LOGINช่วงนี้งานที่โรงพยาบาลผมค่อนข้างยุ่งมาก นอกจากจะประชุมเกี่ยวกับการพัฒนาแอปฯ หมอออนไลน์ที่ทำอยู่แล้ว ยังต้องเจอกับปัญหาบุคลากร... หมอที่เคยอยู่ประจำหลายๆ คน ถึงวาระที่จะไปเรียนต่อเฉพาะทางบ้าง บางคนก็เริ่มไปเปิดคลินิกของตัวเองบ้าง ก็จะมีเวลาในการทำงานในส่วนของหมอออนไลน์ลดลง
นอกจาก ผมต้องประชุมกับฝ่ายบุคคลเพื่อให้หาหมอมาทดแทนแล้ว ในบางครั้งและบ่อยครั้งทีเดียวที่ในช่วงนี้ ผมต้องเข้ารับเคสในแอปฯ เอง หลังจากได้แต่ทำส่วนงานบริหารอย่างเดียวมาหลายปีแล้ว
“ไปไหนมาวะ ไอ้หมอภีม” จังหวะเดียวกันกับที่ผมเพิ่งคุยกับคนจากฝ่ายบุคคลเสร็จ ผมเห็นหลังไอ้เพื่อนหมอคนสนิท เหมือนรีบเร่งเดินเข้าไปในห้องทำงาน จึงรีบเดินตามเข้าไป เพื่อถามข่าวคราวงานช่วงนี้
ไอ้หมอภีม หุ่นส่วนคนสำคัญที่ช่วงนี้ ผมมักจะเห็นมันวุ่นวายกับแผนกเป็นพิเศษ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ มันขอเวลาพักอยู่เป็นปี ไม่ค่อยเข้ามายุ่งวุ่นวาย ไม่รับเคสคนไข้ อำนาจการตัดสินใจเกือบทั้งหมด ตกมาอยู่ที่ผม ไอ้ภีมจะเข้ามาเพียงเพื่อเซ็นต์เอกสารสำคัญเท่านั้น
“มึงมาหากูบ่อยขนาดนี้ น้องๆ เด็กๆ มึงไม่ว่างหรือไง” ไอ้ภีมมันต้องมีอะไรปิดบังผมอยู่ นี่ผมแค่เข้าไปถาม แต่มันกลับตอบกลับมาที่จุดอ่อนของผม ใช่ครับ อย่างที่บอก ผมผ่อนคลายตัวเองด้วยเหล่าสาวๆ แต่ช่วงนี้ก็เหมือนจะยุ่งจนไม่มีเวลาจริงๆ นั่นแหละ
“มึงทำอะไร เคสเร่งเหรอ ใครวะ กูรู้จัก!?” ผมยังคงพยายามจะเค้นถาม เพราะไอ้ภีมชักจะทำเรื่องแปลกๆ ให้พนักงานในโรงพยาบาลเห็นและสงสัยมากขึ้นทุกวัน ซึ่งผมที่ประจำการอยู่ที่โรงพยาบาลตลอด เลยสนิทสนมกับทุกคน ก็มักจะมีคนเข้ามาถามเรื่องที่สงสัยผ่านผมนี่แหละ
“มึงไม่ต้องรู้ทุกเรื่องของกูก็ได้ เอาเวลาไปหาเด็กๆ มึงเถอะ” กลายเป็นว่า มันแขวะผมกลับมาซะอย่างนั้น ใจจริงก็ออกจะโมโหมันหน่อยๆ นะ แต่ก็ปล่อยผ่านได้ เพราะมันคงมีเรื่องที่ซีเรียสจริงๆ
“ทำลับๆ ล่อๆ นะมึง อย่ามาให้กูช่วยทีหลังนะ ว่าแต่มึงเข้ามาช่วงนี้ก็ดี มีหมอหลายคนไปเรียนต่อเฉพาะทางเพิ่ม มึงกับกูต้องเริ่มรับเคส ระหว่างรอหมอมาใหม่ว่ะ”
“เออๆ เดี๋ยวกูลองดู เท่าที่ได้ กูรู้แล้ว มึงไปได้แล้ว กูยุ่ง”
