LOGINชาติก่อนบอดี้การ์ดตายเพราะโรคระบาด แต่เขากลับทะลุมาอยู่ร่างลูกชายตัวละครลับในนิยาย ‘นักล่าสาปบาป’ ไปๆ มาๆ ก็เจอกับพระเอก หรือฮันเตอร์หนุ่มผู้ได้ฉายาว่า ‘นักล่าเสพติดภูต’ ความรักเป็นไงไม่ทราบ แต่ความปากแข็งกวนส้นพระเอกน่ะรับประกันว่าไม่สมควรอายุยืนเลยสักนิด! ไม่ต้องห่วง ผมจะโชว์เหนือให้ไอ้หมอนี้หน้าหงายเอง!
View Moreเดิมทีโลกใบนี้มีสัตว์อยู่สองประเภท อันได้แก่ สัตว์นักล่าและเหยื่ออย่างสัตว์กินพืช หลายครั้งมนุษย์อาจคิดทะนงว่าตนคือ ‘นักล่า’ ที่เป็นที่สุดเหนือกว่า ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกทั้งใบ เพราะมีอารยธรรมกับความฉลาดที่ส่งต่อกันมา มันก็ใช่ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ใช่
เพราะในบางครั้งมนุษย์กลับเป็นแค่ ‘เหยื่อ’ ที่รู้จักวิธีปกป้องตัวเองเท่านั้น ไม่ได้วิเศษวิโสและไม่ได้ต่ำต้อย
แต่กับมนุษย์บางคนที่ผ่านการต่อสู้มานาน
วันหนึ่งก็ก้าวข้ามเป็น ‘นักล่าฉกาจ’ ได้เช่นกัน
“เดิมพัน 50 กิลครับ”
ชายหนุ่มในเครื่องแบบฮันเตอร์นามว่า ‘บิทเทอ โลฮาส’ นั่งตรงข้ามหญิงวัยกลางคน ภายในห้องกว้างที่มีเพียงแสงสลัวจากโคมไฟข้างโต๊ะกับเชิงเทียน ตั้งตามมุมต่างๆ ความสว่างเหล่านั้นสร้างบรรยากาศอบอุ่น แต่ขณะเดียวกันเงามืดก็ทำให้บางจุดแลดูน่ากลัว
ท่ามกลางพื้นที่อบอวลกลิ่นอายสงบยามดึกนี้ ปรากฏเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าใสทอดมองรอรับคำตอบจากคู่สนทนา
“เดิมพันสูงเหมือนเดิมเลย ไม่กลัวตายเหรอ?”
เสียงโทนต่ำตอบกลับพลางหัวเราะในลำคอ หญิงคนนี้คือ ‘ยานรัม ฮิลล์’ ทำหน้าที่บันทึกภารกิจฮันเตอร์ที่เข้ามารับงานต่างๆ ทางด้านบิทเทอได้ยินเช่นนั้น พลันเสสายตามองหน้าต่างบานกว้างด้วยท่าทีเฉยเมย จากนั้นตอบเสียงเฉื่อยหน่าย
“ไม่กลัว”
“ปล่อยวางเรื่องล่าฆ่าฟันไม่ได้เลยล่ะสิ”
“คงอย่างงั้นครับ”
ในสายตาที่มองออกนอกหน้าต่างนั้น มีสิ่งหนึ่งกำลังปรากฏ นั่นคือความต้องการชายคนนี้ที่มักโหยหามันเสมอ โหยหาเสียจนบางครั้งก็แอบพิกลใจตนเอง
