LOGINในคืนงานเลี้ยงดารินทร์เผลอมอบกายให้ทิศตะวันชายผู้เป็นถึงประธานบริษัท เช้าวันต่อมา เขายื่นเงินให้เธอพร้อมคำพูดเย็นชา เธอรับรู้ได้ในทันทีว่าเขาต้องการให้เธอเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ แต่เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่ยอมขายศักดิ์ศรีแม้ในวันที่หัวใจอ่อนแอที่สุด เธอเลือกที่จะไม่รับเงินของเขา เมื่อข่าวลือกระฉ่อนไปทั่วว่าประธานหนุ่มมีสัมพันธ์กับพนักงานสาวในคืนงานเลี้ยงบริษัท เขาเชื่อว่าเธอเป็นคนปล่อยข่าว จึงต่อว่าเธออย่างไม่ฟังคำอธิบาย เพื่อรักษาศักดิ์ศรี เธอยอมลาออกโดยไม่เรียกร้อง เพื่อปิดข่าวฉาว ทิศตะวันประกาศหมั้นกับนางแบบคนดังลูกสาวเพื่อนพ่อ ทั้งที่ใจไม่เคยรู้สึกอะไร เพื่อให้ทุกคนเข้าใจว่าผู้หญิงในคืนนั้นคือเขมมิกานางแบบสาวดาวรุ่ง เกิดการหมั้นปลอม ๆ ขึ้น หลายเดือนผ่านไปเขาพบว่าเธอกำลังตั้งท้อง เด็กน้อยที่กำลังจะเกิดกลายเป็นโซ่ตรวจที่พันธนาการเธอและเขาเอาไว้ แต่เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อเธอตกเป็นบุคคลนิรนามที่ใคร ๆ ต่างก็พูดว่าเธอเป็น ‘มือที่สาม’ ระหว่างเขากับคู่หมั้น ทำให้กำหนดการแต่งงานถูกเลื่อนเข้ามา ท่ามกลางความบาดหมาง หัวใจของทั้งคู่กลับเริ่มเปลี่ยน แต่ในคืนแต่งงานของเขาเธอกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่มีใครหาเธอเจออีกเลย ไม่รู้แม้กระทั่งว่าเธอมีชีวิตอยู่ที่ไหน
View Moreคืนเดียว…เปลี่ยนหัวใจที่เย็นชาของเขาให้สั่นไหว
หนึ่งความลับ...ทำลายศักดิ์ศรีของเธอจนหมดสิ้น
แต่โซ่ที่มองไม่เห็น...จะผูกหัวใจของทั้งคู่ไว้แน่นตลอดกาล
“คุณ...” เธอเรียกเขาด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ พลางเอามือเขย่าตัวของเขา “มีสติหน่อยสิ”
“อย่าหนีบ” ชายหนุ่มไม่ได้สนใจเขาพยายามใช้สองมือแหวกขาของเธอให้แยกออกจากกัน
“ไม่นะ” หญิงสาวร้องสุดเสียง แม้เธอจะพยายามดึงสติของเขาแต่ก็ไม่มีประโยชน์ เหมือนเขาจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังทำอะไรอยู่
สายตานักล่านั้นทำให้หญิงสาวต้องหลบตา เธอจนปัญญาที่จะต่อต้านแรงของเขาแล้ว
กึด!!
กรี๊ด!!
