เข้าสู่ระบบ“ก็รอดูว่าพวกท่านจะฟังพี่เดียวหรือเปล่าน่ะ” รอบนี้เธอคิดว่าอาจจะยากหน่อยเพราะพวกท่านให้เวลามาสามปีแล้วตอนนี้เธอมีร้านสปาสามสาขาที่กรุงเทพ หัวหินและเพิ่งร่วมหุ้นเปิดที่ภูเก็ตกับเพื่อนรักเมื่อสามเดือนก่อนและกำลังไปได้สวยเพราะมีเพื่อนรักอีกคนเป็นดาราดังเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้สปาของเธอทั้งสามร้านซึ่งที่กรุงเทพเธอดูแลเอง ส่วนหัวหินมีพ่อกับแม่ดูและภูเก็ตร่วมหุ้นกับไรวินเพราะเป็นคนในพื้นที่และพ่อของเพื่อนเป็นคนกว้างขวางและเป็นที่รู้จักในเมืองภูเก็ตเป็นอย่างดี
“ฉันขอให้หล่อนได้เป็นไทเสียทีนะอามี่ แต่งงานทั้งทีไม่ได้สัมผัสความฟินเสียดายแย่เลยแกเอ้ยเป็นคนอื่นถูกจิ้มพรุนไปแล้ว” ไรวินว่าเพื่อนที่แต่งงานมาสามปีกว่ายังบริสุทธิ์ผุดผ่อง
“ก็ดีกว่าฉันเสียจิ้นให้เกย์ไม่ใช่เหรอแก” มิรันดายิ้มให้เพื่อนขำๆเพราะเธอรู้อยู่ก่อนแล้วว่าอดิกันต์เป็นเกย์ต่างก็แต่งงานเพื่อผลประโยชน์ซึ่งเขาก็นชรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายทุกอย่างในบ้านและยังให้เงินเดือนเธอเดือนละหนึ่งแสนไม่รวมให้ไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกันแต่ต้องมีแฟนเขาไปด้วยซึ่งเธอก็ชอบและล่าสุดยังให้เงินเธอไปลงทุนทำสปากับเพื่อนอีกตั้งแต่แต่งงานกันมาไม่เคยมีปัญหาเลยยกเว้นเรื่องมีทายาทเท่านั้น
“ก็จริงของแก ไม่งั้นแกจะไม่รู้ว่ามันมันสุดยอดแค่ไหน ฮิฮิๆๆ..”
“พอๆๆ แกจะพูดแต่เรื่องใต้สะดือหรือไงล่ะ เอาไว้เสร็จเรื่องแล้วฉันจะโทรบอกแกอีกทีว่าจะไปวันไหน” มิรันดาบอกเพื่อนซึ่งเธอต้องจัดการเรื่องร้านสปาที่กรุงเทพกับหัวหินให้เรียบร้อยก่อน
“โอเคจ้ะอามี่ ฝันดีนะจ้ะเพื่อนรัก”
“ฝันดีจะวีน่าคนสวย” มิรันดาวางสายจากเพื่อนแล้วบิดขี้เกียจไปมาแล้วลุกขึ้นเดินขึ้นไปชั้นบนปล่อยให้แม่บ้านกับลูกสาวปิดบ้านแล้วเข้านอนคนเดียวเหมือนทุกวัน
เวลาผ่านไปหนึ่งอาทิตย์
พรุ่งนี้วิรันดาจะไปภูเก็ตตามที่ได้นัดเพื่อนไว้และคืนนี้เธอต้องไปรับประทานอาหารที่บ้านของพ่อแม่สามีที่บอกว่าจะมารับเธอที่ร้านไปด้วยกันและร้านสปาของเธอก็อยู่กลางเมืองแหล่งเศรฐกิจมีทั้งห้างหรูโรงแรมพลุกพล่านตลอดเวลาเธอจึงเปิดสิบนาฬิกาสายและปิดห้าทุ่มมีนักท่องเที่ยวทั้งชายไทยและต่างชาติมาใช้บริการ
