจ "ฟารีดา... นี่มันไม่ใช่เรื่องเล่นขายของนะ ถ้าลูกจะอยู่ต่อ ลูกต้องบริหารจัดการคนที่มีอายุคราวพ่อ คราวอา คราวปู่ ของลูกหลายสิบชีวิต แล้วยังมีลูกน้องลูกจ้างอีกเป็นร้อยเชียวนะ" เด็กสาวในชุดนักเรียนคอซองยืนนิ่ง มือเรียวสวยประสานกันไว้ด้านหน้าอย่างสำรวม แต่ปลายนิ้วกลับเคาะเบาๆ เป็นจังหวะอย่างใช้ความคิด "ข้าวฟ่างไม่ได้จะเล่นขายของค่ะคุณพ่อ" เธอเปลี่ยนมาแทนตัวด้วยชื่อเล่นไทยๆ เพื่อย้ำเตือนว่าเธอผูกพันกับที่นี่เพียงใด "ในโรงเรียน... มีคนรักและคอยช่วยเหลือข้าวฟ่างเยอะแยะมากมาย และในบริษัทนี้... ข้าวฟ่างก็จะทำให้เป็นแบบนั้นเหมือนกัน" รอยยิ้มที่มุมปากของเธอในตอนนั้นไม่ใช่รอยยิ้มของเด็กหญิงที่ไร้เดียงสา แต่มันคือรอยยิ้มของ 'ฟารีดา' ผู้ที่มีแต่คนรักและคอยช่วยเหลือ เธอรู้ดีว่าภายใต้ความอ่อนน้อมแบบไทยที่เธอซึมซับมา มันคือความแข็งกร้าวและความหยิ่งทนงของสายเลือดชาวชาวเอเชียกลางที่ไหลเวียนอยู่ในกาย เมื่อพ่อแม่เดินทางกลับไปยังแผ่นดินเกิด ทิ้งบริษัทขนาดใหญ่ไว้ให้ และอำนาจการสั่งการสูงสุด ข้าวฟ่างในวัยสิบสี่ก็นั่งลงบนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ของพ่อ เธอหลับตาลง คิดถึงอำนาจที่มีอยู่ในห้องนั้น... นี่คือจุดเริ่มต้นของนางพญาที่ซ่อนอยู่ในร่างลูกแมว เด็กสาวที่ยังใช้คำนำหน้าว่า...เด็กหญิง ..... ภายใต้เครื่องแบบชุดนักเรียนสีขาวสะอาดตาและความเงียบเชียบของห้องสมุดหลังเลิกเรียน 'ข้าวฟ่าง' หรือ 'ฟารีดา' รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะแตกสลาย เอกสารงบประมาณของบริษัทที่ซ่อนอยู่ในสมุดจดวิชาเรขาคณิตทำให้เธอมึนงง ความรับผิดชอบที่หนักอึ้งในวัยที่ควรจะได้วิ่งเล่นทำเอาดวงตาคู่สวยนั้นเริ่มคลอด้วยหยาดน้ำตา "เครียดอีกแล้วเหรอฟ่าง..." เสียงกระซิบแผ่วเบาจาก..ระริน เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่รู้ว่าข้าวฟ่างต้องแบกรับอะไรไว้บ้าง ระริน..เรียนกับข้าวฟ่างมาตั้งแต่ชั้นอนุบาล เป็นคนที่ข้าวฟ่างไว้ใจที่สุด เธอเล่าทุกเรื่องให้ระรินฟัง เคยคิดอะไรไม่ดี เคยแอบแกล้งใคร มีแต่ระริน..ที่รู้ แม้กระทั่งความเป็นสาวครั้งแรกของเธอ ..... ในวันนั้นข้าวฟ่างตื่นนอนขึ้นมาด้วยอาการปวดหน่วงๆที่ท้องน้อย มันไม่ได้ปวดมากมายเหมือนอาหารเป็นพิษ หรือแสบท้องเหมือนโรคกระเพาะ แต่มันหงุดหงิดรำคาญใจเพราะไม่รู้จะแก้ไขอย่างไรมากกว่า เธอโทรหาระริน..เพื่อนที่เธอคิดว่าน่าจะช่วยเธอได้ "ฉันปวดท้องว่ะแก..ทำไงดี" "ปวดยังไง ปวดแสบๆ ปวดหนักๆ ปวดแบบเต้นตุบๆ หรือปวดหน่วงๆลึกๆ" ระรินสาธยายอาการปวดท้องทั้งหลายให้เพื่อนเลือกช้อยส์คำตอบ "เออๆๆ..