เธอร้องลั่นเมื่อแท่งเนื้อที่เขากำจนเต็มมือถูกกดลงไปตรงรอยแยกแทรกกายเข้าไปทางช่องแคบของเธออย่างไร้ความปราณี
“จะ...เจ็บ” น้ำตารินไหลลงมาอาบแก้มอีกระลอก “ฮึก...ฉันเจ็บ”
ยิ่งเธอเกร็งตัวก็ยิ่งทำให้เจ้าของแท่งเนื้อขนาดใหญ่รู้สึกเจ็บตามไปด้วย เขาจึงใช้มือข้างหนึ่งกดไหล่ของเธอก่อนจะออกแรงขยับ
“อ่าส์ อย่าเกร็งสิ...แม่ง! แน่นเป็นบ้า ทำฉันเจ็บแล้วนะ” เขาสบถออกมา
“เอาออกไป...ฉันเจ็บ...อ๊า!!” เวลานี้เธอทั้งเจ็บทั้งตกใจจนแทบลืมหายใจ
“ฉันก็เจ็บไม่น้อยไปกว่าเธอหรอกน่า” เขาเปลี่ยนท่าทางโดยจับเอวเธอไว้ด้วยมือทั้งสองข้างก่อนจะออกแรงสวนสะโพกเข้าไป
“อ๊ะ...อื้อ...เจ็บ”
“ซี๊ด!” ชายหนุ่มเริ่มพอใจเมื่อรู้สึกว่าตรงช่องแคบนั้นกำลังขยาย และปรับตัวให้ตอบรับเอ็นร้อนของเขา “ดูดซะแรงเลยนะ”
หญิงสาวหน้าแดงแจ๋ เหมือนเธอจะเข้าใจว่าเขากำลังพูดถึงอะไร เพราะปฏิกริยาที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไป กลับเป็นชนวนให้คนบนร่างรู้สึกอารมณ์ดี
“ไม่เอา...ไม่เอาแล้ว เอามันออกไป” เสียงพูดปนเสียงสะอื้น
“น่ารำคาญ!” แม้จะพูดออกไปแบบนั้นแต่ชายหนุ่มกับโน้มตัวลงมาจับแขนของหญิงสาวพาดไปบนไหล่ของเขา “กอดให้แน่น เจ็บก็จิกเล็บระบายได้เลย”
พูดจบก็สวนสะโพกใส่ร่างบางต่อโดยไม่สนใจเสียงร้องห้ามของเธอ จนในที่สุดเมื่อร่างกายของเธอคุ้นชินกับแท่งเนื้อของเขา เสียงร้องจึงเปลี่ยนเป็นเสียงครางหวานหู ยิ่งกระตุ้นให้ชายหนุ่มควบขี่เธอครั้งแล้วครั้งเล่าจนสุขสมดังใจ
หน้าอกอวบอูมที่กระเพื่อมขึ้นตามจังหวะการหายใจกำลังดึงดูดสายตาของชายหนุ่ม เขาก้มลงไปใช้ลิ้นตวัดเลียสลับกับดูดดึงจนเจ้าของสั่นสะท้านำทั้งร่าง
“อ๊ะ...อื้อ” เธอแอ่นอกขึ้นตามสัญชาตญาน
ชายหนุ่มได้จังหวะจึงสอดมือเข้าไปใต้แผ่นหลัง ออกแรงกดหลังของเธอไว้ไม่ให้ขยับหนี
“ไม่เอาแล้ว ปล่อยนะ…ปล๊อย!!!” เธอพยายามพลิกตัวหนีแต่กลับโดนเขากดเอาไว้ในท่านอนคว่ำ
ทันทีที่แท่งเนื้อโดนก้นเธอก็ตาลูกวาว
“ท่านี้ก็ไม่เลว” เขาบีบก้มของเธอเล่นจนเกิดเป็นรอยแดง “ลองดูหน่อยละกัน”
ว่าจบกับสอดมือไปใต้ท้องพอให้ก้นกระดกขึ้นมา อวดกลีบกุหลาบสีแดงที่มีคราบน้ำรักและคราบเลือดปนอยู่ เขาชะงักเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจดันเอ็นร้อนเข้าไปจนสุด
