Masukเขาแทบสะอึก เลิกคิ้วขึ้นแล้วหรี่ตาลง มองผู้หญิงสวยเฉี่ยวตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ เธอแต่งตัวสวย โชว์เนื้อหนังมังสาเล็กน้อย ชวนให้อยากค้นหา บุคลิกมั่นใจ คำแนะนำตัวของเธอในตอนแรก ฟังดูไม่เหมือนกับคนที่คิดจะขึ้นเตียงกับเขา
“เพราะอะไรครับ?”
“บอกตามตรงนะคะ ตอนนี้ฟาร์มของฉันตกอยู่ในภาวะวิกฤตด้านการเงิน ก่อนหน้านี้วัวในฟาร์มติดโรคระบาดล้มหายตายไปส่วนหนึ่ง ตอนหลังยังมาถูกปฏิเสธการรับซื้อน้ำนมดิบจากขาประจำทำให้การเงินซวนเซ ได้ยินว่าบริษัทวินเนอร์กำลังมีโปรเจกจะทำผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับน้ำนมวัวก็เลยอยากจะมาเสนอน้ำนมดิบที่ฟาร์มแต่เลขาหน้าห้องของคุณบอกว่ายังไม่ได้เริ่มโปรเจก คุณก็เลยไม่ให้ฉันเข้าพบ”
“ติดต่อธุรกิจไม่ได้ คุณเลยคิดจะขายตัวให้ผมเหรอ?”
“ก็ไม่เชิงค่ะ ฉันไม่รับเงินจากคุณ แต่จะขอแลกเปลี่ยนเป็นความช่วยเหลือทางธุรกิจแทน”
เขากวาดสายตามองผู้หญิงตรงหน้า “ผมเพิ่งเคยเห็นคุณเป็นครั้งแรก คุณก็มาเสนอตัวแล้ว คิดเหรอว่าผมจะตกลงง่ายๆ”
เธอถอนหายใจ แต่ยังจ้องตาเขาไม่ลดละ “ฉันรู้ค่ะว่าคุณมีผู้หญิงเข้าหามากมาย สวย เก่ง ร่ำรวย มีทุกรูปแบบ แต่คุณเป็นคนไม่ชอบผูกมัด ดังนั้นผู้หญิงที่คุณตกลงนอนด้วยคุณจึงบอกพวกเธอเอาไว้แล้วว่าคุณจะคบกับพวกเธอไม่เกินสามเดือน”
“คุณรู้เรื่องผมดีแบบนี้ คงคิดอยู่นานแล้วสินะ” สายตาของเขาเย้ยหยัน ในใจนึกเสียดายความสาวความสวยของเธอ ผู้หญิงที่พร้อมจะเอาตัวเข้าแลก ไม่น่าสนใจเลยสักนิด
“ค่ะ ฉันคิดแล้วคิดอีกว่าถ้าเกิดคุยธุรกิจกับคุณดีๆ ไม่ได้ก็คงต้องทำแบบนี้ ถ้าคุณตกลงฉันจะยอมนอนกับคุณสามเดือนแลกกับสัญญาค้าขายห้าปี”
“คุณมั่นใจเหรอว่าผมจะตอบรับ?”
“ก็ไม่เชิงค่ะ ฉันไม่ได้คิดจะมารวบรัด ฉันรู้ว่าคุณจะต้องสืบเบื้องหลังของฉันก่อนแน่ ฉันจะให้เวลาคุณสิบวันเพื่อตัดสินใจค่ะ ถ้าคุณไม่ตกลง ฉันคงต้องไปหาทางอื่น” เธอพูดพร้อมกับยื่นนามบัตรส่งให้
ธเนศรับนามบัตรของเธอมาใส่ในกระเป๋าเสื้อนอก รูปร่างหน้าตาเธอช่างถูกใจแต่เขาต้องระวังเรื่องความปลอดภัยมาเป็นอันดับหนึ่ง คงต้องสืบประวัติเธอให้ชัดเจนเสียก่อน
“ถ้าในสิบวันผมไม่โทรไปก็แสดงว่าผมปฏิเสธเงื่อนไขของคุณนะครับ”
“ค่ะ ตกลงตามนี้”
ธเนศยื่นนามบัตรของพรรษาให้กับวิษณุเลขานุการและบอดี้การ์ดส่วนตัว “นิว ไปสืบดูที ฉันอยากรู้เรื่องพรรษาอย่างละเอียด”
“ชื่อนี้เพิ่งมาขอพบบอสเมื่อสัปดาห์ก่อนนี่ครับ?”
