Acacia Academ : ความลับของเราสองและทำนองต้องสาป

Acacia Academ : ความลับของเราสองและทำนองต้องสาป

last updateDernière mise à jour : 2025-12-27
Par:  persiA99Complété
Langue: Thai
goodnovel12goodnovel
Notes insuffisantes
74Chapitres
1.1KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

ฉันถูกส่งมาในโรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในเรื่องการใช้งานและควบคุมพลังเวท ไม่มีใครกล้าเข้ามาทักทายฉัน เว้นแต่รูมเมทของฉันที่ยอมคุยด้วย ...ถึงหลายครั้งเธอจะทำมากกว่านั้นก็เถอะ

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1  : คำสาป 1

บทที่ 1 : คำสาป

ฉันชื่อบลู ความหมายของชื่อมิได้แปลว่าสีน้ำเงินที่สื่อถึงความสงบหรือความมั่นคงตามที่พ่อกับแม่หวังไว้แต่ประการใด หากแต่ในความคิดของฉัน ...ความหมายของมันคือความเศร้า ...หม่นหมอง

ชีวิตของฉันจมอยู่กับความทรมานและโดดเดี่ยวดั่งชื่อเล่นนั้น แม้ทางบ้านจะมีฐานะร่ำรวยและมากด้วยชื่อเสียงบารมีเงินเพียงใด ทั้งพ่อและแม่รักต่างตามใจฉันในหลายๆ เรื่อง แต่เพราะเวทมนตร์ซึ่งยากจะประเมินพลังและมันดันเป็นเวทสายมืด เวท ...ที่ไม่ได้เน้นใช้ป้องกันหรือโจมตีเพื่อขัดขวางอีกฝ่าย มันมีเพื่อปลิดชีพผู้คนหรือสิ่งมีชีวิตที่เป็นศัตรู เป้าหมาย ใครก็ตาม

...พลังอันใหญ่ยิ่ง ทว่าไม่มีใครคิดว่ามันยิ่งใหญ่ ผู้คนรวมถึงฉันกลับมองมันเป็นเพียง ....คำสาป

ฟูวววว

เสียงของสายลมที่พัดผ่านหน้าต่างเข้ามายังห้องนอนบนชั้นที่สี่ของบ้านหลังใหญ่

....

....เฮ้อ

เสียงถอนหายใจที่เกิดขึ้นในทุกวันที่ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาแสดงถึงความรู้สึกของการมีชีวิต ...ฉันรับรู้ว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่

ห้องนอนอันกว้างใหญ่ในบ้านอันกว้างขวาง

บนโลกที่เวทมนตร์อยู่เหนือทุกสิ่ง อยู่ในทุกการกระทำของชีวิต ตระกูลของฉันเมื่อครั้งอดีตกาลคือหนึ่งในตระกูล ...เป็นเพียงตระกูลเดียวที่ช่วยเหลือประเทศแห่งนี้ให้รอดพ้นจากสงครามกับอีกหลายประเทศทั้งจากรอบๆ หรือจากทวีปอันห่างไกล

ทรัพยากร ธรรมชาติและความอุดมสมบูรณ์ของประเทศแห่งนี้เป็นที่หมายปองของทุกคนที่แสวงหาในอำนาจและความมั่งคั่ง

แต่เพียงไม่นานที่บรรพบุรุษของฉันปรากฏตัว ทุกคนที่เคยคิดจะบุกโจมตีประเทศแห่งนี้ก็ต้องหยุดความคิดลมๆ แล้งๆ นั้นทันที บ้างก็ยอมแพ้แต่โดยดี หรือบ้างก็เลือกที่จะสู้กับเราต่อ ...ผลของการต่อสู้เป็นไปเหมือนดั่งทุกครั้ง พวกเขาดันทุรังสู้ทั้งที่รู้ว่าชะตากรรมจะออกมาเป็นแบบไหน ทุกคนที่ดาหน้ากันเข้ามาเหลือกลับไปเพียงแค่ชื่อเปล่า ใครก็ตามที่เป็นศัตรู ผู้ใดก็ตามที่กล้าหันคทาเวทใส่ชายในชุดคลุมสีดำ ...เพียงไม่กี่อึดใจร่างเหล่านั้นจะกลายเป็นเพียงเถ้าธุลีละเอียด

...