“มี่ไปก่อนนะวิม” เจ้าของร้านคนสวยเดินมาบอกเพื่อนที่นวดอโรม่าอยู่ในห้องส่วนตัว
“โอเคแก เสร็จแล้วจะโทรหานะ” วิมวิภา มานะสวัสดิ์ หรือ วิม ดาราสาวคนดังที่รับทั้งบทนางเอกและบางทีก็รับบนนางร้ายที่เป็นตัวเอกของเรื่องและแต่งงานกับนายตำรวจหนุ่มหล่ออนาคตไกลลูกชายอดีตผบ.ตร.มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคนวัยหนึ่งขวบครึ่ง
“โอเคจ้ะ” เมื่อบอกเพื่อนแล้ววิรันดาก็เดินเข้าไปในห้องทำงานเล็กของเธอแล้วเดินออกมาบอกผู้จัดการร้านที่บุกเบิกมาตั้งแต่เปิดร้านมาถึงตอนนี้ก็ห้าปีแล้ว “มี่กลับก่อนนคะพี่โบว์”
“ค่ะคุณมี่” โบว์ตอบเจ้านายสาวแล้วยิ้มหลังจากเลิกกับสามีที่หนีไปอยู่กับเมียน้อยเธอก็ไม่มีงานทำหากตอนนั้นมิรันดาไม่ให้โอกาสเธอตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเลี้ยงลูกชายคนเดียวไหวหรือเปล่าจึงสำนึกบุญคุณทำงานอย่างซื่อสัตย์มาตลอดห้าปีและจะทำต่อไปจนกว่าเจ้านายสาวจะเลิกจ้าง
มิรันดาเดินออกไปหน้าร้านก็ขึ้นรถของสามีที่จอดรอแล้วทั้งสองก็ตรงกลับบ้านพ่อแม่ของอดิกันต์และทิ้งรถของตัวเองจอดไว้ที่ร้านแต่มีรปภ.ดูแลอยู่ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงจึงไม่ต้องกลัวหาย
“พรุ่งนี้มี่จะไปภูเก็ตนะคะพี่เดียว” มิรันดาบอกสามีกลัวเขาจะลืม
“จริงสิถ้าอามี่ไม่บอกพี่ลืมไปแล้วนะเนี่ย”
“เรื่องของมี่ พี่เดียวก็ลืมตลอดแหละค่ะ” เสียงหวานกระเซ้าสามียิ้มๆ
“ก็ไม่ได้ทุกเรื่องหรอกน่าน้องสาวที่รัก เดี๋ยวพี่โอนเงินให้นะอามี่จะได้เที่ยวให้สนุก” อดิกันต์ใจป้ำเสมอกับภรรยาเพราะมิรันดาเข้าใจเขามากกว่าใครคอยช่วยเหลือเขามาตลอด
“ไม่ต้องค่ะพี่เดียวมี่แค่บอกเฉยๆมี่ยังมีอยู่ค่ะ”
“ไม่เป็นไรพี่เต็มใจให้เรา แล้วเดี๋ยวพี่พูดอะไรอามี่ก็เออออตามละกันนะครับ”
“ได้ค่ะ” ถึงเธอจะปฏิเสธเดี๋ยวเขาก็โอนเงินให้อยู่ดี
เมื่อถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ย่านตากสินอดิกันต์ก็จอดรถที่ลานจอดแล้วทั้งสองก็เข้าไปในบ้านก็เจอพ่อแม่และพี่สาวพี่เขยนั่งคุยกันอยู่ในห้องนั่งเล่นมีหลานสาวหลานชายนั่งเล่นของเล่นอยู่มุมห้อง
“สวัสดีครับ/คะคุณพ่อคุณแม่ พี่ดิว พี่ก้อง น้องกานต์ น้องเกล” สองสามีภรรยายกมือไหว้พ่อแม่พี่สาวพี่เขยและทักทายหลานทั้งสอง
“สวัสดีครับ/ค่ะน้าเดียวน้าอามี่” เด็กน้อยทั้งสองยกมือไหว้น้าชายน้าสะใภ้อย่างน่ารัก