“ยังหนุ่มยังแน่นอย่างนายเนี่ย ถึงไม่ตายง่ายๆ ก็ระวังตัวไว้หน่อยก็ดี”
เธอยิ้มกว้างพร้อมกับเปล่งเสียงหัวเราะชอบใจเบา ในฐานะผู้รับรู้กิจวัตร ฮันเตอร์คนนี้เป็นอย่างดี จึงไม่ยากที่จะเดาออกว่าเขาคิดจะทำอะไรต่อไป บิทเทอยกมุมปากส่งให้ในช่วงเวลาสั้นๆ อาจเป็นเพราะอำนาจแสงที่ไม่มากพอ ทำให้ยานรัมไม่เห็นชัดว่าเขาเผยรอยยิ้มนั้นด้วยความรู้สึกแบบไหน
“งั้นขอตัวก่อน”
ร่างโปร่งในชุดดำไม่คอยท่า กล่าวลาคนตรงหน้าหวังดำเนิน ‘กิจวัตร’ ต่อ
“โชคดีล่ะ คุณฮันเตอร์”
เธออวยพรพร้อมเท้าคางส่งยิ้มให้อย่างเป็นกันเอง จนเมื่อเขาก้าวออกจากสำนักงานก็ตรงไปยังอีกสถานที่หนึ่งทันที โดยตั้งเป้าหมายยึดมั่นเอาไว้ในอก เท้าย่างเดินบนพื้นอิฐผ่านบ้านเมืองที่มีแสงเพลิงส่องจากเสาไฟข้างทาง หรือไม่ก็จำพวกตะเกียงห้อยตามหน้าบ้านเป็นหย่อมๆ
มีสิ่งหนึ่งที่เขาตามหามาตลอด แต่เขาก็อธิบายไม่ได้ว่ามันคืออะไร เขาไม่เคยคิดจะล้มเลิกแม้ไม่เข้าใจการกระทำตน กลับรู้สึกกระชุ่มกระชวยทุกครั้งที่เห็นความตายอยู่ตรงหน้า ราวกับว่าบางสิ่งทำให้หัวใจอบอุ่นอีกครั้ง เหมือนมันกำลังกลับมา
แต่สุดท้ายมันก็อยู่ได้ไม่นาน
อยากมาก อยากได้อีก
ขอมันได้ไหม? ขอเข่นฆ่าเดรัจฉานพวกนั้น
ใบหน้าคมคายผิวขาวกระจ่าง ดวงตาสีฟ้ามองตรงไปตามทางเดินแคบ เส้นผมบลอนด์ขาวสั่นไหวตามแรงลมพัดผ่าน จากสีหน้าเรียบนิ่งยากจะคาดเดาก็ผันเปลี่ยนไป มุมปากปรากฏรอยยิ้มอ่อนหลังจากที่ครุ่นคิดในหัวตัวเองมานานพักใหญ่
“ขอให้ครั้งนี้ไม่น่าผิดหวังแล้วกัน”
‘ทำไมฉันต้องมาตามคนหัวแข็งนั่นเวล่ำเวลาแบบนี้ด้วยเนี่ย~’
ชายร่างสูงผมยาวดำผู้เป็นเจ้าของความคิดเดินไปตามซอยเปลี่ยว เพราะด้วยเวลาที่เข้าสู่ยามวิกาลจึงมีชาวเมืองไม่กี่คนสัญจรผ่าน เขาชะงักฝีเท้าก่อนเปลี่ยนทางกะทันหัน แต่ขณะนั้นก็ได้ยินเสียงบางอย่างเล็ดลอดเข้าโสตประสาท ด้วยความสงสัยจึงเลี้ยวเดินเข้าไปในตรอกเล็กระหว่างซอยทันที
‘เสียงร้อง?’
