Mag-log in“โครมม..”
“ว้ายย!!../เอ้ยยย!!..”
“กรี๊ดดด...”
คนในรถทั้งสองฝ่ายต่างก็ร้องออกมาเสียงดังด้วยความตกใจเมื่อรถทั้งสองคันปะทะกันแม้ไม่แรงมากแต่ก็พอประมาณเพราะคันที่ขับย้อนศรมาขับเร็ว
“แกเป็นไรมั้ยอามี่ ฮ่าๆๆ..” ไรวินหันไปมองเพื่อนที่ตกใจจนแว่นตาเอียงกระเท่เร่ด้วยความขำอย่างกลั้นไม่อยู่
“มะ ไม่เป็นไรแล้วแกล่ะนังวิน รถถูกชนยังหัวเราะได้อีก" มิรันดาได้สติหันไปมองเพื่อนและโชคดีที่ทั้งสองไม่เป็นไรเพราะถูกชนหน้ารถฝั่งคนขับแต่ยังหัวเราะออกมาได้อีก
“ฉันโอเคแก” ไรวินสะบัดศีรษะไปมาแล้วเปิดประตูรถลงไปดูความเสียหายของรถที่ถูกชน
ฝ่ายเจ้าของรถที่ขับย้อนศรไปชนเขายังมึนเพราะแรงกระแทกทำให้ถุงลมเด้งออกมากระทกหน้าพอหายตกใจก็เปิดประตูรถลงมาดูรถของเธอเช่นกัน
“นี่นายขับรถประสาอะไรถึงไม่ดูทางฮ้ะ” สาวสวยสุดเซ็กซี่ในชุดสีขาวอวดสองเต้าแทบทะลักออกมาจากบราเซียลงมาดูรถขอตัวเองแล้วปรี๊ดแตกเพราะรถคันนี้ราคาสิบเอ็ดล้านเพิ่งขับได้ไม่ถึงสามเดือน
“ฉันนี่นะขับรถไม่ดูทาง” ไรวินชี้มือเข้าหาตัวเองทั้งที่ตัวเองเลี้ยวตามลูกศรอย่างถูกต้องแต่ถูกยังไฮโซปอนด์ว่าผิด
“ถ้าไม่ใช่นายแล้วจะเป็นใครล่ะ” ปาริตาพูดอย่างไม่พอใจที่ทำให้รถของเธอเสียหายแล้วจะขับได้ยังไงเธอไม่ชอบขับรถมีตำหนิ
“ไม่ทราบมีอะไรให้ผมช่วยมั้ยครับ” รปภ.เดินมาถามหลังจากแจ้งเจ้าหน้าที่ของคอนโดและจำได้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นเพื่อนของเจ้านาย
“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมขอโทรหาประกันก่อนแล้วช่วยกันรถให้ออกทางอื่นก่อนนะครับ” ไรวินบอกรปภ.หนุ่มแล้วโทรหาประกันของเขา
“คุณก็โทรหาประกันสิคะ” มิรันดามองสาวสวยตรงหน้าที่โทษว่าเพื่อนเธอผิดแล้วถอนหายใจทั้งที่หลักฐานก็เห็นอยู่ทนโท่
“ไม่ต้องมาบอกฉันรู้แล้ว” ปาริตาพูดจบก็หยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาเจ้าของคอนโดก่อนแทนที่จะโทรหาประกัน “คุณครามคะ รถปอนด์ถูกชนที่ลานจอดรถของคนโดค่ะ”
“เรียกประกันหรือยัง”
“ยังค่ะ”
“งั้นคุณโทรเรียกประกันนะเดี๋ยวผมให้พงษ์ลงไปดู” เสียงห้าวบอกสาวสวยคู่ควงที่เมื่อคืนมานอนค้างที่ห้องของเขาก่อนจะวางสายก่อนจะเดินออกจากห้องนอนหลังจากอาบน้ำแต่ตัวเสร็จเพราะเพนท์เฮ้าส์ชั้นบนสุดของคอนโดเขาไม่อนุญาตให้ผู้หญิงคนไหนขึ้นมาแต่เขามีเพนท์เฮ้าส์อีกห้องอยู่ถัดลงไปอีกหนึ่งชั้นที่แยกสองฝั่งสำหรับนัดสาวๆมาหาความสุขอีกฝั่งเป็นที่พักของคนสนิททั้งสอง
