Share

บทที่ 11

ท่ามกลางแสงแดดจ้าของฤดูร้อน ทุกคนที่กำลังช่วยกันพลิกดินและผสมปุ๋ยหมักต่างก็เหงื่อไหลไคลย้อยแม้ว่าพวกเขาจะมีหมวกฟางสวมอยู่บนศีรษะก็ตาม เสิ่นหลิวเวยมองภาพตรงหน้าแล้วอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเห็นใจทุกคนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอาเต๋อที่ทำงานหนักที่สุดแต่กลับไม่เคยปริปากบ่น

ด้วยความหวังดี เสิ่นหลิวเวยจึงแอบปลีกตัวไปยังโอ่งน้ำดื่มขนาดใหญ่ที่ตั้งไว้ให้ทุกคนได้ดื่มเพื่อดับกระหาย ก่อนที่นางจะเรียกน้ำพุวิญญาณหรือน้ำหวานอมฤทธิ์ตามที่บอกคนในครอบครัวไว้ออกมาหนึ่งหยด... แล้วดีดมันลงไปในโอ่งน้ำอย่างเงียบเชียบ

(หวังว่าสิ่งนี้จะทำให้ร่างกายของทุกคนแข็งแรงไม่เป็นลมท่ามกลางอากาศเช่นนี้) นางคิดก่อนจะหมุนกายเดินกลับมาดูผลงานที่ทุกคนกำลังตั้งใจทำ

เมื่ออาเต๋อทำงานจนเหนื่อยหอบและเดินมาตักน้ำดื่มแก้กระหายนั้นเอง ปาฏิหาริย์ครั้งใหม่ก็ได้บังเกิดขึ้น! หลังจากที่เขาดื่มน้ำเข้าไปอึกใหญ่ ชายหนุ่มก็รู้สึกถึงความสดชื่นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ความเหนื่อยล้าพลันมลายหายไปสิ้น เขารู้สึกมีเรี่ยวแรงขึ้นมาอย่างน่าประหลาดจนเผลอเปล่งเสียงออกมาด้วยความพึงพอใจ

“อ่า...”

มันเป็นเพียงเสียงสั้น ๆ ในลำคอ แต่สำหรับชายหนุ่มผู้เป็นใบ้มาตั้งแต่กำเนิด... มันคือเสียงแรกในชีวิตของเขา! ชายหนุ่มเบิกตากว้าง มือที่ถือกระบวยน้ำสั่น เขายกมือขึ้นสัมผัสลำคอของตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่อ ก่อนจะลองเปล่งเสียงอีกครั้ง

“อะ...อา...” แม้จะเป็นเสียงที่ยังไม่เป็นคำเท่าไหร่นัก แต่ความจริงที่ว่าเขาสามารถส่งเสียงออกมาได้ ก็ทำให้ทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นตกตะลึงจนหยุดมือจากงานที่ทำอยู่!

ฮุ่ยจูที่เห็นเหตุการณ์มาตลอดรีบวิ่งเข้ามาดู “อาเต๋อ! เจ้า...เจ้าพูดได้!?” อาเต๋อพยักหน้ารับรัว ๆ น้ำตาแห่งความดีใจไหลรินอาบสองแก้มเป็นครั้งแรก

ภาพนี้ทำให้ทุกคนในที่นั้นยินดีกับเขาอย่างแท้จริง โดยเฉพาะเหล่าสมาชิกตระกูลเสิ่นที่รู้ความลับเบื้องหลัง... พวกเขาต่างลอบมองไปยังเสิ่นหลิวเวยเป็นตาเดียว... ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความยำเกรงต่ออำนาจนี้ของนางที่พวกเขาเชื่อกันว่าเกิดจากพรของท่านเทพ หลินเยว่เอ๋อเป็นผู้ที่ได้สติก่อนใคร นางเดินเข้ามาตบบ่าอาเต๋อเบา ๆ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทุกคนได้ยินชัดเจน

“สวรรค์มีตาโดยแท้... คงเป็นเพราะท่านเทพเซินหนงเห็นแก่ความขยันขันแข็งและความซื่อสัตย์ของเจ้า จึงได้ประทานพรนี้ให้เจ้ากลับมามีเสียงอีกครั้ง นับจากนี้เจ้าต้องยิ่งตั้งใจทำงานเพื่อตอบแทนท่านเทพและตระกูลเสิ่นให้ดีเล่า!”

