INICIAR SESIÓNภาพที่เห็นนั้น ทำเอาผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เธอยืนอยู่ที่อ่างล้างจาน น้ำค่อยๆ ไหลลงมาจากก๊อกน้ำที่เพิ
ภาพที่เห็นนั้น ทำเอาผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เธอยืนอยู่ที่อ่างล้างจาน น้ำค่อยๆ ไหลลงมาจากก๊อกน้ำที่เพิ่งเปิดเพื่อจะล้างเศษอาหารออกจากจานที่อยู่ในอ่าง นิต้าต้องก้มตัวเล็กน้อยเพื่อหยิบจานที่อยู่ในอ่างที่ละใบค่อยๆ ใช้ฟองน้ำที่เต็มไปด้วยฟองน้ำยาล้างจานถูจานใบที่อยู่ในมือไวกว่าความนึกคิด ผมพุ่งตัวเข้าไปประกบที่ด้านหลังของเธออย่างแนบชิด ค่อยๆ ยื่นมือออกไปช่วยเธอถูจานใบเดียวกันกับที่เธอถืออยู่ในมือ “ทำบ้าอะไรของคุณเนี่ย” เป็นดั่งคาด นิต้าหันมาดุผมเสียงเข้ม แต่เวลานี้แล้วมีหรือที่ผมจะกลัว“ก็ช่วยคุณไง จะได้เสร็จเร็วๆ” เสียงแหบเครือของผมกระซิบที่ซอกคอใกล้ติ่งหูของเธอ ผมเห็นได้ทันทีเลยว่า ขนที่คอเธอกำลังลุกชัน เธอมีปฏิกิริยากับผมแล้ว“คุณช่วยออกไปห่างๆ หน่อยได้มั้ย แบบนี้ชั้นไม่ถนัด” นิต้าพยายามดันให้ผมออกห่างจากตัวเธอ แต่เธอคงไม่รู้ว่าสิ่งที่เธอทำอยู่นั้น ทำให้เบื้องล่างของผมถูกก้นของเธอถูไถไปมา ยิ่งทำเอาความคิดผมเตลิดไปกันใหญ่“งั้น คุณถนัดแบบไหนล่ะ บอกผมสิ” ในเมื่อความต้องการมันพุ่งสูงขึ้นมาแล้ว ผมก็คงต้องดำเนินการต่อไ
“จริงหรอยัยอัยย์ กรี๊ด ชั้นยินดีกับเธอด้วยนะ ในที่สุดเธอก็มีวันที่สมหวังสักที” ฉันยังคงนอนอยู่บนที่นอนในตอนที่ยัยอัยย์โทรมาบอกข่าวดี ว่าเธอกับหมอภีมตกลงปลงใจกันถึงขั้นที่ หมอภีมจะพาเธอไปหาเจอกับครอบครัวของเขาที่บ้านวันหยุดสุดสัปดาห์นี้เมื่อเพื่อนมีข่าวดี ฉันดีใจเป็นที่สุด จนลืมตัวเผลอกรี๊ดออกมา ไม่ทันได้สนใจว่า คนที่กำลังนอนหลับอยู่ข้างๆ นั้น จะลืมตาตื่นขึ้นมา และกำลังนอนจ้องฉันไม่วางสายตา“โอเค ยัยอัยย์ ชั้นจัดให้เธอเต็มที่แน่นอนไม่ต้องห่วงเลย เป็นหน้าที่ชั้นเอง นี่มันงานของชั้นอยู่แล้ว แล้วไว้เจอกันนะ และเธอต้องเล่ารายละเอียดทั้งหมดให้ชั้นฟังด้วยเข้าใจมั้ย โอเคนะ บายจ๊ะ”ฉันเริ่มจะทนไม่ไหวกับสิ่งที่คนข้างๆ ทำ จนต้องรีบตัดบทเพื่อนสาวและวางสายก่อนที่ฉันจะหลุดเสียงแปลกประหลาดอะไรออกไปให้เธอได้สงสัย“นี่คุณ ชั้นคุยกับเพื่อนอยู่นะ แล้วคุณจะมาล้วงอะไรตอนนี้เนี่ย” เมื่อวางสายจากอัยย์แล้ว ฉันหันไปเหวใส่ผู้ชายเจ้าปัญหา ที่นอนซุกตัวอยู่ในผ้าห่มผืนเดียวกันกับฉัน สายตานั้นแวววาวไม