“พงษ์นายลงไปดูปอนด์หน่อย เธอบอกว่าเกิดอุบัติเหตุที่ลานจอดรถน่ะ” ชายหนุ่มบอกคนสนิทเขาไม่ได้รีบร้อนลงไปเพราะปาริตาไม่ได้สำคัญสำหรับเขาเพราะต่างก็ต้องการแค่ความสุขและเขาก็รู้ว่าเธอต้องการเป็นมากกว่านั้นก่อนจะนั่ง
“ครับคุณคราม” พงษ์รับคำสั่งเจ้านายแล้วเดินออกไปจากเพนท์เฮ้าส์ของเจ้านาย
“ครามคะ ครามเดี๋ยวก่อนค่ะ บ้าจริง..” ปาริตามองโทณศัพท์ด้วยความไม่พอใจเธอคิดว่าเขมินทร์จะลงมาดูเธอแต่ผิดคาดเขาให้ลูกน้องคนสนิทมาดูแทนจึงหงุดหงิดมองคู่กรณีอย่างไม่พอใจก่อนจะโทรแจ้งประกัน
พงษ์ลงลิฟต์ส่วนตัวมาถึงจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็วหลังจากโทรถามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของคอนโดก็เห็นรถหรูสองคันจอดอยู่ในลักษณะเดิมหน้ารถของเพื่อนเจ้านายยุบเพราะชนกับรถอีกคันและยังเป็นฝ่ายขับรถย้อนศร
“นายมาก็ดีแล้วช่วยจัดการให้ฉันด้วย” ปาริตาเห็นลูกน้องของครามมาถึงก็วางอำนาจใส่พงษ์ทันที
“คุณปอนด์โทรเรียกประกันหรือยังครับ”
“เรียกแล้วเดี๋ยวคงมา นายจัดการด้วยฉันต้องรีบไป”
“ไม่ได้ครับ ผมไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์คุณปอนด์ต้องคุยกับประกันเองเพราะคุณปอนด์เป็นฝ่ายผิด” พงษ์บอกเพื่อนของเจ้านายตามความจริงที่เห็นว่าปาริตาเป็นฝ่ายผิดเพราะขับรถย้อนศร
“ฉันไม่ผิด นายนั่นต่างหากเลี้ยวรถไม่ดูทำให้ฉันเบรกไม่ทัน” ปาริตาเถียงทันทีว่าตัวเองไม่ผิดทั้งที่ขับรถย้อนศรทางออก
“นี่คุณผู้หญิงกรุณาแหกตาดูให้ดีสิคะว่าใครกันแน่ที่ผิดไม่ใช่ว่าหลับหูหลับตาถูกอยู่คนเดียวแล้วนี่ลูกศรแล้วนี่ป้ายบอกทางค่ะ” มิรันดาอดไม่ได้ที่คู่กรณีของเพื่อนโบ้ยความผิดให้ทั้งที่เป็นฝ่ายถูกก็ชี้ให้สาวสวยดูป้ายบองทางและลูกศรที่ติดเสาและพื้นคอนกรีตเป็นลูกศรชี้ไปทางไหน
“นี่เธอรู้มั้ยว่ารถของฉันราคาเท่าไหร่พวกเธอจะมีปัญญาซ่อมมั้ย” ปาริตามองคู่กรณีของเธอตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าอย่างดูถูกแต่ผู้หญิงคนนี้สวยจริงๆไม่ว่าอกเอวสะโพกหุ่นอรชรหน้าตาก็สวยน่ารักอย่างที่เธอปฏิเสธไม่ได้และรถที่เธอชนจะเป็นรถ BMW Series 4 430i Convertibie M Sport ราคาแค่สี่ล้านกว่าแต่เที่ยบกับรถของเธอไม่ได้
“แล้วทำไมเพื่อนฉันต้องซ่อมให้คุณด้วยล่ะ คุณเป็นฝ่ายผิดก็ต้องชดใช้เพื่อนฉันสิแค่นี่ก็คิดไม่ได้” มิรันดาตอบกลับทันควันเรื่องอะไรจะยอมให้ยัยนี่กัน
“นี่แกรู้มั้ยว่าฉันเป็นลูกใคร” ปาริตาชี้หน้ามิรันดาอย่างไม่พอใจและไม่ยอมรับผิด