แบบหลังสุดนี่แหละ มันไม่รุนแรง แต่หน่วงๆลึกๆ" ข้าวฟ่างพูดโทรศัพท์ไปพลางกุมหน้าท้อง ค่อยๆคลำดู กดนิดกดหน่อย แล้วก็ยืนยันคำเดิม ระรินส่งเสียงหัวเราะร่า... ตอบมาว่า "ยินดีด้วยนะค้าาา..คุณกำลังะเป็นสาวแล้ว.. พร้อมจะมีลูกในอีกไม่นานนี้แล้วจ้า..." นั่นคือ..ระริน..เพื่อนสนิทที่สุดของ..ข้าวฟ่าง ..... ระรินขยับเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมอ่อนๆจากแป้งเด็ก และกลิ่นตัวหอมๆจากเพื่อนสาวทำให้อาการเครียดของข้าวฟ่างทุเลาลงอย่างประหลาด ในห้องชมรมดนตรีที่ไร้ผู้คน แสงแดดสีส้มยามเย็นที่สาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามา ทำให้ใบหน้าลูกครึ่งเอเชียกลางของข้าวฟ่างดูงดงามและเปราะบางเหลือเกิน "มันหนักเกินไป... ฟ่างไม่รู้จะทำยังไงแล้วล่ะริน" "งั้นก็ยังไม่ต้องคิดอะไร... ตอนนี้ให้รินดูแลฟ่างนะ" สัมผัสแรกคือปลายนิ้วที่ลูบไล้ไปตามพวงแก้มขาวจัด แล้วริมฝีปากนุ่มของเพื่อนสาวก็ทาบทับลงมาที่ริมฝีปากแดงฉ่ำของเธอ มันไม่ใช่จูบที่เร่าร้อนในตอนแรก แต่เป็นจูบที่เต็มไปด้วยความปลอบประโลม ข้าวฟ่างเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ ลมหายใจสะดุดกึก แต่รสสัมผัสที่หอมหวานและแปลกใหม่กลับทำให้หัวใจที่เหนื่อยล้าของเธอกลับมาเต้นรัวอีกครั้ง ตามด้วยลิ้นของระรินที่ควานเขี่ยเข้าหาลิ้นของเธอ... ระรินค่อยๆ ดันร่างของข้าวฟ่างให้นอนราบลงบนโซฟาเก่าของห้องชมรม ความเงียบของโรงเรียนหญิงล้วนในยามเย็นกลายเป็นฉากหลังที่เพิ่มความตื่นเต้น ข้าวฟ่างรู้สึกถึงความเย็นของอากาศที่สัมผัสผิวหน้าท้องเมื่อชายเสื้อนักเรียนถูกเลิกขึ้น "ริน... จะทำอะไร" เสียงของเธอสั่นพร่า "รินทำให้ฟ่างลืมทุกอย่างไงคะ... แค่ช่วงเวลานี้ก็ยังดี ฟ่างเชื่อใจรินนะ" ระรินคุกเข่าลงเบื้องหน้าเพื่อนรัก สายตาที่มองสบกันในวินาทีนั้นทำให้ข้าวฟ่างรู้สึกร้อนวูบไปทั้งตัว เมื่อใบหน้าของเพื่อนสาวโน้มลงไปสัมผัสกับจุดที่อ่อนไหวที่สุด ความรู้สึกเหมือนไฟฟ้าสถิตแล่นปราดไปทั่วร่าง รอยจูบและการปรนเปรอด้วยปลายลิ้นที่ละเมียดละไมทำให้ข้าวฟ่างเผลอจิกมือลงบนหมอนพิงหลังแน่น ในนาทีนั้นเอง...โลกของธุรกิจ เอกสารที่น่าเบื่อ และความโดดเดี่ยวในคฤหาสน์หลังใหญ่ถูกลบเลือนไปจนสิ้น เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่หอบกระชั้นและความซ่านสยิวที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน ข้าวฟ่างหลับตาลงปล่อยให้ "ฟารีดา" ผู้แข็งกร้าวพ่ายแพ้ต่อสัมผัสอันแสนอ่อนโยน... นี่คือครั้งแรกที่เธอได้รู้ว่า การเป็นผู้บริหารองค์กรขนาดใหญ่นั้น มันไม่หอมหวานเอาเสียเลย หากเปรียบกับความหอมของกลิ่นกายเพื่อนสาวของเธอคนนี้ ระริน... ความหอมที่มากับความใคร่ ความโหยหาในส่วนลึกของหัวใจ... ..... ข้าวฟ่างของระริน... ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับปลายลิ้น และนิ้วเรียวของเพื่อนเธอ นิ้วที่ล้วงลึกในร่องรู ครูดเขี่ยไปทั่วถ้ำสวาท ยามที่ระรินดึงนิ้วเข้าออกสัมผัสที่กระทบจุดจีที่เธอเคยอ่านเจอในอินเตอร์เน็ตมันเสียวซ่านอย่างนี้นี่เอง แล้วลิ้นนุ่มๆนั่นเล่า...ตอนที่ระรินรัวละเลงตรงปลายยอดปุ่มเสียว ข้าวฟ่างถึงกับเกร็งจนต้องขมิบทั้งรูก้น ทั้งร่องเสียว นิ้วของระรินโดนดูดติดหนึบในร่องรูนั้นแน่นจนระรินต้องกระซิบข้างหูเธอเบาๆ "ฟ่างเสียวมากเลยใช่มั้ย.." ข้าวฟ่างทำได้เพียงพยักหน้า เพราะตอนนั้นเธอพูดอะไรไม่ออกแล้ว เธอกลั้นใจเม้มปากแน่นด้วยความเสียวจนใจจะขาด "ริน..รินจ๋า..ฟ่างใจจะขาด..." ข้าวฟ่างร้องวิงวอน เธอรู้สึกใจหวิวจนควบคุมตัวเองไม่ได้ ปวดท้องเบาอย่างมากจนต้องกลั้นเอาไว้ เธอละล่ำละลักรีบบอกให้ระรินหยุดลิ้น เธออายถ้าฉี่เธอออกมาเปรอะเปื้อนระริน.. "ริน..ริน..ฟ่างฉี่จะแตก หยุดก่อน..ฟ่างอาย.." "ไม่ใช่ฉี่หรอกฟ่าง... ปล่อยมันออกมาเลย ไม่ต้องอายรินนะ เดี๋ยวรินช่วยเอง.." ระรินบอกข้าวฟ่างให้ปลดปล่อยมันออกมา ไม่จำเป็นต้องกลั้นไว้ น้ำที่ข้าวฟ่างจะปล่อยออกมาคือน้ำแห่งความสุข ที่ระรินช่วยข้าวฟ่างทำในวันนี้คือเพื่อให้เธอถึงจุดสุดยอดนี้นี่แหละ ระรินบอกต่ออีกว่า "รินจะช่วยดูดมันออกมาเร็วๆนะ" แล้วเธอก็ถอนนิ้วออก ประกบริมฝีปากที่ร่องทางสวรรค์ เม้มปลายติ่งแล้วดูดเบาๆ สลับกับลิ้นเรียวอ่อนที่วนรอบปลายติ่งลงมาหาร่องรู แล้วระรินก็เกร็งลิ้นแหย่เข้าร่องรู สะบัดรัวจนข้าวฟ่างก้นลอยตามแรงเสียวที่ทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ ระรินรับรู้ถึงวินาทีสำคัญที่กำลังจะมาถึงของข้าวฟ่าง เธอห่อปากประกบลงที่ติ่งสวาทที่แข็งเป็นไตแล้วดูดแรงๆจนข้าวฟ่างกรีดร้องด้วยความเสียวที่สุดในชีวิต... "แตกๆ..แตกแล้ว..รินจ๋า..ฟ่างแตกแล้ว.." ข้าวฟ่างฉี่ออกมาเต็มปากระริน เพราะสุดจะกลั้นเอาไว้ได้แล้ว หน้าท้องเธอเกร็งเป็นลอน หายใจหอบเป็นช่วงๆ สองมือขยุ้มผมระรินกดหัวเธอลงให้หน้าและปากแนบแน่นกับร่องรูสวาท รูสวาทเธอบีบตัวแน่นหลั่งน้ำรักที่คิดว่าเป็นฉี่ออกมาอย่างทะลักล้น ใบหน้าระรินเปียกแฉะไม่ต่างกับร่องรูของข้าวฟ่าง "รู้สึกดีมั้ยจ๊ะฟ่าง.." ระรินถอนริมฝีปากขึ้นไปจูบแก้มข้าวฟ่าง กระซิบเบาๆอีกครั้ง "อยากหายเครียดแบบนี้อีก เรียกรินได้เสมอนะ" ข้าวฟ่างตอนนั้นหูอื้อตาลายไปหมดแล้ว เธอพยักหน้าแล้วสวมกอดเพื่อนสาวด้วยความเขินอาย ตอนนั้นเธอรู้แล้วว่าที่แตกออกมานั้นไม่ใช่ฉี่จริงๆ.. ...