LOGINในคืนงานเลี้ยงดารินทร์เผลอมอบกายให้ทิศตะวันชายผู้เป็นถึงประธานบริษัท เช้าวันต่อมา เขายื่นเงินให้เธอพร้อมคำพูดเย็นชา เธอรับรู้ได้ในทันทีว่าเขาต้องการให้เธอเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ แต่เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่ยอมขายศักดิ์ศรีแม้ในวันที่หัวใจอ่อนแอที่สุด เธอเลือกที่จะไม่รับเงินของเขา เมื่อข่าวลือกระฉ่อนไปทั่วว่าประธานหนุ่มมีสัมพันธ์กับพนักงานสาวในคืนงานเลี้ยงบริษัท เขาเชื่อว่าเธอเป็นคนปล่อยข่าว จึงต่อว่าเธออย่างไม่ฟังคำอธิบาย เพื่อรักษาศักดิ์ศรี เธอยอมลาออกโดยไม่เรียกร้อง เพื่อปิดข่าวฉาว ทิศตะวันประกาศหมั้นกับนางแบบคนดังลูกสาวเพื่อนพ่อ ทั้งที่ใจไม่เคยรู้สึกอะไร เพื่อให้ทุกคนเข้าใจว่าผู้หญิงในคืนนั้นคือเขมมิกานางแบบสาวดาวรุ่ง เกิดการหมั้นปลอม ๆ ขึ้น หลายเดือนผ่านไปเขาพบว่าเธอกำลังตั้งท้อง เด็กน้อยที่กำลังจะเกิดกลายเป็นโซ่ตรวจที่พันธนาการเธอและเขาเอาไว้ แต่เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อเธอตกเป็นบุคคลนิรนามที่ใคร ๆ ต่างก็พูดว่าเธอเป็น ‘มือที่สาม’ ระหว่างเขากับคู่หมั้น ทำให้กำหนดการแต่งงานถูกเลื่อนเข้ามา ท่ามกลางความบาดหมาง หัวใจของทั้งคู่กลับเริ่มเปลี่ยน แต่ในคืนแต่งงานของเขาเธอกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่มีใครหาเธอเจออีกเลย ไม่รู้แม้กระทั่งว่าเธอมีชีวิตอยู่ที่ไหน
View Moreเย็นวันหนึ่งในบ้านหลังใหญ่ กลิ่นอาหารที่เพิ่งทำเสร็จยังอวลอยู่ในอากาศ เสียงหัวเราะใส ๆ ของเด็ก ๆ ทำให้บ้านทั้งหลังดูมีชีวิตชีวาอย่างบอกไม่ถูกนภัและนพกรนั่งข้างกันบนพรมกลางห้อง กำลังเถียงกันเรื่องตัวต่อชิ้นสุดท้าย นพกรทำหน้าบึ้งนิด ๆ ส่วนนภัสยกคางอย่างไม่ยอมแพ้ แต่สุดท้ายก็หัวเราะออกมาพร้อมกันเหมือนเคย เพราะมีเสียงเล็ก ๆ ของน้องสาวฝาแฝดวัยสองขวบดังแทรกขึ้นมา“ของหนู...ของหนู...”เด็กน้อยทั้งสองขยับเข้ามาแย่งตัวต่ออย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว ทำเอาพี่ ๆ หยุดเถียงแล้วหันมองหน้ากัน ก่อนจะยอมยกชิ้นส่วนให้พร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย“ให้น้องก็ได้” นพกรพูดเบา ๆ“ใช่ เดี๋ยวเราหาใหม่ก็ได้” นภัสเสริม พลางลูบหัวน้องอย่างเอ็นดูภาพนั้นทำให้คนเป็นแม่ที่ยืนมองอยู่ข้าง ๆ เผลอยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน แขนของเธอถูกโอบจากด้านหลังโดยคนเป็นพ่อที่เพิ่งเดินเข้ามา เขาซบคางลงบนไหล่ของเธออย่างคุ้นเคย“บ้านเราวุ่นวายดีนะ” เขากระซิบ“วุ่นวาย...แต่ก็มีความสุข” เธอตอบ พลางเอนตัวพิงเขาเล็กน้อยสายตาของทั้งคู่มองไปยังลูก ๆ ที่กำลังเล่นกันอยู่ เสียงหัวเราะ เสียงงอแงเล็ก ๆ และเสียงเรียกพ่อกับแม่ดังสลับกันไปมาอย่างไม่ขาดสาย