เครื่องดื่มหมดไปเพียงแก้วเดียวเท่านั้น ผมก็ออกมาจากที่นั่น อยากหลบเลี่ยงหน้าตาออกจากพวกเธอเหล่านั้น ผมไม่นึกอยากแตะต้องพวกเธอ แต่เพียงคนเดียวที่อยู่ในความคิดของผม คนเดียวที่ผมอยากแตะต้องเธอ และยิ่งกว่านั้น ผมอยากให้เธอแตะต้องผม นิต้า‘เธอเข้ามาอยู่ในทุกห้วงคำนึงของผมแบบนี้ได้ยังไงกันนะ ผมไม่เคยเป็นอย่างนี้กับใครมาก่อนเลย แล้วทีนี้ผมจะทำยังไงล่ะ’ผมพยายามหลับตาลง ในหัวยังคงพยายามนึกว่าเมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ผมจะใช้ข้ออ้างไหน ที่จะทำให้สามารถเจอกับเธอได้ โดยที่ไม่น่าเกลียดจนเกินไป ผมไม่อยากให้เธอคิดว่า ผมต้องการเธอเพียงเพราะเรื่องอย่างว่า ถึงแม้ว่าทุกครั้งมันจะจบลงบนเตียงก็ตามที ‘แต่ผมไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนั้นนะ เพียงแต่บรรยากาศมันพาไป’ในห้องอันมืดมิด ผมพยายามยังไงก็ไม่สามารถหลับลงได้ แต่ดูเหมือนสวรรค์จะเอ็นดูผมไม่น้อย เมื่อแสงสว่างหนึ่งสว่างจ้าขึ้นที่หัวเตียง ผมหยิบมือถือที่มีแสงสว่างขึ้นที่หน้าจอและกำลังสั่น จากที่สมองยังไม่ยอมพักผ่อน เมื่อเห็นชื่อที่โชว์ที่หน้าจอ ยิ่งทำให้โสตประสาททั้งหมดในร่างกายตื่นตัวขึ้นมาทันที“ฮัลโ
ฉันลงจากรถหมอวัตทันทีที่เขาจอดรถ ยังคงรู้สึกขนลุกไม่หายกับประโยคสุดท้ายที่เขาทิ้งเอาไว้ ฉันต้องกลับมาคิดทบทวนถึงความสัมพันธ์ของฉันกับเขาอีกครั้ง ฉันเริ่มสงสัยในตัวเองกับความรู้สึกที่มีให้เขา ‘เธอหึงเค้าอย่างที่เค้ากล่าวหาจริงเหรอ นิต้า’หลังจากได้กลับคอนโดของตัวเอง นอนแช่น้ำอุ่นอีกครั้งเพื่อคลายความเหนื่อยล้า จากการผ่านกิจกรรมอันหนักหน่วงมา ถึงแม้ว่าจะช่วยได้เพียงน้อยนิดแต่ก็รู้สึกดีจนสามารถล้มตัวลงบนที่นอน และเข้าสู่ห้วงแห่งความฝันได้อย่างรวดเร็ว“ไม่นะ อย่านะ อย่ามายุ่งกับชั้นนะ ไป ไป” ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกจากความฝันอันเลวร้าย ฉันฝันย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ที่เคยถูกลวนลาม ทั้งครั้งแรกเมื่อตอนแตกวัยสาว และอีกครั้งที่ฝังใจคือตอนที่ลูกค้าวีไอพีคนหนึ่งพยายามลวนลามฉันในห้องรับรองภาพความทรงจำที่เลวร้ายจากผู้ชายพวกนั้น แม้เพียงอยู่ในความฝัน แต่กลับทำให้ฉันรู้สึกหวาดกลัวจนผวาตื่นขึ้นมา และต้องลุกจากที่นอนมุ่งตรงไปที่ห้องน้ำให้เร็วที่สุด เพื่อโก่งคอเหนือชักโครกเอาความสะอิดสะเอียนออกจนแสบคอไปหมดเมื่อเริ่มดึงสติกลับมาได้ ฉันนั่งพิงหัวเ