ฉันคือ “บูล เชอร์โนบ็อก” ลูกสาวเพียงคนเดียวของตระกูลอันยิ่งใหญ่ซึ่งมีอำนาจทัดเทียมกับกษัตริย์ของประเทศหรืออาจมากกว่าเสียด้วยซ้ำ เพียงแต่กษัตริย์ของที่นี่ถูกผู้คนนับถือจากวีรกรรมอันกล้าหาญและความคิดต่างๆ เพื่อผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก

...ต่างจากเชอร์โนบ็อก ผู้คนนับถือเราเพียงพบสบตาเผชิญหน้า ลับหลังหาใช่จะเป็นแบบนั้นไม่ แน่นอนว่าคำพูดของพวกเขาล้วนเต็มไปด้วยการนินทาว่าร้ายใส่เรา

...เวทมนตร์แห่งความมืด มันไม่มีชื่อเรียกที่ชัดเจน บ้างก็ถูกเรียกว่าเวททำลายล้างหรือความว่างเปล่า

พลังของตระกูลนี้มีมากจนเกินไป มากจนหนึ่งในผู้นำตระกูลจากยุคอดีตต้องคิดค้นสิ่งที่จะใช้ควบคุมพลังเวทไม่ให้ถูกใช้มากจนเกินไป จนผู้ใช้ควบคุมไม่ได้

...ใช่ เพราะมันเคยเกิดขึ้นมาแล้ว

ครั้งหนึ่งในช่วงสงครามอันยิ่งใหญ่ การต่อสู้ช่วงสุดท้าย หนึ่งในผู้นำตระกูลของเราดันเผลอปลดปล่อยพลังทั้งหมดที่มีออกมาเพื่อทำลายฝ่ายศัตรู ความโกรธแค้นที่คนรักถูกอีกฝ่ายฆ่าในการต่อสู้ทำให้เขาหมดอาลัยตายอยาก ชายคนนั้นขาดสติและระเบิดพลังอันน่าหวาดกลัวออกมา

พรึบ!

เสมือนมีเสียงเพลงอันน่าหดหู่บรรเลงออกมาพร้อมๆ กับรอบข้างที่กลายเป็นสีดำทมิฬ

รอบๆ ในรัศมีหนึ่งกิโลเมตรถูกความมืดเข้าโจมตี ใจกลางพลังคือชายที่หัวใจแตกสลาย ต้นไม้ใบหญ้า ศัตรูหรือฝ่ายเดียวกัน ทุกคนที่ถูกพลังนี้สัมผัสกลายเป็นผุยผงเพียงเวลาไม่นาน

พื้นที่แห่งนั้นไม่เหลืออะไรเลยในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที ทุกอย่างมันจบลง การต่อสู้ที่อีกฝ่ายรู้ว่าผลแพ้ชนะนั้นตายตัวอยู่แล้ว หากแต่เมื่อได้เห็นพลังนี้ด้วยตาตัวเอก ผู้คนที่รอดมาได้ก็ยิ่งไม่กล้าหืออือมากเข้าไปอีก

...ทั้งหมดคือเหตุผลที่คทา “เมเจียร์” ถูกสร้างขึ้น ด้ามจับสีดำทำจากแร่เวทมนตร์หายากสลักขึ้นรูปทั้งด้าม ส่วนบนมีลูกแก้วสีชมพูอ่อนตั้งไว้เพื่อเป็นศูนย์กลางช่วยในการควบคุมพลังและกิ่งไม้หนาที่คอยประคองลูกแก้วเอาไว้ หากผู้ใช้ยิ่งปล่อยพลังออกมามากเพียงใด สีของมันจะยิ่งเข้มขึ้นเรื่อยจนกลายเป็นสีดำและบังคับร่างของผู้ใช้ให้หยุด

แม่มด พ่อมด นักเวททุกคนจะต้องมีคทาเพื่อใช้ร่ายเวท เมเจียร์เองก็คือคทาตามที่ว่ามา หากแต่ไม้ทั่วๆ ไปไม่สามารถรับความหนักของลูกแก้วกลมวงนี้ได้ การสร้างด้ามจับที่เหมาะสมจนกลายมาเป็นแท่งแร่ขนาดใหญ่จึงเป็นเหตุผลให้ตัวคทานี้ใหญ่กว่าคทาทั่วๆ ไป

หากเทียบราคาของคทานี้ มันคือหนึ่งในสมบัติชิ้นสำคัญของประเทศ แต่เพราะระบบป้องกันตัวเองเมื่อถูกจับโดยผู้ที่ประสงค์ร้าย คทาจะแผ่ความรู้สึกด้านลบออกมาจนคร่าชีวิตผู้ที่คิดร้ายลงตรงนั้นเลยก็มี

ตระกูลของฉันคือความมั่นคงของประเทศ ไม่แปลกที่เราจะร่ำรวยและมากด้วยอำนาจจากเงินของราชวงศ์ที่มอบให้ทุกปี

คฤหาสน์ขนาดใหญ่พร้อมสวนดอกไม้และทะเลสาบหลังบ้าน ทั้งหมดล้วนบ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่ของเชอร์โนบ็อก

ต๊อก ต๊อก ต๊อก

เด็กสาวค่อยๆ ยกร่างของตัวเองให้ลุกออกจากเตียงก่อนจะก้าวเท้าเดินตรงไปยังห้องน้ำที่ถูกสร้างไว้ในห้องนอน เธอมองตรงไปยังกระจกเงาบานใหญ่เบื้องหน้า