คำกล่าวของฮูหยินผู้เฒ่าทำให้ทุกคนเชื่ออย่างสนิทใจ โดยเฉพาะฮุ่ยจูและเสี่ยวชิงที่เพิ่งจะได้ดื่มน้ำจากโอ่งเดียวกันเข้าไป พวกนางรู้สึกได้ถึงพลังงานอันอบอุ่นที่ไหลเวียนในร่างกาย และความรู้สึกเคารพรักและอยากจะปกป้องคุณหนูเล็กของตนก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นในใจอย่างน่าประหลาด

และในวันนั้นการทำงานของพวกเขาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งสามวันต่อมา... บริเวณลานกว้างหน้าจวนที่ว่าการอำเภอซีซาน หัวหน้าหมู่บ้านจากทั้งห้าสิบหมู่บ้านได้เดินทางมารวมตัวกันตามคำสั่งของนายอำเภอ

บรรยากาศระหว่างพวกเขาเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและความสงสัย ทุกคนต่างคาดเดาไปต่าง ๆ นานา แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือพวกเขาอดที่จะดีใจไม่ได้เนื่องจากเรื่องที่ประชุมนั้นเกี่ยวกับปากท้องของทุกคน

“เจ้าว่าท่านนายอำเภอจะแก้ไขปัญหาความอดอยากของพวกเราได้จริง ๆ ใช่ไหม” ใครคนหนึ่งเป็นฝ่ายเปิดประเด็น

“ข้าคิดว่ามีความเป็นไปได้”

การคาดเดาเหล่านี้สิ้นสุดลง เมื่อเสิ่นอี้หานพร้อมด้วยน้องชายคนที่สองเสิ่นอี้เฉิงปรากฏตัวขึ้น พวกเขาไม่ได้กล่าวอะไรยืดยาวแต่กลับสั่งให้เจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งนำกระสอบขนาดใหญ่หลายใบออกมาเทลงกลางลานประชุม... เผยให้เห็นหัวมันสีเหลืองนวลกองโตที่ทุกคนไม่เคยเห็นมาก่อน

“ทุกท่าน” เสิ่นอี้หานกล่าวเสียงดังฟังชัด “สิ่งที่อยู่ตรงหน้าพวกท่านนี้ มีชื่อว่าถู่โต้ว (มันฝรั่ง) และมันคือทางรอดจากความอดอยากของพวกเราทุกคน!”

สิ้นคำพูดนั้น เสียงฮือฮาก็พลันดังกระหึ่มขึ้นมาทันที! “ท่านนายอำเภอ! นั่นมันต้นพิษไม่ใช่หรือขอรับ!” หัวหน้าหมู่บ้านชราคนหนึ่งร้องแย้งขึ้นมาเป็นคนแรกเนื่องจากเขาเคยเห็นหัวของมันมาก่อนจากที่ชาวบ้านเคยนำมากิน

“ใช่แล้วขอรับ! ข้าเคยเห็นคนกินแล้วป่วยหนัก!” อีกเสียงหนึ่งรีบสนับสนุน “เป็นไปได้อย่างไรว่าพืชพิษจะกลายเป็นอาหารได้!”