“ยุ่งอะไรของมึงวะ เออๆ กูไม่เซ้าซี้ก็ได้ อย่าลืมนะ รับเคสด้วย” สุดท้ายแล้ว ผมก็ไม่ได้คำตอบ แต่เมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อนสนิทแล้ว ก็ไม่อยากจะเซ้าซี้มากไปกว่านี้
เชื่อว่าไม่นานหรอก เดี๋ยว ก็ต้องมาให้ผมช่วย เพราะดูท่าทางแล้ว น่าจะมีเรื่องอะไรซักอย่างที่น่าจะซับซ้อนพอสมควรเลย ไม่อย่างนั้น มันคงไม่ลงทุนถึงขั้น ปลอมเป็นคนส่งของของโรงพยาบาลเพื่อไปส่งของเอง
เมื่อถามแล้วไม่ได้ความอะไร ผมก็ถอดใจกลับมาเคลียร์งานที่ห้องทำงานของตัวเอง แต่นั่งอ่านเอกสารไปได้ไม่เท่าไหร่ ก็มีสายโทรเข้ามาที่เบอร์ส่วนตัวผม
[“พี่วัตคะ ทำไมพี่วัตไม่โทรหาเชอร์รี่เลยคะ”] เสียงจากปลายสาย ทั้งออดอ้อนและดูเหมือนจะไม่พอใจเท่าไหร่
“อ๋อ น้องเชอร์รี่ พอดีช่วงนี้พี่งานยุ่งมากเลยครับ น้องเชอร์รี่โทรมาหาพี่มีอะไรรึเปล่า” ผมต้องดูที่หน้าจอมือถืออีกครั้ง เพราะเบอร์ที่โทรเข้ามาเป็นเบอร์ที่ไม่มีอยู่ในเครื่อง
น้องเชอร์รี่คงเอาเบอร์อื่นโทรมาแน่ๆ เพราะถ้าขึ้นชื่อเธอ ผมคงเลือกจะไม่รับสายนี้ เพราะตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่เจอกัน ผมก็ตั้งใจเอาไว้แล้วว่า เธอคงไม่เหมาะที่ผมจะนัดออกมาเจอกันอีก
[“แหม จะโทรหา...ต้องมีเรื่องอะไรด้วยเหรอคะ เชอร์รี่โทรเพราะคิดถึงพี่วัตไม่ได้เหรอ”]
“ได้ค่ะ แต่ตอนนี้พี่ยุ่งมากเลยค่ะ ยังไงเอาไว้ว่างแล้วพี่โทรหานะ เดี๋ยวพี่ต้องไปประชุมต่อแล้วนะคะ ไว้ค่อยคุยกันนะ” ผมรีบตัดบทและกดวางสาย หลังจากนั้นก็บันทึกเบอร์ไว้รวมในชื่อของเธออีกเบอร์ เพื่อครั้งหน้าผมจะไม่พลาดรับสายอีก
จะว่าไปแล้ว การที่น้องเชอร์รี่โทรมาหาผมแบบนี้ กลับทำให้ผมนึกถึงใครอีกคนมากกว่าคนที่โทรเข้ามาหาเสียอีก ‘ทำไมเงียบหายไป ไม่ติดต่อมาเลยนะ’
หลังจากฉัน เอนนอนอ่านนิยายจนเคลิ้มหลับไปได้ไม่เท่าไหร่ เสียงมือถือก็ดังขึ้นที่ข้างเตียง
[“นิต้า ทำยังไงดี หมอต้องคิดว่าฉันบ้าแน่ๆ เลย”] เพียงแค่กดรับสายเท่านั้น เสียงยัยอัยย์ ก็ดังรอดเข้ามาอย่างร้อนใจ ฉันที่ยังงัวเงีย ยิ่งฟังไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่ปลายสายกำลังจะสื่อ จับได้แค่เสียงนั้นร้อนรน อัยย์คงกำลังรู้สึกแย่แน่ๆ