ผมสีเทาคล้ายสีของขี้เถ้า ดวงตาสีดำทมิฬที่มองกลับมายังตนเองด้วยความเบื่อหน่าย

ร่างของเด็กสาวที่ดันเกิดมาในครอบครัวต้องสาป เธอค่อยๆ วักน้ำขึ้นมาล้างหน้าเพื่อทำให้ตัวเองสดชื่นก่อนจะเดินออกไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

ไม่เพียงแค่ห้องน้ำในตัวที่กว้างใหญ่ ของใช้อย่างเสื้อผ้าหรือรองเท้าเองก็มีให้เลือกใช้ไม่ซ้ำวันเช่นกัน เด็กสาวชอบสีโทนดำซึ่งอิงจากเสื้อและกระโปรงที่มีในตู้ แม้แต่ชั้นในเองก็เป็นสีดำหรือสีเทาเรียบ

...

ฟรุบ!

ชุดเดรสแขนสั้นสีม่วงลากไปถึงกระโปรงยาวเกือบคลุมเข่า เธอจัดระเบียบทรงผมอีกทีก่อนจะยิ้มมุมปากให้ตัวเอง

...โอเค

ต๊อก ต๊อก

บลูก้าวขาออกมาจากห้องนอนตรงลงมาที่ชั้นสองของบ้าน มุ่งหน้าไปยังโต๊ะทานข้าวตัวใหญ่ในห้องที่ถูกตกแต่งไว้อย่างเรียบหรูซึ่งพ่อและแม่ของเธอกำลังรออยู่

“รอกันนานรึเปล่าคะ?”

เด็กสาวเอ่ยถามคนทั้งสองด้วยความจืดเจื่อน ทว่าทั้งสองกลับยิ้มแล้วตอบกลับอย่างร่าเริง

“ไม่เลยๆ พ่อก็พึ่งมาเอง อีกอย่างอาหารก็ยังมาเสิร์ฟไม่ครบเลยด้วย”

“มาสิลูก วันนี้มานั่งข้างๆ แม่มั้ย?”

“ค่ะ! ฮิ ฮิ”

...แม้นี่จะเป็นตระกูลต้องสาปตามที่ผู้คนกล่าวหา แต่สำหรับฉัน อย่างน้อยความรู้สึกที่พ่อและแม่มีให้ มันคือครอบครัวแสนสุขครอบครัวหนึ่ง

ฟึบ..

เด็กสาวเลือกนั่งเก้าอี้ข้างแม่ของตนก่อนจะนั่งลงและโน้มตัวไปซบไหล่อีกฝ่ายอย่างประจบประแจงโดยมีชายแก่ร่างผอมสูงเส้นผมสั้นสีดำมองมาทางนี้พลางหัวเราะคิกคักให้

“โยดิน เชอร์โนบ็อก” ผู้นำตระกูลคนปัจจุบันหรือพ่อของบลู

“เฮร่า เชอร์โนบ็อก” หญิงแก่ซึ่งมีผมสีขาวคล้ายกับเด็กสาวที่นั่งข้างๆ แม่ของบลู

...ครอบครัวของฉันถึงจะถูกสังคมภายนอกมองไปในทางไม่ดีซึ่งมันทำให้ฉันอึดอัดทุกครั้งที่ต้องออกไปนอกบ้าน แต่ถึงอย่างนั้นพ่อของฉันก็เลือกจะมองข้ามและให้ความสำคัญกับความรู้สึกคนในครอบครัวเป็นหลัก

พวกเราทั้งสามมีกันและกัน คนรับใช้ที่ถูกจ้างมาเองก็ใช่ว่าจะมากมายอะไร พวกเขาล้วนเคยเป็นเด็กยากไร้ที่ถูกเราช่วยเหลือและมอบทั้งอาชีพและที่พักพิงให้ รายได้ของตระกูลมาจากเงินประจำตำแหน่งที่ทางอาณาจักรมอบให้และจากธุรกิจเหมืองแร่ของคุณพ่อ

แม้จะมีคนรับใช้หลายคนพยายามแก้ต่างตอนถูกคนรู้จักทักเรื่องความน่ากลัวของตระกูลเชอร์โนบ็อก แต่ใครจะเชื่อคำท้วงติงจากคนไม่มีหัวนอนปลายเท้า ซ้ำร้ายคนพวกนั้นยังคิดว่าเราเป็นฝ่ายไปล้างสมองคนงานเสียเองอีก

...ในตอนที่ฉันเข้าใจความเป็นไปทุกอย่างของครอบครัว ฉันตั้งมั่นกับตัวเองสามข้อ

หนึ่งคือฉันจะศึกษาเวทมนตร์หลายๆ รูปแบบและเลี่ยงเวทสายมืดให้ถึงที่สุด สองคือฉันจะทำตัวดีและยิ้มให้ทุกคนแม้ต้องปั้นหน้าเพียงใดก็ตาม และสามคือการหาเพื่อนให้ได้

ในตอนนี้ฉันอายุสิบหกปีและอยู่ในช่วงที่ต้องเลือกโรงเรียนเพื่อเรียนต่อ

“บลู โรงเรียนที่แม่แนะนำไป มีที่ไหนที่ถูกใจลูกบ้างมั้ย?”

