Se connecterชาติก่อนบอดี้การ์ดตายเพราะโรคระบาด แต่เขากลับทะลุมาอยู่ร่างลูกชายตัวละครลับในนิยาย ‘นักล่าสาปบาป’ ไปๆ มาๆ ก็เจอกับพระเอก หรือฮันเตอร์หนุ่มผู้ได้ฉายาว่า ‘นักล่าเสพติดภูต’ ความรักเป็นไงไม่ทราบ แต่ความปากแข็งกวนส้นพระเอกน่ะรับประกันว่าไม่สมควรอายุยืนเลยสักนิด! ไม่ต้องห่วง ผมจะโชว์เหนือให้ไอ้หมอนี้หน้าหงายเอง!
Voir plus‘เอาจริงดิ? เอาจริงดิ? เอาจริงดิ? เอาจริงดิ? เอาจริง—’“ไปกันเถอะค่ะ”“...”บริเวณหน้าบ้านตอนกลางค่ำกลางคืน คาเลนยืนค้างเสมือนโทรศัพท์ที่เชื่อมสัญญาณเน็ตไม่เสถียร ท่าทีนั้นทำรานนามิดซึ่งออกปากถามต้องคอยรอคำตอบ ผ่านไปพักหนึ่งเขาถึงกล่าวยืนยันในที่สุด“ครับ…”หญิงสาวยืนข้างๆ เอียงหัวมองขบขัน แต่ส่วนหนึ่งก็เกิดความเป็นห่วง“ไหวไหมคะ?”“ครับ คิดว่า…ไหว”เหตุที่แสดงท่าทีเหมือนคนไปไม่เป็น นั่นมาจากเขากับรานนามิดที่ต้องออกหาบันทึกคาเบิลเวล่ำเวลาแบบนี้ คาเลนรู้สึกแปลกไม่ก็กังวลพอสมควร เพราะตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เขาไม่ได้ออกไปเหาะเหินไหนเลย แถมป่าดาร์กเฮดจ์เป็นอะไรที่ตนไม่คุ้นเคย เกรงว่านางร้ายตาสวยคนนี้จะเอาเขาไปปล่อยป่า (?)“คนอื่นรู้ไหมครับว่าเราไปเอาบันทึก”เธอเลิกคิ้วเล็กน้อย“ฉันนึกว่าคุณแบรนดอนบอกเองแล้วซะอีก”“โอ้ว~”‘อ้าว… งี้ก็ไม่มีใครรู้นอกจากผมกับเธอเลยน่ะสิ’รานนามิดสังเกตปฏิกิริยาได้จึงรับรู้ทันทีว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้บอกใคร “จะกลับเ
“...”“...”กลางป่าดาร์กเฮดจ์เวลาเกือบเที่ยง ปรากฏชายหนุ่มสองคนซึ่งมีรูปพรรณสัณฐานเหมือนกันโดยส่วนใหญ่ แต่นอกเหนือจากนั้นรอบดวงตาซ้ายทั้งคู่ยังแดงก่ำไม่ต่างกัน เป็นเพราะว่าระหว่างเดินเล่นคุยเรื่องจริงจัง ไม่รู้ว่าทำอีท่าไหนถึงได้กลายเป็นการระบายทั้งน้ำตาทุกอย่างจบลงเมื่ออารมณ์คั่งค้างหายไป น้ำตามันก็ไม่ไหลออกมาอีก พวกเขานั่งบนพื้นหญ้าเตี้ยใต้ต้นไม้นิ่งๆ แหงนหน้าเหม่อมองวิวทิวทัศน์คนละทางปราศจากการสนทนาใดๆ‘น่าขายหน้าฉิบหายเลย’‘ไม่อยากจะเชื่อ…. นี่ผมกับไซอาร์นั่งร้องไห้ด้วยกันเป็นสิบนาที… ไม่สิ อาจจะเรียกชั่วโมงเลยก็ได้ นอกจากร้องไห้ต่อหน้าคุณพระเอก ก็ไม่ค่อยร้องไห้ต่อหน้าใครเลย แต่ดันมาเป็นกับหมอนี่อีก รู้จักกันก็ไม่นานแถมไม่สนิทด้วย อา…ผมพอจะเข้าใจความรู้สึกที่ราทิลร้องไห้ต่อหน้าผมแล้วล่ะ’‘น่าอดสูชะมัด’“น่าอายจังเลยนะครับ”“เฮือก! …ฮะ?”คาเลนถึงกับสะดุ้งโหยงหลังได้
ฟู่ว…สายลมเย็นฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่านป่าดาร์กเฮดจ์ยามสายวัน พลันให้เส้นผมยาวดำของร่างสูงปลิวไหว ไซอาร์ทอดนัยน์ตาสีทองมองท้องฟ้าขมุกขมัว ก่อนเวลาชมวิวจะถูกขัดลงโดยบุคคลที่หน้าตาละม้ายคล้ายตน เขาเบือนหันไปมองคาเลนซึ่งเดินเข้ามาหาบริเวณหน้าบ้าน“คุณมิค…” ไซอาร์แปลกใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มบาง “มีอะไรให้ช่วยเหรอครับ?”