ประตูห้องทำงานถูกเคาะเบา ๆ สองครั้ง ก่อนจะเปิดออกช้า ๆ“เรียกมุกมามีอะไรเหรอคะ” ดารินทร์เอ่ยถาม ขณะที่ยังยืนอยู่หน้าประตู ด้วยสีหน้าสงบแต่แฝงด้วยความสงสัยเล็กน้อยทิศตะวันที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานเงยหน้าขึ้นมองทันที แววตาของเขาไม่ได้เข้มดุเหมือนเวลาทำงาน แต่กลับเต็มไปด้วยความกังวลที่ซ่อนเอาไว้ไม่มิด“มานี่ก่อน” เขาพูดเสียงเรียบพลางกวักมือเรียกภรรยาสุดที่รักเธอเดินเข้าไปใกล้ ก่อนจะนั่งลงตรงเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม แต่ยังไม่ทันได้ถามอะไรต่อ เขาก็พูดขึ้นมาก่อน“พี่อยากให้มุกหยุดงาน” คำพูดสั้น ๆ แต่ชัดเจน ทำให้เธอชะงักไปเล็กน้อย“หยุด...ตอนนี้เลยเหรอคะ” เธอรู้ดีว่านี่คือคำสั่ง เพราะเขาขอร้องเรื่องนี้กับเธอหลายครั้งแล้ว แต่เธอก็ยังดื้อ วันนี้เขาเลยใช้น้ำเสียงที่ฟังแล้วรู้สึกว่านั่นคือคำสั่ง“ใช่ครับ” เขาพยักหน้า สายตามองไปที่หน้าท้องของเธอโดยอัตโนมัติ “คุณกำลังท้องนะ งานมันหนัก พี่ไม่อยากให้ที่รักเสี่ยงอะไรทั้งนั้น”น้ำเสียงเขาไม่ได้แข็ง แต่หนักแน่นพอจะรู้ว่าเขาคิดมาดีแล้วดารินทร์เม้มปากนิดหนึ่ง ก่อนจะพูดอย่างใจเย็น“มุกเข้าใจนะคะ...แต่ขอทำต่ออีกแค่สองเดือน ได้มั้ยคะ แค่ให้จบโปรเจกต์นี้ก่อน”ทิ
เสียงหัวเราะใส ๆ ดังลอยมาตามลมยามบ่าย ก่อนที่เจ้าตัวเล็กสองคนจะวิ่งฝ่าประตูเข้ามาอย่างไม่เกรงใจโลก กระเป๋านักเรียนยังคงสะพายติดหลัง“แม่จ๋า...ดูหนูสิ”เด็กผู้หญิงตัวน้อยผูกผมหางม้าสองข้างวิ่งนำมา ใบหน้ากลมป่องแดงระเรื่อจากการวิ่ง ดวงตาเป็นประกายเหมือนมีดาวเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ในนั้น เธอยกกระดาษที่วาดเละเทะขึ้นมาอวดเต็มที่“วันนี่ที่โรงเรียนหนูวาดรูปพ่อ แม่ แล้วก็หนูเองนะคะ” เธอบอกแม่ด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว“แล้วผมล่ะ” เสียงเล็ก ๆ อีกเสียงรีบแทรกขึ้นมา นพกรที่วิ่งตามมาติด ๆ ชะโงกหน้าดูแล้วทำหน้ายุ่ง “ทำไมผมตัวเล็กกว่าพี่อีก”“ก็พี่เป็นพี่ไง” เธอตอบอย่างมั่นใจสุด ๆ พร้อมยักไหล่เล็ก ๆ“แต่เราเกิดพร้อมกันนะ” เขาเถียงทันควัน ก่อนจะหันมาฟ้องคนเป็นแม่ “แม่ครับ พี่ขี้โกงอ่ะ”คนเป็นแม่หลุดหัวเราะเบา ๆ มองสองแสบที่ยืนเท้าสะเอวใส่กันเหมือนผู้ใหญ่ย่อส่วน“งั้นใครเป็นพี่ ใครเป็นน้องกันนะ” เธอพูดแหย่“หนูเป็นพี่ค่ะ เพราะหนูพูดเก่งกว่า” นภัสรีบยกมือขึ้น“ไม่จริง! ผมพูดเก่งกว่า” เด็กผู้ชายรีบพูดรัวทันที “แม่ครับ ฟังนะผมรักแม่ที่สุดในโลก รักมาก ๆ มากกว่าพี่อีก”“เฮ้!” นภัสหันขวับ “งั้นหนูก็รักแม่ที่สุดในจัก