“มุกนี้อีกล่ะ ทำไมถึงชอบอวดอ้างบารมีพ่อกันจังเลยนะมันบอกให้รู้ว่าเป็นลูกคุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อเอาแต่ใจทำอะไรถูกอยู่คนเดียวเหมือนเด็กปัญญาอ่อน ขนาดผิดถูกยังไม่รู้แล้วจะรู้อะไรบ้างล่ะคุณ” มิรันดาไม่สนใจเพื่อนที่ดึงแขนไว้ยิกๆเพราะไม่อยากปะทะกับปาริตาที่ใครๆก็รู้ว่าหล่อนขี้อวดและเบ่งใส่ทุกคนเพราะพ่อเป็นนักธุรกิจชื่อดังของเมืองภูเก็ตและมีอิทธิพลทำธุรกิจทั้งถูกกฎหมายและธุรกิจสีเทา
“กะ แก กรี๊ดดดด...” ปาริตาชี้หน้าสาวสวยหุ่นนางแบบตรงหน้าแล้วกรีดร้องเสียงดังที่เถียงไม่ทัน
“พอแล้วแก” ไรวินบอกเพื่อนเบาๆและขำสาวสวยกรีดร้องยังกับชะนีเรียกหาผัว
“เอ่อ,คุณปอนด์ครับ คุณปอนด์หยุดก่อนครับ” พงษ์เรียกสติเพื่อนของเจ้านายที่กรีดร้องเสียงดังจนทุกคนตกใจ
“แกไม่ต้องมาพูดฉันจะฟ้องคุณคราม” ปาริตาอ้างชายหนุ่มเจ้าของคอนโดและคิดว่าเขาต้องเข้าข้างเธอแน่
“ลำบากหน่อยนะคะคุณที่เจอเด็กเอาแต่ใจ” มิรันดามองสาวสวยแล้วส่ายหน้าไปมาไม่รู้ว่าพ่อแม่จะรู้มั้ยว่าลูกสาวเป็นแบบนี้
“คุณให้คนเอากรวยไปตั้งไว้อย่าเพิ่งให้ใครมาทางนี้” พงษ์ยิ้มให้สองหนุ่มสาวและบอกรปภ.ของคอนโด “ไม่ทราบว่าคุณสองคนพักที่นี่หรือเปล่าครับ”
“ครับ,ผมพักที่เพนท์เฮ้าส์ชั้นสิบห้าครับ” ไรวินตอบหนุ่มใต้หน้าตาดีที่ถามอย่างสุภาพเขาก็ตอบตามมารยาทอย่างสุภาพเช่นกัน
ปาริตามองไรวินที่บอกว่าพักที่นี่อย่างไม่อยากเชื่อว่าจะมีปัญญาซื้อเพนท์เฮ้าส์ที่นี่ได้เพราะราคาต่ำสุดห้าสิบล้านบาทและสูงสุดถึงหนึ่งร้อยห้าสิบล้านขนาดเธอว่าพ่อรวยแล้วท่านยังไม่ซื้อให้เลยท่านบอกว่าเอาไปเงินไปสร้างบ้านดีกว่าและชั้นสิบห้านี่มันราคาเท่าไหร่กัน
“ประกันของผมน่าจะมาแล้วครับ” ไรวินเห็นรถประกันแล่นมาจอดใกล้ๆก็บอกพงษ์เพราะไม่อยากคุยกับปาริตา
หลังจากนั้นประกันก็มาถ่ายรูปและสอบถามไรวินและจดบันทึกประเมินความเสียหายรอคู่กรณีที่ยืนเชิดหน้าใส่ทั้งสองหนุ่มสาวอย่างไม่พอใจรวมถึงคนสนิทของเขมินทร์ที่ไม่ยอมให้เธอกลับ
“ผมต้องการค่าเสียเวลาด้วยนะครับเพราะผมต้องใช้รถขับไปทำงานทุกวัน” ไรวินพูดขึ้นด้วยความหมั่นไส้ถ้าปาริตาพูดดีๆเขาก็ให้ประกันเคลียร์ให้จบไปเลยแต่นี่จะยัดเยียดความผิดให้เขาก็จัดให้ซะเลย
