เข้าสู่ระบบ'คีตา' สาวน้อยน่ารักสดใส ที่การเรียนไม่ค่อยสัดทัด ถนัดกิจกรรมมากกว่า ตรงกันข้ามกับ 'แผ่นดิน' รุ่นพี่ข้างบ้าน ที่ทั้งเรียนดี กีฬาเด่น และชอบเล่นเกมเป็นชีวิตจิตใจ แม่ๆ ของทั้งคู่สนิทสนมกันมาก ถึงขั้นที่เคยพูดว่าอยากให้ลูกๆ มาแต่งงานกัน ทว่าคีตากลับไม่เคยคิดอะไรกับแผ่นดินเลยตั้งแต่แรก ก็เขาทั้งปากร้ายและชอบแกล้งเธอ จนกระทั่งวันหนึ่ง คีตาดันไปตกหลุมรักเพื่อนสนิทของแผ่นดินเข้า เธออยากทำทุกวีถีทางเพื่อให้รุ่นพี่คนนั้นมาสนใจ รวมไปถึงการเรียนให้เก่งขึ้นด้วย และเหมือนโชคชะตาจะเล่นตลก เมื่อยัยตัวเล็กไปแอบรู้ความลับบางอย่างของแผ่นดินเข้า เธอจึงใช้เรื่องนั้นเป็นข้อต่อรอง บังคับให้เขายอมมาช่วยติวหนังสือให้ การติวดำเนินไปอย่างปกติ จนไม่มีใครรู้เลยว่าตั้งแต่เมื่อไร ที่หัวใจของทั้งคู่เริ่มสั่นไหว จากการติวที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นช่วงเวลาที่เฝ้ารอ คำพูดจาร้ายกาจก็ค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงความใกล้ชิดที่แฝงไปด้วยความหวังดีในทุกครั้งที่ได้เจอกัน จนเมื่อรู้ตัวอีกที คีตาก็เผลอเอาแต่คิดถึงเขาอยู่บ่อยๆ และแผ่นดินเอง ก็เริ่มไม่อยากให้เธอชอบเพื่อนสนิทของตัวเองอีกต่อไปแล้ว...
ดูเพิ่มเติมทั้งวันที่โรงเรียน ผมเอาแต่คิดถึงคำที่พี่ธารน้ำบอกไว้เมื่อคืนก่อน มันก็ตลกดีเหมือนกัน เพราะที่ผ่านมาผมไม่เคยเก็บเรื่องพวกนี้มาคิดจริงจังเลยนอกจากเรื่องเรียน กีฬา และเกม ที่ผมให้ความสำคัญไว้ในอันดับต้นๆ ก็มีเรื่องของเธอนี่แหละ ที่จู่ๆ ก็เข้ามามีอิทธิพลกับชีวิตผมเสียอย่างนั้นช่วงเย็นหลังเลิกเรียน ผมเดินเตร็ดเตร่ไปเรื่อยเปื่อย พลางครุ่นคิดถึงเรื่องที่กวนใจมาหลายวัน มันทำให้รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้น ทุกครั้งที่เผลอนึกถึง ผมกลับยิ้มออกมาเสมอหรือว่าถึงเวลา...ที่ผมจะต้องทำอะไรสักอย่างแล้วสินะ“เฮ้ย!! ไอ้ดินรอด้วย กลับบ้านไม่รอกูเลยนะ”ผมสะดุ้งเล็กน้อยหลังถูกเรียก และคนที่ทำให้ผมหลุดจากภวังค์ความคิดก็คือ ไอ้เจ้าขุนเพื่อนรักของผมนั่นเอง“ปกติกูต้องรอมึงด้วยเหรอ” ผมเอ่ยกวนๆ ใส่มัน ทั้งที่ยังคงเดินไปเรื่อยๆ“วันนี้มึงดูลอยๆ นะ มีอะไรบอกกูได้”ผมไม่แน่ใจว่าเมื่อกี้อาการมันชัดขนาดนั้นเลยหรือยังไง แต่หากมีความผิดปกติเกิดขึ้น เพื่อนผมคนนี้ก็มักจะสังเกตเห็นได้ก่อนเสมอ“ไ