ชายหนุ่มวางสายจากผู้เป็นพ่อที่โทรตามให้กลับบ้านเพราะบอกว่ามีเรื่องด่วน เขามองภาพใครคนหนึ่งที่วางอยู่ตรงโต๊ะข้างเตียง เธอผู้ซึ่งเคยตามตัวเขาเป็นเงา แล้วอยู่มาวันหนึ่งก็หายตัวไป เขารู้แค่เรื่องเดียวคือเธอมาเรียนที่ต่างประเทศ เขารู้แค่ว่าเธออยู่ประเทศไหน แต่ไม่รู้เมืองที่เธออยู่ พยายามหาช่องทาติดต่อก็ไม่มี “ยังหาไม่เจอเลย ต้องกลับไปแล้วอย่างนั้นเหรอ” หลังกลับประเทศไทยได้ไม่กี่วัน เขาก็ต้องเข้าไปรับผิดชอบงานในบริษัทแทนน้องชาย “พี่เหนือ...เหม่ออะไรอยู่เหรอ” ทิศตะวันเดินเข้าไปในห้องทำงานพี่ชาย ซึ่งเคยเป็นห้องประจำตำแหน่งของเขา “วันนี้พี่รู้สึกปวดหัว ฝากนายออกไปคุยงานแทนหน่อยนะ” “แล้วพี่จะไปไหน” “ว่าจะไปหาหมอสักหน่อย ปวดแบบนี้มาสักพักแล้ว” “หักโหมเกินไปหรือเปล่า พี่ควรพักบ้าง” “อืม ก็คงต้องเป็นแบบนั้น” ทิศเหนือขับรถไปถึงโรงพยาบาลเอกชนที่ใกล้บริษัทที่สุด เขาเดินไปยังเคาน์เตอร์ ยื่นบัตรประชาชนแล้วตอบคำถามเจ้าหน้าที่ไม่กี่คำก็โดนเรียกให้ไปที่ห้องตรวจ “รวดเร็วทันใจดีจริง ๆ” เขาพึงพอใจกับก
ในห้องรับรองผู้มาเยือนของโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ เสียงฝีเท้าหนักแน่นของชายหนุ่มในชุดเจ้าบ่าวดังสะท้อนก้องตลอดทางเดิน ก่อนที่เขาจะเปิดประตูเข้ามาอย่างแรงจนบานประตูสั่นสะเทือน ดวงตาคมใต้คิ้วเข้มวาวโรจน์ด้วยความโกรธเมื่อได้รับการยืนยันอีกครั้งว่าไม่มีคนไข้ชื่อดารินทร์“ผมต้องการดูกล้องวงจรปิดของโรงพยาบ
ทิศตะวันหลุบตาลง สีหน้าของเขาเรียบนิ่ง แต่สายตากลับหม่นหมองอย่างเห็นได้ชัด ริมฝีปากเริ่มเม้มเข้าหากันแน่น ความอึดอัดกำลังปะทุอยู่ในใจ“เธอถามเรื่องวันแต่งงานของผมจริง ๆ เหรอ”กิตติชัยพยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะถอยออกไปเล็กน้อย ปล่อยให้ทิศตะวันได้อยู่กับความคิดของตัวเอง“ผม...ไม่รู้ว่าตัวเองควรทำยังไง แต่ถ
สองวันต่อมขณะที่ดารินทร์นั่งดูข่าวอยู่บนโซฟา มือข้างหนึ่งกุมท้องตัวเองแน่น ขณะที่เหงื่อซึมเต็มหน้าผากช่วงนี้เธอเครียดมากเกินไป จนแทบไม่มีเรี่ยวแรงจะทำอะไร อาหารที่เคยฝืนกินก็แทบกลืนไม่ลง ทุกอย่างหนักอึ้งไปหมดทั้งร่างกายและจิตใจเธอพยายามอดทน พยายามบอกตัวเองว่าเธอจะผ่านมันไปได้ แต่ตอนนี้...เธอไม่มั
ผืนทรายร้อนระอุในยามบ่ายถูกเหยียบย่ำด้วยฝ่าเท้าเล็ก ๆ ที่วิ่งดุ๊กดิ๊กไปข้างหน้า เด็ก ๆ หัวเราะเสียงใสขณะที่ปู่กับย่าของพวกเขาต้องรีบสาวเท้าไล่ตามไปอย่างรวดเร็ว“เดี๋ยว! อย่าลงไปลึกนะลูก!” ภาสกรตะโกนตามหลังในขณะที่มือทั้งสองจับมือหลานแน่น ข้างนอกกำลังวุ่นวาย ส่วนข้างในยังคงร้อนระอุภายในห้องนอนของบ้






reviewsMore