ผมพอมองออกว่านิต้าไม่พอใจอะไรผมซักอย่าง เพราะตั้งแต่ที่ผมเดินตามเธอเข้ามาในห้องส่วนตัวของร้านอาหาร ตอนนั้นเธอนั่งก้มหน้าเช็ดมือด้วยผ้าเปียก โดยไม่เงยหน้าขึ้นมามองผมที่เดินเข้าไปนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเธอเลยผมพยายามชวนเธอคุยอยู่หลายครั้ง ชื่นชมรสชาติอาหารที่เธอสั่งมา แต่ไม่มีเสียงตอบรับอะไรออกมาจากปากเธอเลย นอกจากเสียงช้อนส้อมกระทบจานอาหารเป็นครั้งคราวเท่านั้นผมทำได้เพียงนั่งกินอาหารของผมไปโดยไม่ได้สั่งอะไรมาเพิ่มอีก เพราะเท่าที่มองจานอาหารบนโต๊ะที่พนักงานเข้ามาเสิร์ฟ ก็ทำให้เข้าใจได้ว่า ‘นิต้าน่าจะโมโหหิว’ เท่าที่เห็นจานอาหารบนโต๊ะที่เต็มไปหมดนี้ น่าจะกินได้ซัก 4-5 คนได้จวบจนกระทั่งอาหารบนโต๊ะหมดไปเพียง 2 ใน 5 ส่วน นิต้ารวบช้อนไว้กลางจานของเธอ หยิบแก้วน้ำดื่มแล้ว ค่อยๆ บรรจงใช้ผ้าเช็ดปาก แล้วจึงหยิบกระเป๋าถือของเธอ ลุกขึ้นจะเดินออกไปจากห้องทานอาหารผมคว้าข้อมือเธอเอาไว้ทันก่อนที่เธอจะออกจากประตูห้องทานอาหารไป พยายามจะถามหาเหตุผลที่เธอนิ่งเฉยใส่ผมอยู่ตอนนี้ แต่กลับไม่ได้รับคำตอบที่แท้จริง มีเพียงคำพูดที่ออกแนวประชดประชัน และเธอยังคงพยายามจะออ
ฉันตื่นลืมตาขึ้นมาอีกครั้งในอ้อมแขนของหมอวัต เมื่อหันออกไปมองทางหน้าต่างที่ยังมีม่านสีทึบปิดบังแสงแดดไว้อย่างมิดชิด แต่ก็ยังคงมีแสงรอดรำไรเข้ามาตามขอบผ้าม่าน ทำให้รู้ได้ว่าด้านนอกนั้นมีแสงแดดที่สว่างมากกว่าจะเป็นเวลาช่วงเช้าเมื่อพยายามจะขยับตัวเพื่อจะลุกขึ้นไปหยิบนาฬิกาขึ้นมาดูเวลา แต่ต้องหน้านิ่วเพราะความปวดเมื่อยไปหมดทั้งตัว ‘ตาหมอบ้ากามนี่ เอาเรี่ยวแรงมากจากไหนเยอะแยะเนี่ย ทำเอาชั้นปวดตัวไปหมด’ เมื่อความเจ็บปวดรุมเร้า ฉันทำได้เพียงแค่นิ่วหน้ามองหน้าคนที่ยังคงนอนหลับสบายอยู่ข้างกายใจหนึ่งอยากจะทุบคนที่กำลังหลับตาพริ้มดูเหมือนสบายเสียเหลือเกิน อยากตีให้รู้สึกเจ็บปวดอย่างที่ร่างกายฉันต้องเผชิญอยู่ในตอนนี้ แต่เมื่อได้มองหน้าเขาอยู่ใกล้ๆ อย่างตอนนี้เขาเป็นคนหน้าตาดีมากๆ คนหนึ่งเลย ถึงสีผิวจะไม่ขาวมาก แต่เนียนละเอียดแทบจะเหมือนผิวของผู้หญิงเลยด้วยซ้ำ จมูกโด่งเป็นสันคม กรอบรูปหน้าชัดเจน ยิ่งมองยิ่งมีเสน่ ทำให้ฉันหลงมองอยู่จนลืมเวลา“คุณอยากกินมื้อเช้าก่อนหรือจะกินผมก่อนดีล่ะ” ฉันไม่รู้ตัวเลยว่าเขาตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาพูดออกมาทั้ง