“นี่ถ้าพ่อไม่โทรไปตามแกก็ไม่มากินข้าวด้วยสินะตาเดียว งานน่ะเพลาๆลงบ้างสนใจครอบครัวด้วยไม่ใช่ผัวบ้างานเมียก็บ้าตามกันแบบนี้แล้วเมื่อไหร่จะมีลูกกันสักทีล่ะ” นายอติเทพบ่นลูกชายที่บ้างานไหนจะที่บริษัทของครอบครัวไหนจธุรกิจที่ลูกชายทำเองอีกแล้วจะเอาเวลาไหนมีลูก
“โธ่คุณพ่อครับงานของผมกำลังขยายตลาดผมยังไม่พร้อมจะมีลูกตอนนี้และอามี่เองก็ยุ่งผมคิดว่าปีหน้าเราน่าจะพร้อมครับตอนนี้คุณพ่อคุณแม่ก็มีหลานตั้งสองคนแล้วนี่ครับ” อดิกันต์ตอบพ่อสบายๆเขาไม่คิดจะมีลูกอยู่แล้ว
“ปีที่แล้วแกก็พูดแบบนี้นะตาเดียว” อติเทพว่าลูกชายเมื่อปีที่แล้วก็พูดแบบนี้
“นั่นสิลูกเดียว ลูกกับหนูอามี่ไม่มีเวลาพ่อกับแม่จะช่วยเลี้ยงให้เองลูก” สรัญญาพูดกับลูกชายลูกสะใภ้เพราะแต่งงานกันมาสามปีแล้วขนาดลูกสาวแต่งงานมาหกปีตอนนี้มีลูกสองคนแล้ว
“เอาไว้ผมพร้อมเมื่อไหร่ผมจะมีหลานให้คุณพ่อคุณแม่นะครับ อาจจะปีหน้าก็ได้ครับใช่มั้ยอามี่” อดิกันต์หันไปถามภรรยาที่นั่งฟังเพลิน
“ค่ะพี่เดียว”
“ถ้าแกทำไม่ได้พ่อจะยกสมบัติให้น้องกานต์ น้องเกลให้หมดเลยคอยดู” อติเทพขู่ลูกชายหากยังไม่มีหลายให้เขาจะไม่ยกสมบัติให้
“ไม่เป็นไรครับพ่อ ผมเกาะน้องกานต์น้องเกลกินก็ได้ครับ น้องกานต์น้องเกลเลี้ยงน้าเดียวได้มั้ยครับ” อดิกันต์ถามหลานทั้งสองยิ้มๆ
“ได้เลยครับน้าเดียว” คนเป็นหลานก็ไม่รู้ว่าน้าจะให้เลี้ยงขนมก็ตอบรับอย่างยินดี
“ไปกินข้าวกันเถอะลูก” สรัญญาบอกลูกสาวและลูกสะใภ้
จากนั้นทุกคนก็ย้ายไปที่ห้องอาหารและบ้านหลังนี้มีอรกานต์กับสามีอาศัยอยู่กับพ่อแม่เพราะกษิดิชเป็นเด็กกำพร้าและเขาตั้งใจเรียนจนกระทั่งได้เป็นหมอสมใจและรักกับอรกานต์มาตั้งแต่สมัยเรียนและแต่งงานกันเมื่อหกปีก่อนจึงย้ายมาอยู่บ้านภรรยาตามคำขอของพ่อแม่ภรรยา ส่วนอดิกันต์ซื้อบ้านใหม่ขอแยกไปอยู่กับภรรยา เมื่อรับประทานอาหารอิ่มแล้วก็ไปนั่งคุยกันต่อพักใหญ่สองสามีภรรยาก็ขอตัวกลับบ้าน
“ถ้าว่างก็มากินข้าวกับแม่อีกนะหนูอามี่”
“ค่ะคุณแม่ มี่กลับก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ” มิรันดายกมือไหว้พ่อแม่และพี่สาวพี่เขยของสามี
“แล้วเจอกกันจ้ะอามี่” อรกานต์ยิ้มให้น้องสะใภ้อย่างเอ็นดูและเห็นใจที่ถูกกดดันให้มีลูก