“อะไรของเธอ ยัยอัยย์ ใจเย็นๆ ก่อนซิ ค่อยๆ พูด ใครทำอะไรเธอ ฉันจะไปจัดการมัน” ฉันรักยัยอัยย์มากเลยนะ นอกจากครั้งแรกที่เราเจอกัน เป็นครั้งเดียวที่ฉันถูกยัยอัยย์ช่วยเหลือและปกป้องเอาไว้จากอันตราย ส่วนหลังจากนั้น เป็นฉันทั้งหมดที่จะคอยช่วยเหลือ ออกหน้าแทน
ยัยอัยย์ เป็นผู้หญิงใจดี ไม่คิดร้ายกับใคร และค่อนข้างไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ตรงข้ามกับฉันที่ใครๆ ก็เห็นว่าเป็นสาวแกร่ง สาวเปรี้ยว ใจเด็ด มั่นใจในตัวเอง กล้าได้กล้าเสีย จนกลายเป็นฉันกับอัยย์ ไม่น่าจะคบกันได้ แต่กลับกลายเป็นว่า เราเติมเต็มซึ่งกันและกันได้ดีทีเดียว
[“คือ เมื่อกี้ คุณหมอทักมาถามอาการของเรา ถามหลายอย่างเลย แต่พอเราตอบว่า อาการเรากำเริบเพราะเจอคนเยอะๆ คุณหมอก็บอกแค่ให้เราพักผ่อน อย่าเครียด แล้วก็ออกจากแชตไปเลยอะ แงๆ หมอต้องว่าเราบ้าแน่ๆ เลยนิต้า ใครเค้าจะมีอาการประหลาดเพราะเจอคนเยอะกัน”]
“เดี๋ยวนะ ใจเย็นยัยอัยย์ หมอเค้าอาจจะมีธุระด่วน” ฉันกำลังตั้งสติ และปลอบให้เพื่อนใจเย็นเอาไว้ก่อน พร้อมกับพยายามทำความเข้าใจสถานการณ์ แต่ยังไม่รู้จะช่วยเธอยังไง
[“นิต้า นี่มัน 4 ทุ่มแล้วนะ หมอจะมีธุระถึงกับออกไปเฉยๆ เลยเหรอ”]
“ยัยอัยย์ เดี๋ยวนะ หมอทักถามอาการเธอตอน 4 ทุ่มเนี่ยนะ หมอที่ไหนเค้าคุยกับคนไข้ดึกขนาดนี้กัน” สิ่งที่อัยย์พูด ทำให้ฉันเริ่มเอะใจสงสัย ‘หมอทักหาคนไข้ตอนดึกเนี่ยนะ แล้วเพื่อนชั้นก็ตีโพยตีพายที่เค้าออกจากแชตไปโดยไม่บอก เหรอ…’
[“เอ่ออ หมอคงว่างตอนนี้หรือเปล่า เราก็ไม่รู้ ตอนแรกเรายังทำบทละครให้พ่ออยู่ หมอทักมาถามเราก็ไม่ได้ดูเวลา แต่เพิ่งจะดูเวลาตอนหมอออกแชตไป”] ยัยอัยย์ตอบฉันอย่างอึกอัก ฉันยิ่งสงสัยมากขึ้นไปอีก
[“นิต้า แค่นี้ก่อนนะ คุณหมอตอบกลับมาแล้ว”]
“เดี๋ยวอัยย์..” ยัยอัยย์วางสายไปไม่ทันได้ฟังสิ่งที่ฉันกำลังจะคุยกับเธออีก ฉันเริ่มไม่แน่ใจแล้วสิ ว่าแอปฯ หาหมอที่เพื่อนฉันใช้อยู่นั้น เป็นหมอที่รักษาคนไข้จริงๆ หรือเป็นพวกหลอกลวงหรือเปล่านะ แต่แอปฯ ที่ใช้ เพื่อนของพ่ออัยย์เป็นคนแนะนำมานะ ไม่น่าจะหลอกลวงนี่นา
