로그인ฉันตื่นลืมตาขึ้นมาอีกครั้งในอ้อมแขนของหมอวัต เมื่อหันออกไปมองทางหน้าต่างที่ยังมีม่านสีทึบปิดบังแส
ผมพอมองออกว่านิต้าไม่พอใจอะไรผมซักอย่าง เพราะตั้งแต่ที่ผมเดินตามเธอเข้ามาในห้องส่วนตัวของร้านอาหาร ตอนนั้นเธอนั่งก้มหน้าเช็ดมือด้วยผ้าเปียก โดยไม่เงยหน้าขึ้นมามองผมที่เดินเข้าไปนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเธอเลยผมพยายามชวนเธอคุยอยู่หลายครั้ง ชื่นชมรสชาติอาหารที่เธอสั่งมา แต่ไม่มีเสียงตอบรับอะไรออกมาจากปากเธอเลย นอกจากเสียงช้อนส้อมกระทบจานอาหารเป็นครั้งคราวเท่านั้นผมทำได้เพียงนั่งกินอาหารของผมไปโดยไม่ได้สั่งอะไรมาเพิ่มอีก เพราะเท่าที่มองจานอาหารบนโต๊ะที่พนักงานเข้ามาเสิร์ฟ ก็ทำให้เข้าใจได้ว่า ‘นิต้าน่าจะโมโหหิว’ เท่าที่เห็นจานอาหารบนโต๊ะที่เต็มไปหมดนี้ น่าจะกินได้ซัก 4-5 คนได้จวบจนกระทั่งอาหารบนโต๊ะหมดไปเพียง 2 ใน 5 ส่วน นิต้ารวบช้อนไว้กลางจานของเธอ หยิบแก้วน้ำดื่มแล้ว ค่อยๆ บรรจงใช้ผ้าเช็ดปาก แล้วจึงหยิบกระเป๋าถือของเธอ ลุกขึ้นจะเดินออกไปจากห้องทานอาหารผมคว้าข้อมือเธอเอาไว้ทันก่อนที่เธอจะออกจากประตูห้องทานอาหารไป พยายามจะถามหาเหตุผลที่เธอนิ่งเฉยใส่ผมอยู่ตอนนี้ แต่กลับไม่ได้รับคำตอบที่แท้จริง มีเพียงคำพูดที่ออกแนวประชดประชัน และเธอยังคงพยายามจะออ
ฉันตื่นลืมตาขึ้นมาอีกครั้งในอ้อมแขนของหมอวัต เมื่อหันออกไปมองทางหน้าต่างที่ยังมีม่านสีทึบปิดบังแสงแดดไว้อย่างมิดชิด แต่ก็ยังคงมีแสงรอดรำไรเข้ามาตามขอบผ้าม่าน ทำให้รู้ได้ว่าด้านนอกนั้นมีแสงแดดที่สว่างมากกว่าจะเป็นเวลาช่วงเช้าเมื่อพยายามจะขยับตัวเพื่อจะลุกขึ้นไปหยิบนาฬิกาขึ้นมาดูเวลา แต่ต้องหน้านิ่วเพราะความปวดเมื่อยไปหมดทั้งตัว ‘ตาหมอบ้ากามนี่ เอาเรี่ยวแรงมากจากไหนเยอะแยะเนี่ย ทำเอาชั้นปวดตัวไปหมด’ เมื่อความเจ็บปวดรุมเร้า ฉันทำได้เพียงแค่นิ่วหน้ามองหน้าคนที่ยังคงนอนหลับสบายอยู่ข้างกายใจหนึ่งอยากจะทุบคนที่กำลังหลับตาพริ้มดูเหมือนสบายเสียเหลือเกิน อยากตีให้รู้สึกเจ็บปวดอย่างที่ร่างกายฉันต้องเผชิญอยู่ในตอนนี้ แต่เมื่อได้มองหน้าเขาอยู่ใกล้ๆ อย่างตอนนี้เขาเป็นคนหน้าตาดีมากๆ คนหนึ่งเลย ถึงสีผิวจะไม่ขาวมาก แต่เนียนละเอียดแทบจะเหมือนผิวของผู้หญิงเลยด้วยซ้ำ จมูกโด่งเป็นสันคม กรอบรูปหน้าชัดเจน ยิ่งมองยิ่งมีเสน่ ทำให้ฉันหลงมองอยู่จนลืมเวลา“คุณอยากกินมื้อเช้าก่อนหรือจะกินผมก่อนดีล่ะ” ฉันไม่รู้ตัวเลยว่าเขาตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาพูดออกมาทั้ง