“ใช่ พอฉันไม่ให้พบก็ไปดักฉันที่เพลย์บาร์ แถมยังเสนอตัวเป็นคู่นอนให้ฉันด้วยสามเดือน” ธเนศเอ่ยชื่อผับประจำที่เขามักจะนัดพบกับเพื่อนฝูง
“อ๊ะ! เอายังงั้นเลยเหรอครับ?”
“ฉันเพิ่งรู้นะว่าคนมาขอพบเป็นสาวสวย ไม่งั้นก็คงจะยอมให้พบแล้ว”
วิษณุยิ้มน้อยๆ “บอสไม่ถาม ผมก็เลยไม่ได้บอกครับ”
ธเนศยกมือขึ้นชี้หน้า “คราวหลัง ถ้าคนมาขอพบเป็นผู้หญิงสวยๆ แกต้องบอกฉันนะ พลาดคนสวยระดับนี้ไป เสียดายแย่”
“โปรเจกผลิตภัณฑ์นมเรายังไม่เริ่มเลยนะครับ บอสพบกับเธอไปก็คงตกลงอะไรไม่ได้”
“ฉันไม่ได้คิดจะตกลงกับเธอเรื่องธุรกิจซะหน่อย เอาล่ะๆ ไปสืบมาได้แล้ว ฉันอยากรู้ว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงมาเสนอตัวให้ฉัน?”
ธเนศขอแฟ้มโปรเจกการทำผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับนมออกมาดู คำพูดของพรรษายังคงวนเวียนอยู่ในหัว ข้อแลกเปลี่ยนของเธอคือให้เขาทำสัญญารับซื้อน้ำนมดิบจากฟาร์มของเธอเป็นเวลาห้าปี
‘ยอมเป็นชู้ลับๆ กับผู้ชายคนหนึ่งถึงสามเดือนเพื่อแลกการฟื้นฟูธุรกิจ ผู้หญิงที่กล้าทำคงจะผ่านผู้ชายมาไม่ใช่น้อย ไก่แก่แม่ปลาช่อนชัดๆ’
ธเนศนึกเจ็บใจ เขารู้สึกถูกใจเธอตั้งแต่แรกเห็น จะเรียกว่า ‘รักแรกพบ’ ก็ยังได้แต่กลับถูกเธอช็อตฟีลด้วยการเสนอตัวขึ้นเตียง
ตกเย็นราเชนทร์เพื่อนสมัยมัธยมที่สนิทกันมากคนหนึ่งโทรมาชวนไปให้ลองรับประทานอาหารเย็นที่ร้านเปิดใหม่ ราเชนทร์เป็นเจ้าของบริษัทตกแต่งภายในขนาดกลาง ก่อนหน้านี้หมั้นหมายกับสาวสวยลูกเจ้าของธุรกิจโรงแรม แต่ผ่านไปเพียงปีกว่าก็เลิกรากันไป ตอนนี้ราเชนทร์ยังคงเป็นหนุ่มโสดเนื้อหอม
...ราเชนทร์มีความลับคับอกที่บอกใครไม่ได้ มีเพียงธเนศที่รับรู้...
ราเชนทร์ยืนกอดอกรอธเนศอยู่ที่หน้าร้าน รถสปอร์ตสีเหลืองคันหรูจอดเทียบข้างกับรถสปอร์ตสีเทา ชายหนุ่มที่โผล่หน้าออกมาจากประตูยิ้มกว้าง
“มึงไม่เข้าไปรอกูข้างในล่ะ?”