เสียงคัดค้านดังขึ้นจากทั่วทุกสารทิศ บรรดาหัวหน้าหมู่บ้านต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก สายตาที่พวกเขามองมายังนายอำเภอหนุ่มเต็มไปด้วยความไม่เชื่อถือระคนสงสาร... พวกเขาคิดว่านายอำเภอเสิ่นผู้เป็นที่เคารพรัก... คงจะกังวลกับปัญหาปากท้องของราษฎรจนเสียสติไปแล้วเป็นแน่!

ท่ามกลางเสียงคัดค้านและเสียงกระซิบกระซาบที่ดังขึ้นระงม เสิ่นอี้หานกลับไม่ได้มีท่าทีหวั่นไหวแม้แต่น้อย เขายืนนิ่งปล่อยให้ทุกคนได้ระบายความไม่เชื่อถือออกมาจนหมดสิ้น ก่อนจะยกมือขึ้นช้า ๆ เพื่อขอความสงบ

“ทุกท่านใจเย็นลงก่อน” เสียงของเขาไม่ได้ดังจนถึงกับตะเบ็ง แต่กลับเต็มไปด้วยอำนาจที่ทำให้ทุกคนต้องหยุดฟัง “สิ่งที่พวกท่านพูดมาล้วนเป็นความจริงที่สืบทอดกันมา ข้าเข้าใจความหวาดกลัวของพวกท่านดี”

เขาหยุดไปครู่หนึ่ง สบตากับหัวหน้าหมู่บ้านอาวุโสที่คัดค้านเป็นคนแรก “แต่ข้าขอยืนยันกับทุกท่าน... ว่าข้าและทุกคนในครอบครัวได้ลิ้มลองมันฝรั่งเหล่านี้ด้วยตัวเองแล้ว ทุกท่านเห็นหรือไม่... ว่าข้าก็ยังคงยืนหายใจอยู่ตรงนี้”

คำกล่าวนี้ของเขาได้เรียกเสียงฮือฮาให้กลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่เสียงคัดค้าน แต่เป็นเสียงแห่งความประหลาดใจ! นายอำเภอผู้เป็นที่เคารพรักถึงกับยอมเอาชีวิตของตนเองและครอบครัวเป็นเดิมพันเชียวหรือ?

“ความเชื่อที่สืบทอดกันมานั้นถูกต้องเพียงครึ่งเดียว” เสิ่นอี้หานกล่าวต่อ “พิษของพืชชนิดนี้ไม่ได้อยู่ที่หัวของมัน แต่สวรรค์ได้ประทานพรลงมาผ่านความฝัน ทำให้เรารู้ความจริงว่าพิษของมันอยู่ที่ใบ ลำต้น และส่วนหัวที่มีสีเขียวจากการถูกแสงแดดเท่านั้น! หากเรารู้จักคัดเลือกและปรุงให้สุกอย่างถูกวิธี มันก็จะกลายเป็นอาหารชั้นเลิศที่สวรรค์มอบให้เราเพื่อต่อสู้กับความอดอยาก!”

เขาไม่รอให้ใครได้โต้แย้งอีก แต่หันไปพยักหน้าให้เสมียนวัยกลางคนทันที “เสมียนจาง เริ่มการสาธิตได้!”

บ่าวรับใช้ที่เตรียมการอยู่ก่อนแล้วรีบจุดไฟในเตาถ่านหลายเตาที่ตั้งเตรียมไว้ทันที พวกเขานำมันฝรั่งส่วนหนึ่งไปฝังในขี้เถ้าอุ่น... ก่อนจะนำอีกส่วนไปใส่ในหม้อต้มใบใหญ่

และอีกส่วนก็นำไปนึ่งในลังถึง ตามวิธีที่พวกเขาได้เรียนรู้มาจากคุณหนูเล็กเมื่อหนึ่งวันก่อนหน้า... ไม่นานนัก กลิ่นหอมหวานอันเป็นเอกลักษณ์ของมันฝรั่งปรุงสุกก็เริ่มลอยอบอวลไปทั่วลานหน้าที่ว่าการ กลิ่นนั้นยั่วยวนจนทำให้เหล่าหัวหน้าหมู่บ้านที่เดินทางมาไกลและยังไม่ได้กินอะไรดี ๆ มาทั้งเช้าถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลาย

เมื่อมันฝรั่งย่างสุกได้ที่ เสมียนจางก็คีบมันออกมาผ่าครึ่งให้เห็นเนื้อในสีเหลืองทองน่ากิน แล้วมอบให้นายอำเภอเป็นคนแรก เสิ่นอี้หานรับมาแล้วกัดกินต่อหน้าทุกคนอย่างไม่ลังเล เพื่อเป็นการยืนยันคำพูดของตนเองอีกครั้ง

“เชิญทุกท่านลองชิมดูได้”

บ่าวไพร่เริ่มนำมันฝรั่งย่างและมันฝรั่งต้มที่หั่นเป็นชิ้น เล็ก ๆ แจกจ่ายให้เหล่าหัวหน้าหมู่บ้านได้ลิ้มลอง ในตอนแรกทุกคนต่างลังเล แต่เมื่อเห็นนายอำเภอกินและไม่เป็นอะไร

หัวหน้าหมู่บ้านที่ใจกล้าสองสามคนจึงได้ลองนำมันฝรั่งหอมกรุ่นนั้นเข้าปากแล้วเขาก็อุทานออกมาด้วยความประหลาดใจทันที จึงทำให้ทุกคนได้เริ่มทดลองกินกันบ้าง

“หวาน... มันหวานจริง ๆ ด้วย!” “เนื้อนุ่มมาก ไม่ฝาดเลย!” “ข้ากินไปแค่ชิ้นเดียว ยังรู้สึกแน่นท้องขึ้นมาเลย!”

เสียงแห่งความชื่นชมดังขึ้นมาแทนที่เสียงคัดค้านในตอนแรกอย่างสิ้นเชิง ความหวาดกลัวถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นและความหวัง เมื่อเห็นว่าทุกคนเชื่อแล้ว เสิ่นอี้หานจึงส่งสัญญาณให้น้องชาย

“น้องรอง ตาเจ้าบ้างแล้ว”

เสิ่นอี้เฉิงก้าวออกมาข้างหน้า “ทุกท่าน! นอกจากมันฝรั่งนี้จะอร่อยและอิ่มท้องแล้ว มันยังเพาะปลูกได้ง่ายและให้ผลผลิตสูงอย่างไม่น่าเชื่อ!” เขาเริ่มอธิบายวิธีการเพาะปลูกและการบำรุงดินด้วยปุ๋ยสูตรเทพตามที่ได้เรียนรู้มาจากหลานสาวอย่างละเอียด

“ครั้งแรกนี้ทางที่ว่าการจะแจกจ่ายพันธุ์ให้ทุกหมู่บ้านนำไปทดลองปลูกก่อน หลังจากนั้นทุกหลังคาเรือนจะต้องจัดสรรปันส่วนเอาเองสำหรับการปลูกในครั้งต่อไปรวมถึงการส่งภาษีให้กับทางอำเภอด้วย”

บรรยากาศเต็มไปด้วยความหวังและความยินดี ทุกคนต่างมองเห็นทางรอดจากความแห้งแล้งที่กำลังจะมาถึง... ทว่าท่ามกลางเสียงแห่งความดีใจนั้นเอง ก็มีเสียงแหบพร่าของชายชราผู้หนึ่งดังแทรกขึ้นมาทำลายความสุขลงในบัดดล

“เป็นพรจากสวรรค์จริง ๆ ขอรับท่านนายอำเภอ... แต่... แต่มันคงเป็นพรที่ส่งมาไม่ถึงหมู่บ้านที่ยากไร้ของข้า” ทุกคนหันไปมองต้นเสียง... ชายคนนั้นคือหัวหน้าหมู่บ้านชิงซี ชายชราผู้มีใบหน้ากร้านโลกและแววตาที่สิ้นหวัง