“ค่ะพี่ดิว น้ามี่ไปก่อนนะคะน้องกานต์ น้องเกล” มิรันดารับไหว้หลานทั้งสองแล้วเดินออกไปจากห้องนั่งเล่นพร้อมสามี
เมื่อขึ้นรถแล้วสองสามีภรรยาก็ถอนหายใจขึ้นพร้อมกันที่ครั้งนี้รอดไปอีกสิบเดือนกว่าจะถึงปีหน้าก่อนจะมองหน้ากันแล้วยิ้มที่ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดีก็แค่วันนี้ตราบใดที่อดิกันต์ไม่สารภาพความจริงก็จะถูกพ่อแม่ของเขากดดันทุกปี
“ดีนะคะที่คุณพ่อคุณแม่ยอมตามที่พี่เดียวขอ ไม่งั้นเราสองคนแย่แน่ๆค่ะ” มิรันดาพูดกับสามีอย่างโล่งใจที่ไม่ต้องกลัวพ่อแม่สามีกดกันอีกสิบเดือนก่อนจะถึงปีใหม่
“ถ้าปีหน้าถูกถามอีกพี่คงต้องบอกความจริงกับคุณพ่อคุณแม่ ยกเว้นอามี่เจอผู้ชายที่ใช่แล้วอยากใช้ชีวิตครอบครัวด้วยกันพี่ก็จะหย่าให้ครับ” เขาก็รอว่าเมื่อไหร่ภรรยาสาวจะเจอคนที่ใช่เพราะเขาเอาเปรียบเธอมานานแล้วอยากให้มิรันดามีความสุข
“มี่ยังสนุกกับงานอยู่ค่ะ ยังไม่คิดจะมีใครตอนนี้เอาเป็นว่าพี่เดียวว่ายังไงมี่ก็ว่าตามค่ะ” ก็ลงเรือลำเดียวมาด้วยกันแล้วว่าไงก็ต้องว่าตามกัน
“ขอบใจมากนะอามี่”
“มี่ก็ขอบคุณพี่เดียวด้วยค่ะ ถ้าพี่เดียวไม่สนับสนุนมี่ป่านนี้ร้านสปาของมี่คงเจ้งไปแล้วค่ะ” มิรันดายิ้มให้สีหนุ่มที่ช่วยเหลือเธอทุกอย่างจนสามารถเลี้ยงครอบครัวได้และพ่อแม่ของเธอก็ย้ายไปอยู่หัวหินเพราะพี่ชายแต่งงานกับดารัตน์และไปช่วยดูแลรีสอร์ทของพ่อตาเพราะมีลูกสาวคนเดียวและพ่อกับแม่ก็ดูแลร้านสปาให้เธอจึงซื้อบ้านหลังเล็กอยู่ที่หัวหินใกล้บ้านพี่ชาย
“อามี่ก็ช่วยพี่มาตลอดนี่นาถือว่าเจ้ากันไปละกัน” เขาไม่ได้เสียดายเงินถึงมิรันดาจะแต่งงานเพราะเงินเขาก็รู้ว่าพ่อแม่ของหญิงสาวปฏิเสธพ่อแม่ของเขาไม่ได้และเขาจำเป็นต้องหาผู้หญิงมาแต่งงานและตกลงกันได้จึงแต่งงานกันมาถึงตอนนี้ก็สามปีกว่าแล้วก็รักเหมือนน้องสาวและอยากให้เธอเจอผู้ชายดีๆสักคนมาดูแล
เช้าวันถัดมา
มิรันดาตื่นแต่เช้าก็เดินทางไปสนามบินเพื่อขึ้นเครื่องบินไปภูเก็ตตามที่ได้นัดกับเพื่อนรักไว้ว่าจะดูแลความเรียบร้อยที่ร้านส่วนของใช้ในสปาจำพวกน้ำมันนวดทั้งหลายเธอส่งไปทางขนส่งเธอจึงเดินทางด้วยกระเป็นเดินทางใบเล็กใบเดียวเธอเลือกเสื้อผ้าเนื้อบางใส่สบายไม่ต้องรีดส่วนที่พักก็พักที่คอนโดของเพื่อนและในอนาคตก็อยากมีคอนโดเป็นของตัวเองสักห้องก็ไม่รู้ว่าจะมีปัญญาซื้อหรือเปล่าเพราะแพงมาก