“กูยืนคิดอะไรเพลินๆ อยู่นะ ก็ไม่เชิงรอมึงหรอก”
สีหน้าของราเชนทร์ไม่ค่อยสู้ดี ธเนศเห็นแล้วก็นึกเป็นห่วง “เรื่องที่บ้านเหรอ? มึงดูเครียดๆ ชอบกล”
“ก็เรื่องเดิมนั่นล่ะ แม่กูอยากให้กูจีบลูกสาวเพื่อน คราวนี้มีมาให้เลือกสองคนเลย” คนเล่าทำสีหน้ายุ่งยากใจ
“แม่มึงยังไม่เลิกหวังเรื่องนี้อีก”
“กูก็บอกแล้วนะว่ากูไม่ได้ชอบผู้หญิงพวกนั้น อุตส่าห์หนีมาอยู่คอนโดได้เป็นปีแล้วก็ยังรบเร้าเรื่องนี้อยู่เหมือนเดิม”
“พี่ชายมึงก็มีหลานให้สองคนแล้ว มึงไม่อยากแต่งก็น่าจะปล่อย”
ธเนศนึกถึงอดีตคู่หมั้นของราเชนทร์ ถ้าเกิดผู้หญิงคนนั้นไม่มีคู่รักซ่อนเอาไว้ ป่านนี้ราเชนทร์ก็คงแต่งงานไปแล้วและอาจจะมีลูกไว้สืบสกุลอย่างที่คุณพ่อคุณแม่ของเขาต้องการ
“เห็นทีกูคงต้องสารภาพความจริง เขาจะได้เลิกยุ่งกับกูซะที”
ธเนศชะงักเท้า หันมามองหน้าเพื่อน “มึงพร้อม มึงก็บอกเขาไปเถอะ กูว่านี่เป็นหนทางที่ดีที่สุด มึงจะได้ไม่ต้องลากผู้หญิงมารับกรรมด้วย”
“เออ กูเชื่อมึง”
สองหนุ่มเดินเข้าไปนั่งในโต๊ะยาวที่ราเชนทร์จองไว้ เพื่อนร่วมห้องในวัยมัธยมทยอยเข้ามานั่ง เสียงพูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ แต่ละคนเล่าเรื่องชีวิตของตน หลายคนแต่งงานแล้วก็เล่าเรื่องภรรยาและลูกน้อย ส่วนคนโสดก็เล่าเรื่องแฟนหรือคนที่ตนเองกำลังจีบ
“เนศ กูได้ยินว่ามึงเป็นเพลย์บอยตัวพ่อเลยนี่?” เกียรติกุลร้องแซว
ธเนศหัวเราะ “ก็ไม่เชิง กูก็แค่ไปกับคนที่ตกลงกันง่าย พวกเธอต้องการแค่ร่างกายกับเงินของกู กูก็ให้ไป”
“ดีจัง มึงไม่ต้องเสียเวลาจีบเหมือนกู”
“เกียรติ มึงออกจะหล่อ มีผู้หญิงปฏิเสธมึงด้วยเหรอ?” ราเชนทร์นิ่วหน้า
“มีสิ สงสัยกูจะไม่ตรงสเปกเขามั้ง จีบมาเป็นปีแล้ว ไม่เคยได้ออกเดตเลย ชวนไปดินเนอร์ทีไร เขาก็พ่วงพี่ชายไปด้วยทุกที แถมบางทียังมีลูกสาวอีก”
เกียรติกุลเป็นปลัดอำเภอหนุ่มที่ไปบรรจุในจังหวัดราชบุรีได้ไม่กี่ปี เขาไม่อยากรับช่วงต่อธุรกิจโรงงานอาหารกระป๋องของครอบครัว จึงยกให้พี่ชายรับผิดชอบไป ส่วนตัวเองไปทำงานที่ชอบ
เพื่อนฝูงฟังแล้วหัวเราะเฮฮา คนที่นั่งอยู่ใกล้ขอดูรูปหญิงสาวที่เป็นต้นตอปัญหารักของเกียรติกุล
“มึงเอารูปเขามาดูสิ กูอยากรู้ว่าสวยมากแค่ไหน? ได้ยินว่ามึงเพ้อมานานแล้วนะ ยังจีบไม่ติดซะที”
เกียรติกุลเปิดรูปบนโทรศัพท์มือถือแล้วส่งให้เพื่อนดู แต่ละคนได้เห็นสาวเจ้าแล้วก็พากันส่งเสียงฮือฮา ราเชนทร์ยื่นมือไปรับเป็นคนที่สาม พอเห็นรูปหญิงสาวคนนั้นก็ถึงกับร้องว้าวออกมา
“สวยมาก ยังดูเหมือนสาวน้อยอยู่เลย มีลูกสาวแล้วเหรอ?”