“...ยังเลยค่ะ”

หญิงแก่ผู้เป็นแม่เองก็ลำบากใจที่ลูกของตนถึงวัยที่ต้องเข้าเรียนต่อ เฉกเช่นผู้ปกครองทุกคนเมื่อลูกของตัวเองถึงวัย เธอพยายามหาโรงเรียนที่มีชื่อเสียงมากมายมาให้บลู ทั้งหมดคือโรงเรียนขึ้นชื่อระดับประเทศและมีที่ตั้งไม่ห่างจากบ้านมากนัก

“ฮืมมม ...ไม่เป็นไร เรายังมีเวลาอีกเป็นเดือนให้หาโรงเรียนที่ลูกชอบเนอะ”

“ค่ะ...”

พวกเราคุยสัพเพเหระกันจนอาหารเช้าถูกนำมาเสิร์ฟเต็มโต๊ะ เมนูบนจานนั้นมากมายและดูหรูหราแม้มื้อเช้ามันไม่ควรจะมากขนาดนี้ก็ตาม ขนาดของจุกจิกอย่างผักที่ถูกใช้ตกแต่งรอบจานเองก็ถูกสลักเป็นลวดลายประณีตสวยงาม

“นี่เป็นผลงานที่ฉันลองสลักเล่นดูน่ะค่ะ หวังว่าจะชอบนะคะ”

สาวเสิร์ฟชี้แจงถึงการตกแต่งอาหารให้พ่อของฉันพลางยิ้มหวานให้

“หรอๆ อืม สวยแหละแต่ทำแบบนี้ไม่เมื่อยแย่หรอ?”

“ไม่เลยค่าาา”

...

“ตาแก่ เธออายุห่างกับคุณสามสิบปีเลยนะ อีกอย่างภรรยาของคุณก็นั่งอยู่ตรงนี้นะ เบาได้เบาเนอะ”

“....? ผมเปล่านะๆ”

“ฉันล้อเล่นค่ะ ...ขอบคุณที่เอาอาหารมาให้นะ ไปพักเถอะ”

“ค่ะนายหญิง ขอบคุณค่ะ”

หญิงสาวอายุยี่สิบต้นๆ เดินจากไปพร้อมกับถาดกลมใส่อาหาร ชุดเมดสีดำแซมด้วยชายผ้าสีขาวคือสัญลักษณ์ของคนรับใช้ภายในบ้าน พวกเธอมีหน้าที่ดูแลเรื่องงานบ้านทั้งหมด นั่นเลยทำให้คนที่ใส่ชุดเมดจะมีจำนวนมากที่สุดในบ้าน รองลงมาคือชาวสวนที่คอยดูแลทั้งสนามหญ้า สวนดอกไม้และทะเลสาบรอบตัวบ้าน

เวทมนตร์คือตัวช่วยให้การทำงานต่างๆ ดูง่ายไปหมด ไม่แปลกที่หญ้าในสนามจะสูงพอดีกับความต้องการของเราตลอดเวลา