หลังจากจบมัธยมปลายด้วยคะแนนสูงสุดติดอันดับหนึ่งในยี่สิบ ข้าวฟ่างได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองนักเรียนดีเด่นระดับประเทศ เธอไม่ได้สนใจคำกล่าวชื่นชม แต่สายตาของเธอกลับสะดุดเข้ากับเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ได้รับรางวัลสูงสุด เขาดูสุภาพและฉลาดเฉลียว ข้าวฟ่างคิดในใจพลางยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ "น่าลองกับผู้ชายจริงๆ สักครั้ง’" แต่ในจังหวะนั้นเอง เธอกลับสังเกตเห็นเด็กสาวคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ เด็กหนุ่ม เธอคนนั้นสวมชุดเรียบง่าย ใบหน้าสวยคม แต่แววตากลับซ่อนความเฉลียวฉลาดที่ล้ำลึกยิ่งกว่าเด็กหนุ่มคนนั้นเสียอีก ออร่าบางอย่าง... มันบริสุทธิ์จนน่าสนใจ ข้าวฟ่างคิด... สัญชาตญาณของนักล่าสวาทในตัวเธอเริ่มขึ้นแล้ว... เธอเข้าไปทักทายพูดคุยกับทั้งคู่ การสนทนาสั้นๆ ทำให้ข้าวฟ่างรู้ว่าเด็กสาวคนนี้ชื่อมิ้น เธอคืออัจฉริยะตัวจริงของรุ่น ถ้าหากมิ้นไม่ป่วยหนักในวันสอบสำคัญ เธอนี่แหละคือคนที่ควรได้รับรางวัลอันดับหนึ่ง ข้าวฟ่างรู้สึกถึงกระแสพลังงานบริสุทธิ์ที่แผ่ออกมาจากมิ้น มันไม่ใช่พลังแห่งความดิบเถื่อนเหมือนหลายๆครั้งที่เธอเคยผ่านมา ไม่ใช่พลังแห่งประสบการณ์เหมือนอาจารย์เมย์ แต่เป็นพลังแห่ง ความไร้เดียงส
ข้าวฟ่างคิดถึงผลที่ได้จากการร่วมรักกับระริน และไลลา มันยืนยันว่าคุณภาพของคู่นอนส่งผลโดยตรงต่อระดับและคุณภาพของพลังที่เธอได้รับ ข้าวฟ่างก็เลยเลิกมองหาคนรัก และเริ่มมองหาคนที่มีศักยภาพแทน เธอยืนอยู่บนดาดฟ้าตึกเรียน กวาดสายตามองลงไปยังลานกว้างเบื้องล่างที่คลาคล่ำไปด้วยเหล่านักเรียนผู้มีพรสวรรค์ สำรับเธอตอนนี้ โรงเรียนหญิงล้วนแห่งนี้ไม่ใช่สถานศึกษาอีกต่อไป แต่มันคือแหล่งพลังงานขนาดใหญ่ ที่เต็มไปด้วยคนชั้นเลิศที่รอให้เธอเข้าไปสกัดเอาพลังงานออกมา ข้าวฟ่างเปิดสมุดบันทึกดิจิทัลส่วนตัว ลิสต์รายชื่อเป้าหมายที่ถูกคัดกรองมาจากการวิเคราะห์อย่างดี ทั้งกัปตันทีมว่ายน้ำผู้มีสมรรถนะทางร่างกายยอดเยี่ยม นักแสดงละครเวทีที่มีจินตนาการล้ำเลิศ และประธานนักเรียนจอมเฮี้ยบผู้มีตรรกะเฉียบคม "หนึ่งคนคือหนึ่งพลังงานที่ต่างกันออกไป..." เธอกระซิบกับสายลมพลางคิดถึงสมองตัวเองที่กำลังโหยหาพลังพิเศษมาเติมเต็ม ข้าวฟ่างเริ่มวางแผนที่จะจัดการพวกเธอทีละคน ไม่ใช่ด้วยกำลัง แต่ด้วยเสน่ห์และการหยิบยื่นสิ่งที่พวกเธอขาด เพื่อล่อลวงให้ยอดคนเหล่านั้นเดินเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพลังพิเศษของเธอ โดยที่พวกเธอไม่มีวันรู้เลยว
