Mag-log inชาติก่อนบอดี้การ์ดตายเพราะโรคระบาด แต่เขากลับทะลุมาอยู่ร่างลูกชายตัวละครลับในนิยาย ‘นักล่าสาปบาป’ ไปๆ มาๆ ก็เจอกับพระเอก หรือฮันเตอร์หนุ่มผู้ได้ฉายาว่า ‘นักล่าเสพติดภูต’ ความรักเป็นไงไม่ทราบ แต่ความปากแข็งกวนส้นพระเอกน่ะรับประกันว่าไม่สมควรอายุยืนเลยสักนิด! ไม่ต้องห่วง ผมจะโชว์เหนือให้ไอ้หมอนี้หน้าหงายเอง!
view more“...”“...”กลางป่าดาร์กเฮดจ์เวลาเกือบเที่ยง ปรากฏชายหนุ่มสองคนซึ่งมีรูปพรรณสัณฐานเหมือนกันโดยส่วนใหญ่ แต่นอกเหนือจากนั้นรอบดวงตาซ้ายทั้งคู่ยังแดงก่ำไม่ต่างกัน เป็นเพราะว่าระหว่างเดินเล่นคุยเรื่องจริงจัง ไม่รู้ว่าทำอีท่าไหนถึงได้กลายเป็นการระบายทั้งน้ำตาทุกอย่างจบลงเมื่ออารมณ์คั่งค้างหายไป น้ำตามันก็ไม่ไหลออกมาอีก พวกเขานั่งบนพื้นหญ้าเตี้ยใต้ต้นไม้นิ่งๆ แหงนหน้าเหม่อมองวิวทิวทัศน์คนละทางปราศจากการสนทนาใดๆ‘น่าขายหน้าฉิบหายเลย’‘ไม่อยากจะเชื่อ…. นี่ผมกับไซอาร์นั่งร้องไห้ด้วยกันเป็นสิบนาที… ไม่สิ อาจจะเรียกชั่วโมงเลยก็ได้ นอกจากร้องไห้ต่อหน้าคุณพระเอก ก็ไม่ค่อยร้องไห้ต่อหน้าใครเลย แต่ดันมาเป็นกับหมอนี่อีก รู้จักกันก็ไม่นานแถมไม่สนิทด้วย อา…ผมพอจะเข้าใจความรู้สึกที่ราทิลร้องไห้ต่อหน้าผมแล้วล่ะ’‘น่าอดสูชะมัด’“น่าอายจังเลยนะครับ”“เฮือก! …ฮะ?”คาเลนถึงกับสะดุ้งโหยงหลังได้
ฟู่ว…สายลมเย็นฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่านป่าดาร์กเฮดจ์ยามสายวัน พลันให้เส้นผมยาวดำของร่างสูงปลิวไหว ไซอาร์ทอดนัยน์ตาสีทองมองท้องฟ้าขมุกขมัว ก่อนเวลาชมวิวจะถูกขัดลงโดยบุคคลที่หน้าตาละม้ายคล้ายตน เขาเบือนหันไปมองคาเลนซึ่งเดินเข้ามาหาบริเวณหน้าบ้าน“คุณมิค…” ไซอาร์แปลกใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มบาง “มีอะไรให้ช่วยเหรอครับ?”‘ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ จะพ่อหรือลูกก็ยิ้มออกมาซะพิมพ์เดียวกันเลย แต่ที่ต่างอย่างหนึ่งคงเป็นเพราะคาเบิลดูขี้โวยวายกว่าละมั้ง?’คาเลนพินิจอีกฝ่ายได้สักพักก็เข้าประเด็น“มีเรื่องจะคุยด้วยน่ะ”“ครับ เชิญเลย”“แต่ก่อนอื่นอย่าเรียกชื่อนั้นสิ”“ให้ผมเรียกว่า ‘คุณคาเลน’ เอาไหมครับ”คนโดนถามชะงักฝีเท้าพร้อมหันไปมองลาสต์บอส เขารู้แก่ใจว่าอีกฝ่ายไม่ได้ผิดอะไร แต่การต้องเปลี่ยนมาเรียกแฝด (?) ด้วยชื่อเก่าตัวเอง มันไม่รู้สึกพิลึกพิลั่นไปหน่อยเหรอ? “นายไม่รู้สึกแปลกงั้นเหรอ” คราวนี้เป็นอีกคนที่เลิกคิ้วงงบ้าง“ครับ?”“ก็ที่ต้องมาเรียกชื่อตัวเองแบบนี้น่ะสิ”คาเลนว่
“คาเลน~ ในที่สุดนายก็ลุกจากเตียงสักที~”“นั่นสิ ฉันเป็นห่วงแกนะ เจ้าขนยาว” นั่มนั่มเสริม“เห็นไหม~ ขนาดนั่มนั่มยังเป็นห่วงนายเลย”ขณะคาเลนนั่งเอื่อยเฉื่อยบนเก้ากว้างกลางบ้าน ระหว่างนั้นหูก็ได้ยินแต่เสียงเจี๊ยวจ๊าวจากร็อตไวเลอร์พูดได้และสาวเจ้าแก่นคนนี้ ทั้งสองเอาแต่มาวนเวียนรอบตัวเขา ดูท่าคงดีอกดีใจไม่น้อยที่ชายหนุ่มหายจากอาการสาหัสเสียที แม้ว่าตาขวายังรักษาไม่หายก็ตาม“พวกเธอนี่มันวุ่นวายจริงๆ เล้ย~ ไอ้หมายักษ์กับยัยบ๊อง~”คาเลนว่าแล้วยื่นมือไปลูบหลังร็อตไวเลอร์ที่เอาตัวถูออดอ้อนหน้าแข้งเขา พลางเอื้อมมืออีกข้างไปยีหัวเบนจามินอย่างนึกระอา ถึงจะประหลาดใจแต่ก็หายกังวลที่เห็นหญิงสาวบุคลิกไม่ผิดแผกไป เพราะก่อนหน้าเธอวางตัวซะสุขุมจนเขาแอบฉงน พอเห็นเป็นเหมือนเดิมจึงโล่งอกไป‘ดีแล้วที่ยัยบ๊องยังเป็นยัยบ๊องเหมือนเดิม’รอยยิ้มเผยออกมาไม่นานกลับต้องหายวับ หลังความคิดอื่นๆ เริ่มทำงานนึกความเป็นไปได้ของสถานการณ์ปัจจุบัน‘นี่ก็วันที่
หลังฟังความจากปากไซอาร์ รานนามิด และเบนจามินพักใหญ่ จึงได้รู้เรื่องราวเพิ่มเติมอีกมากพอสมควร ชายผมยาวดำนั่งปลายเตียงในห้องคนเดียว ตอนนี้สามคนนั้นออกไปหมดเพราะเขาขอใช้เวลากับตัวเองเพื่อทบทวนข้อมูลที่เพิ่งได้มาไม่ว่าจะเป็นเรื่องเนื้อหาเต็มๆ นิยายนักล่าสาปบาป เรื่องศาสนาเทเนบริสที่หนุนหลังประเทศเอนมานชุส ไหนจะเรื่องที่เขากับบิทเทอเป็นศิลาอีก คาเลนเชื่อในข้อมูลใหม่พวกนี้ที่มีมากพอควร และนั่นมันแอบทำเขากลัวที่จะเดินหน้าต่อไม่น้อย“เฮ้อ…แม่งเอ๊ย”ชายหนุ่มพรูลมหายใจพร้อมกับก้มหน้ามองพื้นอย่างอดสู อันที่จริงมีอีกหลายอย่างที่ไซอาร์อยากเล่าให้เขาฟัง แต่เหมือนอีกฝ่ายจะมองออกว่าคาเลนไม่พร้อมรับข้อมูลไปมากกว่านี้ จึงเลือกให้เวลากับชายต่างโลกที่อยู่ในร่างตนเองไปก่อน‘ถ้าทุกๆ อย่างเป็นไปตามที่พวกนั้นว่ามาจริง หมายความว่าชีวิตผมกับบิทเทอแขวนอยู่บนเส้นด้าย เรามีสิทธิ์จะกลายเป็นศิลาคำสาปตลอด ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเหลือเวลาอีกเท่าไหร่? มันจะส่งผลอะไรกับร่างกายบ้าง? แล้ว…ผมหรือบิทเทอจะยังเป็นคนอยู่ไหม ถ้ากลายเป็นแบบนั้น?
หลังเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันในช่วงเวลารุ่งสาง ณ น้ำตกเทลริน พยานทั้งสองได้เห็นเป็นประจักษ์ว่าชนเผ่าบาฮินถึงคร่าล่มสลายอย่างแท้จริง กระทั่งท้องฟ้าสว่างทั้งคาเลนทั้งบิทเทอก็กลับมายังหมู่บ้านชนเผ่าบาฮินที่ตอนนี้คงไม่มีคนมาอาศัยอีกต่อไปแล้ว พวกเขามาถึงก็ได้บอกเล่าข่าวร้ายอันน่าสลดใจ
เสียงสายลมพัดผ่านดังลอดเข้ามาในโสตประสาท เปลือกตาค่อยๆ เลื่อนเปิดขึ้นปรากฏนัยน์ตาสีมรกตอันเฉยชา โดยเจ้าของดวงตาคู่นี้คือราวินที่เพิ่งตื่นจากห้วงนิทราอันยาวนาน เขายันกายลุกขึ้นนั่งปราศจากท่าทางปวดเมื่อย“นอนนานเอาการเลยนะ”ราวินหันมองตามเสียงพบบิทเทอนั่งสูบบ
‘เอาล่ะ… นี่มันอะไรกัน’คาเลนนั่งเหงื่อแตกพลั่กพร้อมกับยิ้มค้างมองไปอย่างเลิ่กลั่ก โดยคนที่อยู่ตรงหน้าเขาคือหญิงผิวดำวัยคราวเดียวกับตน ผมสีน้ำตาลอ่อนยาวมัดรวบต่ำ สวมเสื้อเบลาส์ใส่จาบ็อตขาวและกางเกงดำขายาว จบด้วยบูตหนัง เขาสบมองกับนัยน์ตาสีควันเทา และใช่ เธอคือคน
ณ ผืนป่าบนเขาบาฮินที่อยู่ห่างไกลจากบ้านเมือง ปรากฏร่างชายหนุ่มสองคนนั่งบนโขดหินใหญ่เรียงตัวใต้ต้นไม้สูงช่วงบ่ายแก่ ส่วนม้าของพวกเขาใช้เป็นพาหนะออกจากวงศัตรูเมื่อครู่ ถูกมัดไว้ซึ่งอยู่ไม่ไกลไปจากสายตานักบิทเทอทอดมองอัศวินนั่งโขดหินตรงข้ามพลางคีบมวนบุหรี่ออกจากปาก ก่อนจะกล่าวท