“กรี๊ด!!” หญิงสาวกรีดร้องอีกครั้ง เพราะครั้งนี้มันเข้าไปลึกกว่าครั้งแรก เธอพยายามคลานหนีแต่เขากลับจับเอวเธอไว้แน่นแล้วออกแรงกระแทกจนเธอแทบคะมำไปด้านหน้า
“ไม่ผิดหวัง หัวมันกระแทกเต็ม ๆ เลย เสียวสุด ๆ ซี๊ด!!” เขาซู๊ดปากก่อนจะแลบลิ้นออกมาเลียปากตัวเอง
เย็นวันหนึ่งในบ้านหลังใหญ่ กลิ่นอาหารที่เพิ่งทำเสร็จยังอวลอยู่ในอากาศ เสียงหัวเราะใส ๆ ของเด็ก ๆ ทำให้บ้านทั้งหลังดูมีชีวิตชีวาอย่างบอกไม่ถูกนภัและนพกรนั่งข้างกันบนพรมกลางห้อง กำลังเถียงกันเรื่องตัวต่อชิ้นสุดท้าย นพกรทำหน้าบึ้งนิด ๆ ส่วนนภัสยกคางอย่างไม่ยอมแพ้ แต่สุดท้ายก็หัวเราะออกมาพร้อมกันเหมือนเคย เพราะมีเสียงเล็ก ๆ ของน้องสาวฝาแฝดวัยสองขวบดังแทรกขึ้นมา“ของหนู...ของหนู...”เด็กน้อยทั้งสองขยับเข้ามาแย่งตัวต่ออย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว ทำเอาพี่ ๆ หยุดเถียงแล้วหันมองหน้ากัน ก่อนจะยอมยกชิ้นส่วนให้พร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย“ให้น้องก็ได้” นพกรพูดเบา ๆ“ใช่ เดี๋ยวเราหาใหม่ก็ได้” นภัสเสริม พลางลูบหัวน้องอย่างเอ็นดูภาพนั้นทำให้คนเป็นแม่ที่ยืนมองอยู่ข้าง ๆ เผลอยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน แขนของเธอถูกโอบจากด้านหลังโดยคนเป็นพ่อที่เพิ่งเดินเข้ามา เขาซบคางลงบนไหล่ของเธออย่างคุ้นเคย“บ้านเราวุ่นวายดีนะ” เขากระซิบ“วุ่นวาย...แต่ก็มีความสุข” เธอตอบ พลางเอนตัวพิงเขาเล็กน้อยสายตาของทั้งคู่มองไปยังลูก ๆ ที่กำลังเล่นกันอยู่ เสียงหัวเราะ เสียงงอแงเล็ก ๆ และเสียงเรียกพ่อกับแม่ดังสลับกันไปมาอย่างไม่ขาดสาย
ประตูห้องทำงานถูกเคาะเบา ๆ สองครั้ง ก่อนจะเปิดออกช้า ๆ“เรียกมุกมามีอะไรเหรอคะ” ดารินทร์เอ่ยถาม ขณะที่ยังยืนอยู่หน้าประตู ด้วยสีหน้าสงบแต่แฝงด้วยความสงสัยเล็กน้อยทิศตะวันที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานเงยหน้าขึ้นมองทันที แววตาของเขาไม่ได้เข้มดุเหมือนเวลาทำงาน แต่กลับเต็มไปด้วยความกังวลที่ซ่อนเอาไว้ไม่มิด“มานี่ก่อน” เขาพูดเสียงเรียบพลางกวักมือเรียกภรรยาสุดที่รักเธอเดินเข้าไปใกล้ ก่อนจะนั่งลงตรงเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม แต่ยังไม่ทันได้ถามอะไรต่อ เขาก็พูดขึ้นมาก่อน“พี่อยากให้มุกหยุดงาน” คำพูดสั้น ๆ แต่ชัดเจน ทำให้เธอชะงักไปเล็กน้อย“หยุด...