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
74
บทที่ 1  : คำสาป 1
บทที่ 1 : คำสาปฉันชื่อบลู ความหมายของชื่อมิได้แปลว่าสีน้ำเงินที่สื่อถึงความสงบหรือความมั่นคงตามที่พ่อกับแม่หวังไว้แต่ประการใด หากแต่ในความคิดของฉัน ...ความหมายของมันคือความเศร้า ...หม่นหมองชีวิตของฉันจมอยู่กับความทรมานและโดดเดี่ยวดั่งชื่อเล่นนั้น แม้ทางบ้านจะมีฐานะร่ำรวยและมากด้วยชื่อเสียงบารมีเงินเพียงใด ทั้งพ่อและแม่รักต่างตามใจฉันในหลายๆ เรื่อง แต่เพราะเวทมนตร์ซึ่งยากจะประเมินพลังและมันดันเป็นเวทสายมืด เวท ...ที่ไม่ได้เน้นใช้ป้องกันหรือโจมตีเพื่อขัดขวางอีกฝ่าย มันมีเพื่อปลิดชีพผู้คนหรือสิ่งมีชีวิตที่เป็นศัตรู เป้าหมาย ใครก็ตาม...พลังอันใหญ่ยิ่ง ทว่าไม่มีใครคิดว่ามันยิ่งใหญ่ ผู้คนรวมถึงฉันกลับมองมันเป็นเพียง ....คำสาปฟูววววเสียงของสายลมที่พัดผ่านหน้าต่างเข้ามายังห้องนอนบนชั้นที่สี่ของบ้านหลังใหญ่........เฮ้อเสียงถอนหายใจที่เกิดขึ้นในทุกวันที่ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาแสดงถึงความรู้สึกของการมีชีวิต ...ฉันรับรู้ว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่ห้องนอนอันกว้างใหญ่ในบ้านอันกว้างขวางบนโลกที่เวทมนตร์อยู่เหนือทุกสิ่ง อยู่ในทุกการกระทำของชีวิต ตระกูลของฉันเมื่อครั้งอดีตกาลคือหนึ่งในตระกูล ...เป็นเพ
Read More
บทที่ 1 : คำสาป 2
ต๊อก ต๊อก“ขออนุญาตอีกครั้งค่ะนายหญิง”หญิงสาวคนเดิมเดินกลับมายังห้องทานอาหารระหว่างที่พวกเรากำลังทานข้าวเช้ากันอยู่ ในมือของเธอถือซองจดหมายเล็กๆ ไว้หนึ่งฉบับ รอบนี้เธอเดินตรงไปหาแม่ของบลูพร้อมกับยื่นจดหมายฉบับนั้นให้อย่างทะนุถนอม...ครั่งสีแดงที่ประทับอยู่บริเวณกลางซองจดหมายปิดผนึกมีอักษร” AC” ประทับไว้ เมื่อเฮร่าได้เห็น สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปเล็กน้อย ไม่ใช่ในทางไม่ดี หญิงแก่อมยิ้มบางๆ อย่างอบอุ่นจนบลูที่เห็นเอียงคอสงสัยเล็กน้อย“อะไรหรอคะ?”กึบ!เธอแกะซองจดหมายออกอย่างช้าๆ พร้อมกับหยิบกระดาษที่มีเนื้อหาภายในออกมาอ่านอย่างตั้งใจ“บัตรเชิญจากเพื่อนเก่าแม่น่ะลูก”“...?”หญิงแก่อ่านเนื้อหาภายในอย่างจดจ่อก่อนจะยิ้มให้เนื้อหาตรงหน้า แต่ต่อมาพอสายตาของเธอเลื่อนต่ำลง รอยยิ้มที่เคยกรุ้มกริ่มก็เริ่มเปลี่ยนเป็นความหนักใจอ่อนๆ“คุณแม่...?”“มีอะไรหรอที่รัก?”ทุกสายตารวมถึงเมดสาวที่ยังไม่ได้เดินออกจากห้องเองก็อยากรู้ว่าเนื้อหานั้นมีอะไรกันแน่“บลู ...ลองอ่านดูสิ”......ฉันหยิบกระดาษแผ่นเล็กที่ถูกยื่นให้เข้ามาอ่านอย่างช้าๆ“ถึงเฮร่าเพื่อนเก่า เราไม่ค่อยได้ส่งจดหมายหากันเลยนะช่วงนี้ น่าจะหนึ่งปีแ
Read More
บทที่ 1 : คำสาป 3