“โถ่คุณมันก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอไง” ถึงผมจะบอกเธอออกไปแบบนั้น แต่ผมเริ่มรู้ตัวเองแล้วว่า ความรู้สึกของผมไม่ใช่แบบนั้น ผมไม่ได้รู้สึกว่ามันเหมือนกันเลยซักนิด ผมไม่ได้หลงเธอเพราะเรื่องบนเตียง แต่ผมหลงเธอที่เป็นทั้งหมดของเธอต่างหาก“เชอะ อย่าลืมที่ตกลงกันไว้ล่ะ แค่เรื่องบนเตียงแค่นั้น และห้ามคนอื่นรู้เรื่องเด็ดขาด” นิต้าลุกขึ้นพันผ้าขนหนูสีขาวผืนใหญ่รอบตัวเอง แล้วเดินไปที่ห้องน้ำโดยไม่สนใจจะมองสีหน้าผมตอนนี้เลยซักนิดเธอไม่ได้เห็นสีหน้าผมหลังจากฟังเธอพูดประโยคสุดท้ายก่อนจะลุกขึ้นเดินจากไปจากอ้อมแขนผม และผมก็คิดว่าการที่เธอไม่เห็นความเจ็บปวดเสียใจบนใบหน้าของผมนั้นคงจะดีกับความสัมพันธ์ของเราสองคนในตอนนี้มากกว่า ถ้าหากว่าเธอคิดอย่างที่พูดไปจริงความเสียใจจากคำพูดของเธอ โจมตีทำร้ายผมได้ไม่นานหรอก เพราะไม่ว่าเธอจะคิดแบบนั้นหรือไม่ ยังไงซะ ผมก็จะทำให้เธอยอมเปลี่ยนใจอยากจะอยู่กับผมทั้งตัวทั้งใจให้ได้ซักวันเมื่อตัดสินใจแล้วว่ายังไงก็จะต้องทำให้เธอเปลี่ยนใจให้ได้ ผมเลยตัดสินใจลุกจากที่นอนออกไปที่ห้องรับแขก ในขณะที่ได้ยินเสียงน้ำไหลอยู่ในห้องน้
ฉันผลักเขาให้ออกห่างเพื่อจะหลุดออกจากวงแขนที่กำลังหน่วงเหนี่ยวฉันเอาไว้ ต้องโวยวายใส่เปลี่ยนไปเป็นเรื่องผลตรวจที่กำลังรออยู่แทน ไม่อยากให้เขารู้ว่า ประโยคที่เขาเพิ่งพูดทีเล่นทีจริงออกมานั้นกำลังทำให้ฉันเผลอคิดไปถึงเรื่องเมื่อคืนก่อนถึงแม้ว่าฉันกับเขาจะเคยมีอะไรกันมากกว่าหนึ่งครั้งแล้วก็เถอะ แต่ท่าทีแบบนั้นของเขา การกักขังฉันเอาไว้ในอ้อมแขน กระซิบคำพูดที่เสนอตัวเองให้ฉัน แม้ว่าจะไม่ใช่ครั้งแรกแต่ก็ทำเอาฉันหน้าร้อนขึ้นมาจนอยู่นิ่งไม่ได้“ไปครับ เราออกไปเอา……ผลตรวจของคุณกัน” อีตาบ้าหมอวัตยังคงไม่เลิกที่จะพูดสองแง่สองง่ามใส่ฉัน จนฉันมองตาแข็งใส่เข้าให้ถึงจะลดลงไปบ้างหลังจากเขาพาฉันไปรับผลตรวจร่างกายเรียบร้อย แทนที่จะปล่อยให้ฉันได้กลับคอนโดของตัวเอง แต่เขากลับทั้งหว่านล้อม จนถึงกระทั่งข่มขู่จะเปิดเผยความลับ ทำให้ฉันต้องตามเขากลับมาที่คอนโดอีกจนได้“นี่นายเดี๋ยวก่อน ไปหิวมาจากไหนเนี่ย ชั้นยังไม่ได้ถอดรองเท้าเลย” เพียงแค่ฉันเดินผ่านเข้าประตูคอนโด ก็ถูกคนที่เดินตามหลังมาติดๆ รวบเอวหมุนตัวให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา มืออีกข้างคว
“ใช่ ผมยุ่งจนไม่มีเวลา ดังนั้นผมจะเลือกใช้เวลากับเรื่องที่สำคัญเท่านั้นไงล่ะ” หมอวัต พูดกับผู้หญิงคนนั้น ในท่าทางที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน เขาดูสุขุมจริงจัง ทิ้งมาดผู้ชายกวนๆ ขี้เล่นที่ฉันเคยเห็นไปโดยสิ้นเชิง‘นี่ตกลงเค้าเป็นคนแบบไหนกันแน่เนี่ย ตัวตนของเขาคือคนไหนกัน หรือเป็นพวกหลายบุคลิกเหรอ แต่ท่าทางแบบนี้ของเค้าก็ทำเอาชั้นต้องเปลี่ยนความคิดที่มีต่อเค้าใหม่’“นี่ แกหมายความว่าเรื่องของชั้นไม่สำคัญสินะ ไอ้หมอวัต แกคิดว่าแค่แกไม่เซ็นต์อนุมัติแล้วจะขวางชั้นได้เหรอ” ผู้หญิงคนนั้นเริ่มเดินเข้าไปประชิดตัวหมอวัต และพูดกับเขาเสียงเบาลงเหมือนพยายามไม่ให้คนอื่นได้ยิน แต่ฉันกลับได้ยินสิ่งที่เธอพูดชัดเจนทุกคำ“อ้อ ขอโทษนะคะ อย่าโกรธกันเลยนะที่มินท์มารบกวนเวลาของพวกคุณ พอดีมินท์ก็มีเรื่องสำคัญที่โรงพยาบาล ที่รอหมอวัตทำให้อยู่น่ะคะ เพียงแต่ก่อนหน้านี้เค้าบอกว่ายุ่งจนไม่มีเวลา มินท์เลยแปลกใจว่าทำไมถึงมานั่งกินข้าวอยู่ที่นี่ได้” คราวนี้เธอจงใจพูดกับฉัน ท่าทางเหมือนจะเป็นมิตรนะ แต่คำพ
รุ่งเช้าฉันตื่นขึ้นมาก็เห็นยัยอัยย์นั่งเอนตัวพิงหัวเตียง ในมือยังคงกำมือถือเอาไว้แน่น เมื่อมองใบหน้านั้น ฉันรู้ได้ทันทีว่าเธอคงผ่านการร้องไห้มาตลอดคืนแน่นอนเห็นอย่างนั้นแล้ว ฉันยิ่งไม่วางใจให้เธออยู่คนเดียว จึงพยายามชักชวนจนถึงขั้นคะยั้นคะยอ แทบจะเป็นการบังคับให้เธอไปโรงพยาบาลกับฉัน เพราะฉันมีนัดตรวจสุขภาพสุดท้ายแล้ว เราสองคนก็มาถึงโรงพยาบาลในช่วงสายแล้ว การตรวจร่างกายของฉันใช้เวลาไม่นาน แต่หากจะรอผลต้องใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง เราทั้งคู่ตัดสินใจจะออกไปนั่งรอที่ร้านกาแฟฝั่งตรงข้าม แต่ยังไม่ทันได้เดินไปถึงร้าน ฉันเห็นแผนกหมอออนไลน์จึงเรียกให้ยัยอัยย์ดูโดยที่ฉันไม่ทันได้คาดคิด เมื่อประตูอัตโนมัติเปิดออก เห็นหมอภีมที่กำลังคุยอยู่กับหมอท่านอื่นอยู่ตรงนั้น และกำลังจะเดินออกมา “คราวนี้เธอจะเอายังไงดี ยัยอัยย์” ฉันถามยัยอัยย์ทันที เพราะตั้งแต่เช้าที่ฉันเห็นอัยย์พยายามติดต่อหมอภีม แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้เลยก่อนที่ยัยอัยย์จะทันได้ตอบอะไรฉันกลับมา เหมือนหมอภีมจะหันมาเห็นเราสองคนและเขารีบเร่งฝีเท้าตรง





![คุณหมอจองจำรัก [นิยายชุด จำยอมรัก 1]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