ในใจของเขามีเพียงคำถามหนึ่งเดียว สายตายังคงมองตามทางด้านหน้าอย่างสงสัย มือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋าเพราะอากาศที่หนาวเย็น ดวงตาหรี่เพ่งมองผนวกกับคิ้วเรียวเริ่มขมวดเป็นปม
ฉึก ...แผละ
เพียงแค่เสียงก็ทำใจร่วงไปถึงตาตุ่มได้ เหมือนบางอย่างกำลังต่อสู้ตรงหัวมุมตรอกอย่างหิวกระหาย สองเท้าหยุดลงที่ทางแยก สายตามองไปยังกำแพงเบื้องหน้ามีเงาไหววูบไปมา ไม่นานร่างสูงก็เลือกจะเบียดตัวเองขนาบกลืนไปกับกำแพงเพื่อชำเลืองมองสถานการณ์อยู่ห่างๆ แทน
สิ่งแรกที่แสดงตรงหน้าคือชายสวมชุดดำคลุมยาวถึงเข่าพุ่งโจมตีบางอย่างไม่ปรานี มือขวาถือครองดาบยาวตวัดหวดฟาดฟันต่อเนื่อง เสียงโลหะคมปะทะกันพักหนึ่ง ก่อนฮันเตอร์หนุ่มจะปัดป้องอาวุธศัตรูตัวสูงผิดธรรมชาติ พอได้จังหวะก็กะซวกกลางท้องงัดขึ้นจนโลหิตทะลักมหาศาล
‘เห็นกี่ครั้งก็ยังรู้สึกว่าหมอนี่มันบ้าเลือดชะมัด’
‘แต่…ช่างเถอะ นั่นก็เป็นนิสัยที่ฉันสนใจด้วยสิ~’
ครั้นศัตรูสิ้นฤทธิ์จึงดึงดาบออก ร่างสัตว์ประหลาดแทบไม่ต่างจากมนุษย์ล้มลงไปกองกับพื้นอิฐ ไม่นานโลหิตก็ไหลนองเป็นแอ่งกว้างส่งกลิ่นเน่า โดยคนสังหารคือ บิทเทอ โลฮาส
“ไม่เมื่อยรึไง”
เสียงเข้มของฮันเตอร์หนุ่มกล่าวถาม ในขณะที่ดวงตาสีฟ้าเรียวชำเลืองชมเชยผลงานตน
“มองตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว ไม่เมื่อยรึไง แกน่ะ...”
ชายผมยาวดำที่แอบลอบมองอยู่สะดุ้งเล็กน้อย เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายซึ่งเพิ่งต่อสู้เสร็จกลับรับรู้ตัวตนเขาได้เร็วจนน่าประหลาด “แสดงตัออกมา” โทนเสียงเยือกเย็นนั้นทำเอาคนถูกจับได้แอบใจหวิว เพราะดูจากสภาพแล้วก็อดกังวลไม่ได้ว่าคนที่เพิ่งจัดการสัตว์ประหลาดจะหันมาเชือดเขาทิ้งด้วยไหมหนอ
“...”
เขาก้าวออกมาจากมุมกำแพงช้าๆ มือทั้งสองดึงออกจากกระเป๋าเสื้อ ยกขึ้นไพล่ไว้หลังศีรษะ ท่าทางปราศจากความยำเกรง รวมถึงใบหน้ายังคงเรียบนิ่งเช่นเดิม
‘ตื่นเต้นชะมัด โดนจับได้แล้ววุ้ย~’
“มีเหตุอะไรที่มายุ่มย่ามย่านนี้”
ฮันเตอร์กล่าวพลางเลื่อนสายตามองชายนิ่งเงียบ “คุณใช่ไหม?” ก่อนอีกฝ่ายจะเริ่มปริปากพูดพร้อมทั้งรอยยิ้มแฝงเล่ห์เหลี่ยม
“?”
บิทเทอขานในลำคออย่างสงสัย ยิ่งเห็นอีกฝ่ายพึงพอใจต่อปฏิกิริยาเขาแล้ว ฮันเตอร์กลับยิ่งสงสัยกว่าเก่าในการมีตัวตนของชายแปลกหน้าคนนี้ “นักล่าเสพติดภูต” ฉายาเจ้าของผมบลอนด์ขาวถูกเอ่ยออกมา เขายังคงท่าทีเรียบนิ่งก่อนจะหรี่ตามองพร้อมคาดคั้นคนตรงหน้า
“แกเป็นใคร”
ในทีแรกนักล่าแสนดุดันอาบกลิ่นคาวเลือดแลดูไม่สนใจเขาเท่าไรนัก แต่ตอนนี้สายตาสีฟ้าคู่นั้นไม่อาจละจากหนุ่มผมยาวดำคนนี้ได้เลย ไหนจะรอยยิ้มที่แม้มีเสน่ห์สำหรับใครทั้งหลาย แต่ในสายตานักล่าอย่างเขาแล้ว มันคือคนปลิ้นปล้อนไม่น่าไว้ใจแม้แต่น้อย
‘ชักตื่นเต้นแล้วสิ~’
ชายผมยาวคิดแล้วเอ่ยต่อ “นักล่าชื่อดังอย่างคุณ ทำไมผมจะไม่รู้จักล่ะ”
“ต้องการอะไร”
“คุณก็รู้ว่าผมต้องการอะไร จำไม่ได้เหรอ? เราเพิ่งจะเจอกันเมื่อไม่กี่วันก่อนเองนะ” ฮันเตอร์ชายเอียงศีรษะเล็กน้อยก่อนจะเลิกคิ้วเหมือนนึกบางอย่างขึ้นได้ เขาถอนหายใจพร้อมหันหลังเดินออกไปอย่างไม่แยแส คนยกมือไพล่ไว้หลังหัวมองเก้อแล้วเรียกไว้ทันที
“เดี๋ยวสิ!”