ต๊อก ต๊อก ...ผู้เป็นพ่อเดินไปหยิบสมุดปกหนามาหนึ่งเล่มพร้อมกับแผนที่ประเทศที่วางอยู่อีกฝั่งก่อนจะนำของทั้งสองชิ้นมาวางไว้ตรงโต๊ะกลางห้องฟึบ!ชายแก่เริ่มต้นด้วยการกางแผนที่ออกอย่างบรรจงก่อนจะใช้หนังสือที่วางอยู่แต่เดิมบนโต๊ะมาทับกระดาษแผนที่ตรึงไว้กับโต๊ะ“ตรงนี้คือบ้านของเรา ส่วนตรงนี้คือโรงเรียนอคาเดม แล้วตรงนี้ก็เป็นเมืองหลวง”ผู้เป็นพ่อเริ่มอธิบายสถานที่ตั้งของโรงเรียนให้บลูเข้าใจอย่างละเอียดโดยชี้นิ้วไปตามจุดสำคัญต่างๆทางเหนือสุดของประเทศ สถานที่ซึ่งเป็นพิกัดที่ตั้งของบ้านฉัน ถัดลงมาตามนิ้วที่ชี้ลากเป็นเส้นตรง ทางซ้ายมือคือเมืองเฮลเก้ ส่วนทางขวาคือไนมูเอล ถัดลงมาอีกทอดคือเมืองมาร์ตินและเมืองฟาร์ฮาน โดยใต้ของเมืองทั้งสองจะมีเมืองมิชก้ากับเมืองซิมรีกั้นเมืองเซอร์เมีย เมืองหลวงของประเทศเอาไว้ รอบๆ ประเทศแห่งนี้จะมีประเทศไอชาทางตะวันตกเฉียงเหนือ ประเทศทาฮีร์ทางตะวันออกเฉียงเหนือและอคาคิออส ประเทศที่อยู่ทางใต้ของเราซึ่งจะติดกับเมืองหลวง“ถ้าลูกจะไปที่นั่น ระยะทางจะห่างจากที่นี่สี่เมืองเลยนะ เราจะไม่ได้เจอกันบ่อยๆ แล้ว เข้าใจที่พ่อพูดรึเปล่า?”น้ำเสียงที่ถูกเอ่ยถามอย่างกระอ้อมกระแอ้มจ
Read More
บทที่ 1 : คำสาป 4
______________“บลู ชื่อของเธอนี่แปลกจัง”“...ชื่อ****เองก็แปลกเหมือนกันนั่นแหละ”“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ชื่อนี้แม่อุตส่าห์คิดให้เราตั้งนานเลยนะ”“....”“เงียบอีกแล้ว เราคุยคนเดียวเยอะๆ ก็เหนื่อยนะ”“...ก็ เธอพูดไม่หยุดเลยนี่”“... ฮ่า ฮ่า ฮ่า เธอนั่นแหละที่พูดน้อย ระวังโตไปจะไม่มีคนมาจีบนะ”“...........เรื่องของฉัน”______________...อึ อืม......ฝันหรอเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตอันเลือนราง ฉันกำลังต่อล้อต่อเถียงกับเด็กสาวช่างจ้ออีกคน ชื่อของเธอน่าจะนามว่า “แกรด” ใบหน้าของเธอนั้นฉันจำไม่ได้เป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว ที่พอจำได้อยู่บ้างคือเธอพูดไม่หยุดจนฉันหงุดหงิดอยู่บ่อยครั้ง...ฉันไปรู้จักคนแบบนั้นตั้งแต่ตอนไหนกันนะ คงเป็นหลายครั้งที่ฉันเข้าเมืองพร้อมกับพ่อแม่รึเปล่าถึงอย่างนั้นฉันกลับรู้สึกแปลกตรงกลางอก มันอบอุ่นและเจ็บปวดพร้อมๆ กันอย่างบอกไม่ถูก ถึงจะไม่เข้าใจว่ามันหมายความว่าอะไร ...แต่ฉันเกลียดมัน เกลียดความรู้สึกที่อธิบายด้วยหลักการไม่ได้นี้“กลับเข้าบ้านดีกว่า”นึกได้ดังนั้นเด็กสาวก็เอื้อมมือไปเก็บกล่องข้าวเปล่าใส่กระเป๋า ส่วนคทายาวก็ถูกเช็ดและทำความสะอาดอย่างผ่านๆ ก่อนจะวางใส่ลงบนกร
Read More
บทที่ 2 : คำทักทาย 5
บทที่ 2 : คำทักทายฟูวววกลิ่นของสถานที่โดยรอบซึ่งเปลี่ยนไปตามความแออัดของผู้คนที่อยู่อาศัย เรือไม้ลำเล็กได้เดินทางมาจนถึงสถานีปลายทางเป็นที่เรียบร้อยณ เมืองหลวงเซอร์เมียพื้นที่โล่งกว้างราบเรียบถูกสร้างไว้เพื่อใช้เป็นท่าสำหรับลงจอดเรือโดยเฉพาะ ทั้งเรือโดยสารลำใหญ่ที่บรรทุกผู้คนมากมายหรือเรือขนส่งสินค้าข้ามประเทศ บ้างก็เป็นเรือส่วนตัวคล้ายกับเรือของฉัน“ “ยินดีต้อนรับครับ” ”ทันทีที่เราทั้งสามลงจากเรือ พนักงานสองสามคนก็เดินมาต้อนรับเราพลางถามถึงสถานที่ปลายทางที่ต้องการเดินทางไปต่อและพร้อมเตรียมรถม้าให้หากพวกเราต้องการ“พวกเราจะเดินทางไปอคาเดมค่ะ รบกวนจัดหายานพาหนะให้ด้วย” ผู้เป็นแม่กล่าวทักทายพนักงานชายกลุ่มนั้นพร้อมกับร้องขอสิ่งที่ต้องการทันที“รับทราบครับ อยากได้เป็นรถม้าแบบไหนหรอครับ?”“อา ...ขอแบบดีที่สุดค่ะ รบกวนด้วย”“รับทราบครับ ซักครู่นะครับ”บนโลกที่มีเพียงภาพวาดเพื่อระบุตัวบุคคล สำหรับประชาชนทั่วๆ ไป หากเราไม่ได้เอ่ยชื่อที่แท้จริงออกมาก็ยากที่คนเหล่านั้นจะรู้ถึงตัวตนที่แท้จร