“โครมม..”“ว้ายย!!../เอ้ยยย!!..”“กรี๊ดดด...”คนในรถทั้งสองฝ่ายต่างก็ร้องออกมาเสียงดังด้วยความตกใจเมื่อรถทั้งสองคันปะทะกันแม้ไม่แรงมากแต่ก็พอประมาณเพราะคันที่ขับย้อนศรมาขับเร็ว“แกเป็นไรมั้ยอามี่ ฮ่าๆๆ..” ไรวินหันไปมองเพื่อนที่ตกใจจนแว่นตาเอียงกระเท่เร่ด้วยความขำอย่างกลั้นไม่อยู่“มะ ไม่เป็นไรแล้วแกล่ะนังวิน รถถูกชนยังหัวเราะได้อีก" มิรันดาได้สติหันไปมองเพื่อนและโชคดีที่ทั้งสองไม่เป็นไรเพราะถูกชนหน้ารถฝั่งคนขับแต่ยังหัวเราะออกมาได้อีก“ฉันโอเคแก” ไรวินสะบัดศีรษะไปมาแล้วเปิดประตูรถลงไปดูความเสียหายของรถที่ถูกชนฝ่ายเจ้าของรถที่ขับย้อนศรไปชนเขายังมึนเพราะแรงกระแทกทำให้ถุงลมเด้งออกมากระทกหน้าพอหายตกใจก็เปิดประตูรถลงมาดูรถของเธอเช่นกัน“นี่นายขับรถประสาอะไรถึงไม่ดูทางฮ้ะ” สาวสวยสุดเซ็กซี่ในชุดสีขาวอวดสองเต้าแทบทะลักออกมาจากบราเซียลงมาดูรถขอตัวเองแล้วปรี๊ดแตกเพราะรถคันนี้ราคาสิบเอ็ดล้านเพิ่งขับได้ไม่ถึงสามเดือน“ฉันนี่นะขับรถไม่ดูทาง” ไรวินชี้มือเข้าหาตัวเองทั้งที่ตัวเองเลี้ยวตามลูกศรอย่างถูกต้องแต่ถูกยังไฮโซปอนด์ว่าผิด“ถ้าไม่ใช่นายแล้วจะเป็นใครล่ะ” ปาริตาพูดอย่างไม่พอใจที่ทำให้รถของเธอเส
“ก็รอดูว่าพวกท่านจะฟังพี่เดียวหรือเปล่าน่ะ” รอบนี้เธอคิดว่าอาจจะยากหน่อยเพราะพวกท่านให้เวลามาสามปีแล้วตอนนี้เธอมีร้านสปาสามสาขาที่กรุงเทพ หัวหินและเพิ่งร่วมหุ้นเปิดที่ภูเก็ตกับเพื่อนรักเมื่อสามเดือนก่อนและกำลังไปได้สวยเพราะมีเพื่อนรักอีกคนเป็นดาราดังเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้สปาของเธอทั้งสามร้านซึ่งที่กรุงเทพเธอดูแลเอง ส่วนหัวหินมีพ่อกับแม่ดูและภูเก็ตร่วมหุ้นกับไรวินเพราะเป็นคนในพื้นที่และพ่อของเพื่อนเป็นคนกว้างขวางและเป็นที่รู้จักในเมืองภูเก็ตเป็นอย่างดี“ฉันขอให้หล่อนได้เป็นไทเสียทีนะอามี่ แต่งงานทั้งทีไม่ได้สัมผัสความฟินเสียดายแย่เลยแกเอ้ยเป็นคนอื่นถูกจิ้มพรุนไปแล้ว” ไรวินว่าเพื่อนที่แต่งงานมาสามปีกว่ายังบริสุทธิ์ผุดผ่อง“ก็ดีกว่าฉันเสียจิ้นให้เกย์ไม่ใช่เหรอแก” มิรันดายิ้มให้เพื่อนขำๆเพราะเธอรู้อยู่ก่อนแล้วว่าอดิกันต์เป็นเกย์ต่างก็แต่งงานเพื่อผลประโยชน์ซึ่งเขาก็นชรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายทุกอย่างในบ้านและยังให้เงินเดือนเธอเดือนละหนึ่งแสนไม่รวมให้ไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกันแต่ต้องมีแฟนเขาไปด้วยซึ่งเธอก็ชอบและล่าสุดยังให้เงินเธอไปลงทุนทำสปากับเพื่อนอีกตั้งแต่แต่งงานกันมาไม่เคยมีปัญหาเลยยกเว้นเ