เมื่อถึงสนามบินภูเก็ตสาวสวยหุ่นนางแบบอรชรอ้อนแอ้นหน้าตาสะสวยผมยาวสลวยคลอเคลียแผ่นหลังใบหน้าสวยหวานซึ้งมีลักยิ้มทั้งสองแก้มริมฝีปากรูปกะรจับอิ่มสีชมพูระเรื่อใส่แว่นตาดำปกปิดดวงตาใส่เสื้อดรอปสีดำกางเกงยีนส์เอวสูงเข้ารูปสวมรองเท้าส้นสูงสีดำสะพายกระเป๋าเป้ใบขนาดพอดีตัวลากกระเป๋าเดินทางสีเหลืองเดินออกมาจากทางออกผู้โดยสารมองหาเพื่อนรักที่บอกว่าจะมารับและเจ้าตัวก็ไม่รู้ว่าตกอยู่ในสายตาของหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มองเธออย่างสนใจ
“ไหนบอกว่าจะมารอไง แล้วอยู่ไหนล่ะ” เสียงหวานบ่นเบาๆกวาดสายตามองหาเพื่อนก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาเพื่อโทรหาเพื่อนรัก
“อามี่”
“อุ้ยนังบ้าตกใจหมดเลย” มิรันดาอุทานออกมาด้วยความตกใจเพราะจดจ่อกับโทรศัพท์เพื่อโทรหาเพื่อน
“โอ๋ๆขวัญมานะแก” ไรวินกอดเพื่อนสาวอย่างขำๆความจริงเขามานั่งรอเพื่อนที่ร้านกาแฟได้ครึ่งชั่วโมงแล้วปวดปัสสาวะก็เลยไปห้องน้ำพอออกมาเห็นเพื่อนหันซ้ายหันขวาจึงแกล้งเรียกเสียงดัง
“ปล่อยเลยแกดูสิคนมองทั้งสนามบินแล้ว” มิรันดาว่าเพื่อนเมื่อเห็นทุกคนมองกับเพื่อนรัก
“เอ่อลืมไปแก ไปกันเถอะ” สองหนุ่มสาวก็เดินออกไปจากสนามบินตรงไปคอนโดของไรวินที่อยู่ทางใต้สุดของหาดป่าตองซึ่งมีทั้งคนไทยและคนต่างชาติเป็นเจ้าของซึ่งมีราคาแพงเพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอีกแห่งหนึ่งของภาคใต้
เมื่อถึงคอนโดหรูไรวินก็เลี้ยวรถเข้าไปวนขึ้นไปจอดในที่จอดของเขาที่อยู่ชั้นสองและกำลังจะเลี้ยวไปยังช่องจอดก็มีรถหรูขับสวนออกเลนออกมาทำให้เบรกไม่ทันก็ชนกันเสียงดัง
“โครมม..”“ว้ายย!!../เอ้ยยย!!..”“กรี๊ดดด...”คนในรถทั้งสองฝ่ายต่างก็ร้องออกมาเสียงดังด้วยความตกใจเมื่อรถทั้งสองคันปะทะกันแม้ไม่แรงมากแต่ก็พอประมาณเพราะคันที่ขับย้อนศรมาขับเร็ว“แกเป็นไรมั้ยอามี่ ฮ่าๆๆ..” ไรวินหันไปมองเพื่อนที่ตกใจจนแว่นตาเอียงกระเท่เร่ด้วยความขำอย่างกลั้นไม่อยู่“มะ ไม่เป็นไรแล้วแกล่ะนังวิน