Read More
บทที่ 2 : คำทักทาย 6
อาคารนั้นกว้างใหญ่มากพอจนแต่ละห้องมีระเบียงส่วนตัวไว้ใช้อย่างสะดวกสบาย ไม่ใช่แค่ระเบียงเล็กๆ แต่มันใหญ่พอจะใช้วางโต๊ะเก้าอี้ชุดใหญ่แถมยังกว้างพอจะใช้เป็นพื้นที่นั่งคุยของคนหลายสิบคนได้อีกด้วย แต่ถึงอย่างไรมันก็คงไม่กว้างและวิจิตรเท่าที่ตรงนี้...สำหรับดาดฟ้าของที่นี่ ซึ่งพื้นที่ของมันกินไปทั้งตัวตึก แต่เรื่องนั้นไม่น่าประหลาดใจเท่ากับบ้านทั้งหลังที่ตั้งอยู่บนชั้นนี้ยอดดาดฟ้า ที่ซึ่งเต็มไปด้วยผืนหญ้าและต้นอคาเซียดอกหนา แต่อีกหนึ่งส่วนสี่ของพื้นที่ ที่เหลือยังถูกสร้างทับด้วยบ้านหนึ่งชั้นที่มีรูปทรงตะวันตกกลมกลืนกับตัวอาคาร....อย่าบอกนะว่า“บลู นี่คือห้องพักของเธอนะ”“........ค่ะ”....ใหญ่ไป! แอ๊ดดดดดในชั่วแวบหนึ่งที่ฉันหวังให้ไม่มีใครอยู่ในห้อง และก็โชคดีที่เป็นแบบนั้น ภายในห้องนั้นว่างเปล่าไร้คนอยู่อาศัย ห้องนอนถูกแบ่งออกเป็นสองห้องโดยมีห้องนั่งเล่นเป็นห้องแรกเมื่อเปิดประตูเข้ามา ส่วนหลังของบ้านคือห้องครัวพร้อมข้าวของซึ่งถูกเตรียมไว้ให้เสร็จสรรพ...“ลูกสาวฉันน่าจะออกไปข้
Read More
บทที่ 2 : คำทักทาย 7
....!?ฉันโกรธ ทั้งโกรธและผิดหวัง ฉันถูกคนที่เป็นเหมือนเพื่อนที่เคยคุยกันเมื่อก่อนจูบ ทั้งๆ ที่เราน่าจะคุยกันได้ดี ทั้งๆ ที่ฉันหวังว่าเธอจะเป็นเพื่อนคนแรกในโรงเรียนแท้ๆ....!!...ฮึกสติของฉันเริ่มกลับมา เบื้องหน้าของฉัน เด็กสาวที่ถูกฉันทำร้าย ในตอนนี้เธอกำลังร้องไห้ แก้มของเธอมีรอยแดงจากการถูกตบเมื่อครู่ เลือดที่ไหลออกมาจากมุมปากพร้อมกับน้ำใสๆ ที่ไหลออกมาจากเบ้าตาทั้งสองข้างทำให้ฉันได้สติ“...ขอโทษนะ เราไม่น่าทำแบบนั้นเลย”แกรดพยายามขอโทษฉันที่เผลอทำอะไรโดยพลการ เสียงที่สั่นคลอนด้วยความเสียใจและแก้มซ้ายที่เป็นรอยช้ำจนแกรดต้องเอามือมาปิดมันไว้ ...มันทำให้ฉันทำตัวไม่ถูก“ข ขอโทษนะ!”ตึกๆๆๆฉันรีบวิ่งออกมาจากจุดเกิดเหตุทันที ถึงตรงนี้ เด็กสาวนั้นรู้ดีว่าตัวเองทำผิดที่เผลอไปตบหน้าแกรด แต่อีกฝ่ายเองก็ผิดเช่นกันที่ทำกับฉันแบบนั้น...ฉันหนีความจริงออกมา ไม่มีเสียงห้ามปรามตามมาจากด้านหลัง สิ่งที่ฉันรับรู้คือเสียงกระซิกด้วยความเจ็บปวดของแกรด....“....ขอโทษนะบลู ...เรารอวันนี้มานานมาก
Read More
บทที่ 2 : คำทักทาย 8