“ขอบใจมากนะอามี่”“มี่ก็ขอบคุณพี่เดียวด้วยค่ะ ถ้าพี่เดียวไม่สนับสนุนมี่ป่านนี้ร้านสปาของมี่คงเจ้งไปแล้วค่ะ” มิรันดายิ้มให้สีหนุ่มที่ช่วยเหลือเธอทุกอย่างจนสามารถเลี้ยงครอบครัวได้และพ่อแม่ของเธอก็ย้ายไปอยู่หัวหินเพราะพี่ชายแต่งงานกับดารัตน์และไปช่วยดูแลรีสอร์ทของพ่อตาเพราะมีลูกสาวคนเดียวและพ่อกับแม่ก็ดูแลร้านสปาให้เธอจึงซื้อบ้านหลังเล็กอยู่ที่หัวหินใกล้บ้านพี่ชาย“อามี่ก็ช่วยพี่มาตลอดนี่นาถือว่าเจ้ากันไปละกัน” เขาไม่ได้เสียดายเงินถึงมิรันดาจะแต่งงานเพราะเงินเขาก็รู้ว่าพ่อแม่ของหญิงสาวปฏิเสธพ่อแม่ของเขาไม่ได้และเขาจำเป็นต้องหาผู้หญิงมาแต่งงานและตกลงกันได้จึงแต่งงานกันมาถึงตอนนี้ก็สามปีกว่าแล้วก็รักเหมือนน้องสาวและอยากให้เธอเจอผู้ชายดีๆสักคนมาดูแลเช้าวันถัดมามิรันดาตื่นแต่เช้าก็เดินทางไปสนามบินเพื่อขึ้นเครื่องบินไปภูเก็ตตามที่ได้นัดกับเพื่อนรักไว้ว่าจะดูแลความเรียบร้อยที่ร้านส่วนของใช้ในสปาจำพวกน้ำมันนวดทั้งหลายเธอส่งไปทางขนส่งเธอจึงเดินทางด้วยกระเป็นเดินทางใบเล็กใบเดียวเธอเลือกเสื้อผ้าเนื้อบางใส่สบายไม่ต้องรีดส่วนที่พักก็พักที่คอนโดของเพื่อนและในอนาคตก็อยากมีคอนโดเป็นของตัวเองสักห้องก็
“พ่อแม่พี่บ่นอยากมีหลานอีกแล้วล่ะสิ” อดิกันต์พูดยิ้มๆเขาไม่ได้เครียดเรื่องนี้เลยยังไงเขาก็มีลูกไม่ได้และเคยไปรีดน้ำเชื้อแล้วแต่น้ำเชื้อของเขาไม่แข็งแรงเพราะกินฮอโมนเพศหญิงมานานตั้งแต่สมัยเรียนและเขารับอย่างเดียวแต่อวัยวะเพศชายไม่ได้ฝ่อ“ค่ะ,มี่ไม่รู้จะตอบท่านยังไงแล้วค่ะ”“เดี๋ยวพี่จะเข้าไปคุยกับท่านเอง” อดิกันต์พูดขึ้นเขาตั้งใจจะบอกพ่อแม่หลายครั้งแล้วกลัวพวกท่านรับไม่ได้“ทำไมพี่เดียวไม่บอกท่านไปตรงๆเลยล่ะคะ ยิ่งนานไปมันจะทำให้พวกเราลำบากและพวกท่านก็มีความหวังที่ไม่มีทางสมหวังมี่สงสารท่านค่ะ” อารดาพูดกับสามีเบาๆเพราะปัญหานี้เริ่มตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาตอนนี้ก็เข้าปีใหม่มาสองเดือนแล้วท่านก็ยังพูดเรื่องทายาททุกรั้งที่เจอกัน“พี่ลองหลายครั้งแล้วแต่พอเห็นหน้าท่านพี่ก็พูดไม่ออกยิ่งท่านอยากได้ทายาทจากพี่อีก ช่วงนี้พี่ก็ยุ่งเรื่องงานต้องไปต่างประเทศและอามี่เองก็เพิ่งเปิดสาขาใหม่ที่ภูเก็ตพี่ว่าเราใช้เรื่องงานนี่แหละเดี๋ยวพี่จัดการเองอย่างน้อยก็ยืดเวลาออกไปได้อีกสักปีก็ยังดี”“ขอให้เป็นอย่างนั้นเถอะค่ะ”“งั้นพี่ไปนะนัดยอสไว้” อดิกันต์พูดจบก็ลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องอาหารโดยไม่แตะอาหารเย็นสักคำ“เฮ