ตอนนี้เลยเหรอคะ” เธอรู้ดีว่านี่คือคำสั่ง เพราะเขาขอร้องเรื่องนี้กับเธอหลายครั้งแล้ว แต่เธอก็ยังดื้อ วันนี้เขาเลยใช้น้ำเสียงที่ฟังแล้วรู้สึกว่านั่นคือคำสั่ง“ใช่ครับ” เขาพยักหน้า สายตามองไปที่หน้าท้องของเธอโดยอัตโนมัติ “คุณกำลังท้องนะ งานมันหนัก พี่ไม่อยากให้ที่รักเสี่ยงอะไรทั้งนั้น”น้ำเสียงเขาไม่ได้แข็ง แต่หนักแน่นพอจะรู้ว่าเขาคิดมาดีแล้วดารินทร์เม้มปากนิดหนึ่ง ก่อนจะพูดอย่างใจเย็น“มุกเข้าใจนะคะ...แต่ขอทำต่ออีกแค่สองเดือน ได้มั้ยคะ แค่ให้จบโปรเจกต์นี้ก่อน”ทิ
เสียงหัวเราะใส ๆ ดังลอยมาตามลมยามบ่าย ก่อนที่เจ้าตัวเล็กสองคนจะวิ่งฝ่าประตูเข้ามาอย่างไม่เกรงใจโลก กระเป๋านักเรียนยังคงสะพายติดหลัง“แม่จ๋า...ดูหนูสิ”เด็กผู้หญิงตัวน้อยผูกผมหางม้าสองข้างวิ่งนำมา ใบหน้ากลมป่องแดงระเรื่อจากการวิ่ง ดวงตาเป็นประกายเหมือนมีดาวเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ในนั้น เธอยกกระดาษที่วาดเละเทะขึ้นมาอวดเต็มที่“วันนี่ที่โรงเรียนหนูวาดรูปพ่อ แม่ แล้วก็หนูเองนะคะ” เธอบอกแม่ด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว“แล้วผมล่ะ” เสียงเล็ก ๆ อีกเสียงรีบแทรกขึ้นมา นพกรที่วิ่งตามมาติด ๆ ชะโงกหน้าดูแล้วทำหน้ายุ่ง “ทำไมผมตัวเล็กกว่าพี่อีก”“ก็พี่เป็นพี่ไง” เธอตอบอย่างมั่นใจสุด ๆ พร้อมยักไหล่เล็ก ๆ“แต่เราเกิดพร้อมกันนะ” เขาเถียงทันควัน ก่อนจะหันมาฟ้องคนเป็นแม่ “แม่ครับ พี่ขี้โกงอ่ะ”คนเป็นแม่หลุดหัวเราะเบา ๆ มองสองแสบที่ยืนเท้าสะเอวใส่กันเหมือนผู้ใหญ่ย่อส่วน“งั้นใครเป็นพี่ ใครเป็นน้องกันนะ” เธอพูดแหย่“หนูเป็นพี่ค่ะ เพราะหนูพูดเก่งกว่า” นภัสรีบยกมือขึ้น“ไม่จริง! ผมพูดเก่งกว่า” เด็กผู้ชายรีบพูดรัวทันที “แม่ครับ ฟังนะผมรักแม่ที่สุดในโลก รักมาก ๆ มากกว่าพี่อีก”“เฮ้!” นภัสหันขวับ “งั้นหนูก็รักแม่ที่สุดในจัก