รถถูกชนยังหัวเราะได้อีก" มิรันดาได้สติหันไปมองเพื่อนและโชคดีที่ทั้งสองไม่เป็นไรเพราะถูกชนหน้ารถฝั่งคนขับแต่ยังหัวเราะออกมาได้อีก“ฉันโอเคแก” ไรวินสะบัดศีรษะไปมาแล้วเปิดประตูรถลงไปดูความเสียหายของรถที่ถูกชนฝ่ายเจ้าของรถที่ขับย้อนศรไปชนเขายังมึนเพราะแรงกระแทกทำให้ถุงลมเด้งออกมากระทกหน้าพอหายตกใจก็เปิดประตูรถลงมาดูรถของเธอเช่นกัน“นี่นายขับรถประสาอะไรถึงไม่ดูทางฮ้ะ” สาวสวยสุดเซ็กซี่ในชุดสีขาวอวดสองเต้าแทบทะลักออกมาจากบราเซียลงมาดูรถขอตัวเองแล้วปรี๊ดแตกเพราะรถคันนี้ราคาสิบเอ็ดล้านเพิ่งขับได้ไม่ถึงสามเดือน“ฉันนี่นะขับรถไม่ดูทาง” ไรวินชี้มือเข้าหาตัวเองทั้งที่ตัวเองเลี้ยวตามลูกศรอย่างถูกต้องแต่ถูกยังไฮโซปอนด์ว่าผิด“ถ้าไม่ใช่นายแล้วจะเป็นใครล่ะ” ปาริตาพูดอย่างไม่พอใจที่ทำให้รถของเธอเส
“ก็รอดูว่าพวกท่านจะฟังพี่เดียวหรือเปล่าน่ะ” รอบนี้เธอคิดว่าอาจจะยากหน่อยเพราะพวกท่านให้เวลามาสามปีแล้วตอนนี้เธอมีร้านสปาสามสาขาที่กรุงเทพ หัวหินและเพิ่งร่วมหุ้นเปิดที่ภูเก็ตกับเพื่อนรักเมื่อสามเดือนก่อนและกำลังไปได้สวยเพราะมีเพื่อนรักอีกคนเป็นดาราดังเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้สปาของเธอทั้งสามร้านซึ่งที่กรุงเทพเธอดูแลเอง ส่วนหัวหินมีพ่อกับแม่ดูและภูเก็ตร่วมหุ้นกับไรวินเพราะเป็นคนในพื้นที่และพ่อของเพื่อนเป็นคนกว้างขวางและเป็นที่รู้จักในเมืองภูเก็ตเป็นอย่างดี“ฉันขอให้หล่อนได้เป็นไทเสียทีนะอามี่ แต่งงานทั้งทีไม่ได้สัมผัสความฟินเสียดายแย่เลยแกเอ้ยเป็นคนอื่นถูกจิ้มพรุนไปแล้ว” ไรวินว่าเพื่อนที่แต่งงานมาสามปีกว่ายังบริสุทธิ์ผุดผ่อง“ก็ดีกว่าฉันเสียจิ้นให้เกย์ไม่ใช่เหรอแก” มิรันดายิ้มให้เพื่อนขำๆเพราะเธอรู้อยู่ก่อนแล้วว่าอดิกันต์เป็นเกย์ต่างก็แต่งงานเพื่อผลประโยชน์ซึ่งเขาก็นชรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายทุกอย่างในบ้านและยังให้เงินเดือนเธอเดือนละหนึ่งแสนไม่รวมให้ไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกันแต่ต้องมีแฟนเขาไปด้วยซึ่งเธอก็ชอบและล่าสุดยังให้เงินเธอไปลงทุนทำสปากับเพื่อนอีกตั้งแต่แต่งงานกันมาไม่เคยมีปัญหาเลยยกเว้นเ
“ขอบใจมากนะอามี่”“มี่ก็ขอบคุณพี่เดียวด้วยค่ะ ถ้าพี่เดียวไม่สนับสนุนมี่ป่านนี้ร้านสปาของมี่คงเจ้งไปแล้วค่ะ” มิรันดายิ้มให้สีหนุ่มที่ช่วยเหลือเธอทุกอย่างจนสามารถเลี้ยงครอบครัวได้และพ่อแม่ของเธอก็ย้ายไปอยู่หัวหินเพราะพี่ชายแต่งงานกับดารัตน์และไปช่วยดูแลรีสอร์ทของพ่อตาเพราะมีลูกสาวคนเดียวและพ่อกับแม่ก็ดูแลร้านสปาให้เธอจึงซื้อบ้านหลังเล็กอยู่ที่หัวหินใกล้บ้านพี่ชาย“อามี่ก็ช่วยพี่มาตลอดนี่นาถือว่าเจ้ากันไปละกัน” เขาไม่ได้เสียดายเงินถึงมิรันดาจะแต่งงานเพราะเงินเขาก็รู้ว่าพ่อแม่ของหญิงสาวปฏิเสธพ่อแม่ของเขาไม่ได้และเขาจำเป็นต้องหาผู้หญิงมาแต่งงานและตกลงกันได้จึงแต่งงานกันมาถึงตอนนี้ก็สามปีกว่าแล้วก็รักเหมือนน้องสาวและอยากให้เธอเจอผู้ชายดีๆสักคนมาดูแลเช้าวันถัดมามิรันดาตื่นแต่เช้าก็เดินทางไปสนามบินเพื่อขึ้นเครื่องบินไปภูเก็ตตามที่ได้นัดกับเพื่อนรักไว้ว่าจะดูแลความเรียบร้อยที่ร้านส่วนของใช้ในสปาจำพวกน้ำมันนวดทั้งหลายเธอส่งไปทางขนส่งเธอจึงเดินทางด้วยกระเป็นเดินทางใบเล็กใบเดียวเธอเลือกเสื้อผ้าเนื้อบางใส่สบายไม่ต้องรีดส่วนที่พักก็พักที่คอนโดของเพื่อนและในอนาคตก็อยากมีคอนโดเป็นของตัวเองสักห้องก็
“พ่อแม่พี่บ่นอยากมีหลานอีกแล้วล่ะสิ” อดิกันต์พูดยิ้มๆเขาไม่ได้เครียดเรื่องนี้เลยยังไงเขาก็มีลูกไม่ได้และเคยไปรีดน้ำเชื้อแล้วแต่น้ำเชื้อของเขาไม่แข็งแรงเพราะกินฮอโมนเพศหญิงมานานตั้งแต่สมัยเรียนและเขารับอย่างเดียวแต่อวัยวะเพศชายไม่ได้ฝ่อ“ค่ะ,มี่ไม่รู้จะตอบท่านยังไงแล้วค่ะ”“เดี๋ยวพี่จะเข้าไปคุยกับท่านเอง” อดิกันต์พูดขึ้นเขาตั้งใจจะบอกพ่อแม่หลายครั้งแล้วกลัวพวกท่านรับไม่ได้“ทำไมพี่เดียวไม่บอกท่านไปตรงๆเลยล่ะคะ ยิ่งนานไปมันจะทำให้พวกเราลำบากและพวกท่านก็มีความหวังที่ไม่มีทางสมหวังมี่สงสารท่านค่ะ” อารดาพูดกับสามีเบาๆเพราะปัญหานี้เริ่มตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาตอนนี้ก็เข้าปีใหม่มาสองเดือนแล้วท่านก็ยังพูดเรื่องทายาททุกรั้งที่เจอกัน“พี่ลองหลายครั้งแล้วแต่พอเห็นหน้าท่านพี่ก็พูดไม่ออกยิ่งท่านอยากได้ทายาทจากพี่อีก ช่วงนี้พี่ก็ยุ่งเรื่องงานต้องไปต่างประเทศและอามี่เองก็เพิ่งเปิดสาขาใหม่ที่ภูเก็ตพี่ว่าเราใช้เรื่องงานนี่แหละเดี๋ยวพี่จัดการเองอย่างน้อยก็ยืดเวลาออกไปได้อีกสักปีก็ยังดี”“ขอให้เป็นอย่างนั้นเถอะค่ะ”“งั้นพี่ไปนะนัดยอสไว้” อดิกันต์พูดจบก็ลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องอาหารโดยไม่แตะอาหารเย็นสักคำ“เฮ