เทอมต่อมาของปีการศึกษาใหม่... ในรั้วโรงเรียนสตรีนานาชาติชื่อดัง ข้าวฟ่าง ปรากฏตัวในฐานะแบดเกิร์ลตัวแม่ เธอขับรถสปอร์ตคันหรูมาเรียนตอนเช้า แล้วมักจะหายตัวไปในช่วงคาบบ่าย และมีข่าวลือหนาหูเรื่องการ "เรียกเด็กสาว" เข้าไปในคอนโดส่วนตัว แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าเบื้องหลังความเสเพลนั้น คือการรีดเค้นพลังเพื่อใช้ในการวางแผนธุรกิจพันล้านให้ครอบครัว ไลลา..เด็กสาวมัธยม 5 ห้องคิง ใส่แว่นหนาเตอะ ดูจืดชืดและบ้าเรียนที่สุดในรุ่น เธอแอบมองความมั่นใจของข้าวฟ่างด้วยความอิจฉาและอยากรู้อยากเห็น จนกระทั่งวันหนึ่ง...ข้าวฟ่างยื่นข้อเสนอที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้ ..... เย็นวันศุกร์ในห้องสมุดที่เงียบสงัด ข้าวฟ่างเดินเข้าไปหาไลลาที่กำลังนั่งจมหนังสือเรียนกองโต เธอวางกุญแจรถหรูลงบนโต๊ะ พร้อมกับไอแพดรุ่นล่าสุดที่เธออยากได้มานาน "อยากรู้ไหมว่าเธอต้องทำยังไงถึงจะได้ไอแพดนี้" ข้าวฟ่างกระซิบพลางเชยคางไลลาขึ้นมาสบตา "ไปกับฉันคืนนี้ แล้วฉันจะให้เธอได้เรียนรู้สิ่งที่หนังสือเล่มไหนก็ไม่มีบอก แล้วเธอจะได้มันไป" เมื่อมาถึงคอนโดเพนท์เฮาส์สุดหรู ข้าวฟ่างเปลี่ยนโหมดเป็นครูผู้เข้มงวด เธอจ้องมองไลลาที่ยืนด้วยความตื่นเต้น
ในห้องนอนกว้างขวางที่แสนจะเดียวดาย กลิ่นอายของวัยเด็กกำลังจางหายไปแทนที่ด้วยความหรูหราแบบผู้ใหญ่ ข้าวฟ่างในวัยที่เพิ่งเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อเป็น 'นางสาว' นั่งอยู่บนขอบเตียง จ้องมองกระเป๋าเดินทางของระริน... เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่อยู่เคียงข้างเธอมาตลอดตั้งแต่วัยเยาว์ "ฟ่าง... รินต้องไปจริงๆ นะ พ่อบอกว่าต้องย้ายไปดูแลธุรกิจที่ต่างประเทศพรุ่งนี้แล้ว" ระรินพูดด้วยเสียงสั่นเครือพลางก้มหน้าเดินเข้ามาข้าวฟ่างไม่ได้ตอบเป็นคำพูด ความสับสนในใจของเธอพุ่งพล่าน ระหว่างความใจหายที่เพื่อนจะจากไป กับความหวาดกลัวที่แหล่งพลังงานหนึ่งเดียวของเธอในตอนนี้จะหายไป...ก่อนที่เธอจะขึ้นชั้น ม.ปลาย ซึ่งนั่นจะเป็นช่วงที่พ่อเริ่มมอบหมายงานบริหารที่หนักขึ้นให้เธอรับผิดชอบ "ริน... ก่อนจะไป... ช่วยฟ่างอีกครั้งได้ไหม?" ข้าวฟ่างเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอดูลุ่มลึกอย่างที่เด็กสาววัยเดียวกันไม่ควรจะมี "ครั้งสุดท้ายนะ... ให้ฟ่างได้จดจำรสชาติของรินไว้..นานแสนนาน..." ..... ค่ำคืนนั้น การร่วมรักเพื่อสั่งลาเริ่มต้นขึ้นด้วยความอ่อนหวานละมุน แต่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆและยาวนาน เริ่มตั้งแต่บ่ายคล้อยจนถึงค่ำมืด ข้าวฟ่