เขาโค้งคำนับให้นายอำเภอแล้วกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงค่อนข้างสั่น “ที่ดินในหมู่บ้านชิงซีของข้านั้นต้องคำสาปจากทะเลขอรับ ดินมันเค็มจนปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น แม้แต่หญ้าก็ยังไม่ค่อยจะยอมโต พวกเราจำเป็นต้องขึ้นเขากันอย่างเดียว และแม้ว่าพืชชนิดนี้จะวิเศษเพียงใด... ก็คงจะต้องตายในดินแดนของข้าเช่นกัน”

ความเงียบเข้าปกคลุมที่ประชุมอีกครั้ง ความหวังที่เพิ่งจะถูกจุดประกายขึ้นมา บัดนี้กลับต้องมาเผชิญหน้ากับปัญหาที่ดูเหมือนจะไม่มีทางแก้ไขได้...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 268

    หญิงสาวเลือกเดินทางมาที่หมู่บ้านท่าเรือประมงค่อนข้างเก่าแห่งหนึ่ง... ลมทะเลพัดแรงหอบเอากลิ่นไอเค็มและความชื้นเข้ามาปะทะใบหน้าหลินเวยในชุดเดรสยาวสีขาว ยืนอยู่บนสะพานเทียบเรือ เธอมองออกไปที่เส้นขอบฟ้าที่น้ำทะเลบรรจบกับท้องฟ้า ที่นี่... แม้ตึกรามบ้านช่องจะเปลี่ยนไปจากภาพในฝัน แต่กลิ่นของทะเล เสียงของค

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 267

    กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านอีกครา นับจากวันที่เหล่าพี่น้องได้พบหน้า... จากฤดูใบไม้ผลิสู่ฤดูหนาว จากผมดำขลับสู่สีดอกเลา... ในที่สุดเรื่องราวของเสิ่นหลิวเวยสตรีผู้พลิกชะตาตระกูลเสิ่นและสร้างตำนานแห่งเมืองตงไห่ก็ได้ดำเนินมาถึงบทสุดท้ายของชีวิตที่เรือนพำนักจวนอ๋องจิ้ง... ภายในห้องนอนที่กว้างขวางและเงีย

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 266

    “ท่านอาจื้อคัง! ข้าฮ่าวหราน มารับท่านแล้วขอรับ!”เสิ่นจื้อคังเปิดม่านออกมา น้ำตาคลอเบ้าเมื่อเห็นหลานชายที่เคยตัวกะเปี๊ยก บัดนี้กลายเป็นชายชาติทหารเต็มตัว“ฮ่าวหราน... เจ้าโตเป็นหนุ่มแน่นขนาดนี้เชียวหรือ! ดี! ดีมาก! สมแล้วที่เป็นลูกของพี่สาม!”ในระหว่างที่เสิ่นฮ่าวหรานกำลังไปรอรับผู้ที่เดินทางมาจากแด

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 265

    กาลเวลาเปรียบดั่งสายน้ำที่ไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว มิอาจหวนคืน... จากฤดูร้อนอันแสนวุ่นวายของเหล่าเด็กน้อยในวันวาน เคลื่อนคล้อยผ่านฝนหนาวและใบไม้ผลิมานับอีกสี่ปีสี่ปี... เป็นช่วงเวลาที่จะสั้นก็ว่าสั้นจะว่านานก็นาน เพราะแต่ละปีก็หมายถึงอายุของผู้สูงวัยที่เพิ่มขึ้น ส่วนเหล่ารุ่นเยาว์ก็เริ่มเติบโตพอจะบินส