เขมินทร์ก็เข้าไปดูงานที่สวนปาล์ม สวนยางและโรงงานรับซื้อปาล์มกับยางของนายหัวเข้มปู่ของเขาที่ทำมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตาทวดที่พังงาห่างจากสะพานสารสินไปประมาณยี่สิบกิโลเมตร ก่อนจะมาทำกิจการขนส่งข้ามชายแดนไทยมาเลย์เซียและฟาร์มเลี้ยงไข่มุก พอมายุคของนายหัวทศพลก็ทำโรงแรม ท่าเรือ มีเรือนำเที่ยวและเรือยอร์ชให้เช่า มีคลับหรูหลายแห่งและภรรยาคนแรกก็เปิดบริษัทผลิตเครื่องประดับไข่มุกที่ได้มาจากฟาร์มเลี้ยงไข่มุกแต่เธอเสียชีวิตไปก่อนเขาก็สานต่อจนมีชื่อเสียงด้วนไข่มุกอันดามันและเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในยุคของเขมินทร์ที่เข้ามาดูแลกิจการทุกอย่างของตระกูลธนกิตติศักดิ์“กลับภูเก็ตเลยทัต” วันนี้เขาทำงานทั้งวันก่อนซึ่งเป็นเรื่องปกติเหมือนทุกวันจะเวียนไปดูแลกิจการทุกที่หากไปไกลถึงเขาก็จะค้างแต่ถ้าไม่จำเป็นเขาก็จะกลับภูเก็ตซึ่งเป็นบ้านของเขาจะสลับนอนที่บ้านปู่บ้างคอนโดบ้างแล้วแต่สะดวก“ตู้ดด..”“ครับคุณโอปอล ตอนนี้คุณครามกำลังกลับครับอีกครึ่งชั่วโมงน่าจะถึงครับ ได้ครับ” พงษ์วางสายจากโอปอล “คุณโอปอลรออยู่ที่โรงแรมครับ”“งั้นไปที่โรงแรมเลย วันนี้เหนื่อยมากผมอยากพักผ่อน” เขมินทร์บอกคนสนิททั้งสองที่เหนื่อยไม่แพ้เขา
“ไปเถอะลูก” ทศพลพูดกับลูกชายแล้วยิ้มตามหลังเขมินทร์เดินออกไปจากห้องทำงานของพ่อเพื่อไปทานอาหารเช้าก่อนจะไปทำงานหากไม่มีความจำเป็นเขาจะไม่มาที่นี่เพราะไม่อยากเจอเมียของพ่อแต่วันนี้เขาจะไปดูงานที่ท่าเรือแล้วจะไปดูงานที่สวนปาล์ม สวนยาง โรงงานปาล์มและยางของปู่“จะกลับแล้วเหรอคะคุณคราม ไม่อยู่ทานอาหารเช้าก่อนเหรอคะ” ปานวาดทำธุระส่วนตัวเสร็จก็ลงมาชั้นล่างและลูกเลี้ยงก็กำลังจะกลับหรือเอาจริงๆเธอก็รอเขมินทร์เพื่อถามเรื่องงานของน้องชาย“ผมรีบไปทำงาน” ชายหนุ่มตอบห้วนๆ“แล้วเรื่องงานที่ท่าเรือของน้องชายน้าล่ะคะ” ปานวาดถามลูกเลี้ยงเพราะน้องชายมาขอทำงานที่ท่าเรือแต่สามีบอกว่าต้องถามลูกชายก่อนเพราะเขมินทร์เป็นคนดูแลงานทั้งหมด“เดี๋ยวผมจะดูให้แต่ต้องยื่นสมัครงานตามกฎของบริษัท” เขมินทร์ตอบเสียงเรียบเขาไม่ชอบการใช้เส้นสายเข้าทำงานและพนักงานทุกคนที่ทำงานกับเขาก็ทำด้วยความสามารถของตัวเองทั้งนั้น “ทำไมต้องสมัครล่ะบริษัทของเราเองและนายปาก็เป็นน้องชายแท้ๆของน้าแล้วจะมาช่วยดูแลเป็นหูเป็นตาที่บริษัทให้ก็ยิ่งดีสิคะ” ปาดวาดไม่พอใจแต่ไม่กล้าแสดงออกนอกหน้าเพราะอำนาจทั้งหลายอยู่ในมือลูกชายคนโตของสามีส่วนลูกสาวของ