“อะไรอีก ถ้าไม่มีธุระก็อย่ามาเซ้าซี้”
“จำฉันไม่ได้จริงเหรอ?”
“จำอะไร? ฉันไม่เคยรู้จักคนแบบนาย”
‘ไอ้เวรนี้ ยังจะมาเป็นไม่รู้ไม่ชี้หน้าตาเฉยอีก’
“อา...ช่างเถอะ” ชายหนุ่มผมยาวดำลดมือลงจัดการตัดบทซะเอง นัยน์ตาสีน้ำตาลจับจ้องมองคนเป็นฮันเตอร์อย่างมีเลศนัย แต่เมื่อบิทเทอเห็นว่าอีกฝ่ายไม่กล่าวอะไรต่อก็หันหลังเดินออกห่างไปเช่นเดิม
‘ก็พอรู้หรอกว่าไอ้เวรนี่กะเมินฉันลูกเดียว แต่แบบนี้มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ? ถึงขั้นทำเป็นไม่เคยเห็นหน้ากันเลยเนี่ยนะ แม่ง...กวนใจชะมัด’
“เฮ้!”
บิทเทอเดินออกไปได้ไม่เท่าไหร่ก็ถูกเรียกไว้อีกครั้ง ฮันเตอร์หนุ่มพรูลมหายใจก่อนเหลียวกลับไปมอง ก็เห็นอีกคนยืนส่งยิ้มค้างพร้อมกับชูนิ้วกลางให้อย่างโจ่งแจ้ง
‘พระเอกก็พระเอกเถอะ! ช่วยกวนตีนให้มันน้อยๆ หน่อยดิ๊!’
ณ ป่าธานช่วงฤดูใบไม้ผลิเมื่อวานยามบ่ายแก่ กลุ่มล่าศิลาได้สูญเสียสมาชิกนามว่า ไซอาร์ แม้นสลดแต่ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจอย่างใด เพราะผู้จากหายบอกกล่าวชัดเจนเสมอมาว่าชีวิตตนนั้นสั้นยาวเท่าไหร่ กระนั้นใช่ว่าจะไม่เหลือบาดแผลไว้ให้ใครสองบุรุษอย่างราวินกับคาเลนแทบสิ้นสติ คนหนึ่งมองเป็นเหมือนน้องชาย อีกคนยึดถือเป็นเจ้านายเหนือหัว ความเศร้าโศกโถมแทรกซึมบรรยากาศสงบที่มีตลอดการเดินทาง แต่นั่นไม่สามารถหยุดยั้งการตามล่าศิลาสุดท้ายครั้งนี้ หนำซ้ำยังเป็นชนวนให้พวกเขาเร่งไปยังจุดหมายกรับ กรับ แซ่ก…เสียงฝีเท้าม้าหลายคู่ผนวกกับเสียงใบไม้กระทบดังเนือง สายตาคาเลนเหม่อมองธรรมชาติรอบตัวอย่างว่างเปล่า ตั้งแต่อยู่โลกนี้ตลอดเวลา 5 ปีจนถึงเมื่อวาน สิ่งที่เขาพอดื่มด่ำกับมันได้คือทิวทัศน์สวยงามอันหาไม่ได้จากโลกปัจจุบัน กระทั่งตอนนี้เขาได้คำตอบว่า...ภาพป่าไม้อุดมสมบูรณ์มันไร้ประโยชน์เหลือเกินทำได้แค่เยียวยาแต่ไม่อาจพาหนีจากความจริง‘มันกำลังกวนประสาท เดียอามาลัม มันเห็นพวกเราเหมือนลูกไก่ในกำมือ คิดว่าจะบีบจนแหลกเมื่อไรก็ได้ตามใจมัน… นัง
“คิดว่ายังไงบ้างคะ”“อืม~”ครั้นรานนามิดขอความเห็น พลันให้ชายผมดำยาวประบ่ากอดอกเอียงหัวครุ่นคิด ตอนนี้ทั้งสองอยู่ในห้องกว้าง ซึ่งก่อนเดินทางไปล่าสองศิลา พวกเขามักใช้เป็นสถานที่นี้รวมตัวพูดคุยวางแผนการบ่อยครั้งหลังจากที่บิทเทอฟื้นจากอาการสับสนทางความทรงจำได้หลายวัน ทุกอย่างในกลุ่มล่าศิลาก็เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้นเป็นกอง ถึงสภาพร่างกายไซอาร์จะแย่ลงฉับพลันแต่อาการยังทรงตัวอยู่ ในขณะที่ราวินกับเบนจามิน รวมถึงโกไลแอธเดินทางกลับมายังที่นี่แล้ว นั่มนั่มคอยลาดตระเวนเฝ้าบ้านอย่างดี โดยบัดนี้ตำแหน่งหัวกลุ่มตกเป็นของคาเลนกับรานนามิดหลักๆ ไปแล้วและเรื่องที่สองหัวกลุ่มหารือคือศิลาหลักสุดท้าย ไอเดนฟิซิก“เห็นด้วยเรื่องเตรียมตัวนะ ยังไงทุกคนก็พร้อมหมดแล้ว… ยกเว้นไซอาร์” คาเลนว่าด้วยสีหน้ากึ่งกังวลกึ่งไม่แน่ใจ เขาทราบสภาพร่างกายไซอาร์ แม้เจ้าตัวจะยืนยันตลอดเวลาว่าอยากดำเนินตามแผน แต่เป็นไปได้เขาก็ไม่อยากให้ชายคนนั้นออกไปเสี่ยงตายเลย“ยังกังวลอยู่เหรอคะ”“ครับ
“อ๊า ฮะ ฮรึก!”เสียงคร่ำครวญปนเสียงเนื้อกระทบดังคลอในห้องนอนต่อเนื่อง บัดนี้ชายต่างโลกถูกอุ้มจนสองเท้าลอยเหนือพื้นโดยแขนคุณพระเอก บังคับให้คาเลนต้องโอบรอบคอบิทเทอไว้ จำต้องพิงแผ่นหลังกับกำแพงห้องไม่ให้ร่วงไป ใบหน้าทั้งสองหันเข้าหาชิดกัน ระยะนั้นใกล้พอให้ต่างฝ่ายต่างสัมผัสถึงลมหายใจร้อนรดผิวคาเลนสั่นคลอนทุกครั้งที่ถูกกระทั้นเสยด้วยเอ็นร้อน ใบหน้าเห่อแดงผนวกกับริมฝีปากเผยออ้า ดวงตาหรี่คลอของเหลวใสใกล้เอ่อไหล เส้นผมดำยุ่งกระเซิงเพราะแรงกระทำหลายระลอก ก่อนเรียวคิ้วจะขมวดคิ้วครั้นบิทเทอเบือนหน้าขบหูพร้อมบดเอวรสวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วกายทำคนรับไปไม่ถูกขณะหนึ่ง สองมือจิกไหล่บิทเทอพร้อมเชิดหน้าคราง ปลายเท้าเหยียดเกร็งระริก ปฏิกิริยานั้นทำคุณพระเอกพึงใจไม่น้อย จึงเริ่มไล่ต้อนต่อด้วยการโลมเลียใบหูอย่างตะกละตะกลาม ยิ่งโดนแบบนั้นคาเลนยิ่งไปไม่ถูกจนต้องร้องระงม“หู…ฉัน ฮะ อ๊ะ!?”“งอแงทำไม”“อ๊า!” คาเลนเผลอย่นไหล่หลังโดนกระแทกใส่เต็มรัก แม้จะนึกเคืองบิทเทอที่พอได้โอกาสนำทีไรก็ชอบปากดี แต่ตอนนี้เขาไม่มีสติพอจะโต้กลับอะไรทั้งนั้น ยิ่งเขากวนกลับมีแต่จะโดนหมาป