สวัสดีครับ ผมแผ่นดินเอง...คงรู้กันดีอยู่แล้วว่าครอบครัวของผมและคีตาสนิทกัน เราเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันมานาน เพราะคุณพ่อของเราทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทกันมาก่อน ส่วนเรื่องการจับคู่อะไรนั่น แม่ๆ ของเราต่างหากที่เป็นตัวตั้งตัวตีช่วงแรกพยายามจะจับคู่ให้พี่ธารน้ำกับพี่ชาลี แต่ไม่สำเร็จ เพราะสองคนนั้นค่อนข้างเป็นตัวของตัวเองกันมาก สุดท้ายเรื่องนี้เลยต้องตกมาเป็นความหนักใจของผมแทนสินะที่จริงส่วนตัวผมรู้สึกเฉยๆ เพราะแรกเริ่มผมไม่ได้สนใจอะไรเธอเลย ถ้าจะถามว่าเธอน่ารักไหมน่ะเหรอ แน่นอนเธอน่ารักมาก แถมดูๆ ไปก็นิสัยดี ทำขนมก็อร่อย และที่สำคัญเธอน่าแกล้งสุดๆ ...แต่พอเวลาผ่านไป เธอกลับเข้ามาอยู่ในสายตาของผมเสมอ โดยที่ผมเองก็ไม่ทันรู้ตัวเลยเหมือนกันจนตอนนี้คีตาเข้าสู่ช่วงมัธยมปลายแล้ว ผมยังไม่เคยเห็นเธอสนใจเรื่องรักๆ ใคร่ๆ อะไรนั่นเลย หมายถึงผมไม่เคยเห็นเธอมีแฟนน่ะ ทั้งที่หน้าตาก็ออกจะน่ารักดึงดูดเสียขนาดนั้นแต่แล้ววันนี้ก็มาถึง ไม่รู้ว่ามีอะไรดลใจให้เธอไปสนใจไอ้เจ้าขุนเพื่อนรักของผมเข้า เธอดูคลั่งมันมากจนผมหงุดหงิด แล้วมิหนำซ้ำยังมารู้ความลับของผมอีกด้วยยัยตัวแสบใช้เรื่องนั้นเป็นข้อต่อรองให้
นาทีที่ลืมตาขึ้นมา เรารีบหลุบมองสิ่งที่อยู่บนมือทันที แต่ทว่านั่นกลับทำให้เรากรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง“กรี๊ดด ไอ้พี่ดินบ้า!!” ก็จะไม่ให้ร้องกรี๊ดได้ยังไงล่ะ บนมือเรามีไส้เดือนดินตัวเล็กนอนแอ้งแม้งอยู่น่ะสิเรารีบสะบัดมือทันทีด้วยความขยะแขยง ทั้งที่จริงๆ มันไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรเลย ส่วนเขาน่ะเหรอ ก็ยืนหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียว ก่อนจะหนีเข้าบ้านไปเวลาล่วงเลยผ่านไป พวกเราโตขึ้นกว่าเดิมจนเข้าสู่ช่วงมัธยม เราและพี่แผ่นดินเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกัน เจอกันที่โรงเรียนก็ออกจะบ่อย แต่เราทั้งคู่แทบจะไม่ค่อยคุยกันเลย มีก็แค่เวลาแม่นินอยู่ด้วย หรือเวลาเอากับข้าวไปให้บ้านเขานั่นแหละแต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ต่อให้ได้พูดกัน เขาก็แทบไม่เคยพูดดีกับเราเลย บางทีก็ชอบแกล้ง และบางทีก็หลบตา อย่างกับไม่อยากจะมองหน้ากันอย่างไรอย่างนั้นในวันหยุดที่อากาศดี เรานั่งทำการบ้านอยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนหน้าบ้าน อีกไม่นานเราก็จะขึ้น ม.ปลายแล้ว แต่ทำไมการบ้านของชั้น ม.3 มันยากนักก็ไม่รู้ เรานั่งทำไปพลางบ่นพึมพำไปด้วยอย่างปวดหัว“มีอะไรให้ช่วยไหม” เสียงเรียบของพี่ชายข