ท้ายที่สุดฉันก็ยอมกลับเข้าหอตามคำเชิญของแกรด เด็กสาวเดินนำหน้าฉันอย่างช้าๆ หลังจากที่ฉันบอกเธอเรื่องแผลเล็กๆ ที่ขา แกรดไม่ได้ร่าเริงเหมือนตอนแรกที่เราเจอกัน ฉันสังเกตว่าแผ่นหลังของเธอมีเหงื่อออกจนเห็นเป็นรอยชัด...นี่เธอตามหาเรากี่ที่กันนะ? แอ๊ดดดดทันทีที่ประตูขึ้นไปยังดาดฟ้าถูกเปิด ภาพของดวงจันทร์ซึ่งแผ่แสงนวลสว่างทอลงมายังผืนหญ้าที่ฉันกำลังย่ำพร้อมกับเหล่าหมู่ดาวที่ส่องแสงเป็นประกาย มันทำให้ฉันประหลาดใจ...ไม่นึกว่าวิวข้างบนตามกลางคืนจะสวยขนาดนี้แกรดที่เดินนำฉันหยุดลงก่อนจะหันหลังกลับมามองฉัน ร่างของเด็กสาวที่ถูกแสงจันทร์สาดส่องช่างเพริศพรายเกินบรรยาย ครู่หนึ่งที่ใจฉันเต้นไม่เป็นจังหวะที่ได้เห็นใบหน้าอันเหงาหงอยนั้น“เราชอบบลูนะ ...ชอบมาตลอดสิบปีและจะชอบตลอดไป”“....เอ๊ะ?”คำสารภาพรักจากปากของเธอต่างเต็มไปด้วยน้ำเสียงแสนจะเจ็บปวด“...เรารู้อยู่แก่ใจว่าบลูต้องไม่ชอบแน่ ถึงอย่างนั้นเราก็ยังดันทุรังจะเผยความในใจออกไป เราไม่สนอะไรทั้งนั้น หัวของเรามีแต่บลู มีแต่เด็กคนนี้วนเวียนเต็มไปหมด”
Read More
บทที่ 2 : คำทักทาย (NC) 9
“เรารู้ดี ...ว่าคำที่เธอบอกเราความลึกซึ้งมันไม่เท่ากัน ถึงอย่างนั้นเราก็อุตส่าห์รอวันที่จะได้เจอบลูตลอดเลยนะ ระหว่างนั้นก็คอยตั้งใจเรียน ฝึกทำงานบ้านหลายๆ อย่าง ....และปิดกั้นเรื่องความรัก”“....ทำไมต้องทำขนาดนั้-”แหม๊ะ.......?หยดน้ำใสๆ ไหลออกจากเบ้าตาของเด็กสาวตกลงมากระทบบนแก้มของฉัน“....เพื่อให้เธอเห็นว่าเราพยายามมากแค่ไหน เพื่อให้ครั้งแรกที่เราเจอกันมันสวยงาม ถ...ถึงอย่างนั้นเราก็ทำมันพัง ...ขอโทษนะ”....“.....ธ เธอสวยขึ้นมากเลยนะ”“....!?”ฉันคล้อยตามเรื่องเล่าของเธอจนปากดันเผลอพูดบางอย่างออกมา แน่นอนว่ามันทำให้เด็กสาวที่ยังคงคร่อมร่างของฉันตกใจเฮือกใหญ่“....ขี้โกง”...?หมับ!เด็กสาวเงียบไปพักหนึ่งก่อนที่เธอจะเริ่มมีท่าทีแปลกๆ แกรดตรึงแขนทั้งสองข้างของฉันไว้ไม่ให้ขยับไปไหน“จะทำอะไ-”จุ๊บ!เธอโน้มตัวลงจูบฉันอีกครั้งอย่างละเมียดละไม แม้จะพยายามออกแรงดิ้นมากเท่าไรก็ไม่มีท่าทีจะผลักเด็กสาวตรงหน้าออกไปได้เลยแฮ่ก ....แฮ่ก
Read More
บทที่ 3 : คำขอโทษ 10
บทที่ 3 : คำขอโทษจิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ“...”“...”มันเกิดขึ้นโดยที่ฉันไม่ได้คิดเตรียมใจมาก่อนเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน พอลืมตาตื่นก็เข้าใจว่านั่นไม่ใช่ฝันกลางเตียงนอนที่เปียกชุ่มไปด้วยคราบน้ำรักจากเมื่อคืน ผ้าชิ้นเล็กที่ถูกอีกฝ่ายโยนออกไปข้างเตียงอย่างไม่ไยดี และเจ้าของผลงานที่กำลังนั่งคุกเข่าก้มหน้าขอขมาลาโทษฉันอย่างวิงวอนถึงผ้าปูที่นอนและผ้าห่มผืนหนาเหล่านั้นจะถูกแก้ไขทำให้แห้งด้วยเวทมนตร์ แต่เรื่องเมื่อคืน ...มันย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้แน่“....อึก”“....”เด็กสาวคุกเข่าสองข้างลงติดพื้น มือทั้งสองวางไว้หน้าเข่าแล้วก้มหัวลงจนหน้าผากชิดติดพื้นเธอนั่งก้มอยู่อย่างนั้นตั้งแต่ฉันยังไม่ตื่นเสียด้วยซ้ำ“....เราขอโทษ”“....”“....บลู”พรึบ...“...?”บลูลุกออกจากเตียงอย่างระมัดระวัง เธอค่อยๆ เอื้อมมือไปเก็บชั้นในของตัวเองขึ้นมาก่อนจะเดินออกจากห้องไปโดยไม่แยแสแกรดที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าแม้แต่น้อยปึง!เสียงประตูที่ถูกปิดอย่างใส่
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status