‘เหมือนผมจะโดนเอาคืนเลยแฮะ’คาเลนนึกเช่นนั้นขณะนั่งตรงปลายเตียงในห้องนอนบิทเทอ มือถือซองบุหรี่เอาไว้แต่ไม่ได้หยิบสูบสักที เพราะถูกสองแขนคุณพระเอกกอดจากด้านหลังรั้งให้นั่ง หนุ่มต่างโลกนึกไปว่าตนโดนเอาคืน เหตุมาจากเมื่อช่วงเย็นเขาเองก็กอดบิทเทอตั้งแต่ตื่นมานานสองนาน ร้องไห้งอแงไม่ยอมปล่อย ค่ำนี้จะโดนกอดกลับแบบจุใจคงไม่ใช่เรื่องน่าตกใจ ชายผมดำยาวประบ่าเหลียวมองบิทเทอแล้วหัวเราะเบาในท่าทีนั้น“นายเนี่ย~ น่ารักจริงๆ เลย~”“...”“คิดถึงฉันมากเลยสินะ”ชายผมบลอนด์ขาวไม่ตอบพลางกระชับกอดแน่นขึ้น คาเลนไม่ขัดขืนอะไรพร้อมเอนพิงแผ่นอกคนข้างหลัง ดูเหมือนว่าความอาวรณ์บุรุษคนนี้จะมากกว่าที่คาเลนคาดไว้มาก เขานึกว่าพระเอกจะโกรธจนต่อว่าเขาไปหลายคำสวด แต่สิ่งที่บิทเทอทำกลับเป็นเพียงการสวมกอดอย่างอ่อนโยน และปลอบเมื่อเห็นเขาร้องไห้‘ทำเอารู้สึกผิดเลย…’“นี่ คาเลน”“หื้อ?”เจ้าของชื่อตอบขณะวางมือลูบแขนคนที่กอดเอวไปพลาง“เรากลับมาที่นี่ตอนไหน”“พอนายกับราวินรักษาตัวเสร็จ รานนามิดก็พาเรากลับ
เฮือก!?คาเลนสะดุ้งตื่นขึ้นพร้อมหอบหายใจหนัก มือทั้งสองข้างวางกุมไว้กลางอกแล้วเปลี่ยนมาบีบนวดขมับอย่างปวดจิต ก่อนหน้าที่จะตื่นจากห้วงนิทราเขาได้เห็นความทรงจำของเด็กชายผู้ซึ่งตกเป็นเชลยเรคินในช่วงสงคราม ‘ฟอร์เบส’ นั่นคือชื่อของเขาและบางทีอาจเป็นชื่อจริงของศ
“ฮึก…ฮือ”เสียงสะอึกสะอื้นดังเข้าในโสตประสาทก่อนเปลือกตาจะทันได้เปิด สิ่งที่เขาได้ยินคงเป็นเสียงเด็กน้อยร้องห่มร้องไห้กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เกิดความรู้สึกสงสัยว่าต้นตอมาจากไหนจึงลืมตาหันมองรอบข้าง พบว่าเกิดจากเงาดำที่ยืนตรงข้ามห่างออกไป ใช้มือเล็กๆ ปาดน้ำ
“บิทเทอ อะ…รัดแน่นชะมัด ฉันขยับไม่ได้”คาเลนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอึกอักพลางกัดฟันแน่นกรอด ชายหนุ่มพยายามจะเขยื้อนกายอย่างยากลำบาก เหตุเพราะตอนนี้ทั่วทั้งตัวถูกเถาวัลย์พันธนาการในท่านอนตะแคงกับพื้นดินคล้ำ แขนซ้ายไพล่หลัง ส่วนแขนขวาแนบไปข้างลำตัว ไหนจะขาทั้งสองข้างที่แนบชิดแน่
‘เมื่อวานผมได้ลองถามอะไรหลายๆ อย่างกับเบนจามินดู เธอเป็นคนที่มาจากโลกปัจจุบันเหมือนผม พิเศษหน่อยคือเธอมีพลังตาทิพย์อะไรสักอย่าง ไม่แน่ใจว่ามันเป็นพลังแบบไหน เพราะฟังเฉยๆ มันนึกภาพลำบาก แต่เท่าที่เบนจามินอธิบายมาพลังนี้ทำให้เธอเห็นความทรงจำทั้งหมดของเป้าหมายที่ต้องการจากส่วนไหนก็ได้ข