มีคนเคยบอกว่า "ไม่ชอบอย่างไร ระวังจะได้อย่างนั้น"...เราไม่เชื่อมันหรอกนะ ยิ่งเด็กผู้ชายข้างบ้านน่ะเหรอ ยิ่งไม่มีวัน คนอะไรปากร้าย!!เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว..บ้านปูนสองชั้นที่ตั้งอยู่ท้ายซอยด้านในสุด ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่แต่แฝงไปด้วยความอบอุ่น และเป็นสิ่งที่คุณพ่อของคีตาซื้อไว้ให้ครอบครัว ก่อนที่ท่านจะจากโลกนี้ไปสวัสดีเราชื่อคีตา..เมื่อหลายปีก่อนครอบครัวของเราได้ย้ายมาอยู่ที่นี่แม่นินบอกว่า คุณพ่อท่านซื้อบ้านหลังนี้จากเพื่อนสนิทที่ชื่อว่าลุงภพ โดยหวังไว้ว่าวันข้างหน้า เราจะได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา แต่ท่านก็ดันมาจากไปเสียก่อน“สวัสดีค่ะพี่นิน ขาดเหลืออะไรบอกนภาได้เลยนะคะ”หญิงวัยกลางคนอายุไล่เลี่ยกับแม่นินคนนี้ มีชื่อว่าน้านภา เธอเป็นภรรยาของลุงภพน้านภาดูเป็นคนใจดี อ่อนโยน และพูดเพราะ เราสัมผัสได้ตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน เพราะทันทีที่ก้าวเข้ามา น้านภาก็มาต้อนรับพวกเราอย่า
หลังจากช่วงพักกลางวันผ่านพ้นไป วิชาแรกในยามบ่ายของวันก็คือวิชาวิทยาศาสตร์ ซึ่งคีตาและพินอินมีพรีเซนต์รายงานด้วย แต่ดีที่ทั้งสองทำมาเสร็จเรียบร้อยแล้วเรื่องการเรียนนั้นคีตายังคงต้องพึ่งพินอินอยู่บ้าง เพราะเพื่อนสาวของเธอคนนี้ เรียนเก่งอยู่พอตัวเลยทีเดียว“เดี๋ยวฉันขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ แล้วจะรีบตาม
ณ บ้านแผ่นดินบ้านปูนสองชั้นอีกหลังที่อยู่ติดกัน มีลักษณะคล้ายคลึงกับบ้านของคีตา ในบ้านหลังนี้อาศัยอยู่ด้วยกันสี่คน ได้แก่ ลุงภพ (สามีน้านภา), น้านภา, ธารน้ำ และแผ่นดินลักษณะตัวบ้านและบริเวณรอบๆ แทบไม่ต่างกันนัก จะมีก็แค่สวนหน้าบ้านที่ต่างออกไป เพราะบ้านนี้จะเต็มไปด้วยดอกไม้ที่แผ่นดินลงมือปลูกเอง
หลังจากเปิดเทอมในช่วงสัปดาห์ที่ 2 การเรียนการสอนก็ค่อยๆ เข้าที่เข้าทางมากขึ้น ต่อจากนี้คงต้องเข้าสู่โหมดจริงจังกันแล้วสินะในช่วงของการเปลี่ยนคาบเรียนวันนี้ ห้อง ม.4/2 จะต้องเข้าแล็บของภาควิชาวิทยาศาสตร์ ที่อยู่ตึกเดียวกับห้องสโมสรนักเรียน และเมื่อกริ่งดังขึ้น ทุกคนต่างก็พากันเก็บข้าวของและเดินไปยั
ณ โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง...บรรยากาศที่ครึกครื้นไปด้วยเหล่านักเรียนมัธยมทุกชั้นปี รวมถึงผู้ปกครองอีกหลายท่านวันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรกของภาคเรียนที่ 1 กิจกรรมต่างๆ ในวันนี้จึงยังไม่มีการเรียนการสอนตามปกติ แต่จะเป็นการเข้าพบปะกันระหว่างคุณครูประจำชั้นและผู้ปกครองของนักเรียนในแต่ละชั้นปี ซึ่งตอนนี้