ฉันนึกขึ้นได้ว่า ระหว่างทางที่กำลังเดินหาห้องพักยัยอัยย์ ฉันเผลอได้ยินพยาบาลที่เคาน์เตอร์พูดคุยกันว่า แฟนสาวของลูกเจ้าของโรงพยาบาลมารักษาตัวอยู่ที่ชั้นนี้ แถมฝ่ายชายก็อยู่เฝ้าไข้คอยดูแลไม่ยอมห่างเลย ท่าทางจะรักแฟนมาก ‘คนอย่างชั้นจะมีวันแบบนี้บ้างมั้ยนะ เฮ้อ’“แค่ก...แค่ก”“โอยค่อยๆ กินสิ สำลักเลย เอาเช็ดปากก่อน” จู่ๆ ยัยอัยย์ก็สำลักน้ำที่กำลังดื่ม ฉันรีบเข้าไปหยิบกระดาษยื่นให้เธอเช็ดน้ำที่ปาก“พยาบาลข้างนอกเค้าคุยกันว่าอะไรนะ นิต้า”“ฮ่าๆ สนใจด้วยเหรอ เค้าบอกว่า...มีแฟนลูกเจ้าของโรงพยาบาลนี้ รักษาตัวอยู่ที่วอร์ดนี้ด้วย แถมเม้าส์อีกว่า ลูกเจ้าของโรงพยาบาลเป็นหมอ หล่อมาก แต่หวงแฟนสุดๆ แล้วอะไรอีกน้า” ฉันใช้นิ้วชี้เคาะที่คาง เพื่อครุ่นคิดถึงเรื่องที่ได้ยินมา“เออ พอแล้วนิต้า เราไม่อยากรู้แล้ว”“อ่าวทำม...เฮ้ย อัยย์ ทำไมหน้าแดงขนาดนั้น ไข้ขึ้นอีกแล้วเหรอ”“ป่าวๆ ไม่มีอะไร ฉันเพลียแล้วของีบหน่อยนะ” ยัยอัยย์ยื่นแก้วน้ำกลับมาให้ฉัน แล้วล้มตัวลงนอน
เมื่อส่งยัยอัยย์ขึ้นฮอของโรงพยาบาลไปกับคุณหมอภีมแล้ว ฉันต้องกลับมาที่พักเพื่อเตรียมจัดของที่เหลือของยัยอัยย์สำหรับส่งตามเธอไป ส่วนตัวฉันยังคงต้องอยู่ที่นี่อีกซักระยะ เพราะการถ่ายทำละครที่นี่ยังคงต้องดำเนินต่อไป“ไม่ต้องห่วงหรอกนิต้า หมอภีมรับไปดูแลแล้ว ยังไงยัยอัยย์ก็ปลอดภัยแน่นอนจ๊ะ” เป็นแม่อัยย์ที่รู้ใจและมาช่วยปลอบใจฉัน เมื่อท่านเห็นฉันไม่ค่อยมีสมาธิกับการทำงานตรงหน้าซักเท่าไหร่ ยังดีที่ยังไม่ได้ทำอะไรผิดพลาดไป‘ยัยอัยย์มีหมอภีมคอยดูแลแล้ว แถมพ่อกับแม่ก็ยังวางใจขนาดนั้น แล้วเธอจะห่วงอะไรอีกล่ะยัยนิต้าเอ้ย’‘นี่หรือว่า ที่ยัยอัยย์พูดเรื่องแต่งงานวันก่อน จะมีเค้ารางกันนะ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ยัยอัยย์คงจะมีความสุขมากสินะ หมอภีมก็ดูจะเป็นคนดีจริงใจกับยัยอัยย์มากเลย หรือชั้นต้องเตรียมของขวัญแสดงความยินดีแล้วล่ะมั้ง’สองสามวันที่ผ่านมา พวกเราต้องเร่งถ่ายทำเพราะต้องถ่ายชดเชยช่วงวันที่ฝนตกไม่สามารถทำงานได้ด้วย แถมยังอยากเร่งให้เสร็จ เนื่องจากกลัวว่าจะมีพายุฝนมาอีก และเหล่านักแสดงหลักก็จะไม่มีคิวให้แล้วสุดท้ายแล้ว ฉัน