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 264

    ส่วนเสิ่นฮ่าวหรานและจ้าวเฟยหลงทำหน้าที่เป็นฝ่ายผลิต... หน้าที่ไสน้ำแข็งและทุบน้ำแข็ง เพราะเป็นหนุ่มสายบู๊ พละกำลังเหลือเฟือทางด้านสองสาว เสิ่นซินเยว่และจ้าวเฟยหง จะทำหน้าที่ฝ่ายบริการและเรียกลูกค้า โดยที่โจวหม่านม่านจะทำหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบคือนักชิมนั่นเอง ปิดท้ายด้วยเสิ่นอี้ซวนที่จะทำหน้าที่สังเกตภา

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 263

    สายลมร้อนอบอ้าวพัดผ่านทุ่งนาสีเขียวขจีของเมืองตงไห่ แม้จะเป็นฤดูร้อนที่แผดเผาแต่สำหรับจวนตระกูลเสิ่นแห่งนี้กลับเต็มไปด้วยความเย็นฉ่ำจากความรักและความมีชีวิตชีวาที่ห้องทำงานส่วนตัวของเสิ่นอี้เทียน... หนุ่มน้อยในวัยสิบสามปีกำลังนั่งหลังตรงจรดพู่กันลงบนกระดาษเนื้อดี กลิ่นหมึกหอมจางลอยอบอวลไปในอากาศ“เ

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 130

    ปฏิบัติการล้างกระดานขององค์รัชทายาทและองค์ชายทั้งสองนั้นเป็นไปอย่างเด็ดขาด รวดเร็วและสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งแผ่นดิน! ข่าวการกวาดล้างเหล่าขุนนางกังฉินที่หยั่งรากลึกมานานหลายสิบปี... การจับกุมเสนาบดีฝ่ายซ้ายเจ้ากรมพิธีการและเครือข่ายทั้งหมดของพวกเขาในข้อหากบฏและการประหารชีวิตอย่างไม่ไว้หน้าใครจุดประสงค

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 119

    “เรื่องนี้มันย่อมทำกำไรมหาศาล!” จ้าวหมิงเซวียนอุทานออกมาเสียงเบาคล้ายคนละเมอ“แต่ข้าไม่สนใจกำไร” จ้าวหมิงฮุยกล่าวต่อ “ข้าสนใจเพียงวัตถุดิบ... พี่ใหญ่... การจะสร้างน้ำแข็งในปริมาณมหาศาลเช่นนี้...จำเป็นต้องใช้อะไร”“ดินประสิว!” จ้าวหมิงเซวียนตอบได้ทันทีทั้งนี้เขาเดาเอาจากสิ่งที่เสิ่นหลิวเวยต้องการนั่น

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 114

    “โอ้! สวรรค์!” โจวหยวนตะโกนลั่นออกมาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา“สิ่งนี้เรียกว่าปิงซา (น้ำแข็งไส) ถ้วยแรกของสถานศึกษาไห่เหวินซูเยวียน! เจ้าค่ะ” นางพูดไปพลางใช้ช้อนไม้แบน ๆ ขูดเกล็ดน้ำแข็งสีทองที่เพิ่งก่อตัวนั้นใส่ลงในถ้วยกระเบื้องใบเล็ก“เสร็จแล้วเจ้าค่ะ”เสิ่นจวินหลี่เป็นคนแรกที่รับถ้วยน้ำแข็งไส ก่อนเจ้

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 112

    เหล่าว่าที่บัณฑิตตัวน้อยทั้งหลายที่บัดนี้ได้เลื่อนระดับชั้นขึ้นมาอยู่ชั้นปีที่สองต่างพากันทำความเคารพเขาอย่างสำรวมและพร้อมเพรียง “คารวะท่านอาจารย์ขอรับ/เจ้าค่ะ”ชายผู้สูงวัยผู้มีเครายาวสีเงินยวง โบกมือให้ทุกคนนั่งลง “นั่งลง ๆ ว่าอย่างไรเล่าเมื่อสักครู่หากตาเฒ่าผู้นี้หูไม่ฝาดดูเหมือนว่าข้าจะได้ยินเจ้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status