“เออ ลูกเขาสองขวบครึ่งแล้ว น่ารักมากเลย เห็นว่าเลิกกับแฟนตั้งแต่ก่อนตั้งท้อง พี่ชายของเขาช่วยเลี้ยงลูก”
ธเนศได้ยินก็นึกถึงเรื่องของธนากับทักษพร พี่ชายฝาแฝดของเขาที่แต่งงานกับแม่เลี้ยงเดี่ยวไปไม่นาน โดยที่มารู้ภายหลังว่าลูกติดภรรยานั้นจริงๆ แล้วคือลูกของธนาเองที่เคยมีวันไนท์สแตนด์กันเมื่อหลายปีก่อน พอได้ยินว่าคนที่เกียรติกุลพยายามจีบอยู่นานเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวเขาจึงอยากเห็นหน้าเธอขึ้นมา
ภาพที่อยู่หน้าจอภาพทำให้ธเนศถึงกับอึ้ง ผู้หญิงที่เพื่อนของเขาเทียวไล้เทียวขื่อนานนับปีเพิ่งมาเสนอตัวขึ้นเตียงกับเขาเมื่อวันก่อน
ราเชนทร์เห็นธเนศนั่งนิ่งก็เอียงหน้ามามอง “เนศ สวยจนตะลึงเลยเหรอ? นี่ๆ คนนี้เกียรติมันจองแล้ว มึงอย่าคิดอยากได้เชียว”
เกียรติกุลได้ยินก็ร้องโวยวาย “เอามือถือกูคืนมาเลย เนศ เพลย์บอยอย่างมึงมันอันตราย เกิดมึงคิดจะมาเป็นคู่แข่งกู กูคงสู้ไม่ไหว”
***********
“เพิ่งเดือนเดียวเองค่ะ จะรู้ได้ยังไง? พีชทดสอบการตั้งครรภ์ไปสองรอบแล้ว แต่ยังไม่ได้ไปตรวจ รองานแต่งเราเรียบร้อยแล้ว เราไปด้วยกันนะคะ” “ดีๆ คราวนี้ พี่จะไม่พลาดแม้แต่โมเม้นต์เดียว พี่ต้องได้อยู่ร่วมทุกขั้นตอนก่อนที่ลูกจะเกิดมา” ประตูห้องถูกเปิดออก แทนพงษ์ชะโงกหน้าเข้ามา ต่ำลงไปเป็นใบหน้าเล็กๆ ของเด็กหญิงแสนรัก “แม่พีช ป๊ะป๋า แสนยักมาแล้วแย้วค่ะ” เด็กหญิงดันประตูออกอีกเล็กน้อยแล้วแทรกตัวเข้าไปในห้อง ธเนศอ้าแขนแล้วย่อตัวอุ้มลูกสาวขึ้นมาหอมแก้มทั้งซ้ายและขวา “แสนรัก อยากมีน้องหรือยังคะ?” เด็กหญิงขมวดคิ้ว “น้อง ดีค่ะ แสนยักอยากมี” แทนพงษ์ได้ยินคำถามก็เลิกคิ้ว “อย่าบอกนะว่า พีชท้องอีกแล้ว” พรรษายิ้มหวานให้ญาติผู้พี่ “ค่ะ แต่เพิ่งเดือนเดียวนะ” “ข่าวดีจริงๆ” “พี่แทน อย่าเพิ่งพูดไปนะคะ ต้องรอให้สามเดือนก่อน” แทนพงษ์ผงกศีรษะ “เออๆ จริงด้วย ถือเคล็ดเอาไว้ก่อน หลานในท้องจะได้แข็งแรง ได้ๆ พี่จะปิดปากให้สนิท ไปกันเถอะ ทุกคนพร้อมแล้ว” สนามหญ้าที่ถูกตัดเรียบพื้น
คอนโดมิเนียมหรูของบดินทร์ถูกเข้าตรวจค้น ในภาพข่าวปรากฎภาพม่านฟ้า พินิจกับธนนท์ถึงกับตะลึง ธนียาเล่าถึงความสัมพันธ์ของม่านฟ้ากับบดินทร์ให้ทั้งสองฟัง ธเนศโทรศัพท์เข้ามาแจ้งให้สองหนุ่มเตรียมตัว “ผมจะพาพวกคุณเข้ามอบตัววันนี้ ได้ยินว่าคนของบดินทร์แยกย้ายกันหนี ตอนนี้เป็นโอกาสให้คุณเข้าไปเป็นพยานในคดีนี้ ชื่อพวกคุณถูกพวกที่อยู่ในออฟฟิศให้การซัดทอดครับ” รถตู้สีดำอีกคันถูกส่งมารับตัวพินิจกับธนนท์ไปยังสำนักงานสอบสวนคดีพิเศษ แต่พอคนทั้งสองลงจากรถ กลับมีคนร้ายราวสามคนบุกเข้ามายิงถล่ม คนของวิษณุช่วยกันคุ้มกันคนทั้งสอง แต่พินิจถูกยิงบาดเจ็บสาหัส ส่วนธนนท์ถูกยิงที่ต้นขาเข้าไปสองนัด วิษณุเลขานุการของธเนศรีบโทรรายงานเจ้านายตน “บอสครับ คุณพินิจถูกยิงที่ท้องกับขา ท่าทางจะสาหัส ส่วนคุณนนท์โดนเข้าไปที่ต้นขา ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลครับ” ธเนศได้ยินก็ตกใจ รีบแจ้งภรรยา พรรษาหน้าซีด เธอกำลังตรวจเอกสารการส่งน้ำนมดิบอยู่ที่ฟาร์มแสนรัก ท่าทางและเสียงที่ดังของเธอทำให้แทนพงษ์รีบลุกมาหา “พี่นนท์ถูกยิง คนพวกนี้น่ากลัวจริงๆ สงสัยคิดจะฆ่าปิดปาก”
ธนียาหน้าเสีย เกือบไปแล้ว เธอเกือบจะไปหลับนอนกับบดินทร์เพราะคิดว่าจะได้เศรษฐีเป็นสามี “ดีนะ ที่เขาไม่รู้ว่าแนนเป็นน้องพี่นนท์” “ไม่ต้องรับโทรศัพท์มันอีกแล้วนะ มันต้องสืบหาญาติพี่น้องของพี่แน่ อีกไม่นานมันต้องรู้ว่าแนนเป็นใคร คนของพวกมันแฮกระบบเก่งมาก พี่ไม่กล้าเปิดโทรศัพท์เพราะมันจะหาตำแหน่งที่พี่อยู่เจอ พอเราคุยกันเสร็จแนนถอดซิมนี้เก็บไปก่อน หาซิมใหม่มาใช้งานนะแล้วโทรกลับมาหาพีช แนนต้องหนีไปสักพัก” ธนียามือเท้าเย็นด้วยความกลัว “จะให้แนนหนีไปไหนล่ะ?” “มาอยู่กับพี่ที่นี่ เก็บของตอนนี้เลย เดี๋ยวพีชออกไปรับ” “ได้ๆ แนนจะรีบเก็บของ มารับเร็วๆ นะ พี่นนท์พูดแบบนี้ แนนมือสั่นไปหมดแล้ว” เช้าวันต่อมา บดินทร์ที่ได้กกกอดเสพสมกับม่านฟ้ารู้สึกพอใจอย่างมาก เขาเสนอให้เธอมาอยู่ที่คอนโดแห่งนั้น หญิงสาวตอบตกลงด้วยสีหน้าเบิกบาน “น้องม่าน เดี๋ยวพี่โอนเงินไว้ให้ใช้ก่อนสักแสนก็แล้วกันนะครับ ต่อไปพี่จะมาหาที่นี่” “ค่ะ” ม่านฟ้ายิ้มกริ่ม ในหัวก็นึกถึงวิธีจะพูดกับธนียาให้เห็นใจตนเองที่จำเป็นจะต้องตกเป็นข
ม่านฟ้าอยู่ขัดคอและสุดท้ายก็ทำให้ธนียาต้องกลับไปกับตน แต่พอส่งธนียากลับคอนโดมิเนียมเรียบร้อย “หมูเขาจะหามก็ดันเอาคานเข้ามาสอด ผู้หญิงคนนี้นี่มัน...” บดินทร์สบถอยู่ที่ระเบียง อุตส่าห์ชวนธนียามาด้วยได้แล้ว ท่าทางก็เธอก็ดูเหมือนอยากให้เขารุกเต็มที เขาอารมณ์เสียจนต้องคว้าเอาเบียร์กระป๋องในตู้เย็นออกมาดื่มแล้วเข้าไปแช่น้ำอุ่นในอ่างครู่ใหญ่ อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เขาก็ออกมานั่งดื่มเบียร์ที่ระเบียงต่อ ไม่นานก็มีคนโทรศัพท์เข้ามา “สวัสดีค่ะคุณบดินทร์ ม่านฟ้านะคะ ขออภัยที่รบกวนค่ะ พอดีม่านลืมถุงใส่อุปกรณ์แต่งหน้าไว้ในห้องน้ำคอนโดคุณค่ะ ขอรบกวนเข้าไปรับคืนนะคะ” บดินทร์ยกยิ้มมุมปาก ผู้หญิงคนนี้ร้ายนัก คิดจะฉกเขาลับหลังธนียา แต่ไม่เป็นไร เงินทองเขามีเหลือเฟือจะเลี้ยงผู้หญิงอีกสักสองสามคนก็ยังสบายๆ ม่านฟ้าพยายามพาธนียากลับ จากนั้นก็วนรถกลับมาเพื่อที่จะอ่อยเขา “ยินดีครับ ผมเพิ่งอาบน้ำเสร็จ จะรอเปิดประตูรับนะครับ” ม่านฟ้ายิ้มกริ่มในรถ คืนนี้เธอจะต้องนอนที่คอนโดหรูแห่งนั้นและวันพรุ่งนี้ เธอก็จะกลายเป็นเจ้าของห้องที่ได้อยู่เฉิ