หลังจากผมสองคนลงมากินอาหารกลางวันที่ด้านล่างได้ไม่นาน ผู้ใหญ่บ้านก็กลับมาจากในเมือง ท่าทางวิ่งกระหืดกระหอบมาทางโต๊ะที่พวกผมนั่งอยู่“รอนานมั้ยครับคุณหมอ ขอโทษทีนะครับ ฝนตกทั่วเลย ถนนก็ลื่นผมเลยขับเร็วไม่ได้”“ไม่เป็นไรครับ ปลอดภัยไว้ก่อนดีแล้วครับ ผู้ใหญ่”“แล้ววิทยุล่ะครับ”“อ๋อๆ เดี๋ยวต้องไปที่รถครับคุณหมอ เชิญๆ ทางนี้เลยครับ”กลายเป็นผมที่ได้แต่นั่งกินข้าวเงียบๆ อยู่ที่โต๊ะ มองผู้ใหญ่บ้านกับไอ้ภีมคุยกันท่าทางรีบร้อน หลังจากนั้นทั้งคู่ก็รีบลุกเดินไปที่รถของผู้ใหญ่บ้านทันที ข้าวในจานไอ้ภีมยังคงเหลืออยู่เกือบเต็มจาน ผมเลิกที่จะสนใจคนทั้งคู่ที่เดินออกจากร้านไปแล้ว กลับมาให้ความสนใจกับอาหารบนโต๊ะแทนนั่งกินไปเรื่อยๆ เพื่อรอไอ้ภีมทำธุระของมันให้เรียบร้อย แต่กลับไม่ได้รู้ถึงรสชาติของอาหารที่ตักเข้าปากเลยแม้แต่น้อย ในหัวกลับมีแต่เสียงที่อยู่ในความฝันเมื่อช่วงสาย ได้แต่นึกสงสัยในตัวเองว่าทำไมถึงสามารถฝันออกมาแบบนั้นได้ ‘ฝันบ้าอะไรของมึงวะไอ้วัต’ผมส่ายหน้าเพื่อไล่ความคิดพวกนั้นออกจ
ผมสะดุ้งตื่นจากฝัน ที่กำลังนอนแนบกายกับสาวผิวขาวเนื้อนุ่ม หน้าของเธอกำลังแนบอยู่ที่อกผม และเราทั้งคู่อยู่ใต้ผ้าห่มอันอบอุ่น แต่เมื่อลืมตาขึ้นมา ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับเป็นไอ้ภีม กำลังเดินไปเดินมาอยู่ที่ข้างเตียงผมหยิบนาฬิกาข้อมือที่ถอดวางเอาไว้ที่หัวเตียงขึ้นมาดูเวลา “โอ้ย อะไรของมึงแต่เช้าวะไอ้ภีม นี่มันหกโมงเช้า” ถึงแม้ว่าเมื่อคืนพวกเราจะเข้านอนกันเร็วก็เถอะ แต่การที่ต้องถูกปลุกขึ้นมาตั้งแต่ 6 โมงเช้า ในอากาศเย็นนอนสบายแบบนี้ มันก็ทำให้ผมรู้สึกไม่ค่อยพอใจซักเท่าไหร่ไอ้ภีมเร่งเร้าให้ผมโทรถามผู้ใหญ่บ้านถึงเรื่องที่จะขึ้นไปบนดอย เมื่อหาคนรักของมัน ถึงแม้ว่าเท่าที่ผมมองออกไปด้านนอกหน้าต่างแล้วยังเห็นว่า ฝนยังคงโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย ในใจก็รู้คำตอบอยู่แล้วว่า วันนี้ก็คงไม่สามารถเดินทางขึ้นไปบนดอยได้แต่เมื่อมองหน้าเพื่อนที่คิ้วแทบจะผูกกันเป็นโบแล้ว ผมก็ต้องยอมที่จะหยิบมือถือขึ้นมา ค้นหาเบอร์ผู้ใหญ่บ้านในรายชื่อแล้วกดโทรออกหาผู้ใหญ่บ้าน ตามคำขอของเพื่อนที่กำลังกลัดกลุ้มใจอยู่ตรงหน้าผมตอนนี้&ldq