‘ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ จะพ่อหรือลูกก็ยิ้มออกมาซะพิมพ์เดียวกันเลย แต่ที่ต่างอย่างหนึ่งคงเป็นเพราะคาเบิลดูขี้โวยวายกว่าละมั้ง?’คาเลนพินิจอีกฝ่ายได้สักพักก็เข้าประเด็น“มีเรื่องจะคุยด้วยน่ะ”“ครับ เชิญเลย”“แต่ก่อนอื่นอย่าเรียกชื่อนั้นสิ”“ให้ผมเรียกว่า ‘คุณคาเลน’ เอาไหมครับ”คนโดนถามชะงักฝีเท้าพร้อมหันไปมองลาสต์บอส เขารู้แก่ใจว่าอีกฝ่ายไม่ได้ผิดอะไร แต่การต้องเปลี่ยนมาเรียกแฝด (?) ด้วยชื่อเก่าตัวเอง มันไม่รู้สึกพิลึกพิลั่นไปหน่อยเหรอ? “นายไม่รู้สึกแปลกงั้นเหรอ” คราวนี้เป็นอีกคนที่เลิกคิ้วงงบ้าง“ครับ?”“ก็ที่ต้องมาเรียกชื่อตัวเองแบบนี้น่ะสิ”คาเลนว่
“คาเลน~ ในที่สุดนายก็ลุกจากเตียงสักที~”“นั่นสิ ฉันเป็นห่วงแกนะ เจ้าขนยาว” นั่มนั่มเสริม“เห็นไหม~ ขนาดนั่มนั่มยังเป็นห่วงนายเลย”ขณะคาเลนนั่งเอื่อยเฉื่อยบนเก้ากว้างกลางบ้าน ระหว่างนั้นหูก็ได้ยินแต่เสียงเจี๊ยวจ๊าวจากร็อตไวเลอร์พูดได้และสาวเจ้าแก่นคนนี้ ทั้งสองเอาแต่มาวนเวียนรอบตัวเขา ดูท่าคงดีอกดีใจไม่น้อยที่ชายหนุ่มหายจากอาการสาหัสเสียที แม้ว่าตาขวายังรักษาไม่หายก็ตาม“พวกเธอนี่มันวุ่นวายจริงๆ เล้ย~ ไอ้หมายักษ์กับยัยบ๊อง~”คาเลนว่าแล้วยื่นมือไปลูบหลังร็อตไวเลอร์ที่เอาตัวถูออดอ้อนหน้าแข้งเขา พลางเอื้อมมืออีกข้างไปยีหัวเบนจามินอย่างนึกระอา ถึงจะประหลาดใจแต่ก็หายกังวลที่เห็นหญิงสาวบุคลิกไม่ผิดแผกไป เพราะก่อนหน้าเธอวางตัวซะสุขุมจนเขาแอบฉงน พอเห็นเป็นเหมือนเดิมจึงโล่งอกไป‘ดีแล้วที่ยัยบ๊องยังเป็นยัยบ๊องเหมือนเดิม’รอยยิ้มเผยออกมาไม่นานกลับต้องหายวับ หลังความคิดอื่นๆ เริ่มทำงานนึกความเป็นไปได้ของสถานการณ์ปัจจุบัน‘นี่ก็วันที่
เฮือก!?คาเลนสะดุ้งตื่นขึ้นพร้อมหอบหายใจหนัก มือทั้งสองข้างวางกุมไว้กลางอกแล้วเปลี่ยนมาบีบนวดขมับอย่างปวดจิต ก่อนหน้าที่จะตื่นจากห้วงนิทราเขาได้เห็นความทรงจำของเด็กชายผู้ซึ่งตกเป็นเชลยเรคินในช่วงสงคราม ‘ฟอร์เบส’ นั่นคือชื่อของเขาและบางทีอาจเป็นชื่อจริงของศ
“ฮึก…ฮือ”เสียงสะอึกสะอื้นดังเข้าในโสตประสาทก่อนเปลือกตาจะทันได้เปิด สิ่งที่เขาได้ยินคงเป็นเสียงเด็กน้อยร้องห่มร้องไห้กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เกิดความรู้สึกสงสัยว่าต้นตอมาจากไหนจึงลืมตาหันมองรอบข้าง พบว่าเกิดจากเงาดำที่ยืนตรงข้ามห่างออกไป ใช้มือเล็กๆ ปาดน้ำ
เช้าตรู่วันต่อมาต้อนรับนักเดินทางทั้งสี่คนกับสุนัขอีกหนึ่งตัว ด้วยอากาศหนาวเย็นมาในรูปแบบหมอกจางปกคลุมไปทั่วป่าดิบชื้น บริเวณที่พวกเขาพักนั้นเป็นลานดินกว้างมีกองไฟตั้งกลางวงคอยให้ความอบอุ่น ตรงหน้าแหล่งแสงปรากฏราวินนั่งสงบนิ่งโดยข้างๆ คือเจ้าร็อตไวเลอร์ขดตัวนอน ส่วนบิทเทอก็หลับอยู่ฝ
“บิทเทอ อะ…รัดแน่นชะมัด ฉันขยับไม่ได้”คาเลนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอึกอักพลางกัดฟันแน่นกรอด ชายหนุ่มพยายามจะเขยื้อนกายอย่างยากลำบาก เหตุเพราะตอนนี้ทั่วทั้งตัวถูกเถาวัลย์พันธนาการในท่านอนตะแคงกับพื้นดินคล้ำ แขนซ้ายไพล่หลัง ส่วนแขนขวาแนบไปข้างลำตัว ไหนจะขาทั้งสองข้างที่แนบชิดแน่