บดินทร์ฟังสิ่งที่ลูกน้องคนสนิทมากระซิบกระซาบแล้วก็ยิ้มเหี้ยมเกรียมออกมา “บัดซบ! ไอ้สองตัวนั่นแอบใช้ฐานรายชื่อลูกค้าฉันหาเงิน เท่ากับยักยอกเงินฉันไปนับร้อยล้าน พวกแกไปอุ้มมันมา” “ครับนาย” ลูกน้องของบดินทร์ออกจากห้องประชุมไปก็โทรศัพท์หากลุ่มคนที่ตามสะกดรอยพินิจและธนนท์ ธนียามองเห็นบดินทร์ที่เดินกลับมานั่งโต๊ะด้วยสีหน้าเคร่งเครียดก็เอียงหน้าไปถาม “คุณดินหงุดหงิดอะไรคะ?” “ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่เงินหายร้อยกว่าล้าน” “ร้อยล้าน! เยอะมากเลยนะคะ” ในใจธนียาเริ่มคำนวณความร่ำรวยของชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้ง ตั้งแต่เธอได้เจอกับบดินทร์ในร้านอาหาร ชายหนุ่มก็ปิ๊งเธอตั้งแต่แรกเห็น พอเธอมั่นใจว่าเขาเงินหนาก็เริ่มอ่อยเหยื่อทันที “ไม่เท่าไหร่หรอกครับ พอดีผมเพิ่งรู้ว่าลูกน้องทรยศก็เลยส่งคนไปจัดการแล้ว เรื่องเงินยังไงก็ต้องเอาคืนครับ” เขายิ้มน้อยๆ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็นธนียา ชายหนุ่มรู้สึกว่าหญิงสาวคนนี้สวยและวางตัวได้ดี เขาจึงเชิญเธอมาเป็นคู่ควงในงานนี้ หลังจากที่เริ่มมีเงินมากขึ้น บดินทร์ก็สร้างตัวตนใ
พรรษาเดินไปหัวเราะไปจนธเนศต้องทำตาเขียวใส่ภรรยา “พอได้แล้วพีช ไม่ต้องมาหัวเราะเยาะพี่” “พีชไม่ได้หัวเราะเยาะสักหน่อย แค่คิดไม่ถึงว่าพี่เนศจะเป็นคนขี้หึงขนาดนี้ พี่คิณกับพีช...” “หยุด! เลิกพูดชื่อนี้ให้พี่ได้ยิน พี่รู้ว่าพีชกับเขารู้จักกันมานาน แต่ถ้าเขาคิดไม่ซื่อกับพีช พี่ขอร้อง ห้ามยุ่งเกี่ยวกับเขาเด็ดขาด” พรรษายิ้มกว้าง “ค่ะ พีชเข้าใจแล้ว พีชจะไม่นัดพบกับพี่คิณอีก แต่ถ้าเจอกันโดยบังเอิญ พีชก็ขอคุยกับพี่คิณนะคะ พี่เนศอย่าหึงจนหน้ามืดเลยค่ะ” “ได้ พี่อนุญาตให้คุย แต่ห้ามเกินห้านาทีนะ” “โอ๊ย! พี่เนศ อาการหนักเกินไปแล้วนะคะ” ธเนศเอียงหน้าไปหาภรรยา “เอาไว้ให้พีชคลอดลูกอีกคนให้พี่ก่อน พี่จะอนุญาตให้คุยได้สิบนาที” สองสามีภรรยาเดินไปถึงโต๊ะพอดี คุณภัสรายิ้มมองลูกสะใภ้คนใหม่ด้วยความพอใจ ลูกชายทั้งสองของเธอมีคู่ชีวิตที่ดีแล้ว และยังมีหลานน่ารักให้เธอได้เชยชมด้วย แค่นี้ชีวิตในบั้นปลายก็มีความสุขมากแล้ว ทักษพรนั่งข้างพรรษา สะใภ้ใหญ่และสะใภ้เล็กคุยกันถูกคอ คืนนี้แสนรักถูกนำไปฝ