ชายหนุ่มวางสายจากผู้เป็นพ่อที่โทรตามให้กลับบ้านเพราะบอกว่ามีเรื่องด่วน เขามองภาพใครคนหนึ่งที่วางอยู่ตรงโต๊ะข้างเตียง เธอผู้ซึ่งเคยตามตัวเขาเป็นเงา แล้วอยู่มาวันหนึ่งก็หายตัวไป เขารู้แค่เรื่องเดียวคือเธอมาเรียนที่ต่างประเทศ เขารู้แค่ว่าเธออยู่ประเทศไหน แต่ไม่รู้เมืองที่เธออยู่ พยายามหาช่องทาติดต่อก็ไม่มี “ยังหาไม่เจอเลย ต้องกลับไปแล้วอย่างนั้นเหรอ” หลังกลับประเทศไทยได้ไม่กี่วัน เขาก็ต้องเข้าไปรับผิดชอบงานในบริษัทแทนน้องชาย “พี่เหนือ...เหม่ออะไรอยู่เหรอ” ทิศตะวันเดินเข้าไปในห้องทำงานพี่ชาย ซึ่งเคยเป็นห้องประจำตำแหน่งของเขา “วันนี้พี่รู้สึกปวดหัว ฝากนายออกไปคุยงานแทนหน่อยนะ” “แล้วพี่จะไปไหน” “ว่าจะไปหาหมอสักหน่อย ปวดแบบนี้มาสักพักแล้ว” “หักโหมเกินไปหรือเปล่า พี่ควรพักบ้าง” “อืม ก็คงต้องเป็นแบบนั้น” ทิศเหนือขับรถไปถึงโรงพยาบาลเอกชนที่ใกล้บริษัทที่สุด เขาเดินไปยังเคาน์เตอร์ ยื่นบัตรประชาชนแล้วตอบคำถามเจ้าหน้าที่ไม่กี่คำก็โดนเรียกให้ไปที่ห้องตรวจ “รวดเร็วทันใจดีจริง ๆ” เขาพึงพอใจกับก
“ผมไม่อยากเสียคุณกับลูกไป”เธอมองเขานิ่ง แสงจันทร์สะท้อนในดวงตาของเขาที่สั่นระริกเล็กน้อย ราวกับมีบางสิ่งกำลังต่อสู้กันอยู่ในใจ เขาดูไม่มั่นคงเหมือนเคย ไม่ใช่ผู้ชายที่เธอเคยรู้จักในอดีตหรืออาจเป็นคนเดียวกัน แต่กลับมีบางสิ่งในตัวเขาที่เปลี่ยนไปโดยที่เธอไม่ทันรู้ตัวดารินทร์รู้สึกใจเต้นเร็วขึ้นอย่างไ
ร่างกายของดารินทร์ถูกปลุกเร้าอารมณ์จนควบคุมตัวเองไม่อยู่ เปล่งเสียงครางหวานๆ ออกมาไม่ขาดปาก จนทำให้แก่นกายของทิศตะวันขยายจนคับแน่นไปหมด“อ๊าา!! อื้อ! คุณ อ๊าาา!”เมื่อโดนลิ้นหนารัวตรงปุ่มกระสันถี่และเร็วร่างบางก็กระตุกเกร็งและนอนหอบหายใจ ทิศตะวันจึงใช้จังหวะนี้ถอดเสื้อผ้าของตัวเองจนหมด ก่อนจะทาบทับ
พรึ่บ!เพราะอยากใกล้ชิด เขาจึงไม่สามารถปล่อยเธอไปได้ ดารินทร์ถูกรวบเอวไว้แล้วดึงกลับลงมา เขาพลิกตัวเธอให้อยู่ใต้ร่างของเขาตามเดิมแล้วจูบเธอในทันทีโดยที่เธอยังไม่ทันได้ตั้งตัว “อื้อ”ปากเล็กได้รูปพยายามร้องประท้วง แต่เจ้าของลิ้นหนายังไม่หยุดกวาดต้อนความหวานภายในโพลงปากนั้น มือหนาลูบไปทั่วเร
ความเงียบปกคลุมไปชั่วครู่ ทิศตะวันไม่ได้ขยับตามคำสั่ง กลับมองหน้าเธอด้วยแววตานิ่งสงบ ก่อนจะพูดช้า ๆ“คุณจะแจ้งความก็ได้นะ...แต่คุณคิดเหรอว่าถ้าตำรวจมา ไหนจะเสียงไซเรน ไหนจะคนแปลกหน้า ความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นจะไม่ทำให้ลูกตกใจเหรอ”เหมือนเขากำลังใช้จิตวิทยากับดารินทร์ คำพูดนั้นเหมือนแทงเข้าไปในใจของเ
reviewsMore