“กองถ่ายก็ทำงานกันไม่ได้น่ะสิ”“ใช่สิ รอลุ้นพรุ่งนี้เอาละกัน ไป เธอน่ะ ไปอาบน้ำสระผมเดี๋ยวนี้เลย เปียกขนาดนี้ เดี๋ยวไม่สบายไปอีก เพิ่งจะหายเองนี่”“จ้าแม่” ยัยอัยย์ยอมที่จะลุกขึ้นเอาผ้าที่ฉันโยนให้เดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำสระผมตามที่ฉันบอกแต่โดยดีส่วนฉันก็พยายามเอาผ้าซับน้ำที่พื้นให้แห้ง ก่อนที่จะเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกของตัวเอง แล้วจึงหยิบผ้าผืนเล็กนั่งเช็ดผมเพื่อรอยัยอัยย์ใช้ห้องน้ำ สำหรับฉันการโดนฝนเพียงเท่านี้ไม่สามารถทำให้ฉันป่วยไข้ได้ต่างกับยัยอัยย์ ฉันคิดว่าการที่เธอต้องเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน เหมือนทำให้ร่างกายของเธอลดภูมิคุ้มกันตัวเองลงไปซะอย่างนั้น เมื่อคืนก่อนโดนน้ำค้างเธอก็จับไข้แล้ว แล้วนี่เพิ่งจะดีขึ้นก็ดันนอนตากฝนอีก ฉันได้แต่หวังว่าคราวนี้เธอจะไม่เป็นอะไรมากนะ หมอสองคนก็ไม่อยู่บนนี้แล้วด้วย“นี่อะไรของชั้นเนี่ย วันนี้นึกถึงหมอกี่ครั้งแล้วก็ไม่รู้ ชีวิตชั้นวนเวียนกับการต้องหาหมอตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย” ฉันอดบ่นกับตัวเองไม่ได้ เมื่อจู
ยัยอัยย์พูดถึงหมอวัตขึ้นมา ฉันไม่รู้ว่าสีหน้าตัวเองเปลี่ยนเป็นยังไงไปแล้ว “หาา อีตานั่นอะนะ สนใจชั้น ขี้เก๊ก แถมขี้บ่นอีกต่างหาก บ่นได้ทุกเรื่อง แม้กระทั่งเรื่องชั้นใส่กางเกงขาสั้น น่ารำคาญจะตาย”“เค้าหวงหรือเปล่า ถึงไม่อยากให้เธอใส่สั้นโชว์คนอื่นน่ะ”“ไปกันใหญ่แล้วยัยอัยย์ พอเถอะๆ เลิกพูด พูดถึงแล้วน่าหงุดหงิด ชั้นไม่มีทางเอาตานั่นมาทำสามีแน่นอน” มุมปากของฉันยกยิ้มขึ้นโดยไม่สามารถบังคับได้ จนฉันรู้สึกหงุดหงิดตัวเองขึ้นมา“ไม่พูดถึงหมอวัตก็ได้ แต่ไม่คิดจะหาคนดูแลจริงๆ เหรอนิต้า” น้ำเสียงยัยอัยย์เหมือนจะแฝงความในบางอย่าง แต่ให้ฉันคิดเรื่องคู่ครองคงเป็นไปไม่ได้แน่“หึ ไม่อะ ไม่รู้จะมาดูแลชั้น หรือชั้นต้องไปดูแล ไม่เอาดีกว่า ชั้นอยู่คอยดูแลเธอก็พอละ” ไม่ใช่ว่าฉันไม่เคยจะคิดเรื่องความรัก เพียงแต่ว่า ไม่ว่าจะคิดในมุมไหน ฉันก็รู้สึกว่าการมีความรักไม่คุ้มค่ากับสิ่งที่ฉันต้องสูญเสียไปฉันเป็นผู้หญิงก็จริง แต่ตอนนี้ฉันดูแลตัวเองได้ทั้งหมด อาจจะไม่ได้







![เพลิงแค้นเจ้าสาวผิดตัว [Love Drama 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)