เขมินทร์ก็เข้าไปดูงานที่สวนปาล์ม สวนยางและโรงงานรับซื้อปาล์มกับยางของนายหัวเข้มปู่ของเขาที่ทำมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตาทวดที่พังงาห่างจากสะพานสารสินไปประมาณยี่สิบกิโลเมตร ก่อนจะมาทำกิจการขนส่งข้ามชายแดนไทยมาเลย์เซียและฟาร์มเลี้ยงไข่มุก พอมายุคของนายหัวทศพลก็ทำโรงแรม ท่าเรือ มีเรือนำเที่ยวและเรือยอร์ชให้เช่า มีคลับหรูหลายแห่งและภรรยาคนแรกก็เปิดบริษัทผลิตเครื่องประดับไข่มุกที่ได้มาจากฟาร์มเลี้ยงไข่มุกแต่เธอเสียชีวิตไปก่อนเขาก็สานต่อจนมีชื่อเสียงด้วนไข่มุกอันดามันและเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในยุคของเขมินทร์ที่เข้ามาดูแลกิจการทุกอย่างของตระกูลธนกิตติศักดิ์“กลับภูเก็ตเลยทัต” วันนี้เขาทำงานทั้งวันก่อนซึ่งเป็นเรื่องปกติเหมือนทุกวันจะเวียนไปดูแลกิจการทุกที่หากไปไกลถึงเขาก็จะค้างแต่ถ้าไม่จำเป็นเขาก็จะกลับภูเก็ตซึ่งเป็นบ้านของเขาจะสลับนอนที่บ้านปู่บ้างคอนโดบ้างแล้วแต่สะดวก“ตู้ดด..”“ครับคุณโอปอล ตอนนี้คุณครามกำลังกลับครับอีกครึ่งชั่วโมงน่าจะถึงครับ ได้ครับ” พงษ์วางสายจากโอปอล “คุณโอปอลรออยู่ที่โรงแรมครับ”“งั้นไปที่โรงแรมเลย วันนี้เหนื่อยมากผมอยากพักผ่อน” เขมินทร์บอกคนสนิททั้งสองที่เหนื่อยไม่แพ้เขา
“ไปเถอะลูก” ทศพลพูดกับลูกชายแล้วยิ้มตามหลังเขมินทร์เดินออกไปจากห้องทำงานของพ่อเพื่อไปทานอาหารเช้าก่อนจะไปทำงานหากไม่มีความจำเป็นเขาจะไม่มาที่นี่เพราะไม่อยากเจอเมียของพ่อแต่วันนี้เขาจะไปดูงานที่ท่าเรือแล้วจะไปดูงานที่สวนปาล์ม สวนยาง โรงงานปาล์มและยางของปู่“จะกลับแล้วเหรอคะคุณคราม ไม่อยู่ทานอาหารเช้าก่อนเหรอคะ” ปานวาดทำธุระส่วนตัวเสร็จก็ลงมาชั้นล่างและลูกเลี้ยงก็กำลังจะกลับหรือเอาจริงๆเธอก็รอเขมินทร์เพื่อถามเรื่องงานของน้องชาย“ผมรีบไปทำงาน” ชายหนุ่มตอบห้วนๆ“แล้วเรื่องงานที่ท่าเรือของน้องชายน้าล่ะคะ” ปานวาดถามลูกเลี้ยงเพราะน้องชายมาขอทำงานที่ท่าเรือแต่สามีบอกว่าต้องถามลูกชายก่อนเพราะเขมินทร์เป็นคนดูแลงานทั้งหมด“เดี๋ยวผมจะดูให้แต่ต้องยื่นสมัครงานตามกฎของบริษัท” เขมินทร์ตอบเสียงเรียบเขาไม่ชอบการใช้เส้นสายเข้าทำงานและพนักงานทุกคนที่ทำงานกับเขาก็ทำด้วยความสามารถของตัวเองทั้งนั้น “ทำไมต้องสมัครล่ะบริษัทของเราเองและนายปาก็เป็นน้องชายแท้ๆของน้าแล้วจะมาช่วยดูแลเป็นหูเป็นตาที่บริษัทให้ก็ยิ่งดีสิคะ” ปาดวาดไม่พอใจแต่ไม่กล้าแสดงออกนอกหน้าเพราะอำนาจทั้งหลายอยู่ในมือลูกชายคนโตของสามีส่วนลูกสาวของ







